Pladao Institute สถาบันปลาดาว

Pladao Institute สถาบันปลาดาว Pladao Group is the youth organization based in Thailand. If your interested in participation please Thanapipat Thamrongsuthanyoot and Mr.

ประวัติการก่อตั้ง
'กลุ่มปลาดาว' ถือกำเนิดขึ้นวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๕ โดยการก่อตั้งของนายธนพิพัฒน์ ธำรงสุธัญยุทธ์ และ นายธนาพิพัฒน์ ธำรงสุธัญยุทธ์ โดยเกิดจากการรวมกันของเยาวชนนักพัฒนาจากหลายสถาบันการศึกษาที่มีจุดประสงค์เดียวกัน คือต้องการจะพัฒนาศักยภาพของตนเองไปพร้อมกับการพัฒนาศักยภาพของเพื่อนๆเยาวชน และนำ
ศักยภาพที่มีไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติต่

อไป ซึ่งภารกิจหลักคือการป้องกันยาเสพติดในเยาวชนโดยใชัยุทธศาสตร์กิจกรรมทางเลือก ให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น รู้จักการเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี รู้จักการเป็นผู้ให้ และส่งเสริมให้เป็นนักกิจกรรมที่รักการพัฒนาและมีสำนึกสาธารณะตลอดไป กลุ่มเป้าหมายในการทำงานของกลุ่มคือ เยาวชนในสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ครอบคลุมพื้นที่ ๒๖ จังหวัดจาก ๗๖ จังหวัดพื้นที่ในความรับผิดชอบของกลุ่มปลาดาว ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก โดยการประสานเครือข่ายและดูแลสมาชิกผ่านระบบเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารอันทันสมัยเข้ามาช่วยไม่ว่าเป็น MSN, SMS, Radio On Internet และ Website
ปัจจุบันปลาดาวเป็นองค์กรเยาวชนอิสระที่มีผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

History:

Pladao group was founded on 4th December 2002 by Mr. Thanapipat Thamrongsuthanyoot. It started by the integration of developing youth from different schools and institutions who share the same vision. The main idea was to developing their own potential together with friends and then used that potential for developing yourself, family, society and the nation. Main mission:

Drug prevention by using alternative activity for young people to spend their free time more effectively, learn the leadership skills and encourage to be the potential volunteer. The target group are young people in school from middle school students to university students. There are from 26 provinces around Thailand. We use mostly the social network and techonology for internal communication such as MSN, SMS, Radio On Internet and Website. Nowadays Pladao group is the independent youth organisation that have constantly activity.

❤️มาหาพรสวรรค์ ของตัวเองกันครับ
14/05/2026

❤️มาหาพรสวรรค์ ของตัวเองกันครับ

“พรสวรรค์ของคุณ อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณทำเก่งกว่าคนอื่น…
แต่มันคือสิ่งที่คุณเผลอทำมาตลอดชีวิตโดยไม่รู้ตัว”

วันนี้ผมอยากพูดถึงหนังสือญี่ปุ่นเล่มหนึ่ง
ที่ผมอ่านแล้วรู้สึกว่า…นี่ไม่ใช่หนังสือพัฒนาตัวเองธรรมดา
แต่มันเหมือนกระจกบานหนึ่งที่ทำให้เราหันกลับมามองตัวเองใหม่อีกครั้ง

หนังสือชื่อว่า世界一やさしい「才能」の見つけ方
หรือแปลตรง ๆ ว่า “วิธีค้นหาพรสวรรค์ที่ง่ายที่สุดในโลก”
เขียนโดยคุณยากิ จิมเป ชายญี่ปุ่นที่เคยโดนไล่ออกจากงานพาร์ตไทม์ร้านสะดวกซื้อในเดือนที่ 2 เคยหลงทางหลังเรียนจบเคยคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรโดดเด่นเลย

แต่หลังจากเขาค้นพบว่า พรสวรรค์ของตัวเองคือ
“การเขียนและถ่ายทอดให้คนอื่นเข้าใจ”
ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป
บล็อกมียอดอ่านสะสมกว่า 26 ล้าน PV (page view)
หนังสือเล่มแรกขายได้กว่า 300,000 เล่ม
และสิ่งที่เขาพูดในหนังสือเล่มนี้คือประโยคที่ผมชอบมาก

“พรสวรรค์มีอยู่ในทุกคน
ถ้าคุณคิดว่าตัวเองไม่มี
นั่นไม่ใช่เพราะคุณไม่มี
แต่เพราะคุณยังไม่รู้ตัวต่างหาก”

ซึ่งผมว่าตรงมากเลยครับ เพราะหลายคนโตมากับความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งอะไรเป็นพิเศษ
เรียนก็กลาง ๆ
พูดก็ไม่เก่ง
เข้าสังคมก็ไม่เด่น
ทำงานก็ไม่ได้เร็วกว่าใคร
มองไปทางไหนก็มีแต่คนเก่งกว่าเราเต็มไปหมด

สุดท้ายเราจึงเผลอสรุปตัวเองไปแล้วว่า
“ฉันคงไม่มีพรสวรรค์”

แต่หนังสือเล่มนี้บอกว่า
จริงๆ แล้วเราอาจเข้าใจคำว่าพรสวรรค์ผิดมาตลอดชีวิตก็ได้…

🟡 จริงๆ แล้วพรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่เราทำได้ดีกว่าคนอื่น
หลายคนคิดว่าพรสวรรค์คือการทำอะไรได้เหนือกว่าคนอื่น
วิ่งเร็วกว่า เรียนเก่งกว่า พูดเก่งกว่า ขายเก่งกว่า
หน้าตาดีกว่า คิดไวกว่า เป็นผู้นำมากกว่า

แต่ปัญหาคือ…
ถ้าเรานิยามพรสวรรค์แบบนี้
เราจะไม่มีวันเจอพรสวรรค์ของตัวเองง่าย ๆ
เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไร
สุดท้ายมักมีคนที่ทำได้ดีกว่าเราเสมอ

คุณอาจเขียนเก่ง แต่ก็มีคนเขียนเก่งกว่า
คุณอาจขายเก่งแต่ก็มีคนปิดการขายได้โหดกว่า
คุณอาจพูดเก่ง แต่ก็มีคนพูดบนเวทีได้ทรงพลังกว่า
ถ้าเอาตัวเองไปวัดกับคนอื่นตลอดเวลา
เราจะรู้สึกว่า “ตัวเองยังไม่พอ” อยู่เสมอ

แต่ในหนังสือเล่มนี้บอกว่า
พรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่คุณทำได้ดีกว่าคนอื่น
แต่คือ…
“สิ่งที่คุณเผลอทำไปเองโดยไม่ต้องฝืน”
บางคนเผลอสังเกตสีหน้าคนอื่นตลอดเวลา
บางคนเผลอคิดความเสี่ยงก่อนใคร
บางคนเผลอจัดของให้เป็นระบบ
บางคนเผลออธิบายเรื่องยากให้คนอื่นเข้าใจง่าย
บางคนเผลอจับผิดดีเทลเล็ก ๆ
บางคนเผลอชอบคิดมุกตลก
บางคนเผลอวิเคราะห์ว่าทำไมคนถึงซื้อของ
บางคนเผลอฟังปัญหาคนอื่นจนเขาสบายใจ
สิ่งเหล่านี้อาจดูเล็กมาก
จนเจ้าตัวไม่เคยคิดว่ามันคือพรสวรรค์
แต่จริง ๆ แล้วมันอาจเป็นทุนชีวิตที่สำคัญที่สุดของคนนั้น

🟡 อะไรที่คุณรู้สึกฝืนมากเกินไป อาจไม่ใช่ทางของคุณ
คุณยากิบอกว่า “คนที่ใช้พรสวรรค์ของตัวเอง
จะเหมือนปลาที่อยู่ในน้ำ แต่คนที่ไม่ได้ใช้พรสวรรค์ของตัวเองจะเหมือนปลาที่อยู่บนบก”

อ่านแล้วเจ็บนะครับ
เพราะบางทีเราไม่ได้ขี้เกียจ ไม่ได้ไม่พยายาม
ไม่ได้ไม่มีวินัย แต่เราอาจกำลังพยายามอยู่ในสนามที่ไม่ใช่ของเรา ปลาก็ไม่ได้อ่อนแอ แค่มันอยู่ผิดที่
ถ้าเอาปลาไปวัดความสามารถด้วยการปีนต้นไม้
ปลาจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไปทั้งชีวิต

มนุษย์ก็เหมือนกัน
บางคนถูกบังคับให้ต้องพูดเก่ง
ทั้งที่พรสวรรค์ของเขาคือการคิดลึก

บางคนถูกบังคับให้ต้องเข้าสังคมเยอะ
ทั้งที่พรสวรรค์ของเขาคือการทำงานคนเดียวอย่างต่อเนื่อง

บางคนถูกบังคับให้ต้องแข่งขันตลอดเวลา
ทั้งที่พรสวรรค์ของเขาคือการประคองคนอื่นให้ดีขึ้น

บางคนถูกบังคับให้เป็นผู้นำแบบเสียงดัง
ทั้งที่พรสวรรค์ของเขาคือการเป็นผู้นำแบบเงียบ ๆ ผ่านการลงมือทำ

พออยู่ผิดสนามนาน ๆ เราจะเริ่มคิดว่า
“ทำไมฉันไม่เก่งสักที”
“ทำไมฉันเหนื่อยกว่าคนอื่น”
“ทำไมฉันพยายามแล้วไม่ไปไหน”
“ทำไมฉันไม่มีอะไรดีเลย”

แต่บางทีคำถามที่ควรถามอาจไม่ใช่
“ฉันพยายามพอหรือยัง”
แต่อาจเป็น “ฉันกำลังใช้พรสวรรค์ของตัวเองอยู่หรือเปล่า”

🟡 อย่าฆ่าพรสวรรค์ตัวเอง
ด้วยคำว่า “ฉันอยากเป็นเหมือนเขา”
หนังสือเล่มนี้พูดอีกเรื่องที่ผมชอบมากคือ
“ตราบใดที่ยังไม่ปล่อยวางความชื่นชม
เราจะไม่มีทางค้นพบพรสวรรค์ของตัวเอง”

ฟังครั้งแรกอาจดูแรง
เพราะเราถูกสอนมาว่า
การมีไอดอลเป็นเรื่องดี
การมีคนต้นแบบเป็นเรื่องดี
การอยากเป็นเหมือนคนเก่งเป็นเรื่องดี

ใช่ครับมันจะดีมากๆ ถ้ามันทำให้เราเติบโต
แต่มันอันตรายมาก ถ้ามันทำให้เราปฏิเสธตัวเอง

เราอยากพูดเก่งเหมือนคนนั้น
เพราะลึก ๆ เรารู้สึกว่าตัวเองพูดไม่เก่งพอ

เราอยากสวยเหมือนคนนั้น
เพราะลึก ๆ เรารู้สึกว่าหน้าตาตัวเองยังไม่ดีพอ

เราอยากเป็นผู้นำแบบคนนั้น
เพราะลึก ๆ เรารู้สึกว่าวิธีเป็นตัวเองยังไม่พอ

สุดท้าย ความชื่นชมอาจกลายเป็นการปฏิเสธตัวเองแบบเงียบ ๆ

ในหนังสือเปรียบเทียบไว้ด้วยว่า
มันเหมือนปลาอยากเป็นนก
มะเขือม่วงอยากเป็นแครอท
โปเกมอนธาตุน้ำอยากเป็นโปเกมอนธาตุไฟฟ้า
ฟังดูตลก แต่ชีวิตจริงเราทำแบบนี้บ่อยมาก

เราพยายามเป็นคนอื่น จนลืมถามว่า
“แล้วฉันเป็นอะไรได้ดีที่สุดในแบบของฉัน?”
นี่คือจุดเริ่มต้นของการค้นหาพรสวรรค์
ที่ไม่ใช่การถามว่าฉันอยากเป็นเหมือนใคร
แต่คือการถามว่า ฉันเป็นแบบไหนมาตลอด โดยที่เราเองไม่ควรฝืน..

🟡 ทักษะสำคัญ แต่พรสวรรค์คือฐาน
หลายคนรีบไปเรียนทักษะต่างๆ
เรียนภาษา
เรียน AI
เรียนการตลาด
เรียนขาย
เรียนลงทุน
เรียนตัดต่อ
เรียนพูด
เรียนเขียน
เรียนบริหาร
ทั้งหมดนี้ดีมากๆ นะครับ
แต่หนังสือเล่มนี้เตือนว่า
ก่อนจะสะสมทักษะ
เราควรรู้ก่อนว่า “พรสวรรค์ของเราคืออะไร”
เพราะทักษะเปลี่ยนได้
ความรู้ล้าสมัยได้
เทคโนโลยีมาแทนได้
แต่พรสวรรค์บางอย่างอยู่กับเราทั้งชีวิต

เช่น

ชอบวิเคราะห์
ชอบดูแลคน
ชอบเชื่อมโยงไอเดีย
ชอบทำเรื่องซับซ้อนให้เรียบง่าย
ชอบเจาะลึก
ชอบสร้างระบบ
ชอบเล่าเรื่อง
ชอบสังเกตอารมณ์คน
ชอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

สิ่งเหล่านี้ต่อให้ยุคเปลี่ยน
เครื่องมือเปลี่ยน
อาชีพเปลี่ยน
มันก็ยังอยู่กับเรา

ถ้าเรารู้พรสวรรค์ของตัวเอง
เราจะเลือกทักษะที่มาขยายจุดแข็งเราได้ถูก

แต่ถ้าไม่รู้ เราจะเรียนตามกระแสไปเรื่อย ๆ
เห็นคนเรียน AI ก็เรียน AI
เห็นคนทำ TikTok ก็ทำ TikTok
เห็นคนขายของออนไลน์ก็ขายตาม
เห็นคนทำคอร์สก็อยากทำคอร์ส
แต่ทำไปสักพักก็เหนื่อย
เพราะมันไม่ได้วางอยู่บนฐานของตัวเรา
เหมือนสร้างตึกสูงบนดินที่ไม่มั่นคง

ทักษะคือชั้นบน
พรสวรรค์คือฐานราก

ถ้าฐานไม่ชัดต่อให้สร้างสูงแค่ไหน
วันหนึ่งตัวเราก็จะสั่นคลอน

❤️ แล้วเราจะหาพรสวรรค์ตัวเองยังไง?

หนังสือเล่มนี้ให้วิธีที่เรียบง่ายมาก ซึ่งผมชอบมากๆ
โดยให้หัดมองหา “คำกริยา”
ที่ไม่ใช่แค่ถามว่า “ฉันชอบอะไร”
แต่ให้ถามต่อว่า
“ตอนทำสิ่งนั้น ฉันชอบการกระทำแบบไหน”

เช่น
ถ้าคุณบอกว่า “ชอบเล่นเกม”
ให้ถามต่อว่า
ในเกมคุณชอบอะไร

ชอบวางกลยุทธ์?
ชอบเก็บเลเวล?
ชอบคุยกับเพื่อน?
ชอบสำรวจโลกในเกม?
ชอบเอาชนะ?
ชอบสะสมของ?
ชอบวิเคราะห์ระบบ?
ชอบช่วยคนอื่นในทีม?
แต่ละคำตอบสะท้อนพรสวรรค์คนละแบบ

คนที่ชอบวางกลยุทธ์
อาจมีพรสวรรค์ด้านการคิดเชิงแผน

คนที่ชอบเก็บเลเวลเงียบ ๆ
อาจมีพรสวรรค์ด้านความต่อเนื่อง

คนที่ชอบคุยกับเพื่อนในเกม
อาจมีพรสวรรค์ด้านการเชื่อมโยงผู้คน

คนที่ชอบสำรวจโลกในเกม
อาจมีพรสวรรค์ด้านความอยากรู้อยากเห็น

หรือถ้าคุณบอกว่า “ชอบท่องเที่ยว”
ก็ต้องถามต่อว่า
คุณชอบอะไรในการท่องเที่ยว

ชอบวางแผนทริป?
ชอบหาร้านลับๆ?
ชอบถ่ายรูป?
ชอบคุยกับคนท้องถิ่น?
ชอบสังเกตวัฒนธรรม?
ชอบเล่าให้คนอื่นฟังหลังกลับมา?
ชอบเปรียบเทียบเมืองหนึ่งกับอีกเมืองหนึ่ง?

นี่แหละครับพรสวรรค์ไม่ได้ซ่อนอยู่ใน “คำนาม”
แต่มันซ่อนอยู่ใน “คำกริยา”
ไม่ใช่ “เกม”
แต่คือ “วางกลยุทธ์”

ไม่ใช่ “เที่ยว”
แต่คือ “สังเกตวัฒนธรรม”

ไม่ใช่ “หนังสือ”
แต่คือ “สรุปให้คนอื่นเข้าใจ”

ไม่ใช่ “ธุรกิจ”
แต่คือ “มองหาโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น”

❤️ 5 คำถามที่ช่วยขุดพรสวรรค์ตัวเอง
ถ้าใครอยากเริ่มจริง ๆ
ลองหยิบกระดาษมาเขียนตอบ 5 คำถามนี้

1. คุณหงุดหงิดเรื่องอะไรเวลาเห็นคนอื่นทำ?
เพราะสิ่งที่เราหงุดหงิด
มักเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาก

บางคนหงุดหงิดเวลาเห็นคนเขียนไม่รู้เรื่อง
แปลว่าเขาอาจให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ชัดเจน

บางคนหงุดหงิดเวลาเห็นของวางไม่เป็นระเบียบ
แปลว่าเขาอาจมีพรสวรรค์ด้านระบบและโครงสร้าง

บางคนหงุดหงิดเวลาเห็นคนพูดไม่รักษาน้ำใจ
แปลว่าเขาอาจไวต่อความรู้สึกของคนอื่น

2. ตอนเด็ก ๆ พ่อแม่หรือครูเตือนคุณเรื่องอะไรบ่อย ๆ?

บางครั้งสิ่งที่ถูกดุ อาจเป็นพรสวรรค์ที่ยังใช้ไม่ถูกทาง

พูดมาก อาจกลายเป็นนักสื่อสาร
ชอบเถียง อาจกลายเป็นนักคิดเชิงวิพากษ์
ชอบถามเยอะอาจกลายเป็นนักวิจัย
ชอบวาดรูปในห้องเรียนอาจกลายเป็นนักออกแบบ
ชอบจัดของคนอื่น อาจกลายเป็นคนสร้างระบบ

3. ถ้าถูกห้ามไม่ให้ทำ จะรู้สึกทรมานเรื่องอะไร?
บางคนถ้าไม่ได้เขียนจะอึดอัด
บางคนถ้าไม่ได้คุยกับคนจะเหงา
บางคนถ้าไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่จะเฉา
บางคนถ้าไม่ได้จัดการปัญหาจะรู้สึกค้างคา
บางคนถ้าไม่ได้สร้างอะไรใหม่จะเหมือนชีวิตไม่มีพลัง

สิ่งที่ขาดแล้วเราหมดไฟ
อาจเป็นเบาะแสสำคัญของพรสวรรค์

4. จุดอ่อนของคุณ ถ้าเติมคำว่า “เพราะอย่างนั้น…” จะกลายเป็นอะไร?

เช่น
“ฉันคิดมาก”
เพราะอย่างนั้น…ฉันจึงมองเห็นความเสี่ยงก่อนคนอื่น

“ฉันช้า”
เพราะอย่างนั้น…ฉันจึงทำงานละเอียด

“ฉันขี้กังวล”
เพราะอย่างนั้น…ฉันจึงเตรียมตัวดี

“ฉันพูดตรง”
เพราะอย่างนั้น…ฉันจึงช่วยชี้ปัญหาที่คนอื่นไม่กล้าพูด

“ฉันอินกับเรื่องคนอื่นง่าย”
เพราะอย่างนั้น…ฉันจึงเข้าใจความรู้สึกคนได้ดี

บางทีจุดอ่อนอาจเป็นพรสวรรค์ที่ยังไม่ได้รับการจัดวางให้ถูกที่ก็ได้

5. สิ่งที่คนอื่นไม่ชอบ แต่คุณกลับสนุกคืออะไร?
บางคนชอบทำ Excel
บางคนชอบอ่านคอมเมนต์ยาว ๆ
บางคนชอบตรวจคำผิด
บางคนชอบเก็บข้อมูล
บางคนชอบตอบลูกค้า
บางคนชอบวิเคราะห์ตัวเลข
บางคนชอบจัดตาราง
บางคนชอบฟังปัญหาคน
บางคนชอบทำงานซ้ำ ๆ จนเชี่ยวชาญ

สำหรับคนอื่นอาจน่าเบื่อ
แต่สำหรับคุณมันกลับสนุก
นี่อาจเป็นทองคำที่คุณมองข้ามมาตลอด

🟡 แล้วเช็กอย่างไรว่า “นี่คือพรสวรรค์จริงไหม?”
หนังสือให้เช็กลิสต์ไว้ 7 ข้อ
ถ้าสิ่งนั้นเป็นพรสวรรค์ของคุณ มักจะมีลักษณะเหล่านี้

1. คุณถูกดึงดูดเข้าหามันเอง
2. คุณทำได้โดยไม่เครียดมาก
3. ตอนทำแล้วรู้สึกเป็นตัวเอง
4. คุณทำได้ค่อนข้างดี
5. คุณทำได้ค่อนข้างเร็ว
6. เวลาทำแล้วรู้สึกว่าเวลาผ่านไปไว
7. ทำเสร็จแล้วมีความพึงพอใจ

ลองเอางานที่คุณทำอยู่ตอนนี้มาเช็กก็ได้ครับ

ถ้าคุณทำงานหนึ่งแล้ว
เครียดตลอด
เวลาผ่านไปช้ามาก
ไม่รู้สึกเป็นตัวเอง
ทำเสร็จแล้วโล่งอย่างเดียว แต่ไม่ได้ภูมิใจ
ไม่อยากกลับไปทำอีก

อาจต้องถามตัวเองว่า
เรากำลังอยู่บนสนามที่ผิดหรือเปล่า

แต่ถ้ามีงานบางอย่าง
ที่พอเริ่มทำแล้วเวลาหายไป
ทำแล้วรู้สึกมีชีวิต
ทำเสร็จแล้วเหนื่อยแต่พอใจ
คนอื่นบอกว่ายาก แต่เรากลับรู้สึกว่าสนุก
นั่นอาจเป็นสัญญาณของพรสวรรค์

🔴 ขั้นตอนสุดท้าย: เขียนแผนที่พรสวรรค์ของตัวเอง

สิ่งที่ผมชอบมากคือ หนังสือไม่ได้บอกให้เราคิดเฉย ๆ
แต่ให้เขียนออกมา เพราะถ้าไม่เขียนเราจะลืมตัวเองง่ายมาก
วันนี้รู้สึกว่าเราเหมาะกับอะไร
พรุ่งนี้เห็นคนอื่นสำเร็จเราก็อาจวิ่งตามเขาอีก

ดังนั้นให้เขียน “แผนที่พรสวรรค์” ของตัวเอง
วิธีทำง่าย ๆ คือ
1. เลือกคำกริยาที่คิดว่าเป็นพรสวรรค์ของตัวเอง 1 คำ
เช่น “อธิบาย” “สังเกต” “จัดระบบ” “เชื่อมโยง” “วิเคราะห์” “ดูแล” “สร้างบรรยากาศ”
2. เขียนประสบการณ์จริง 4 เหตุการณ์ที่พิสูจน์ว่าเรามีพรสวรรค์นี้

เช่น ถ้าพรสวรรค์คือ “อธิบาย”
ประสบการณ์อาจเป็น
-เพื่อนชอบให้ติวก่อนสอบ เพราะเราอธิบายง่าย
-ลูกค้าซื้อเพราะเราเล่าให้เห็นภาพ
-หัวหน้าให้เราสรุปประชุมบ่อย
-เวลาอ่านหนังสือ เราชอบแปลงเป็นภาษาง่าย ๆ ให้คนอื่นฟัง
ถ้ามีแค่ 1 เหตุการณ์อาจยังไม่มั่นใจ
แต่ถ้ามี 4 เหตุการณ์ขึ้นไป
มันเริ่มเป็นหลักฐานว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

3. ทำแบบนี้อย่างน้อย 3 พรสวรรค์
เพราะหนังสือบอกว่า พรสวรรค์ระดับธรรมดา
ถ้านำมาผสมกัน 3 อย่าง
อาจกลายเป็นพรสวรรค์พิเศษได้

เช่น
อธิบาย + สังเกตคน + เล่าเรื่อง
อาจกลายเป็นนักสื่อสารที่เข้าใจคนมาก

วิเคราะห์ + เขียน + มองเทรนด์
อาจกลายเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายอินไซต์

จัดระบบ + ฟังคน + แก้ปัญหา
อาจกลายเป็นที่ปรึกษาที่ทำให้ชีวิตคนอื่นง่ายขึ้น

ขาย + เล่าเรื่อง + เข้าใจอารมณ์คน
อาจกลายเป็นนักการตลาดที่สร้างยอดขายจากความเข้าใจมนุษย์

นี่คือเหตุผลที่เราไม่จำเป็นต้องเป็นอันดับ 1 ของโลกในเรื่องเดียว แค่รู้ว่าเรามีอะไร แล้วผสมมันให้ถูก
เราก็สามารถมีพื้นที่เฉพาะของตัวเองได้
ผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วรู้สึกว่า
หลายคนไม่ได้ล้มเหลวเพราะไม่มีพรสวรรค์
แต่ล้มเหลวเพราะใช้ชีวิตโดยไม่เคยรู้ว่า
ตัวเองควรเอาพรสวรรค์ไปวางไว้ตรงไหน
เราอาจใช้เวลาหลายปี พยายามเป็นคนอื่น
พยายามพูดแบบคนอื่น
ขายแบบคนอื่น ทำงานแบบคนอื่น
ใช้ชีวิตแบบคนอื่น สำเร็จแบบคนอื่น

แต่บางทีสิ่งที่เราตามหาอาจไม่ได้อยู่ข้างนอกเลย
มันอยู่ในสิ่งที่เราเผลอทำมาตั้งแต่เด็ก
อยู่ในเรื่องที่เราถูกดุ
อยู่ในเรื่องที่เราหงุดหงิด
อยู่ในสิ่งที่คนอื่นเบื่อแต่เราสนุก
อยู่ในคำกริยาที่เราทำซ้ำมาตลอดชีวิต

ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์
ลองอย่าเพิ่งสรุปแบบนั้น
คืนนี้ลองหยิบกระดาษขึ้นมา 1 แผ่น
แล้วตอบคำถามนี้ดู

“ฉันเผลอทำอะไรอยู่เสมอ โดยไม่ต้องมีใครบังคับ?”

คำตอบนั้นอาจดูเล็กมาก
แต่บางที…มันอาจเป็นประตูบานแรก
ที่พาคุณกลับไปเจอตัวเองจริง ๆ

ใครเจอพรสวรรค์อะไรของตัวเองพิมพ์มาบอกเพื่อนๆ ในเพจ JapanSalaryman ได้เลยนะครับ รออ่านอยู่ 🙂

Boom JapanSalaryman

Addiction is not freedom….การเสพติด ไม่ใช่เสรีภาพ
21/02/2026

Addiction is not freedom….การเสพติด ไม่ใช่เสรีภาพ

อังกฤษขีดเส้นประวัติศาสตร์ 🇬🇧
"Smoke-Free Generation" 🚭
เกิดหลัง 2009 หมดสิทธิ์ซื้อบุหรี่ตลอดชีวิต

สำหรับคนรุ่นเรา
บุหรี่อาจเป็น "ทางเลือก"

แต่สำหรับผู้ที่เกิดตั้งแต่
1 ม.ค. 2009 เป็นต้นไป
มันคือ "วัตถุต้องห้าม"
ที่กฎหมายการันตีว่าพวกเขาจะไม่มีวันเข้าถึง

ขณะที่เราคุ้นชินกับภาพสิงห์อมควันที่มุมตึก อังกฤษกำลังจะกลายเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ทำให้ภาพเหล่านั้นกลายเป็นเพียง "Footage ประวัติศาสตร์"

ไม่ใช่การหักดิบยึดของกลาง
แต่คือการทำให้มัน
"เลือนหายไปตามกาลเวลา"



🔴 ไม่ใช่ลิดรอน แต่คือการ "คืนเสรีภาพ"

คำถามคลาสสิกคือ
"นี่มันเผด็จการไปไหม?
ร่างกายฉัน ฉันควรมีสิทธิ์เลือก"

แต่รัฐบาลอังกฤษและผู้สนับสนุนกฎหมายนี้มองต่างออกไป พวกเขามองว่า "การเสพติด ไม่ใช่เสรีภาพ" (Addiction is not freedom)

ไม่มีเด็กคนไหนตัดสินใจสูบบุหรี่มวนแรกด้วยความตั้งใจว่า "ฉันอยากเป็นมะเร็งตอนอายุ 50" พวกเขาแค่ลอง และถูกกับดักนิโคตินพันธนาการไว้

การผ่านกฎหมาย To***co and V**es Bill ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การแย่งชิงความสุข แต่คือการ "ออกแบบ Default ของสังคมใหม่" ให้คนรุ่นถัดไปปลอดภัยโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม ด้วยกลไกที่แยบยลและเด็ดขาด:

🏴‍☠️ The Moving Age Limit
ใครเกิดหลังปี 2009 จะซื้อบุหรี่ไม่ได้ตลอดชีวิต เพราะเกณฑ์อายุขั้นต่ำจะขยับขึ้นปีละ 1 ปี (ปีนี้ต้อง 18, ปีหน้าต้อง 19, อีก 50 ปี ต้องอายุ 68 ถึงจะซื้อได้)

🏴‍☠️ V**e crackdown
ตัดวงจรนักสูบหน้าใหม่ด้วยการแบน "บุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง" (Disposable V**es) ทันที เพราะมันคือกุญแจด่านแรกที่ใช้ง่ายเกินไปสำหรับเด็ก

🏴‍☠️ Plain Packaging
ลดแรงดึงดูดทางสายตา บรรจุภัณฑ์ต้องเรียบ ไม่ดูเท่ ไม่ดูคูล ไม่น่าสนใจ



🔴 กว่าจะเป็นกฎหมายที่โลกต้องจารึก

กฎหมายฉบับนี้มีความพิเศษตรงที่มันคือ "Rare Item" ทางการเมือง เพราะได้รับการสนับสนุนจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน (ซึ่งปกติจะตีกันแทบทุกเรื่อง)

🇳🇿 The Origin (ต้นกำเนิด): ผ่านกฎหมายแล้วในปี 2022 (ยุครัฐบาล จาซินดา อาร์เดิร์น) แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ช่วงปลายปี 2023 รัฐบาลชุดใหม่ประกาศ "ยกเลิก" กฎหมายนี้ทันที (ก่อนจะได้เริ่มบังคับใช้) เพื่อนำเงินภาษียาสูบไปโปะนโยบายลดหย่อนภาษี

🇬🇧 The Baton Pass (การส่งไม้ต่อ): อังกฤษภายใต้รัฐบาลอนุรักษนิยม (Rishi Sunak) เห็นดีด้วยจึงหยิบมาปัดฝุ่นใหม่ แม้จะมีการยุบสภาและเปลี่ยนขั้วอำนาจมาเป็นพรรคแรงงาน (Keir Starmer) แต่กฎหมายนี้ "ไม่ถูกทิ้ง" รัฐบาลใหม่หยิบมาสานต่อทันทีในสัปดาห์แรกๆ ที่เข้าทำงาน

🙋🏻 The Consensus (เสียงส่วนใหญ่แบบถล่มทลาย): ตัวเลขในสภาไม่เคยโกหก ในการโหวตวาระสำคัญ (Second Reading) ส.ส. อังกฤษโหวต "เห็นด้วย" ถึง 415 เสียง ต่อ "ค้าน" เพียง 47 เสียง ชนะขาดลอยเกือบ 9 เท่า สะท้อนว่านี่คือวาระที่ทุกคนมองเห็นตรงกัน

🏴‍☠️ The Big Day (วันดีเดย์) อังกฤษรับไอเดียมาทำต่อ และกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่จะทำสำเร็จจริงๆ เพราะนิวซีแลนด์ถอยไปแล้ว

⬩ 2025: เริ่มแบนบุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง (จัดการด่านแรกก่อน)
⬩ 1 มกราคม 2027: เริ่มบังคับใช้กฎ "Smoke-Free Generation" อย่างเป็นทางการ



🔴 The Cost of "Bad Design"

ราคาที่ต้องจ่ายของการออกแบบกฎหมายที่หละหลวมในอดีต คือภาระมหาศาล โรงพยาบาลแน่นขนัดด้วยผู้ป่วยมะเร็งปอด โรคหัวใจ และโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งล้วนเป็นโรคที่ "ป้องกันได้" (Preventable Diseases)

อังกฤษคำนวณแล้วว่า การปล่อยให้บุหรี่วางขายเสรี คือการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ทั้งงบประมาณ NHS และทรัพยากรมนุษย์

พวกเขาจึงเลือกที่จะ "เจ็บแต่จบ" ในวันนี้ เพื่อ "กำไรทางสังคม" ในอีก 20 ปีข้างหน้า



🔴 บทสรุปของ "มรดกทางสังคม"

ประวัติศาสตร์มักจารึกชื่อของผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับกฎหมายฉบับนี้ ประวัติศาสตร์จะจารึกในฐานะ "ผู้หยุดยั้ง"

อังกฤษกำลังสาธิตให้โลกเห็นว่า "ของขวัญ" ที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้คนเจนเนอเรชั่นอัลฟ่า (Gen Alpha) ไม่ใช่เทคโนโลยีล้ำสมัย หรือหนี้สาธารณะ แต่คือ "ปอดที่สะอาด" และ "สังคมที่ปลอดจากสิ่งเสพติด"

การกล้าขัดใจคนรุ่นเก่าในวันนี้ เพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่ในอีก 50 ปีข้างหน้า... นั่นแหละคือวิสัยทัศน์ของผู้นำที่แท้จริง



🔴 แล้วคุณล่ะ... คิดว่าไทยพร้อมสำหรับก้าวนี้หรือยัง?

เราจะยังคงเป็นประเทศที่บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายแต่หาซื้อได้และบุหรี่มวนยังคงขายดี

หรือเราควรเริ่มขีดเส้นแบ่งบางอย่าง... เพื่อให้ลูกหลานของเราในอนาคต หันกลับมามองยุคสมัยนี้แล้วสงสัยว่า

"คนสมัยก่อน เขาสูบควันพิษเข้าร่างกายกันไปทำไม?"

🍃 🇬🇧 ✨

24/10/2025
📌วันที่ 12 ตุลาคม 2567นายธนพิพัฒน์ ธำรงสุธัญยุทธ์ ประธานสถาบันปลาดาว เป็นวิทยากร เวทีเสวนา ”สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ลู...
12/10/2024

📌วันที่ 12 ตุลาคม 2567
นายธนพิพัฒน์ ธำรงสุธัญยุทธ์ ประธานสถาบันปลาดาว เป็นวิทยากร เวทีเสวนา ”สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ลูก “
ที่ช่อง Thai Pbs เวลา 10.00-12.00 น
ให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงลูก ให้มีความสุข สมการความสุขที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ พ่อแม่คือบุคคลสำคัญคนแรกๆ ที่ทำให้ลูกมีความสุขได้

….ถ้ามีปัญหา เรื่องเด็ก และวัยรุ่น สอบถามได้นะครับ ถ้าตอบได้ยินดีครับ

วันที่ 12 ตุลาคม 67 10.00-12.00 ไปเป็นวิทยากร เสวนา “ สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ลูก “ที่ช่อง Thai PBS ไปฟังได้ครับ
03/10/2024

วันที่ 12 ตุลาคม 67
10.00-12.00
ไปเป็นวิทยากร เสวนา “ สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ลูก “
ที่ช่อง Thai PBS ไปฟังได้ครับ

02/10/2024

วันที่ 12 ตุลาคม 67
10.00-12.00
ไปเป็นวิทยากร เสวนา “ สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ลูก “
ที่ช่อง Thai PBS ไปฟังได้

📌น้องๆเป็นแบบไหนกันครับ ….ลองมาแชร์กันในเม้น ข้างล่างได้นะครับ
17/09/2024

📌น้องๆเป็นแบบไหนกันครับ
….ลองมาแชร์กันในเม้น ข้างล่างได้นะครับ

คำพูดที่ว่า “ทำได้ทุกอย่าง.. แต่ไม่เก่งสักอย่าง..” คุณเห็นด้วยกับคำนี้ไหมครับ? หากเป็นเมื่อ 10 ปีก่อนผมอาจจะคล้อยตามคำพูดนี้ แต่ในสถานกาณ์ปัจจุบันที่วิธีคิดเปลี่ยนวิธีการเปลี่ยน อาจทำให้ประโยคที่ว่า “…แต่ไม่เก่งสักอย่าง” อาจไม่จริงเสมอไปล่ะ!!

บทความชิ้นหนึ่งของคุณ Gaurav Sharma ผู้เชี่ยวชาญด้าน Agile เล่าว่า โดยทั่วไปแล้วพนักงานในองค์กรสามารถแบ่งออกได้สองกลุ่มใหญ่ ตามความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Specialists) และความเชี่ยวชาญทั่วไป (Generalists) ซึ่งสามารถจัดหมวดหมู่บุคคลเหล่านี้ตามรูปร่างของตัวอักษรได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ พนักงานรูปตัว I, รูปตัว T, รูปตัว M, รูปตัว V และรูปตัว X แต่ละรูปแบบสะท้อนถึงความลึกและความกว้างของความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน⁣

ทั้ง 5 รูปแบบนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรของเราได้อย่างไร? มาลองค้นหาไปด้วยกัน⁣

อ่านฉบับเต็มได้ที่ ➾ brightsidepeople.com/คุณเป็นพนักงานไทป์ไหน/

🟦 I-shape⁣
พนักงานรูปตัว I: ฉายา นักดำน้ำลึก⁣

🟩 T-shape⁣
พนักงานรูปตัว T: ฉายา นักสร้างสะพาน⁣

🟨 M-shape⁣
พนักงานรูปตัว M: ฉายา ปลาหมึกยักษ์⁣

🟧 V-shape⁣
พนักงานรูปตัว V: ฉายา นักสร้างประติมากรรม⁣

🟥 X-shape⁣
พนักงานรูปตัว X: ฉายา ผู้นำแห่งอนาคต⁣



A Cup of Culture⁣
────⁣
#วัฒนธรรมองค์กร⁣



==================⁣
ติดต่อสอบถามและพูดคุยกับที่ปรึกษาในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร⁣
📞: 0939322445 📧: [email protected]
(คุณเจตน์ Business Development Manager)

📌ขโมยความคิด ของคนที่เก่งที่สุดในโลก
27/08/2024

📌ขโมยความคิด ของคนที่เก่งที่สุดในโลก

แนวคิดดีๆที่ได้
จากหนังสือ
"ขโมยความคิดของ
คนเก่งที่สุดในโลก"

1. การที่จะประสบความสำเร็จ
ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จำเป็นที่สุดคือต้อง
มีความรักในสิ่งที่ทำ

2. คนที่ประสบ
ความสำเร็จจะเรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง
และแสวงหาความรู้ใหม่ๆอย่างไม่มี
ที่สิ้นสุด เพื่อพัฒนา
ตัวเองอยู่เสมอ

3. ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเราไม่กล้าเสี่ยง
เพราะทุกสิ่งที่เราทำย่อมมีความเสี่ยง
แต่รางวัลที่จะได้รับจาก
ความเสี่ยงคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

4. เหตุผลสำคัญที่สุด
ที่ทำให้คนเราจนหรือรวยคือ
ความเชื่อ จงเริ่มด้วยความเชื่อ
ที่จะสร้างพลังอันยิ่งใหญ่ว่า
เราเกิดมาเพื่อรวย และจงมุ่งมั่นต่อสู้พยายาม
และอุตสาหะ สักวันเรา
จะเอาชนะโชคชะตาได้สำเร็จ

5. คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับคุณค่าที่ยิ่งใหญ่
ในตัวเอง เราต้องไม่ดูถูกตัวเอง และ
เชื่อมั่นในคุณค่าความสามารถและ
ความพยายามของเราทำสิ่งที่เราทำอยู่ให้ดีที่สุด
จะทำให้เราได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ
ในชีวิตได้ ขอเพียงเชื่อมั่นในคุณค่า
ของตัวเองเท่านั้น

6. ความล้มเหลวเป็น
ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
แต่มันจะมีค่ามากถ้าเราเรียนรู้และจดจำไว้
เป็นบทเรียนสอนตัวเองบนเส้นทางที่เดินต่อไป
ข้างหน้า แม้ในวันที่เราประสบความสำเร็จ

7. การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนิสัยที่แย่ๆแม้จะเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ก็ยังดีกว่าการไม่พยายาม อย่างน้อยที่สุด เราจะเป็นคนที่พัฒนาขึ้นทุกวันและในที่สุดการสร้างนิสัยใหม่ที่ดีขึ้นจะกลายเป็นผลสำเร็จและดึงผลลัพธ์ที่ดีกว่าเข้ามาในชีวิต

8. ความสำเร็จของคนเราย่อมเกิดมาจากความคิด และความคิดแรกในจุดเริ่มต้น ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพราะเป็นตัวกำหนดเป้าหมายสูงสุดที่เราจะไปถึง ความคิดใหญ่จะทำให้เรามีพลัง
มีความทะเยอทะยานและไม่ยอมแพ้

9. เมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงคำดูถูกได้
ต้องมองในแง่บวกเพื่อใช้เป็นแรงกระตุ้นตัวเอง
ให้พยายามมากขึ้น พัฒนาขึ้นและ
ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

10. การจะทำสิ่งหนึ่งให้สำเร็จได้ต้องใช้พลัง
ถ้าปราศจากความชอบและความหลงใหล
ในงานย่อมไม่มีพลังที่จะสร้างผลงานที่ดีที่สุด
ได้ความสำเร็จเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด
ในการทำงาน ซึ่งเกิดจากการแสวงหาความรู้
ประสบการณ์ และการพัฒนาตัวเอง

11. เลิกคิดที่จะทำตามคนอื่น
แล้วค้นหาตัวเองและทำในสิ่ง
ที่แตกต่าง แล้วเราจะประสบความสำเร็จ

12. คนรวยจะใช้เวลากับการคิด
วางแผนและลงมือทำ เพราะบางสิ่ง
จะเปลี่ยนแปลงไปทันทีถ้าลงมือทำ
เป็นการขยับตัวไม่ใช่ขยับปากด้วยการบ่น
แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง

13. ความเข้มแข็งคือ
สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้
เราสามารถต่อสู้กับอุปสรรคปัญหาและ
ลุกขึ้นจากความท้อแท้ที่เกิดขึ้นในชีวิต
ทุกครั้งที่สามารถผ่านพ้นสิ่งต่างๆได้
จะรู้สึกถึงพลังความเชื่อมั่นในตัวเอง

14. เป้าหมายคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
ทำให้มีพลัง ทำให้เรามองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่เป็นบวกในชีวิต นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง

15. การกระทำของเราย่อมเกิดจากทัศนคติ
ถ้าเราอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น
ไม่ใช่ว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงที่การกระทำ
แต่เราต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ทัศนคติของเราก่อน
ถ้าเราพร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่ดีเข้ามา
ในชีวิตก็ต้องเริ่มต้นใหม่ด้วยวิธีคิด
ที่ดีกว่าเดิมเท่านั้น

16.การเลือกคบกับคนที่ประสบความสำเร็จ คนที่มีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับความสำเร็จ สามารถชี้ทางและดึงเราไปสู่ความสำเร็จให้เราได้

17. คนที่ประสบความสำเร็จ จะไม่มีขอบเขตจำกัดความฝัน และฝันไกลกว่าคนส่วนใหญ่ทั่วๆไป ซึ่งจะทำให้เขาไปถึงจุดที่คนอื่นไปไม่ถึงทำให้มีทุกสิ่งทุกอย่างที่คนอื่นไม่สามารถมีได้ในชีวิต

18. อย่าใช้ชีวิตไปวันๆอย่างขาดพลังและขาดเป้าหมาย ชีวิตจะมีความหมายมีคุณค่าเมื่อเรามีพลัง
ที่เกิดจากแรงบันดาลใจ หรือความปรารถนา
อันแรงกล้าที่จะใช้ชีวิตในแต่ละวัน
อย่างกระตือรือร้นและมีความสุข

19. ความสำเร็จต้องใช้เวลาและความพยายาม การก้าวไปสู่ความสำเร็จต้องก้าวไปทีละก้าว จดจ่อและทุ่มเทกับสิ่งที่เราทำ ถ้าเราสนุกกับทุกก้าวที่เดิน
เส้นทางที่เราเดินจะไม่ยาวไกลและ
เราจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้เร็วกว่าที่คิด

20. แต่ละคนเกิดมามีพรสวรรค์
ที่แตกต่างกันและไม่สามารถทำบางสิ่ง
ได้ดีเท่าเทียมกัน ผู้นำที่ฉลาดจะรู้ว่าใคร
สามารถทำอะไรได้ดีที่สุด แล้วใช้
พรสวรรค์ของคนให้เป็น จะเป็นผู้นำ
ที่ประสบความสำเร็จ

หนังสือเล่มนี้ยังมีข้อคิดดีๆ อีกมาก
หากสนใจสั่งซื้อได้ที่
Shopee : https://s.shopee.co.th/6V4bQJkihd
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.KhaUi?cc

เข้ากลุ่มไลน์หนังสือพัฒนาตัวเอง
https://line.me/ti/g2/FEXM4HUZGquj15_A0p0jl2-gzG-n_PA_VxG0gg?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default

14/08/2024

📌อยากมี Connection ต้องมี
1.ความสามารถ
2.เงิน
….ถ้าไม่มี 2 อย่างนี้ คุณจะไม่มี คอนเนคชั่น

ขอขอบคุณ  อาจารย์ ดร.ปริญญา บรรจงมณี ครับที่ชวนไปเป็น Guest Speaker ให้กับนักศึกษาในรายวิชา ENT501 Creative Thinking for...
05/08/2024

ขอขอบคุณ อาจารย์ ดร.ปริญญา บรรจงมณี
ครับที่ชวนไปเป็น Guest Speaker ให้กับนักศึกษาในรายวิชา ENT501 Creative Thinking for Innovation and Change.

01/08/2024

❤️เดี๋ยวจะมาเขียนบทความ
ประสบความสำเร็จด้วย
T UP และ Connector
📌รู้จัก 2 อย่างนี้ชีวิตดีขึ้น

ที่อยู่

กรุงเทพ

เบอร์โทรศัพท์

0841256600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pladao Institute สถาบันปลาดาวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Pladao Institute สถาบันปลาดาว:

แชร์