YC Thungyaiwittayakhom School

YC  Thungyaiwittayakhom  School Y.C.

29/10/2022

7 วิธีสู่ ‘การรักตนเอง (Self-Love)’
วิธีที่ 1 การตระหนักรู้เท่าทันความคิดของตัวเอง (Be Mindful)
เราควรรู้เท่าทันความคิดของตัวเองเสียก่อนว่า “เรากำลังคิดอะไรอยู่” และ “เราต้องการอะไร”
เพราะบ่อยครั้งหากเราไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังมองหาอะไร เราจะเติมเต็มตัวเราไม่ถูกวิธี
เช่น
ถ้าเราคิดว่า “ตัวเองไม่ดีพอ”
แม้คนอื่นจะบอกว่าตัวเราดีแค่ไหน
เราจะยังรู้สึกไม่ดีพออยู่ดี
เพราะแท้จริงแล้ว ตัวเราเองต่างหากที่คิดว่าตัวเองไม่ดีพอ
ดังนั้นต้องแก้ที่ต้นเหตุ นั่นคือความคิดของเรา
หรือ
บางคนรู้สึกไม่ดีพอ เพราะมีคนบอกว่า “ตัวเขาไม่ดีพอ”
ถ้าเราตระหนักรู้ว่า ความคิดนี้เกิดจากผู้อื่นมาบอกเรา
เราควรพิจารณาตามความจริงว่า “เรามีตรงไหนที่ไม่ดีพอ” และ “จุดนั้นปรับเปลี่ยนได้หรือไม่”
เพื่อเราจะได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนต่อให้ดีขึ้นได้
อย่างไรก็ตามถ้าในความจริงเราไม่ได้ไม่ดีพอ แต่ในความคิดของคนๆ นั้นเราไม่ดีพอสำหรับเขา
เราคงต้องเลือกปล่อยวางเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว หรือ เราจะเก็บมาคิดต่อไป(?)
***
วิธีท่ี 2 ลงมือทำเพื่อตัวเองอย่างแท้จริง (Just do it for yourself)
การลงมือทำเพื่อตัวเองอย่างแท้จริง
เริ่มต้นด้วยการเลือกทำในสิ่งที่ ‘จำเป็น (Need)’ ก่อนสิ่งที่เรา ‘ต้องการ (Want)’
เพื่อให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีชีวิตที่ตั้งอยู่บนความสมดุล
‘การรักตนเอง’ ไม่ได้เท่ากับ ‘การตามใจตนเอง’ ตลอดเวลา
เพราะเวลาเราใช้อารมณ์นำ บางครั้งเราจะพบว่าตัวเองเหมือนกับเด็กเล็กๆ ที่งอแงเวลาไม่อยากทำอะไรที่ไม่ชอบ ทั้งๆ ที่สิ่งนั้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดี
แต่ถ้าเราใช้ความคิดนำ เราจะพยายามดึงตัวเองกลับมาบนความเป็นจริง รักษาสมดุลของชีวิต โดยการทำสิ่งที่จำเป็นต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
‘การรักตัวเอง’ ไม่ได้แปลว่า เราต้องเลือกทำแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ จนเผลอทำร้ายตัวเองทางอ้อม
เช่น
แม้เราจะชอบกินของหวานมากเพียงใด เราคงไม่เลือกกินแต่ของหวานเพียงอย่างเดียว เพราะร่ากายของเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอื่นๆ ด้วย
ในวันที่เราเศร้าจนเกินทน หลังจากร้องไห้จมกองน้ำตาแล้ว
เราจำเป็นต้องลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง กินอะไรบ้าง หรือ ออกไปพูดคุยกับใครสักคน
แม้ช่วงแรกจะดูฝืนและยากเย็น แต่เมื่อได้ทำแล้ว เราอาจจะรู้สึกดีขึ้นกับตัวเอง
ยิ่งเราทำเพื่อตัวเองในทางที่ดีเท่าไหร่ เราจะมีความรู้สึกดีๆ กลับมาที่ตัวเองเท่านั้น
***
วิธีที่ 3 ดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ (Self-Care)
กลับมาดูแลความต้องการพื้นฐานของเราให้ดีขึ้น
เช่น
กินอาหารดีๆ (ครบ 5 หมู่)
ออกกำลังกายเป็นประจำ
นอนหลับอย่างเพียงพอ
ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง และเป็นตัวเองอย่างที่อยากจะเป็น
ยิ้มเมื่อมีความสุข หัวเราะอย่างเต็มเสียง ร้องไห้เมื่อเศร้า
***
วิธีที่ 4 กำหนดขอบเขตให้ชัดเจน (Set boundaries)
บางคนไม่กล้าปฏิเสธเมื่อใครมาล้ำเส้นของเรา ทำให้บ่อยครั้งตัวเองถูกละเมิดสิทธิ เอาเปรียบ และถูกทำร้ายเป็นประจำ
ดังนั้นการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนหมายถึง การปกป้องสิทธิของตัวเอง ไม่ให้ใครมาเอารัดเอาเปรียบ
ที่สำคัญเพื่อให้เรากล้าพูดปฏิเสธกับอีกฝ่าย หากสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ
***
วิธีที่ 5 ปกป้องตัวเอง และกล้าที่จะตัดความสัมพันธ์ที่เป็นพิษออกไป (Protect yourself)
หากความสัมพันธ์ระหว่างเรากับอีกฝ่ายเริ่มเป็นพิษ กล่าวคืออีกฝ่ายเริ่มทำร้ายเราทั้งทางกายและจิตใจ เราสามารถตัดเขาออกไป หรือ เดินออกมาจากตรงนั้นโดยไม่รู้สึกผิดต่ออีกฝ่ายได้
ที่สำคัญเราสามารถยืนหยัดปกป้องตัวเองในคราวจำเป็น เรากล้าที่จะสู้เพื่อตัวเราเองได้ โดยที่ปล่อยให้เขาทำร้ายเราอยู่ฝ่ายเดียว เพราะแม้เขาจะไม่ได้รักเรา เราสามารถรักตัวเราเองได้
ที่สำคัญคุณค่าภายในตัวเราไม่ได้ถูกบั่นทอนไป แม้เราจะตัดเขาออกไปจากชีวิต
***
วิธีที่ 6 ให้อภัยตัวเองในวันที่ผิดพลาด (Forgive yourself)
เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ในวันที่เราทำผิดพลาด เราพร้อมจะให้อภัยตัวเอง และเก็บความผิดพลาดนั้นเป็นบทเรียนในครั้งต่อไป แม้ความผิดพลาดนั้นจะยังติดอยู่ในใจ แต่เราจะไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดนั้นมาผูกมัดเราไว้กับอดีต เราพร้อมจะเติบโตต่อไป
***
วิธีที่ 7 ใช้ชีวิตอย่างท่ีเราตั้งใจ ไม่ใช่เพื่อความคาดหวังของใคร
ชีวิตที่มีความหมาย เมื่อเจ้าของชีวิตมอบความหมายให้กับชีวิตนั้นผ่านการตั้งใจใช้ชีวิตอย่างที่ตนเองต้องการ
เพราะเมื่อใดที่ชีวิตของเราถูกใช้เพื่อทำตามความคาดหวังหรือความฝันของใคร ชีวิตนั้นไม่ได้เป็นของเราอย่างแท้จริง
เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือผิดหวังขึ้นมา เราจะไม่สามารถยอมรับอย่างที่ควรจะเป็น
ถ้าเราเลือกแล้ว ตัดสินใจแล้ว แม้จะผิดพลาดหรือไม่เป็นดังหวัง อย่างน้อยเป็นเราเองที่ตัดสินใจ ไม่ใช่ใครอื่น
ความรักจะเกิดขึ้นเมื่อเราได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง และทำเพื่อตัวเอง แม้จะฟังดูเห็นแก่ตัว แต่จะไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะการทำเพื่อตัวเองอย่างเต็มที่ ทำให้เราพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อทำให้ขีวิตมีคุณค่าและความหมาย ที่สำคัญเราจะรับผิดชอบต่อการกระทำของเราไม่ให้เป็นภาระของใคร
แม้ทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม ขอเพียงเราเชื่อมั่นในตัวเรากับทางที่เราเลือกเดิน และเดินหน้าเต็มกำลังอย่างที่เรามั่นใจก็เพียงพอแล้ว
จะช้าหรือเร็วไม่สำคัญเท่ากับทุกๆ วัน เราเข้าใกล้จุดหมายที่เราตั้งใจ
**********
ทั้ง 7 วิธีนี้ เราไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดในคราเดียว หรือ ต้องทำจากวิธีที่ 1 เรียงไปถึงวิธีที่ 7
ขอเพียงลองเลือกทำสักขั้นตอนในนี้ เราจะพบว่าตัวเองเริ่มมองเห็นตัวเองในทางที่ดีมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความรักทีละน้อยที่มีให้กับตัวเอง
การเริ่มต้นรักตนเองเป็นกระบวนการที่รีบร้อนไม่ได้
เหมือนการที่จะเริ่มรักใครสักคน เราต้องเริ่มต้นจากการทำความรู้จักอีกฝ่าย
การรักตนเองก็เช่นกัน เราต้องกลับมาทำความรู้จักตัวเราเองเสียก่อน
แค่เพียงเริ่มคิด ความรู้สึกดีๆ จะค่อยๆ เกิดขึ้น
แค่เพียงเริ่มลงมือทำ ความรักจะค่อยๆ ก่อตัว และแบ่งบานภายในตัวเรา
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

 #กิจกรรมอบรมแกนนำและเครือข่ายห้อง นักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (YC:YOUTH COUNSELOR )❤️
18/09/2022

#กิจกรรมอบรมแกนนำและเครือข่ายห้อง นักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (YC:YOUTH COUNSELOR )❤️

02/06/2022

คนส่วนใหญ่ไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง เพราะมันหมายถึงการออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง เมื่อใดที่เราต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง เราอาจรู้สึกกลัวและกังวลกับความไม่แน่นอนที่รอเราอยู่

ในการเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง เราแต่ละคนมีวิธีรับมือกับความไม่สบายใจแตกต่างกันออกไป บางคนอาจใช้การเขียนบันทึกความรู้สึกของตัวเอง เพื่อให้เราเข้าใจมันมากขึ้น หรือบางคนอาจใช้การเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อให้เราไม่หมกหมุ่นกับสิ่งที่กระตุ้นความไม่สบายใจ

ในที่นี้ เราขอเสนอวิธีการอย่างหนึ่งในการรับมือความกลัวและความกังวลที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลง นั่นคือ การสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง ด้วยวิธีการง่าย ๆ คือ การพูดกับตัวเองด้วยคาถาส่วนตัวที่ช่วยเสริมสร้างกำลังใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง

การพูดกับตัวเองอาจให้ความรู้สึกแปลก ๆ ในตอนแรก แต่อยากเชิญชวนให้ทดลองทําดู เพราะเมื่อเราพูดให้กำลังใจตัวเองบ่อย ๆ มันจะช่วยให้เราเกิดความมั่นใจมากขึ้น และเป็นเครื่องป้องกันไม่ให้เราคิดวนกับความคิดทางลบที่เกิดจากความกลัวและความกังวล

เอาล่ะ มาร่ายคาถาสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองกัน!

~~เปิดรับสมัครชุมนุมนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา(YC)🌟พี่ๆน้องๆคนไหนที่สนใจจะสมัครสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดตามภาพได้เลยจ้ามาสมัครก...
30/05/2022

~~เปิดรับสมัครชุมนุมนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา(YC)🌟
พี่ๆน้องๆคนไหนที่สนใจจะสมัครสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดตามภาพได้เลยจ้า
มาสมัครกันเยอะๆน๊าาา🫶🏻

22/04/2022

เมื่อลูกทำผิด อย่าปกป้องลูกในทางที่ผิด
พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกของตัวเองเป็นที่ยอมรับ เป็นที่รักของเพื่อน และเป็นเด็กที่ดีในสายตาของทุกคน
แต่ทุกคนก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เราทำผิดพลาดและเผลอทำสิ่งที่ไม่ดีลงไป
ซึ่งการกระทำเหล่านั้นอาจจะทำให้ตัวเขาเองและผู้อื่นเดือดร้อน หรือ ข้าวของเสียหาย
หากพ่อแม่ยอมรับได้ว่า “ลูกเราทำผิดพลาด เราต้องสอนเขาให้ทำในสิ่งที่ถูก ด้วยการรับผิดชอบต่อการกระทำของตน ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยหรือปกป้องเขาจากความผิดนั้น”
ลูกจะได้เรียนรู้บทเรียน และทำในสิ่งที่ถูกในครั้งต่อไป
แต่สำหรับพ่อแม่บางคนยอมรับไม่ได้ว่าลูกทำผิดและเลือกที่จะปกป้องลูกในทางที่ผิด
ด้วยวาทะกรรมที่หลายคนเคยได้ยิน
“ลูกฉันเป็นคนดี”​
“ลูกเป็นเด็กเรียนเก่ง”
“ไม่ทำเรื่องน่าอายแบบนั้นหรอก”
แม้ความผิดที่ลูกทำในวันนั้นอาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ
แต่การกระทำของพ่อแม่ที่ปกป้องเขาในทางที่ผิด
กำลังจะก่อให้เกิดปัญหาที่หนักหนาสาหัสกว่านั้น...
**********
แนวทางในการรับมือเมื่อลูกทำในสิ่งไม่ถูกต้อง
ข้อที่ 1 “ตั้งสติ อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน หรือ ทำอะไรบุ่มบ่ามลงไป”
รับฟังลูกและคนในเหตุการณ์ เพื่อนำมาพิจารณาให้ถ้วนทั่วว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อไตร่ตรองในสิ่งที่เกิดขึ้นดีแล้วว่า “ลูกทำผิดจริง” เราควรสอนเขาให้รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
**********
ข้อที่ 2 สอนให้ “ขอโทษ” “รับผิดชอบต่อการกระทำ” และ “ไม่ทำผิดซ้ำสอง”
“การขอโทษ” คือขั้นแรกของการรับรู้ว่า “สิ่งที่ทำลงไปนั้นเป็นสิ่งที่ผิด”
แต่ “การรับผิดชอบต่อการกระทำ” คือการรู้สึกสำนึกผิดและพยายามชดเชยอย่างสุดความสามารถเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น
แม้การรับผิดชอบต่อการกระทำด้วยการทำอะไรบางอย่างเพื่อชดเชยในสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่ทำลงไปแล้วได้
แต่อย่างน้อยก็ทำให้ความรู้สึกผิดในใจเราและความรู้สึกไม่ดีที่เกิดขึ้นของอีกฝ่ายเบาบางลงไปบ้างเท่าน้ันเอง
ขั้นสุดท้ายที่สำคัญที่สุดของการสำนึกผิดอย่างแท้จริงคือ “การไม่ทำผิดซ้ำสอง” นั้นเอง
คำถาม “ทำไมเราไม่ควรลงโทษอย่างรุนแรงเพื่อให้เด็กหยุดทำสิ่งที่ผิด”
คำตอบ “แม้การลงโทษที่รุนแรงจะทำให้เด็กหยุดทำพฤติกรรมในทันที แต่เด็กไม่ได้หยุดเพราะเรียนรู้ แต่เขาหยุดด้วยความกลัวถูกลงโทษ ดังนั้นการลงโทษที่รุนแรงทำได้เพียงหยุดไว้ชั่วคราว เขาอาจจะไม่ทำพฤติกรรมนั้นต่อหน้าเรา พอไม่มีเราอยู่ตรงนั้นลับ เขาอาจจะแอบทำเมื่อมีโอกาส ที่สำคัญการลงโทษที่รุนแรงนำไปสู่การเลียนแบบพฤติกรรมที่รุนแรง เด็กอาจจะนำไปใช้กับเพื่อนหรือคนที่มีอำนาจน้อยกว่าเขาได้”
สิ่งที่ดีที่สุดคือการสอนเด็กให้ทำพฤติกรรมที่เหมาะสม
ทำให้ดู
พาเขาทำ
ทำด้วยกัน
ปล่อยเขาทำเอง
ฝึกฝนเป็นประจำ
ทำได้เองแล้ว อย่าลืมชื่นชม
ไม่อยากให้เด็กทำพฤติกรรมที่ไม่ดี เราต้องสอนเขาทำพฤติกรรมที่ดี ไม่ใช่แค่ห้ามแล้วไม่สอนอะไร เพราะเด็กจะไม่มีทางเลือกและทางออก
การบอกเด็กว่า “ไม่” “อย่า” “หยุด” “ห้าม” เด็กรู้เพียงแค่ว่าเราไม่ให้เขาทำแบบนั้น แล้วเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง
ดังนั้นบอกเด็กให้ชัดเจนว่า “ไม่ให้ทำ....แล้วให้เขาทำอะไร....”
พฤติกรรมไม่ดีจะไม่หายไป หากยังได้รับความสนใจอยู่ ซึ่งความสนใจหมายรวมทั้งในทางที่ดีและไม่ดี
เช่น
เด็กหยิกแก้มน้อง น้องร้องไห้ ทุกคนสนใจสิ่งที่เขาทำ
แม้แม่จะบอกให้เขาหยุด แต่คนในบ้านอาจจะหัวเราะกับสิ่งที่เกิดขึ้น เด็กจะมีแนวโน้มทำพฤติกรรมนั้นต่อไป เพราะเขากลายเป็นจุดสนใจของคนในบ้านนั่นเอง
**********
ข้อที่ 3 “พ่อแม่ควรกลับมาทบทวนว่าที่ลูกทุกพฤติกรรมไม่เหมาะสม เพราะสาเหตุหลักมาจากสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า?”
(1) “พ่อแม่มีเวลาคุณภาพให้ลูกเพียงพอไหม?”
เพราะเด็กที่ไม่ได้รับความรัก ความสนใจที่พอเพียง เด็กจะพยายามเรียกร้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งยิ่งเวลาเด็กที่ทำพฤติกรรมดีแต่ไม่มีใครมองเห็น เขาจะเลือกทำพฤติกรรมที่ได้รับความสนใจมากกว่า หรือ สนุกมากกว่า เช่น การเเกล้งเพื่อน การทำพฤติกรรมไม่ดีต่างๆ
ดังนั้น กลับไปกอดลูก รับฟังเขา อ่านนิทาน บอกรัก ขอบคุณลูก เมื่อเขาทำพฤติกรรมดีๆ แม้เป็นเรื่องที่ทำทุกวัน อย่าชินชากับสิ่งที่ลูกทำ
ที่สำคัญหากพ่อแม่ไม่มีเวลา หรือ ไม่เคยสละเวลาให้ลูกเลย เมื่อถึงเวลาต้องสอนลูก ลูกจะไม่ฟัง หรือฟังแต่ไม่ทำตาม เพราะเราไม่เคยมีอยู่จริง ไม่เคยอยู่ตรงนั้นกับเขาเลย
(2) “ที่บ้านมีตารางเวลา กฎกติกา และวินัยที่ชัดเจนไหม?”
เพราะเด็กที่ขาดวินัย จะนอน จะกิน จะเล่น จะทำอะไรเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อเข้าไปสู่สังคมที่มีกฎกติกาที่ชัดเจน แล้วเขาต้องควบคุมตัวเอง ย่อมเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ผนวกกับการที่ที่บ้านขาดวินัย ไม่ปล่อยให้ลูกช่วยเหลือตัวเองตามวัย ส่งผลให้เด็กต้องพึ่งพาคนอื่น ทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตัวเอง ทำให้เขาเมื่อเข้าสู่สังคม เขาเรียกร้องให้คนอื่นช่วยเขา ปกป้องเขา โดยไม่พยายามช่วยเหลือตัวเองก่อน ซึ่งเรามักเห็นเด็กแบบนี้ในรูปแบบ “เด็กที่เอาแต่ใจ” นั่นเอง
(3) “ที่บ้านมีใครให้ท้ายเด็กหรือไม่?”
เพราะถึงแม้ว่าพ่อแม่จะสั่งสอนเด็กตามหัลกการที่เหมาะสมแล้ว หากมีใครคนใดในบ้าน ทำตรงข้ามกับเรา คอยปกป้องเมื่อเด็กทำผิด เด็กจะเรียนรู้ว่า “ไม่ว่าฉันทำผิดอะไร จะมีคนช่วยฉันแน่นอน” ดังนั้นเด็กจะทำพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อไป
(4) “เราเป็นแบบอย่างที่ดีแล้วหรือยัง?”
บางคนเวลาทำผิดก็ไม่กล้ายอมรับ ไม่ยอมพูดขอโทษ
บางคนชอบแก้ตัว ทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด
ผู้ใหญ่คือแบบอย่างของเด็ก เราควรเป็นแบบอย่างที่ดีเสียก่อน
เราไม่ควรแก้ตัวและหาข้ออ้างให้การกระทำผิดของเรา
เมื่อทำผิดต้องยอมรับและขอโทษ ไม่ใช่ว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วผิดไม่ได้
ถ้าพ่อแม่ทำผิดต่อกันก็ควรขอโทษกัน เมื่อทำผิดต่อลูกก็ควรขอโทษลูกได้เช่นกัน
เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่าทุกคนทำผิดได้ แต่ต้องยอมรับผิด
และรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองด้วย ไม่ใช่ขอโทษแบบขอไปทีให้เรื่องจบ
**********
ข้อที่ 4 “เมื่อเด็กทำผิดไม่ได้แปลว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กไม่ดี เขาเพียงทำพฤติกรรมที่ไม่ดีเท่านั้นเอง”
พ่อแม่บางคนยอมรับไม่ได้ที่ลูกตัวเองทำผิด บ้างจะออกมาปฏิเสธเพื่อช่วยเหลือลูกทันทีว่า
“ลูกฉันไม่ได้ทำแบบนั้น”
“ลูกฉันเป็นเด็กดี”
การปกป้องลูกเช่นนี้กลับทำร้ายลูกในระยะยาวอย่างแสนสาหัส
เพราะแทนที่จะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้แล้วปรับปรุงตัวเอง แต่กลับกลายเป็นว่าลูกได้เรียนรู้สิ่งที่ตรงกันข้าม
“ฉันจะไม่ยอมรับผิดโดยเด็ดขาด”
“ฉันไม่มีวันผิด”
“ฉันไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง”
“คนอื่นต่างหากที่ต้องปรับเปลี่ยนและยอมรับฉัน”
ลูกจะเติบโตมาโดยไม่ยอมรับความจริงกับสิ่งที่ตัวเองเป็นและกระทำ
และจะรับไม่ได้อย่างยิ่งหากคนอื่นไม่ยอมรับตัวเขาเอง
พ่อแม่ควรสอนลูกให้ทำตัวเป็นคนที่มีคุณค่าและทำสิ่งที่สมควรได้รับการยอมรับจากสังคม
ไม่ใช่เรียกร้องให้สังคมยอมรับในตัวลูกของเรา
**********
ข้อที่ 5 “ในวันที่ลูกทำผิด ไม่ซ้ำเติมลูก และไม่โทษตัวเองจนเกินไป ยอมรับ รับมือและเดินหน้าต่อ”
แม้พ่อแม่จะพยายามสุดความสามารถแล้ว บางครั้งเราก็ไม่สามารถปกป้องลูกจากการทำความผิดได้
สิ่งที่เราควรตระหนักในวินาทีที่ลูกทำผิดไป คือรับผิดชอบให้ดีท่ีสุดในฐานะพ่อแม่
เราจะไม่ปกป้องลูกจากความผิดของเขา
เราจะให้เขารับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำลงไป
โดยที่เราจะไม่ซ้ำเติมความผิดพลาดของลูก อย่าจมอยู่กับความผิดพลาดยาวนาน
ยอมรับ และเดินหน้า
แม้จะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้ลูก แต่เคียงข้างลูกในขณะที่เขาพยายามแก้ปัญหาและรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาทำ
เชื่อมั่นในตัวเรากับลูกเดินหน้าทำส่ิงที่ถูกต่อไป
**********
สุดท้าย วันนี้ที่ลูกเรายังเป็นเพียง “เด็ก” ความผิดที่เขาทำแม้จะเบาบาง แต่ถ้าพ่อแม่ไม่สอนเขาในทางที่ถูกในวันนี้
วันข้างหน้าที่ลูกกลายเป็น “ผู้ใหญ่” ความผิดที่เบาบางจะเป็นเรื่องที่หนักหนา วันนั้นจะไม่มีใครช่วยลูกของเราได้ และสังคมจะเป็นสอน(/ลงโทษ)เขาเอง
“เมื่อลูกทำผิด พ่อแม่อย่าปกป้องเขาในทางที่ผิด สิ่งที่เราทำคือสอนเขาให้รับผิดชอบต่อการกระทำ และไม่ทำผิดซ้ำสอง
สิ่งเราสอนเขาในวัยเยาว์จะช่วยให้ลูกพิจารณาชั่งใจก่อนลงมือทำ และเลือกทำในสิ่งที่ถูกเมื่อถึงเวลานั้น”
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายคนไหน ? ที่มีความสนใจทางด้านนิเทศศาสตร์ โอกาสมาถึงแล้วที่จะได้เข้าร่วมโครงการดี ๆ เพื่อสร้า...
30/01/2022

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายคนไหน ? ที่มีความสนใจทางด้านนิเทศศาสตร์ โอกาสมาถึงแล้วที่จะได้เข้าร่วมโครงการดี ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับตัวเอง จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นอกจากนี้ ยังได้ลุ้นรับทุนการศึกษาเรียนฟรี ระดับปริญาตรี อีกด้วย !

ปลดปล่อย Passion เชื่อมต่อสู่ BUCAVERSE !

สิ้นสุดการรอคอย กับการเดินทางเข้าสู่ปีที่ 10 ของโครงการ BUCA Talent ซึ่งเฟ้นหาสุดยอดนักนิเทศศาสตร์ที่พร้อมจะก้าวข้ามขีดจำกัดด้วย Passion ของตัวเองแบบ Unlimit ใน BUCA Talent X : Cross Your Limit With Your Passion สู่การเป็นสุดยอดนักนิเทศศาสตร์ ที่สามารถออกแบบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง

เพราะ BUCAVERSE คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ และพัฒนา Skills กันอย่างไร้ขีดจำกัด ในโลกของการเรียนรู้อันไร้ขอบเขต บอกเลยว่าห้ามพลาด เตรียมตัวให้พร้อม และมาคว้าโอกาสในการชิงทุนการศึกษาเรียนฟรี 4 ปี จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพไปด้วยกัน !

📌 สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 28 กุมภาพันธ์ 2565

ติดตามรายละเอียดการรับสมัครหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bucatalentx.com

Facebook : BUCA Talent
Instagram : bucatalent
Twitter :




https://forms.gle/JszvwPHeVcnZ9wJk9📣📣ประกาศ ประกาศ!! ขอเชิญพี่ๆน้องๆและเพื่อนๆชาวทุ่งใหญ่วิทยาคมทุกคน เข้าร่วมกิจกรรม NB...
18/12/2021

https://forms.gle/JszvwPHeVcnZ9wJk9
📣📣ประกาศ ประกาศ!! ขอเชิญพี่ๆน้องๆและเพื่อนๆชาวทุ่งใหญ่วิทยาคมทุกคน เข้าร่วมกิจกรรม NBI YOUTH CLUP PARTY AND HAPPY MERRY CHRISTMAS เนื่องในวันคริสต์มาสค่ะ กิจกรรมนี้ได้ทั้งความสนุกสนานและมีแจกของรางวัลด้วยนะคะ กดสมัครที่ลิงก์ด้านบนได้เลยค่ะ อย่าลืมมาสมัครกันเยอะๆนะคะ~
#โควิดทำให้เราห่างไกล ออนไลน์ทำให้เราใกล้กัน

ปฏิทินการรับสมัครนักเรียน​ ปีการศึกษา2564​   (ปรับตามสถานการณ์​ Covid-19)
21/04/2021

ปฏิทินการรับสมัครนักเรียน​ ปีการศึกษา2564​ (ปรับตามสถานการณ์​ Covid-19)

26/03/2021

ทุกไลค์ทุกแชร์มีความหมาย​ ​ #ทุ่งใหญ่วิทยาคม

26/03/2021

ทุกไลค์ทุกแชร์มีความหมาย​ ​ #ทุ่งใหญ่วิทยาคม

26/03/2021

ทุกไลค์ทุกแชร์มีความหมาย​ ​ #ทุ่งใหญ่วิทยาคม

26/03/2021

ทุกไลค์ทุกแชร์มีความหมาย​ ​ #ทุ่งใหญ่วิทยาคม

ที่อยู่

ทุ่งใหญ่
Amphoe Thung Yai
80240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:00
อังคาร 09:00 - 16:00
พุธ 09:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 16:00
ศุกร์ 09:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

075489212

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ YC Thungyaiwittayakhom Schoolผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์