กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยขอนแก่น HR KKU

โทร เว็บไซต์ ติดต่อ มหาวิทยาลัย

กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยขอนแก่น HR KKU กองทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดพิธีรับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2569ในวันที่ 23 กันยายน 2569  มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดพิธ...
23/09/2026

มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดพิธีรับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2569

ในวันที่ 23 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดพิธีรับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อส่งมอบเกียรติยศและความภาคภูมิใจให้แก่คณาจารย์และบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และทำคุณประโยชน์ให้แก่การศึกษาและสังคมมาอย่างยาวนาน

พิธีในเช้าวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมเกียรติ โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมพิธีและร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกท่าน

ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับคณาจารย์และบุคลากรทุกท่านที่ได้รับเกียรติอันสง่างามในครั้งนี้ครับ

ขอขอบคุณทีมจากกองสื่อสารองค์กร ในการบันทึกภาพในครั้งนี้ ท่านสามารถดาวน์โหลดภาพได้ที่
https://storage.kku.ac.th/share.cgi?ssid=c24999fd0e854a17912f549215e5e81c

22/09/2026

ประมวลภาพบรรยากาศ
🌟 “ชื่นชม ยินดี ด้วยไมตรีและขอบคุณ” ประจำปี 2569
💜 เพราะทุกความสำเร็จของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เกิดขึ้นจาก “พลังของคน”

22 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงาน “ชื่นชม ยินดี ด้วยไมตรีและขอบคุณ” ประจำปี 2569 ณ หอประชุมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อร่วมแสดงความชื่นชม ยินดี และขอบคุณบุคลากรผู้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและสังคม

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความภาคภูมิใจ และรอยยิ้มของผู้เข้าร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของคนในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

✨ ทุกผลงานมีความหมาย
✨ ทุกความทุ่มเทมีคุณค่า
✨ ทุกคนคือพลังสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่น

งานในครั้งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งการส่งต่อคำขอบคุณจากมหาวิทยาลัยไปยังบุคลากรทุกคน ผู้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่นให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

เพราะมหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าด้วยชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว
แต่ก้าวไปข้างหน้า… ด้วยพลังของคน

ขอขอบคุณทุกความทุ่มเท ทุกหยาดเหงื่อ ทุกความคิดสร้างสรรค์ และทุกหัวใจที่ร่วมกันทำให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเดินหน้ามาถึงวันนี้ 💜

#ชื่นชมยินดีด้วยไมตรีและขอบคุณ

#มหาวิทยาลัยขอนแก่น

#พลังของคนคือพลังของมหาวิทยาลัย

📢 ถ่ายทอดสด พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “ชื่นชมยินดี ด้วยไมตรีและขอบคุณ” มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ประจำปี 2569 🌈 ในวันอังคารที...
21/09/2026

📢 ถ่ายทอดสด พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “ชื่นชมยินดี ด้วยไมตรีและขอบคุณ” มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี 2569
🌈 ในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2569 ⏱️ เวลา 09.00 น.เป็นต้น
🧭 ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น

✅️ รับชมผ่านช่องทาง Facebook มหาวิทยาลัยขอนแก่น
https://www.facebook.com/share/17fbJBCvKA/

✅️ รับชมผ่านช่องทาง YouTube KKU Channel

🎉🎉มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับคณาจารย์ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแห...
21/09/2026

🎉🎉มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับคณาจารย์ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ จำนวน 4 ราย
[ตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 228 ง วันที่ 18 กันยายน 2569 ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งศาสตราจารย์]
#ตำแหน่งทางวิชาการ #ศาสตราจารย์ #มหาวิทยาลัยขอนแก่น

21/09/2026

ก่อนจะเป็น “มหาวิทยาลัยขอนแก่น”
​
วันที่สภาถามว่า
​ ​ ​ ​ ทำไมไม่ใช้ชื่อ “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”?
​
​ ​ ​ ​ ถ้าย้อนกลับไปช่วงปลายปี พ.ศ. 2508 ชื่อ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น” ยังไม่ได้ลงหลักปักฐานสมบูรณ์อย่างที่เราคุ้นกันทุกวันนี้นะคะ
​
​ ​ ​ ​ จริง ๆ ก่อนจะมาถึงจุดนี้ รัฐบาลมีโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือดำเนินอยู่ก่อนแล้ว และใช้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” มีการเตรียมทั้งคน งาน งบประมาณ และทรัพย์สินเอาไว้แล้วด้วย
​
​ ​ ​ ​ แต่พอจะทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัว มีกฎหมายรองรับ มีสภามหาวิทยาลัย มีอธิการบดี มีอำนาจจัดการเรียนการสอน วิจัย และออกปริญญาได้อย่างเป็นทางการ ก็เลยต้องนำเรื่องเข้าสภา
​
​ ​ และตรงนี้เองที่ชื่อ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น” เริ่มเข้ามาแทนที่ชื่อเดิม
​
​ ​ ​ ​ เรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำหน้าที่นิติบัญญัติ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2508 ในการประชุมครั้งที่ 199
​
​ ​ ​ ​ วันนั้นไม่ได้มีร่างกฎหมายเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพียงฉบับเดียวนะคะ แต่เข้ามาคู่กันถึง 2 ฉบับ
​ ​ ​ ​ - ​ ฉบับแรกคือ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ....
​ ​ ​ ​ - ส่วนอีกฉบับคือร่างกฎหมายสำหรับโอนกิจการเดิมของ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาอยู่กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น
​
พูดง่าย ๆ คือ ฉบับหนึ่งมีไว้
​ ​ ​ ​ “ตั้งบ้านใหม่”
​
ส่วนอีกฉบับมีไว้
​ ​ ​ ​ “ย้ายของจากบ้านเดิมเข้าบ้านใหม่”
​
ทำไมต้องตั้ง “มหาวิทยาลัยขอนแก่น”?
​ ​ ​ ​ ผู้เสนอร่างต่อที่ประชุมคือ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี
​
เหตุผลของรัฐบาลไม่ได้ซับซ้อนค่ะ
​ ​ ​ ​ รัฐบาลต้องการขยายโอกาสด้านการศึกษาระดับสูงและการวิจัยออกไปสู่ส่วนภูมิภาคมากขึ้น และเมื่อจะให้มหาวิทยาลัยมีฐานะเป็นนิติบุคคล สามารถบริหารงานและทรัพย์สินของตัวเองได้ ก็จำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับ
​
ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงวางแทบทุกอย่างที่มหาวิทยาลัยหนึ่งแห่งต้องมี ตั้งแต่
​ ​ ​ ​ - วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
​ ​ ​ ​ - สภามหาวิทยาลัย
​ ​ ​ ​ - อธิการบดี
​ ​ ​ ​ - รองอธิการบดี
​ ​ ​ ​ - คณะต่าง ๆ
​ ​ ​ ​ - การจัดการศึกษา
​ ​ ​ ​ - การวิจัย
​ ​ ​ ​ - ไปจนถึงการให้ปริญญา
​
ฟังดูเหมือนเรื่องโครงสร้างราชการธรรมดา ๆ
​ ​ ​ ​ แต่พอเปิดให้อภิปราย สมาชิกก็ไม่ได้ถามกันแค่เรื่องตัวบทกฎหมายค่ะ มีตั้งแต่คำถามว่า
​
​ ​ ​ ​ - อธิการบดีและรองอธิการบดีควรมีคุณสมบัติแบบไหน
​ ​ ​ ​ - คนที่เก่งด้านวิชาการจะบริหารคนจำนวนมากและดูแลนักศึกษาได้จริงหรือเปล่า
​ ​ ​ ​ - ไปจนถึงเรื่องระเบียบและเครื่องแต่งกายของนักศึกษา
​
​ ​ ​ ​ สมาชิกบางท่านมองว่า การเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่มีวุฒิสูงหรือเคยสอนหนังสือมาเยอะแล้วจะพอ เพราะยังต้องบริหารองค์กร ดูแลบุคลากร และดูแลนักศึกษาจำนวนมากด้วย
​
​ ​ ​ ​ จอมพลถนอมก็ชี้แจงว่า เวลาพิจารณาคนที่จะมาเป็นอธิการบดีหรือรองอธิการบดี รัฐบาลไม่ได้มองเฉพาะวุฒิการศึกษา แต่ต้องดูความเหมาะสมและความสามารถด้านการบริหารปกครองประกอบกันด้วย
​
แต่ประเด็นที่อ่านแล้วสะดุดที่สุด กลับเป็นเรื่องที่ดูธรรมดามากค่ะ
​ ​ ​ ​ เรื่องชื่อมหาวิทยาลัย
​
​ ​ ​ ​ แล้วทำไมไม่ใช้ชื่อ “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”?
​
คนที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาถามคือ นายอินทร์ จันทร์สถิตย์
​ ​ ​ ​ เขาตั้งข้อสังเกตว่า เดิมมหาวิทยาลัยแห่งนี้ใช้ชื่อ “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”
แต่พอมาเป็นร่างกฎหมายฉบับนี้ กลับเปลี่ยนเป็น
​ ​ ​ ​ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น”
​
​ ​ ​ ​ คำถามของเขาไม่ได้มาในลักษณะคัดค้านชื่อขอนแก่นตรง ๆ แต่เป็นคำถามเผื่ออนาคต
ตอนนั้นมหาวิทยาลัยยังมีเพียง คณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะเกษตรศาสตร์
ถ้าวันหนึ่งมหาวิทยาลัยใหญ่ขึ้น มีคณะมากขึ้น หรือกิจการขยายออกไปยังจังหวัดอื่น การใช้ชื่อที่ผูกติดกับจังหวัดขอนแก่นเพียงจังหวัดเดียวจะเหมาะหรือไม่
​
​ ​ ​ ​ เป็นคำถามที่น่าสนใจนะคะ เพราะถ้ามองจากชื่อเดิม “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ฟังแล้วเหมือนตั้งใจให้เป็นมหาวิทยาลัยของทั้งภูมิภาค แต่ชื่อใหม่กลับเลือกเจาะจงไปที่จังหวัดหนึ่ง
​
​ ​ ​ ​ จอมพลถนอมตอบว่า รัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้มาแล้ว และเห็นว่าการตั้งชื่อมหาวิทยาลัยตามสถานที่ตั้งไม่ใช่เรื่องแปลก พร้อมยก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง
​ ​ ​ ​ ส่วนถ้าในอนาคตมหาวิทยาลัยจะต้องขยายกิจการออกไปที่อื่น ก็สามารถพิจารณากันได้อีกที
​ ​ ​ ​ แต่ในเวลานั้น มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น และยังสามารถเพิ่มคณะต่าง ๆ ขึ้นตามความต้องการได้ รัฐบาลจึงเห็นว่าชื่อที่เหมาะสมคือ
​ ​ ​ ​ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น”
​
​ ​ ​ ​ นี่จึงเป็นช่วงหนึ่งของการประชุมที่ทำให้เห็นเลยว่า ชื่อมหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเลือกคำให้ไพเราะ แต่เกี่ยวกับภาพของมหาวิทยาลัยในอนาคตด้วย
​
​ ​ ​ ​ จะเป็นมหาวิทยาลัยที่ผูกตัวเองกับจังหวัดขอนแก่น หรือจะใช้ชื่อที่ครอบคลุมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ?
​
​ ​ ​ ​ สุดท้ายรัฐบาลเลือกแบบแรกค่ะ
​
​ ​ ​ ​ เมื่ออภิปรายกันพอสมควรแล้ว ประธานถามที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่นหรือไม่
​
​ ​ ​ ​ ผลคือ สมาชิกยกมือเห็นชอบเป็นส่วนมาก และไม่มีผู้ยกมือไม่เห็นด้วย
​
​ ​ ​ ​ ร่างกฎหมายจึงผ่านวาระรับหลักการ และถูกส่งไปให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารายละเอียดต่อ
​
แต่วันนั้นยังมีอีกเรื่องที่ต้องจัดการค่ะ
​
​ ​ ​ ​ เพราะต่อให้สภาเห็นชอบกับการตั้ง “มหาวิทยาลัยขอนแก่น” แล้ว ก็ยังเหลือคำถามว่า
แล้วมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ทำกันมาก่อนหน้านี้ล่ะ จะทำอย่างไร?
​
คำตอบอยู่ในร่างกฎหมายฉบับที่สอง
​ ​ ​ ​ ชื่อเต็มค่อนข้างยาวว่า
​ ​ ​ ​ ร่างพระราชบัญญัติโอนกิจการการจัดตั้งมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากสำนักงานสภาการศึกษาแห่งชาติ ไปเป็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. ....
​
ชื่อยาว แต่ใจความสั้นมากค่ะ
​ ​ ​ ​ คือให้เอาสิ่งที่ทำไว้แล้วทั้งหมด โอนมาเป็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
​
ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อบนป้าย
​ ​ ​ ​ แต่รวมถึง กิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย
​
ถ้าพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ
​ ​ ​ ​ รัฐบาลไม่ได้ล้มของเดิมแล้วเริ่มสร้างมหาวิทยาลัยขึ้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์
​ ​ ​ ​ - ของเดิมมีอยู่แล้ว
​ ​ ​ ​ - มีคนทำงาน
​ ​ ​ ​ - มีงบประมาณ
​ ​ ​ ​ - มีทรัพย์สิน
​ ​ ​ ​ - มีกิจการที่เดินหน้าไปแล้ว
​
​ ​ ​ ​ พอจะตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้เป็นมหาวิทยาลัยตามกฎหมายจริง ๆ ก็แค่ต้องจัดให้ชัดว่า
​ ​ ​ ​ จากนี้ทุกอย่างย้ายมาอยู่ภายใต้ชื่อ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น”
​
​ ​ ​ ​ ร่างฉบับนี้แทบไม่มีอะไรให้ถกกันมาก จอมพลถนอมเสนอแล้วไม่มีสมาชิกอภิปรายเพิ่มเติม
เมื่อประธานถามว่าจะรับหลักการหรือไม่ ที่ประชุมก็ยกมือเห็นชอบเป็นส่วนมาก และไม่มีผู้ยกมือไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน
​
​ ​ ​ ​ เรื่องของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในวันที่ 30 กันยายนจึงจบลงด้วยการที่ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับผ่านวาระรับหลักการ
​
แต่ยังไม่จบกระบวนการนะคะ
​ ​ ​ ​ เพราะหลังจากนั้นร่างทั้งสองฉบับต้องถูกส่งไปให้คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจรายละเอียดกันอีกที
​
​ ​ ​ ​ แล้วอีกเกือบสามเดือนต่อมา เรื่องนี้ก็กลับเข้าสภาอีกครั้ง
________________________________________
23 ธันวาคม 2508 : จากคำถามเรื่องชื่อ สู่ขั้นตอนสุดท้ายของกฎหมาย
​
​ ​ ​ ​ วันที่ 23 ธันวาคม 2508 ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับกลับมาที่สภาอีกครั้ง
แต่บรรยากาศต่างจากวันที่ 30 กันยายนค่อนข้างชัดค่ะ
​
​ ​ ​ ​ รอบแรกสมาชิกยังคุยกันว่า ควรมีมหาวิทยาลัยนี้อย่างไร ชื่ออะไร ผู้บริหารควรมีคุณสมบัติแบบไหน
แต่รอบนี้ หลักการใหญ่ผ่านไปหมดแล้ว
​
คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เอาร่างไปตรวจ แก้ และไล่ดูรายละเอียดทีละมาตรามาเรียบร้อย
พูดง่าย ๆ คือ รอบเดือนกันยายน สภาบอกว่า
​ ​ ​ ​ “แนวคิดนี้เอาไปทำต่อได้”
​
ส่วนวันที่ 23 ธันวาคม คือวันที่เอาร่างที่แก้รายละเอียดแล้วกลับมาถามว่า
​ ​ ​ ​ “แบบนี้เรียบร้อยหรือยัง ถ้าเรียบร้อยก็ให้เป็นกฎหมายกันเลย”
​
เริ่มจาก ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น
​ ​ ​ ​ กรรมาธิการมีการแก้ไขรายละเอียดอยู่หลายมาตรา ขณะที่บางมาตรายังคงข้อความเดิม
เนื้อหาทั้งหมดก็ยังอยู่บนหลักเดิม คือทำให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีฐานะและโครงสร้างเป็นมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัว
​
​ ​ ​ ​ - มีสภามหาวิทยาลัย
​ ​ ​ ​ - มีอธิการบดีและรองอธิการบดี
​ ​ ​ ​ - มีคณะ
​ ​ ​ ​ - มีอาจารย์
​ ​ ​ ​ - มีทรัพย์สิน
​ ​ ​ ​ - มีระบบบริหาร
​ ​ ​ ​ - มีอำนาจจัดการศึกษาและวิจัย
​ ​ ​ ​ - รวมถึงออกปริญญาให้ผู้สำเร็จการศึกษาได้
​
ตรงนี้ถ้ามองย้อนกลับไปจะเห็นว่า สิ่งที่สภากำลังทำไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อจาก ​ ​ ​
​ ​ ​ ​ “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” เป็น “มหาวิทยาลัยขอนแก่น”
​
แต่กำลังทำให้โครงการมหาวิทยาลัยที่เริ่มเดินมาก่อนหน้านั้น กลายเป็นองค์กรที่มีกฎหมายรองรับอย่างจริงจัง
​
และเมื่อร่างผ่านมือกรรมาธิการมาแล้ว การพิจารณาในสภาครั้งนี้จึงไม่ได้มีการอภิปรายยาวเหมือนครั้งแรก
​
ประธานไล่พิจารณาไปตามมาตราต่าง ๆ สมาชิกไม่ได้เสนอประเด็นใหม่จนเกิดการถกเถียงใหญ่
​
แล้วก็มาถึงการลงมติขั้นสุดท้าย
​ ​ ​ ​ ที่ประชุม เห็นชอบเป็นส่วนมาก และไม่มีผู้ยกมือไม่เห็นด้วย
​
​ ​ ​ ​ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงผ่านสภาไปในขั้นที่พร้อมจะเดินหน้าเป็นกฎหมาย
​
​ ​ ​ ​ จากนั้นก็มาถึงร่างฉบับที่สอง เรื่องการโอนกิจการจากมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
​
ร่างนี้ยิ่งเรียบง่ายกว่าเดิมค่ะ
​ ​ ​ ​ กรรมาธิการรายงานว่า ไม่มีผู้แปรญัตติ และไม่มีการแก้ไขร่าง ตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ ไปจนถึงเนื้อหามาตราต่าง ๆ ยังคงตามร่างเดิม
​
​ ​ ​ ​ เหตุผลก็น่าจะพอมองเห็นได้ เพราะหลักของกฎหมายฉบับนี้ตรงไปตรงมามาก
เมื่อมีมหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้นมาแล้ว ก็ต้องโอนกิจการเดิมที่สำนักงานสภาการศึกษาแห่งชาติทำไว้ให้มาอยู่กับมหาวิทยาลัยแห่งใหม่นี้
​ ​ ​ ​ - ทั้งงาน
​ ​ ​ ​ - ทั้งคน
​ ​ ​ ​ - ทั้งทรัพย์สิน
​ ​ ​ ​ - ทั้งหนี้สิน
​ ​ ​ ​ - และงบประมาณ
ทุกอย่างต่อเนื่องกันไป
​
เมื่อเข้าสู่การพิจารณา สมาชิกก็ไม่ได้อภิปรายเพิ่มเติม และสุดท้ายที่ประชุมก็ เห็นชอบเป็นส่วนมากโดยไม่มีผู้ยกมือคัดค้าน
​
ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับจึงผ่านสภาไปด้วยกัน
________________________________________
“มหาวิทยาลัยขอนแก่น” ไม่ได้เริ่มจากศูนย์
​
​ ​ ​ ​ ถ้าอ่านรายงานการประชุมสองวันนี้ต่อกัน เรื่องทั้งหมดจะเห็นภาพชัดขึ้นเยอะเลยค่ะ
มหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่ได้เกิดขึ้นแบบว่า วันหนึ่งรัฐบาลตื่นขึ้นมาแล้วบอกว่า
​ ​ ​ ​ “สร้างมหาวิทยาลัยใหม่ที่ขอนแก่นกันเถอะ”
แล้วเริ่มนับหนึ่งทันที
​
แต่ก่อนหน้านั้นมีการดำเนินงานในชื่อ “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” อยู่แล้ว
​ ​ ​ ​ - มีการเตรียมบุคลากร
​ ​ ​ ​ - มีงบประมาณ
​ ​ ​ ​ - มีทรัพย์สิน
​ ​ ​ ​ - มีการจัดการเรียนการสอน
​ ​ ​ ​ - และมีคณะอย่างวิศวกรรมศาสตร์กับเกษตรศาสตร์
​
สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2508 จึงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ
​ ​ ​ ​ จากโครงการมหาวิทยาลัยที่รัฐบาลกำลังสร้าง ไปสู่มหาวิทยาลัยที่มีตัวตนตามกฎหมายอย่างชัดเจน
​
​ ​ ​ ​ ร่างกฎหมายฉบับแรกทำหน้าที่สร้าง “มหาวิทยาลัยขอนแก่น”
​
​ ​ ​ ​ ส่วนฉบับที่สองทำหน้าที่รับช่วงทุกอย่างที่เคยดำเนินการในชื่อ “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” เข้ามาอยู่ใต้มหาวิทยาลัยใหม่
​
ถ้าให้เปรียบแบบง่ายที่สุดก็คงเหมือน
​ ​ ​ ​ สร้างบ้านใหม่ แล้วไม่ได้ซื้อของใหม่ทั้งหมด แต่ขนของจากบ้านเดิมย้ายเข้ามา
เพียงแต่ “ของ” ในกรณีนี้คือทั้งคน งาน เงิน ทรัพย์สิน และกิจการของมหาวิทยาลัย
​
​ ​ ​ ​ และสิ่งที่น่าสนใจมากก็คือ ระหว่างกระบวนการเปลี่ยนผ่านนี้ สภาเคยหยุดถามกันจริง ๆ ว่า
ทำไมต้องชื่อ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น”?
​
ทำไมไม่เก็บชื่อ
​
“มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ​ เอาไว้?
​
​ ​ ​ ​ คำถามนี้อาจดูเล็กเมื่อเทียบกับเรื่องงบประมาณ อาคารเรียน หรือโครงสร้างมหาวิทยาลัย
​
แต่ถ้าคิดอีกที มันเป็นคำถามใหญ่เหมือนกันนะคะ
​
​ ​ ​ ​ เพราะชื่อหนึ่งผูกมหาวิทยาลัยเข้ากับ “ภูมิภาค”
​
​ ​ ​ ​ ส่วนอีกชื่อหนึ่งผูกมหาวิทยาลัยเข้ากับ “จังหวัดที่ตั้ง”
​
​ ​ ​ ​ สุดท้ายรัฐบาลเลือก “ขอนแก่น” และให้เหตุผลว่า การตั้งชื่อมหาวิทยาลัยตามสถานที่ตั้งเป็นเรื่องที่ทำได้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
​
ถ้าวันหนึ่งจะขยายไปที่อื่น ค่อยว่ากันในอนาคต
​
​ ​ ​ ​ แต่ในเวลานั้น บ้านของมหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่ที่ขอนแก่น
​
ชื่อในกฎหมายจึงกลายเป็น
​
​ ​ ​ ​ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น”
​
​ ​ ​ ​ และชื่อ “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ที่เคยใช้ในช่วงการจัดตั้ง ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยไปในที่สุด
​
​ ​ ​ ​ เพราะฉะนั้น ถ้าจะบอกว่าเรื่องของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในปี 2508 เป็นเพียงเรื่องของการ “ตั้งมหาวิทยาลัยใหม่” ก็คงไม่ครบเสียทีเดียวค่ะ
​
มันคือเรื่องของการเปลี่ยนผ่านจากของเดิมไปสู่ของใหม่
​ ​ ​ ​ จากโครงการไปสู่องค์กรที่มีกฎหมายของตัวเอง
​ ​ ​ ​ จากชื่อที่ครอบคลุมทั้งภูมิภาค
​
มาสู่ชื่อจังหวัดที่ตั้ง
​
และจาก “มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”
​
มาสู่ชื่อที่พวกเราคุ้นกันมาจนถึงวันนี้ว่า
​
“มหาวิทยาลัยขอนแก่น”
​
________________________________________
​
ที่มา:
​
​ ​ ​ ​ - รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่นิติบัญญัติ ครั้งที่ 199/วันที่ 30 กันยายน 2508
​ ​ ​ ​ - รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่นิติบัญญัติ ครั้งที่ 205 วันที่ 23 ธันวาคม 2508

📢 สรุปหลักเกณฑ์การปรับระดับ B เข้าสู่ระดับ A (ประกาศ ก.บ.ม. 7/2569) ✨🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀Link:  https://kku.world/07-69สอบถามเพิ่มเต...
19/09/2026

📢 สรุปหลักเกณฑ์การปรับระดับ B เข้าสู่ระดับ A
(ประกาศ ก.บ.ม. 7/2569) ✨

🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀
Link: https://kku.world/07-69
สอบถามเพิ่มเติม
กองทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี
📞043-202338
📧[email protected]

📢 สรุปหลักเกณฑ์การปรับโครงสร้างเงินเดือนใหม่ (ประกาศ ก.บ.ม. 5/2569) ✨มีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569 นี้! เปลี่ยนแปลงอะไรบ้า...
19/09/2026

📢 สรุปหลักเกณฑ์การปรับโครงสร้างเงินเดือนใหม่ (ประกาศ ก.บ.ม. 5/2569) ✨
มีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569 นี้! เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง มาดูสรุปง่ายๆ กันเลยค่ะ 🥰👇

🍀🍀🍀🍀🍀
Link
https://kku.world/5-2569
สอบถามเพิ่มเติม
กองทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี
📞043-202338
📧[email protected]

มหาวิทยาลัยขอนแก่นสานพลังความร่วมมือ 3 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ มข....
11/09/2026

มหาวิทยาลัยขอนแก่นสานพลังความร่วมมือ 3 สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ มข.-ม.อ.-มช. ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด "3 พลังเพื่อแผ่นดิน" สำเร็จลุล่วงด้วยความประทับใจ

ปีนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะเจ้าภาพ ได้รับการขับเคลื่อนความสำเร็จผ่าน "พลังความร่วมมืออันเป็นหนึ่งเดียว" ของทีมงานกองทรัพยากรบุคคล ที่ประสานพลังร่วมกับทุกหน่วยงานภายในอย่างเข้มแข็ง ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่คณะผู้บริหารและบุคลากรจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ครั้งนี้บรรลุตามเป้าหมายทุกประการ

อีกทั้งความสำเร็จอันงดงามในครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนและทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ผนึกกำลังกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

สำหรับก้าวต่อไปในการส่งต่อคบเพลิงแห่งการเรียนรู้ โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ มข.-ม.อ.-มช. ครั้งที่ 10 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการจัดงานต่อไป

#3พลังเพื่อแผ่นดิน #มหาวิทยาลัยขอนแก่น #กองทรัพยากรบุคคลมข #การแลกเปลี่ยนเรียนรู้

🏆 SMART AWARDS 2026ประกาศผลการประกวดการแสดงออกถึงค่านิยม SMARTขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่านจากผลงานที่สะท้อน“...
09/09/2026

🏆 SMART AWARDS 2026

ประกาศผลการประกวดการแสดงออกถึงค่านิยม SMART
ขอแสดงความยินดีกับ
ผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน
จากผลงานที่สะท้อน
“SMART ที่เกิดขึ้นจริงในการทำงาน”

😍 รางวัลเฉพาะด้าน SMART ประเภทบุคคล จำนวน 5 รางวัล ๆ ได้แก่
ด้าน S : Social Devotion with Creation จำนวน 1 รางวัล
- ไม่มีผู้ได้รับรางวัล -
ด้าน M : Management by Fact
นายชาญณรงค์ ประสารกก คณะแพทยศาสตร์

ด้าน A : Achieving Customer Excellence
ผศ.ประกายแก้ว ศิริพูล คณะพยาบาลศาสตร์

ด้าน R : Responsibility & Good governance
นางยุภาพร ทองน้อย สำนักหอสมุด

ด้าน T: Technology & Innovation
นายนพพร สวัสดิ์จุ้ย คณะแพทยศาสตร์

🥰🥰รางวัล SMART รวมทุกด้าน ประเภทองค์กร และประเภทบุคคล
ประเภทองค์กร จำนวน 5 รางวัล ได้แก่
1 คณะวิทยาศาสตร์
2 สำนักหอสมุด
3 สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ
ชมเชย ศูนย์นวัตกรรมการเรียนการสอน
ชมเชย คณะเทคโนโลยี

😘😘😘ประเภทบุคคล จำนวน 5 รางวัล ได้แก่
1 รศ.ดร.จิรวรรณ อภิรักษากร คณะเทคโนโลยี
2 นายเชาวลิต กุดวงค์แก้ว คณะแพทยศาสตร์
3 นางสาวนิติยา ศรีวรเดชไพศาล สำนักหอสมุด
ชมเชย นายสุธน เจริญศิริ วิทยาลัยการคอมพิวเตอร์
ชมเชย ว่าที่ ร.ต.ชณันวัชร์ ชัยนิรันดร์จิต บัณฑิตวิทยาลัย

ขอเชิญทุกท่านร่วมความแสดงความยินดี ในงาน “ชื่นชม ยินดี ด้วยไมตรีและขอบคุณ” ประจำปี 2569
22 กันยายน 2569 เวลา 09.00 – 12.00 น.
Convention Hall ชั้น 2 ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก

ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน 🎉
คุณคือหนึ่งในพลังสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อน KKU SMART ให้เกิดขึ้นจริง
#กองทรัพยากรบุคคล #มหาวิทยาลัยขอนแก่น #ภาพสร้างจากchatgpt

🎉 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอแสดงความยินดีและชื่นชมอย่างยิ่ง 🎉กับบุคลากรประเภทสนับสนุนทั้ง 39 ราย ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงต...
02/09/2026

🎉 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอแสดงความยินดีและชื่นชมอย่างยิ่ง 🎉
กับบุคลากรประเภทสนับสนุนทั้ง 39 ราย ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น 🎖️💼
📌 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารงานบุคคล ประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ก.บ.ม.)
📅 ครั้งที่ 8/2569 | วันที่ 2 กันยายน 2569
💬 ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านเดินหน้าพัฒนาตนเองและร่วมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นเลิศต่อไป
#ขอกำหนดตำแหน่งสูงขึ้นสายสนับสนุน 📝📈🎖️

ที่อยู่

123 ถ. มิตรภาพ กองทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี อาคารสิคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Khon Kaen
40002

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6643202338

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยขอนแก่น HR KKU โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ มหาวิทยาลัย

ส่งข้อความของคุณถึง กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยขอนแก่น HR KKU:

ทางลัด

แชร์