โทร

KKU DRONE HUB ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก KKU DRONE HUB, วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย, คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, Khon Kaen

โครงการวิจัย การพัฒนาเครือข่ายธุรกิจและบริการโดรนทางการเกษตร โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ผ่านหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

20/09/2026

🔐 เปลี่ยนจากนักบินโดรน สู่เจ้าของธุรกิจ! เคล็ดลับบริหารเงิน-รับงานให้ยั่งยืน
แชร์ประสบการณ์จากนักบินโดรนสู่เจ้าของธุรกิจ คุณณรงค์ฤทธิ์ สีคำวัน นักบินโดรนตัวอย่าง จากจุดเริ่มต้นบินรับจ้างทั่วไป ขยับขยายสู่ศูนย์ซ่อมและจำหน่ายโดรนเกษตรครบวงจร
กุญแจสำคัญคือ "การบริหารจัดการเงินและต้นทุน" เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ต้องแบ่งสัดส่วนไว้ดูแล Maintenance อุปกรณ์เสมอ และที่สำคัญคือ ห้ามตัดราคาแข่งกัน แต่ให้เน้นพัฒนาองค์ความรู้ แนะนำเกษตรกรอย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยั่งยืนในระยะยาว อยากรู้ว่าต้องเริ่มต้นบริหารจัดการยังไงให้อยู่รอด? คลิกชมคลิปเต็มได้เลย!
#โดรนเกษตร #เทคโนโลยีการเกษตร #นักบินโดรน #เกษตรสัญจร
……………………………………
เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร

19/09/2026

🎖️ เจาะลึกโดรนเกษตร! บินปลอดภัย ถูกกฎหมาย แจกพิกัดเรียนฟรี
บินโดรนเกษตรอย่างไรให้ปลอดภัยและถูกกฎหมาย? ฟังเทคนิคเจาะลึกจาก รศ.ดร.ขวัญตรี แสงประชาธนารักษ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มาแชร์ข้อควรรู้สำคัญตั้งแต่เรื่องกฎหมาย ห้วงอากาศ การขออนุญาตผ่าน UAV Portal ไปจนถึงขั้นตอนการลงทะเบียนอุปกรณ์กับ กสทช., CAAT และกรมวิชาการเกษตร เพื่อยกระดับสู่การเป็นนักบินโดรนมืออาชีพอย่างถูกต้อง
พร้อมแนะนำช่องทางเรียนรู้และเครื่องมือฟรีจาก มข. ทั้ง page และเว็บไซต์ https://kkudronehub.com/ ที่มีคอร์สสอนโมเดลธุรกิจบริการฉีดพ่น รวมถึง AI ช่วยวิเคราะห์โรคพืช คำนวณอัตราส่วนการพ่น และเช็กสภาพอากาศก่อนบินที่ drones.kku.ac.th ใครที่อยากเริ่มต้นอาชีพนักบินโดรนหรืออยากต่อยอด Smart Farming บอกเลยว่าห้ามพลาด!
#โดรนเกษตร #เทคโนโลยีการเกษตร #นักบินโดรน #เกษตรสัญจร
……………………………………
เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร

🚁🌊 เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปเชียร์ Drone Mission Challenge ริมทะเลกัน!พบกับ Drone Mission Challenge ภายในงาน Thailand Tal...
19/09/2026

🚁🌊 เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปเชียร์ Drone Mission Challenge ริมทะเลกัน!

พบกับ Drone Mission Challenge ภายในงาน Thailand Talent Summit 2026
ภารกิจจำลองช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ที่จะวัดทั้ง ความแม่นยำ ไหวพริบ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
📅 24 กันยายน 2569
📍 ริมชายหาด โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา

☀️ ก่อนมาร่วมงาน TTS2026 อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเชียร์โดรนริมทะเล
☂️ พกร่ม ไว้กันแดดกันฝน — เพราะฟ้าพัทยาเดาใจยากพอ ๆ กับโจทย์การแข่งขัน 🌦️
🕶️ พกแว่นกันแดด เพื่อชมการแข่งขันแบบสบายตา
🧴 ทาครีมกันแดด ปกป้องผิวจากรังสี UV
💧 พก Tumbler คู่ใจมาด้วย มีน้ำดื่มบริการ เติมได้เรื่อย ๆ ให้สดชื่นตลอดการแข่งขัน

📣 แล้วมารับลมทะเล พร้อมส่งเสียงเชียร์เหล่าผู้กล้าท้าลมไปด้วยกัน! 🚁🌊

19/09/2026

💥เจาะโมเดลธุรกิจโดรนเกษตร! ทำเงินหลักแสนถึงล้าน
เจาะลึก 2 โมเดลธุรกิจโดรนเกษตรกับ ผศ.ดร.พัชรี สุริยะ คณะเกษตรศาสตร์ มข. ทั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เน้นบริการสมาชิก สร้างรายได้ 2-4 แสนบาท/ปี และผู้ประกอบการอิสระที่ใช้โดรนใหญ่ ทำเงินได้สูงถึง 1 ล้านบาท/ปี!
พร้อมเคล็ดลับสำคัญในการก้าวข้ามอุปสรรค ด้วยการเติมทักษะการบิน ใช้สารเคมีถูกวิธี และรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายช่วยกันรับงานใหญ่ เพราะบินคนเดียวอาจโตไว แต่ไปเป็นเครือข่ายเติบโตได้ไกลและยั่งยืนกว่าแน่นอน
#โดรนเกษตร #เทคโนโลยีการเกษตร #นักบินโดรน #เกษตรสัญจร
……………………………………
เกษตรสัญจร ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร

ปลดล็อคความเชื่อ เทคนิคเปิดใจเกษตรกรให้ยอมรับโดรน ใน SHOWCASE โครงการ “การพัฒนาเครือข่ายธุรกิจและบริการโดรนทางการเกษตร”ว...
17/09/2026

ปลดล็อคความเชื่อ เทคนิคเปิดใจเกษตรกรให้ยอมรับโดรน ใน SHOWCASE

โครงการ “การพัฒนาเครือข่ายธุรกิจและบริการโดรนทางการเกษตร”

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

การเสวนาครั้งนี้ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.พัชรี สุริยะ จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งฝั่งนักบินโดรน ผู้นำชุมชน และตัวแทนบริษัทเคมีเกษตร มาร่วมแชร์ประสบการณ์และเทคนิคการเปลี่ยนใจเกษตรกร ได้แก่

1.คุณคมกริช วงษ์จันทร์ (คุณโจ้) นักบินโดรนและผู้บุกเบิกการใช้โดรนเกษตรในพื้นที่
2.คุณสมยศ สุขพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการเขตอีสานบน บริษัท บาก้า จำกัด และนักบินโดรนเกษตร
3.กำนันจำนงค์ โนนจุ่น ตำบลบ้านโนน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ
4.คุณอภิวิชญ์ กมลรัมบวร (คุณแทน) พนักงานขายและส่งเสริมการขาย บริษัท บาก้า จำกัด

จาก "ของเล่น" สู่เครื่องมือหลักที่เกษตรกรขาดไม่ได้
ในอดีตเมื่อ 7-8 ปีก่อน โดรนถูกมองว่าเป็นเพียงของเล่นและยังไม่เป็นที่ยอมรับ (มีการใช้งานไม่ถึง 1%) แต่ปัจจุบันในพื้นที่อย่าง อ.หนองเรือ และ อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น มีอัตราการใช้โดรนสูงถึง 50-70% โดยเฉพาะในนาข้าวและไร่อ้อย เนื่องจากระบบชลประทานที่ดีทำให้ทำเกษตรได้ตลอดปี ประกอบกับปัญหาแรงงานที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย โดรนจึงเข้ามาทำหน้าที่ตั้งแต่การหว่านปุ๋ย ฉีดยาคุมวัชพืช และฉีดฮอร์โมน

เทคนิค "เคาะประตูบ้าน-รับประกันผลงาน"
คมกริช วงษ์จันทร์ กล่าวถึงช่วงเริ่มต้นของการใช้โดรนเกษตรที่ไม่มีใครเชื่อมั่น จึงใช้วิธีการเข้าหาลูกค้าเชิงรุก โดยการพิมพ์นามบัตรแล้วขับรถตระเวนไปตามหมู่บ้าน เมื่อเห็นใครทำนาทำอ้อยก็ลงไปแจกนามบัตรและขอร้องให้ทดลองฉีดแค่ 2 ไร่พร้อมเสนอค่าบริการที่ถูกกว่าแรงงานคน (โดรน 100 บาท/ไร่ ในขณะที่จ้างคน 300 บาท/ไร่)

สิ่งสำคัญที่ซื้อใจเกษตรกรได้คือ "การรับประกันผลงาน"
หากฉีดแล้วหญ้าไม่ตาย ยินดีบินฉีดซ่อมให้ฟรี แม้ในยุคแรกเทคโนโลยีโดรนจะยังมีข้อจำกัด (แบตเตอรี่น้อย ถังเล็ก และตกบ่อย) แต่การลองผิดลองถูก ปรับระดับความสูง และศึกษาเรื่องสารเคมีอย่างจริงจัง จนผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทำให้เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปากจนลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

"สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น"
พลังของแปลงสาธิตในมุมมองของจำนงค์ โนนจุ่น ในฐานะผู้นำชุมชน เกษตรกรโดยเฉพาะชาวอีสานมักมีความเชื่อที่เปลี่ยนได้ยาก การจะให้ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ต้อง "ทำให้เห็นจริง" กำนันจำนงค์จึงร่วมมือกับบริษัทเคมีเกษตร จัดทำแปลงสาธิตในจุดที่อยู่ติดถนนใหญ่ เพื่อให้ชาวบ้านและผู้สัญจรไปมาเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างแปลงที่ใช้แรงงานคนปกติ กับแปลงที่ใช้โดรนร่วมกับเคมีภัณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งผลลัพธ์ที่แปลงข้าวสวยงามและไร้วัชพืช เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ทรงพลังที่สุด

การพัฒนานวัตกรรมเคมีเกษตรเพื่อโดรน
อภิวิชญ์ กมลรัมบวร ตัวแทนจากบริษัท บาก้า ให้ความเห็นว่าโดรนจะทำงานได้ดีต้องคู่กับสารเคมี ที่เหมาะสม ในยุคแรกการใช้ยาชนิดผงสีเหลืองทำให้เกิดปัญหาผงยาติดถังโดรนล้างออกยาก และอุดตันหัวฉีด บริษัท บาก้า จึงได้พัฒนาสูตรยาให้กลายเป็นรูปแบบครีมหรือแคปซูลน้ำนม
ที่ละลายน้ำได้ดี ล้างออกง่าย และลดปัญหาการอุดตัน เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานของนักบินโดรนมากที่สุด

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต
การใช้โดรนอย่างถูกวิธีช่วยสร้างกำไรให้เกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น ในไร่อ้อย หากใช้โดรนฉีดฮอร์โมนเสริมในช่วง 4-5 เดือนก่อนเก็บเกี่ยว (ซึ่งเป็นช่วงที่รถไถหรือคนเข้าแปลงไม่ได้แล้ว) จะช่วยเพิ่มผลผลิตได้ถึง 1.5 ตันต่อไร่ (คิดเป็นรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 บาท/ไร่) ในขณะที่ต้นทุนค่าจ้างบินโดรนเพียง 100 บาท/ไร่ ซึ่งถูกกว่าการจ้างแรงงานคนเดินหว่านปุ๋ยอย่างมาก

ก้าวต่อไปด้วยแพลตฟอร์ม Bakaway (บาก้าเวย์)
เพื่อยกระดับการทำเกษตรไปอีกขั้น บริษัท บาก้า ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม "Bakaway" ซึ่งทำงานคล้ายผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI) ให้เกษตรกรใช้งานฟรี โดยสามารถบันทึกข้อมูลแปลง เลือกพันธุ์พืช ดูสภาพอากาศ เช็คปริมาณฝน และวางแผนการใช้ปุ๋ยหรือยาได้อย่างแม่นยำ เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลผลิตล่วงหน้าการปลดล็อคความเชื่อของเกษตรกรให้เปิดใจรับโดรน ไม่สามารถทำได้ด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ "การพิสูจน์ด้วยผลงาน" การกล้าเข้าไปทดลองให้ดู การรับประกันความพึงพอใจ การสร้างแปลงสาธิตให้เห็นกับตา รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เคมีที่ออกแบบมาเพื่อโดรนโดยเฉพาะ
การทำงานร่วมกันระหว่างนักบินโดรน ผู้นำชุมชน และภาคเอกชน คือกุญแจสำคัญที่ทำให้โดรนเกษตรเปลี่ยนสถานะจาก "ของเล่นราคาแพง" กลายเป็น "เครื่องมือทำมาหากิน" ที่เกษตรกรในปัจจุบันขาดไม่ได้

"ตอนนั้นใครเห็นก็มองว่าเป็นของเล่น เราต้องขวนขวายเอง ขับรถไปแจกนามบัตรถึงบ้าน ขอให้เขาทดลองแค่ 2 ไร่ก่อน แล้วรับประกันเลยว่าถ้าหญ้าไม่ตาย เราฉีดใหม่ให้ฟรี... พอเขาเห็นว่าต้นทุนมันถูกกว่าจ้างคน และผลงานมันดีจริง ทีนี้เขาก็บอกต่อกันปากต่อปาก"
— คมกริช วงษ์จันทร์ (นักบินโดรนเกษตรผู้บุกเบิก)

"คนไทยโดยเฉพาะคนอีสานค่อนข้างเชื่อยาก สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องทำให้เขาเห็น เราเลยทำแปลงสาธิตไว้ติดถนนใหญ่เลย พอเขาเดินผ่าน
ขับรถผ่าน แล้วเห็นผลผลิตที่มันแตกต่างอย่างชัดเจน ความเชื่อมั่นมันก็เกิด" — กำนันจำนงค์ โนนจุ่น (ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตและพัฒนาข้าวแปลงใหญ่ ต.บ้านโนน)

"ชาวไร่อ้อยที่ใช้โดรนฉีดฮอร์โมนเสริมในช่วงที่รถเข้าไม่ได้แล้ว จะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.5 ตันต่อไร่ คิดเป็นเงินก็พันกว่าบาท ในขณะที่ต้นทุนจ้างบินโดรนแค่หลักร้อย มันคุ้มค่าและลดต้นทุนได้ชัดเจนมาก" — สมยศ สุขพันธ์ (ตัวแทนบริษัท บาก้า จำกัด / นักบินโดรนเกษตร)

🔋 เปลี่ยนทุกพื้นที่ให้มีพลังงานใช้ได้ดั่งใจ กับ KKUVOLT Mobile Power Station 3 kWhราคาชุดละ 63,990 บาท คุ้มค่า จบ ครบ ใน...
16/09/2026

🔋 เปลี่ยนทุกพื้นที่ให้มีพลังงานใช้ได้ดั่งใจ กับ KKUVOLT Mobile Power Station 3 kWh
ราคาชุดละ 63,990 บาท คุ้มค่า จบ ครบ ในเครื่องเดียว!

ตอบโจทย์หลากหลายภารกิจ ไม่ว่าจะเป็น:
🚜 เกษตรกรรม: ชาร์จโดรนพ่นยา ชาร์จเครื่องมือการเกษตร
🛠️ งานภาคสนาม: แหล่งจ่ายไฟสำรองพกพาสะดวก เติมพลังให้ทุกอุปกรณ์ทำงานได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด
⛺ สันทนาการ/แคมป์ปิ้ง: เที่ยวธรรมชาติแบบสะดวกสบาย ไร้เสียงเครื่องปั่นไฟรบกวน
🆘 เหตุฉุกเฉิน: พร้อมซัพพอร์ตทุกสถานการณ์วิกฤต

🛡️ มั่นใจคุณภาพ: รับประกันนาน 5 ปี | อายุการใช้งานมากกว่า 3,500 รอบ

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / สั่งซื้อ ทักแชทได้เลยครับ/ค่ะ 📲✨

เสวนายกระดับวิสาหกิจชุมชน บริหารโดรนเกษตรอย่างไร ให้สร้างกำไรสู่ชุมชน งานเสวนาครั้งนี้ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ปนัดดา อุตรน...
16/09/2026

เสวนายกระดับวิสาหกิจชุมชน บริหารโดรนเกษตรอย่างไร ให้สร้างกำไรสู่ชุมชน

งานเสวนาครั้งนี้ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ปนัดดา อุตรนคร จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ทั้ง 3 ท่าน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ได้แก่

1. คุณจิตตภูมิ วรรณชัย ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวคุณภาพดีบ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ
2. คุณบัวโฮม สาริพันธ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนปลูกพืชปลอดภัยท่าเดื่อ จ.ชัยภูมิ
3. คุณสายทิพย์ ลามา ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่บ้านโคกสว่าง จ.ขอนแก่น

จุดเริ่มต้นและแรงจูงใจในการใช้โดรนเกษตร
จุดเริ่มต้นของการนำโดรนเข้ามาใช้ในวิสาหกิจชุมชน เกิดจากปัญหาโครงสร้างแรงงานที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว สมาชิกส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 50-70 ปี ทำให้การแบกเป้ฉีดพ่นสารหรือเดินลุยแปลงนาที่มีน้ำขังกลายเป็นเรื่องยากลำบากและเสี่ยงต่อการสัมผัสสารเคมีโดยตรง เมื่อคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ลดลง เทคโนโลยีโดรนจึงกลายเป็นทางออกสำคัญในการทุ่นแรง โดยกลุ่มวิสาหกิจเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนโดรนจากสยามคูโบต้า และได้รับการอบรมทักษะเพิ่มเติมจากทีมวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้สามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในพื้นที่ได้จริง

หัวใจสำคัญของการบริหารจัดการเพื่อสร้างกำไรสู่ชุมชน
การบริหารโดรนให้เกิดความยั่งยืนในระดับชุมชน ไม่ได้มองแค่กำไรที่เป็นตัวเงิน แต่มองถึงประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับร่วมกัน โดยมีแนวทางดังนี้

1. การลดต้นทุนและจัดสรรรายได้ที่เป็นธรรม
กลุ่มจะคิดค่าบริการในราคาพิเศษสำหรับสมาชิก (เช่น ลดจาก 100 บาท เหลือ 80 บาท/ไร่) รายได้จะถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน เช่น แบ่งให้นักบิน 50% และเข้ากองทุนกลุ่ม 50% เพื่อใช้เป็นค่าซ่อมบำรุง หรือนำรายได้ไปรวมกับผลกำไรของกลุ่มเพื่อจ่ายเป็นเงินปันผลคืนให้สมาชิกในตอนสิ้นปี

2. การให้บริการเฉพาะกลุ่มและการรักษามาตรฐาน
บางกลุ่มเลือกที่จะไม่รับจ้างทั่วไปเพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งงานนักบินโดรนรุ่นใหม่ในพื้นที่ และเพื่อควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เช่น การใช้โดรนฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพอินทรีย์ 100% ทำให้สมาชิกมั่นใจได้ว่าแปลงเกษตรจะไม่มีสารเคมีปนเปื้อน

3. การขยายขีดความสามารถของโดรน
นอกจากการฉีดพ่นแล้ว โดรนยังถูกนำมาใช้หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวและหว่านปุ๋ย ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ สม่ำเสมอ และควบคุมปริมาณได้ดีกว่าการใช้แรงงานคน ทำให้ต้นข้าวแตกกอสวยและลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการรับมือ
ในการทำธุรกิจให้บริการโดรนเกษตรระดับชุมชน มักพบอุปสรรคสำคัญ ได้แก่

1. ข้อจำกัดเรื่องอะไหล่และการซ่อมบำรุง
เมื่อโดรนเกิดความเสียหาย การรอสั่งอะไหล่มักใช้เวลานาน ทำให้เสียโอกาสในการรับงาน ทางแก้คือการสร้างเครือข่ายนักบินโดรนในพื้นที่เพื่อพึ่งพาอาศัยกัน และฝึกให้สมาชิกในกลุ่มมีทักษะการซ่อมบำรุงเบื้องต้น

2. ผลกระทบจากนโยบายห้ามบิน (No-fly zones)
ในช่วงที่มีประกาศห้ามบิน จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อวงรอบการทำเกษตร เช่น การกำจัดวัชพืชไม่ทันเวลา และยังกระทบต่อรายได้ของนักบินที่มีภาระต้องผ่อนชำระค่างวดโดรน การมีเครือข่ายที่เหนียวแน่นช่วยให้สามารถปรึกษาและประคับประคองกันในช่วงวิกฤตได้

3. ความผิดพลาดของนักบินมือใหม่
การเกิดอุบัติเหตุหรือบินชนสิ่งกีดขวางเป็นเรื่องปกติในระยะเริ่มต้น การมีวิทยากรหรือพี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและลดความเสียหายได้
ความสำเร็จของการบริหารโดรนเกษตรในวิสาหกิจชุมชน คือการเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้มีความทันสมัย ควบคู่ไปกับการดูแลสมาชิกแบบ "ครอบครัวเดียวกัน" โดรนไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระทางร่างกายของเกษตรกรสูงวัย แต่ยังสร้างระบบนิเวศที่ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งต้นทุนที่ลดลง ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และเงินปันผลที่กลับคืนสู่ชุมชน เมื่อความต้องการใช้งานมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดรนจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะช่วยต่อลมหายใจให้ภาคการเกษตร และอาจเป็นจุดเชื่อมสำคัญที่ดึงดูดให้คนรุ่นใหม่กลับคืนสู่ถิ่นฐานในอนาคต

15/09/2026

ระบบแนะนำการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในนาข้าว
"จากมือหว่านสู่แผนที่นำทางในโดรนการเกษตร"
การปลูกข้าวของเกษตรกรไทยในอดีตมักประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะค่าปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยไนโตรเจนที่เป็นธาตุอาหารหลักที่ต้นข้าวต้องการมากที่สุด เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต สร้างใบ ขยายขนาด และเพิ่มผลผลิต ซึ่งโดยทั่วไปเกษตรกรมักใส่ปุ๋ยตามประสบการณ์ เช่น ใส่ที่อัตราเท่ากันทั้งแปลง หรืออาจจะแตกต่างกันตามที่ตามองเห็นสภาพข้าวภายในแปลง ส่งผลให้บางพื้นที่ในแปลงนาได้รับปุ๋ยมากเกินความจำเป็นจนกลายเป็นต้นทุนสูญเปล่า เกิดสารตกค้างในดิน และปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ในขณะที่บางพื้นที่กลับได้รับปุ๋ยไม่เพียงพอ
เพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนการใส่ปุ๋ยตามความต้องการจริงของพืช และเพิ่มความสม่ำเสมอของผลผลิตทั่วทั้งแปลง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้มีการพัฒนา “เครื่องมือแนะนำการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน (N) ในนาข้าว โดยใช้เทคโนโลยีดาวเทียม” ขึ้น โดยเป็นฟีเจอร์หนึ่งของ “Dragonfly” แพลตฟอร์มดิจิทัลทางการเกษตรเชิงพื้นที่ระดับรายแปลง ซึ่งตัวแอปพลิเคชัน Dragonfly นี้ถือเป็นสิ่งที่เกิดจากแนวคิดแบบ Agriculture Solution อย่างแท้จริง ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาการเกษตรแบบครบวงจรและตรงจุด

“ภานุ เนื่องจำนงค์” หัวหน้าฝ่ายจัดการการเกษตร GISTDA กล่าวว่า การวิเคราะห์ปริมาณไนโตรเจนในนาข้าวผ่านแอปพลิเคชัน Dragonfly มีจุดเริ่มต้นมาจากการใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียม ภายใต้โครงการดาวเทียม THEOS-2 โดยโมเดลการคำนวณนี้ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 และเป็นการทำงานระหว่าง GISTDA, กรมการข้าว และคณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ปรับปรุงโมเดลต้นแบบที่เคยใช้กับข้าวสาลีให้สามารถนำมาใช้จริงกับข้าวในประเทศไทยได้
กลไกการทำงานเริ่มจากที่เกษตรกรระบุปริมาณผลผลิตข้าวที่ต้องการลง จำนวนครั้งและวันที่คาดว่าจะใส่ปุ๋ย สัดส่วนการใส่ในแต่ละครั้ง รวมถึงสูตรปุ๋ยที่จะใช้ในแต่ละครั้งของรอบการเพาะปลูกนั้นลงในแอปพลิเคชัน ระบบจะทำการ หาภาพดาวเทียมที่บันทึกภาพแปลงนาข้าวก่อนถึงกำหนดวันที่เกษตรกรจะใส่ปุ๋ย เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์และคำนวณเป็นปริมาณ ธาตุไนโตรเจนที่ต้นข้าวสะสมอยู่จริง ในขณะนั้น จากการดูดซับไนโตรเจนจากดินที่มีอยู่ก่อนเพาะปลูก เพื่อนำมาประเมินปริมาณธาตุไนโตรเจนที่เกษตรกรต้องใส่เพิ่มเพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวตามที่ต้องการ
โดยผลลัพธ์จะถูกแสดงผลบนหน้าจอสมาร์ตโฟนเป็นแผนที่แปลงเกษตรกรรมที่แบ่งออกเป็น 3 โซนสีตามระดับความต้องการไนโตรเจนของต้นข้าว เช่น โซนสีน้ำตาลเข้ม/แดง เป็นบริเวณที่พืชขาดแคลนไนโตรเจนสูง แอปพลิเคชันจะแนะนำให้ใส่ปุ๋ยในปริมาณมากเป็นพิเศษเพื่อบำรุงต้นข้าว โซนสีเหลือง/ส้ม เป็นบริเวณที่มีปริมาณไนโตรเจนในระดับปานกลางหรือเหมาะสมอยู่แล้ว ระบบจะแนะนำให้ใส่ปุ๋ยในปริมาณปานกลาง และโซนสีเขียว เป็นบริเวณที่มีปริมาณไนโตรเจนสูงเพียงพอแล้ว ระบบจะแนะนำให้ใส่น้อยที่สุดหรือไม่ต้องใส่เลย
อย่างไรก็ดีแม้ว่าระบบจะสามารถสร้างแผนที่คำนวณปริมาณปุ๋ยไนโตรเจนแบบแยกโซนได้อย่างชัดเจน แต่ยังเป็นการยากในทางปฏิบัติที่เกษตรกรจะเดินหว่านปุ๋ยด้วยตนเองตามขอบเขตโซนสีบนแผนที่สมาร์ตโฟน .. ปีนี้จึงถือเป็นปีแรกที่มีการทดสอบเชื่อมโยงแผนที่การแนะนำการใส่ไนโตรเจน จากดาวเทียมเข้ากับโดรนเพื่อการเกษตรอย่างเป็นทางการ…
ฝ่ายจัดการการเกษตรฯ อธิบายว่า การทำงานดังกล่าว เริ่มจากการส่งออกข้อมูลแผนที่ จากแอปพลิเคชัน Dragonfly เข้าสู่รีโมทคอนโทรลของโดรนการเกษตรเชิงพาณิชย์ แผนที่ จะถูกนำไปซ้อนทับบนพิกัดแผนที่ฐาน และโดรนจะสามารถรับทราบ ขอบเขตแปลงและปริมาณปุ๋ยที่ต้องใส่ในแต่ละโซนสีต่างๆ เมื่อเริ่มปฏิบัติการ โดรนจะบินเพื่อฉีดพ่น ปุ๋ยในรูปแบบอัตโนมัติ ตามแผนที่จากแอปพลิเคชัน Dragonfly โดยหัวพ่นหรือช่องปล่อยปุ๋ยจะปรับอัตราการไหลโดยอัตโนมัติ เช่น เมื่อบินเข้าสู่โซนสีน้ำตาลจะเปิดช่องปล่อยปุ๋ยให้ออกในปริมาณมาก และเมื่อบินเข้าสู่โซนสีเขียวจะปรับลดปริมาณการปล่อยปุ๋ยลงทันที
ทั้งนี้คณะทำงานได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเขตชลประทาน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยขอแบ่งแปลงจากเกษตรกรออกเป็น 2 ส่วนเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ คือ แปลงควบคุม ซึ่งให้เกษตรกรมีการใส่ปุ๋ยตามความต้องการของเกษตรกรเองตามประสบการณ์ และ แปลงทดสอบ ที่ใช้ผลการแนะนำที่คำนวณได้จากแอปพลิเคชัน Dragonfly และมีการใส่ปุ๋ย โดยโดรนแบบอัตโนมัติตามแผนที่โซนระดับความต้องการไนโตรเจน
เกษตรกรจะช่วยรายงานติดตามความสมบูรณ์ของต้นข้าว สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทั้งการวัดความสูงและสังเกตความเขียวของใบข้าว จนกระทั่งใส่ปุ๋ยครบทั้ง 2 หรือ 3 รอบ โดยปัจจุบันแปลงทดสอบทั้งหมดยังไม่เข้าสู่การเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่ผลจากรายงานของเกษตรกร พบว่า ต้นข้าวในแปลงทดสอบที่ใช้โดรนบินตามแผนที่ดาวเทียมมีการเจริญเติบโต ความสูง และระดับความเขียวของใบใกล้เคียงกับแปลงควบคุมดั้งเดิมจนแทบไม่เห็นความแตกต่าง แต่ใช้ปริมาณปุ๋ยน้อยกว่าโดยเฉลี่ยประมาณ 2 กิโลกรัมไนโตรเจนต่อไร่
อย่างไรก็ตาม แม้ผลการรายงาน เบื้องต้นจะพบว่าข้าวทั้งสองแปลงมีการเจริญเติบใตใกล้เคียงกัน โดยในแปลงทดสอบสามารถใช้ปุ๋ยไนโตรเจนน้อยกว่า แต่คณะทำงานจะรอดูปริมาณผลผลิตที่จะเก็บเกี่ยวได้จริงในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนอีกครั้ง และยังมีแผนการทดสอบต่อไป จนโมเดลมีความแม่นยำสูงก่อนที่จะขยายไปสู่พืชอื่น ๆ เช่น อ้อย หรือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
สำหรับการผลักดันให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ ในแอปพลิเคชัน Dragonfly ฝ่ายจัดการการเกษตรฯ บอกว่า ปัจจุบันแอปพลิเคชัน Dragonfly ได้พัฒนามาถึงเวอร์ชัน 4 แล้ว มีการส่งเสริมการใช้งานให้เกษตรกร รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านเกษตรไปแล้วกว่า 80,000 รายทั่วประเทศ โดย GISTDA ได้บูรณาการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอและเกษตรตำบล เป็นกลไกหลักในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปถ่ายทอดแก่เกษตรกรในพื้นที่จริง รวมถึงออกแบบแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่าย เหมาะสมกับสังคมเกษตรกรผู้สูงอายุ
การทดสอบการเชื่อมโยงแผนที่ปุ๋ยไนโตรเจนจากดาวเทียมสู่โดรนเกษตรอัตโนมัติในปีนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทย เปลี่ยนผ่านการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่ "เกษตรแม่นยำ" (Precision Agriculture) ช่วยย่อยเทคโนโลยีอวกาศให้ลงมาอยู่บนรีโมทคอนโทรลในมือเกษตรกร ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย.
__________

Rice Field Nitrogen Fertilization Recommendation System: From Manual to Drone Navigation Maps.
Rice cultivation in Thailand faces substantial economic pressure due to high production costs, with chemical nitrogen fertilizers representing one of the largest single operational expenses. Nitrogen is a vital macronutrient essential for robust plant growth and optimal crop yield. However, conventional farming practices in the region rely heavily on personal experience rather than scientific measurement, leading to significant inefficiencies across paddy fields.
To assist farmers in aligning fertilizer applications with the actual biological demands of crops and improving yield uniformity across fields, the Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (GISTDA) developed the "Nitrogen (N) Fertilizer Recommendation Tool in Rice Fields Using Satellite Technology." This feature operates as a component of Dragonfly, a spa digital agriculture platform designed for farm-level crop management.
Panu Nuengjamnong, Head of Agricultural Management, GISTDA, explained the Nitrogen (N) Fertilizer Recommendation Tool was developed through a partnership between GISTDA, the Rice Department, and Kasetsart University. The team successfully adapted a prototype nutrient model that was originally developed for wheat to fit Thai rice cultivation as part of the THEOS-2 project.
To use the tool, farmers simply input their target harvest yield and how many times they plan to apply fertilizer. Just before the scheduled fertilizing date, the system analyzes satellite imagery to estimate the amount of nitrogen the rice plants have absorbed. It then calculates the exact amount of additional fertilizer needed to reach the target yield.
The platform displays analytical results on a mobile application or web application as a 3-color zonal map reflecting the crop's nitrogen requirements: Brown Zone (High Deficit): Indicates severe nitrogen deficiency; the app recommends high fertilizer application, yellow zone (Moderate Level): Indicates adequate nitrogen levels; the app recommends a moderate fertilizer application and green zone (Sufficient Level): Indicates high/sufficient nitrogen levels; the app recommends minimal or no fertilizer application.
To resolve manual spreading challenges, this year marks the first official trial linking satellite-based recommendation maps directly with agricultural drones.

The workflow operates through a seamless digital connection: Data export: Prescription maps generated by the Dragonfly application are transferred to the drone's remote controller, spatial recognition: The drone automatically processes field boundaries and reads the precise fertilizer dosage required for each color zone and autonomous spraying: The drone executes an automated flight path, applying variable-rate fertilizer across the plot strictly according to the map recommendations.
To evaluate practical efficiency, the team collaborated with rice farmers in the irrigated district of Doem Bang Nang Buat, Suphan Buri Province, splitting fields into two comparative plots: Control Plot: Managed using the farmer's traditional fertilizer practices and Test Plot: Managed using Dragonfly app recommendations, with fertilizer applied autonomously by drones according to the color-coded maps.

Farmers monitored and reported crop health twice weekly. Initial observations revealed that rice plants in the test plot matched the control plot in overall growth, height, and leaf greenness, while reducing nitrogen fertilizer application by an average of 2 kg of Nitrogen per rai. The Final yield performance will be assessed during the harvest period between October and November. The team plans to conduct additional trials to further refine the model's precision before scaling the model to other crops, including sugarcane and maize.
The Dragonfly application is currently in Version 4, according to the Agricultural Management Division of GISTDA. The technology has already been introduced to over 80,000 farmers and agricultural officers nationwide through a partnership with the Department of Agricultural Extension.
This year's trial, which directly connects satellite-derived nitrogen recommendation maps with automated agricultural drones, marks a significant milestone in Thailand's transition to Precision Agriculture.
#อว #เกษตร #เทคโนโลยีอวกาศ #โดรน

🚁🌾 วิศวะ มข. พลิกโฉมเกษตรไทยด้วยต้นแบบธุรกิจโดรน!🎉🎖️คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงาน Showcase “พลิกโฉมเกษตรไท...
14/09/2026

🚁🌾 วิศวะ มข. พลิกโฉมเกษตรไทยด้วยต้นแบบธุรกิจโดรน!🎉🎖️

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงาน Showcase “พลิกโฉมเกษตรไทยด้วยต้นแบบธุรกิจโดรน” ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจและบริการโดรนทางการเกษตร โดยมี ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเปิดงาน และ รศ.ดร.ขวัญตรี แสงประชาธนารักษ์ หัวหน้าโครงการ ร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมโดรน สู่การยกระดับภาคการเกษตรไทย 🚁✨

อ่านต่อ https://www.en.kku.ac.th/web/วิศวะ-มข-จัด-showcase-พลิกโฉมเก/

#วิศวะมข #มหาวิทยาลัยขอนแก่น #โดรนการเกษตร #นวัตกรรมการเกษตร #พลิกโฉมเกษตรไทย

เปิดเวทีเสวนา "Agri-Drone Alliance" 3 กูรูแนะทิศทางนักบินโดรนเกษตร ชูจุดแข็ง "รวมกลุ่ม-ไม่ตัดราคา-รู้จริงเรื่องยา" ยกระด...
14/09/2026

เปิดเวทีเสวนา "Agri-Drone Alliance"

3 กูรูแนะทิศทางนักบินโดรนเกษตร ชูจุดแข็ง
"รวมกลุ่ม-ไม่ตัดราคา-รู้จริงเรื่องยา"
ยกระดับสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ขอนแก่น - มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดเสวนาเจาะลึกวงการโดรนเกษตร
ดึง 3 เครือข่ายนักบินโดรนต้นแบบแห่งภาคอีสาน ร่วมถอดบทเรียนความสำเร็จ ชูแนวคิดเปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้า เน้นแข่งขันที่คุณภาพและองค์ความรู้ หวังสร้างระบบนิเวศธุรกิจโดรนเกษตรไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน

ผศ.ดร.พัชรี สุริยะ จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนาในหัวข้อ "Agri-Drone Alliance ผนึกกำลังนักบินโดรนเกษตร สร้างระบบนิเวศธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน" โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการโดรนเกษตรภาคอีสาน 3 ท่าน ได้แก่

คุณณรงค์ฤทธิ์ สีคำวัน ประธานเครือข่ายนักบินโดรนเกษตร อ.กระนวน จ.ขอนแก่น, คุณดิลก ภิญโญศรี ประธานเครือข่ายนักบินโดรนเกษตร จ.ชัยภูมิ และ คุณวีระศักดิ์ พิมทอง นักบินและครูฝึกสอนจากเครือข่าย ก.โก้โดรนเกษตร จ.มหาสารคาม ซึ่งทั้ง 3 เครือข่ายถือเป็นบุคคลต้นแบบ (Role model) ที่ร่วมงานวิจัยกับโครงการโดรนเกษตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้รับการผลักดันให้ได้รับใบอนุญาตการจำหน่ายและถือครองสารเคมีอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากกรมวิชาการเกษตร

ในประเด็นจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มเป็นเครือข่าย คุณณรงค์ฤทธิ์ เผยว่า ในช่วงแรกต้องใช้เวลาพิสูจน์ผลงานให้เกษตรกรเห็นถึง 2 ปี เมื่อลูกค้าเพิ่มมากขึ้น โดรนเพียงตัวเดียวไม่สามารถทำงานได้ทัน จึงเกิดการสร้างเครือข่ายเพื่อแบ่งปันงานและช่วยเหลือกันยามที่โดรนเกิดอุบัติเหตุ โดยเน้นย้ำว่าการทำอาชีพเดียวกันควรเป็น "คู่ค้า" มากกว่า "คู่แข่ง"

ด้านคุณดิลก เล่าว่า เริ่มต้นจากโครงการเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่ภูเขียว และได้ขยายเครือข่ายผ่านการให้คำปรึกษาและแบ่งปันเทคนิคการบินผ่านแอปพลิเคชันไลน์ จนปัจจุบันมีสมาชิกในจังหวัดชัยภูมิถึงหลักร้อยคน

ขณะที่ทางคุณวีระศักดิ์ ซึ่งดูแลพื้นที่อีสานล่าง ระบุว่า การรวมกลุ่มทำให้สามารถให้บริการแบบมืออาชีพได้ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำเรื่องโรคพืช ปุ๋ย หรือสารเคมี รวมถึงการเตรียมอะไหล่สำรอง (Spare Part) ไว้รองรับกรณีเกิดโรคแมลงระบาดที่ต้องแข่งกับเวลา

สำหรับการสร้างระบบนิเวศธุรกิจให้ยั่งยืน วิทยากรทั้ง 3 ท่าน มีความเห็นตรงกันว่า "คุณภาพและมาตรฐาน" คือสิ่งสำคัญที่สุด คุณณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า นักบินโดรนไม่ควรแข่งขันกันตัดราคา
แต่ควรแข่งกันที่องค์ความรู้และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในกลุ่ม สอดคล้องกับคุณวีระศักดิ์ที่เน้นย้ำว่าการรักษามาตรฐานราคาและการจัดยาให้ตรงสเปคเพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร จะทำให้เกษตรกรยอมรับและกลับมาใช้บริการซ้ำ

ทางด้านคุณดิลก เสริมว่า นักบินโดรนในปัจจุบันต้องเป็นเหมือนที่ปรึกษาด้านอารักขาพืช หรือ "หมอยา" ที่สามารถวิเคราะห์โรคและฉีดพ่นได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนและรักษาผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายได้อย่างยั่งยืน

เมื่อพูดถึงปัญหาและอุปสรรค คุณณรงค์ฤทธิ์ ชี้ว่า ปัญหาหลักคือตัวบุคคล หรือผู้บิน (Man) ที่ขาดประสบการณ์และชั่วโมงบิน ทำให้เกิดอุบัติเหตุ และอีกปัญหาคือการใช้ยาไม่ตรงโรค ซึ่งจะทำให้เกษตรกรเสียเงินเปล่าและส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของนักบินโดรนเองนอกจากนี้ยังต้องรู้ลึกถึงธรรมชาติของพืช เช่น การไม่ฉีดพ่นข้าวในช่วงเช้าที่กำลังผสมเกสร เพราะจะทำให้ข้าวเมล็ดลีบ ขณะที่คุณวีระศักดิ์เน้นเรื่องความเข้าใจในสภาพอากาศและพฤติกรรมของแมลงเพื่อเลือกเวลาฉีดพ่นให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ท้ายที่สุด คุณดิลกฝากถึงนักบินโดรนมือใหม่ว่าควรเข้าร่วมเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิคการบินที่ถูกต้อง ป้องกันปัญหาการบินที่ไม่ได้มาตรฐานจนเกิดผลกระทบต่อแปลงเกษตรใกล้เคียง

ผศ.ดร.พัชรี ได้กล่าวสรุปในช่วงท้ายว่าการทำงานโดรนเกษตรไม่ใช่แค่การบินให้เป็นแต่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านเคมีเกษตรมาตรฐานงานและมาตรฐานราคา ซึ่งการรวมกลุ่มช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การทำงานคนเดียวอาจไปได้ไวแต่หากเปลี่ยนคู่แข่งมาเป็นคู่ค้าและทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายจะพาวงการโดรนเกษตรไทยไปได้ไกลและยั่งยืนอย่างแท้จริง

ที่อยู่

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Khon Kaen
40002

เบอร์โทรศัพท์

+66899492359

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ KKU DRONE HUB โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์