ไทหล่มคลินิกเทคนิคการแพทย์

ไทหล่มคลินิกเทคนิคการแพทย์ ตรวจเลือด ปัสสาวะ ตรวจแล็บทางการแพ? คลินิกแล็บ ตรวจเลือด ตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์

🦠 ระวัง! การระบาดของไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)ช่วงนี้มีรายงานการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โรคนี้อาจดูเหมือนไม่ร...
21/04/2026

🦠 ระวัง! การระบาดของไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)
ช่วงนี้มีรายงานการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โรคนี้อาจดูเหมือนไม่รุนแรง แต่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตได้มากกว่าที่คิด



🔎 ไวรัสตับอักเสบเอคืออะไร?

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้ “ตับอักเสบ”
ติดต่อผ่าน อาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ



⚠️ อาการที่ควรระวัง

* อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
* คลื่นไส้ อาเจียน
* ปวดท้อง โดยเฉพาะบริเวณชายโครงขวา
* ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
* ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ

บางรายอาจไม่มีอาการ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้



🧪 การตรวจการติดเชื้อ

การตรวจเลือดสามารถช่วยวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ โดยดูค่าแอนติบอดี เช่น

* Anti-HAV IgM → บ่งบอกว่ากำลังติดเชื้อ
* Anti-HAV IgG → แสดงว่ามีภูมิคุ้มกัน (เคยติดหรือเคยฉีดวัคซีน)

📌 การตรวจเหมาะสำหรับ

* ผู้ที่มีอาการสงสัย
* ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย
* ผู้ทำงานเกี่ยวกับอาหาร
* ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน



🛡️ วิธีป้องกัน

* ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร
* ดื่มน้ำสะอาด ปรุงอาหารให้สุก
* หลีกเลี่ยงอาหารดิบ/กึ่งสุก
* รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ



💡 ทำไมต้องตรวจ?

เพราะการรู้เร็ว = ลดการแพร่เชื้อ + ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
📣 อย่ารอให้มีอาการรุนแรง
หากคุณมีความเสี่ยง หรือสงสัยว่าติดเชื้อ ควรเข้ารับการตรวจทันที

📩 สนใจตรวจสุขภาพ / ปรึกษาเพิ่มเติม ทักแชทได้เลย!

#ไวรัสตับอักเสบเอ #ตรวจสุขภาพ #สุขภาพดีเริ่มที่ตัวเรา #ตรวจเลือดหล่มสัก

24/03/2026

ขอฉลองให้กับวันครบรอบปีที่ 10 บน Facebook ของฉัน ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนฉันมาโดยตลอด ฉันคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้หากไม่มีพวกคุณทุกคน 🙏🤗🎉

แม่ครัว/ผู้ประกอบอาหาร ควรตรวจโรคอะไรบ้าง? 🍽️🧑‍🍳อาชีพแม่ครัวหรือผู้ประกอบอาหาร เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงในการ แพร่เชื้อสู...
18/03/2026

แม่ครัว/ผู้ประกอบอาหาร ควรตรวจโรคอะไรบ้าง? 🍽️🧑‍🍳

อาชีพแม่ครัวหรือผู้ประกอบอาหาร เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงในการ แพร่เชื้อสู่ผู้บริโภค หากมีการติดเชื้อบางชนิดโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้นจึงควรมีการ ตรวจคัดกรองโรคติดต่อสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและตัวผู้ประกอบอาหารเอง



🦠 โรคติดต่อที่ควรตรวจ

1️⃣ ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)
• ติดต่อผ่าน อาหารและน้ำที่ปนเปื้อน
• เป็นโรคสำคัญที่สุดในกลุ่มผู้สัมผัสอาหาร
• อาจไม่มีอาการแต่ยังแพร่เชื้อได้

👉 แนะนำ
• ตรวจภูมิ (Anti-HAV)
• หรือฉีดวัคซีนป้องกัน



2️⃣ ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis 😎
• ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่ง
• แม้ไม่ติดต่อผ่านอาหารโดยตรง แต่มีความเสี่ยงหากมีแผล

👉 แนะนำตรวจ
• HBsAg
• Anti-HBs



3️⃣ ไทฟอยด์ (Typhoid fever)
• เกิดจากเชื้อ Salmonella typhi
• ติดต่อผ่านอาหารและน้ำ

👉 ผู้ติดเชื้อบางรายเป็น “พาหะ” โดยไม่แสดงอาการ
จึงควรตรวจในบางกรณี เช่น
• Stool culture (ตรวจอุจจาระ)



4️⃣ อหิวาตกโรค (Cholera)
• ติดต่อผ่านอาหาร/น้ำปนเปื้อน
• พบในบางพื้นที่หรือช่วงระบาด

👉 ตรวจในกรณีมีความเสี่ยงหรือมีอาการ



5️⃣ พยาธิในลำไส้

เช่น
• พยาธิไส้เดือน
• พยาธิเข็มหมุด

👉 ตรวจ
• อุจจาระ (Stool exam)



6️⃣ เชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหารอื่น ๆ

เช่น
• Salmonella
• Shigella
• E. coli บางสายพันธุ์

👉 ตรวจในกรณี
• ท้องเสียเรื้อรัง
• มีประวัติปนเปื้อนอาหาร



⚠️ อาการที่ “ไม่ควรทำอาหารให้ผู้อื่น”

หากมีอาการเหล่านี้ ควรหยุดงานชั่วคราว
• ท้องเสีย อาเจียน
• มีไข้
• มีแผลติดเชื้อที่มือ
• ตัวเหลือง ตาเหลือง
• ผื่นหรือติดเชื้อผิวหนัง



✅ การตรวจสุขภาพที่แนะนำ (Checklist)

สำหรับแม่ครัว / ร้านอาหาร

✔ ตรวจอุจจาระ (Stool exam)
✔ ตรวจไวรัสตับอักเสบ A และ B
✔ ตรวจสุขภาพทั่วไป (CBC)
✔ ตรวจร่างกายประจำปี



🧼 สำคัญกว่าการตรวจ คือ “สุขอนามัย”

แม้ผลตรวจปกติ แต่ถ้าสุขอนามัยไม่ดี ก็ยังเสี่ยงแพร่เชื้อได้

สิ่งที่ต้องทำเสมอ
• ล้างมือก่อนปรุงอาหาร
• ใส่ถุงมือ/หมวกคลุมผม
• แยกอาหารดิบ-สุก
• ใช้วัตถุดิบสะอาด



📌 สรุป

อาชีพแม่ครัวควรให้ความสำคัญกับ

👉 การตรวจโรคติดต่อ + สุขอนามัย

เพราะอาหาร 1 จาน
อาจส่งผลต่อสุขภาพของ “หลายคน” ได้

ตรวจยีน HLA-B*58:01 ก่อนใช้ยาเก๊าท์ ป้องกันอาการแพ้รุนแรงถึงชีวิตทำไมต้องตรวจยีนนี้ก่อนกินยาเก๊าท์?ยารักษาโรคเก๊าท์ที่ใช...
09/03/2026

ตรวจยีน HLA-B*58:01 ก่อนใช้ยาเก๊าท์ ป้องกันอาการแพ้รุนแรงถึงชีวิต

ทำไมต้องตรวจยีนนี้ก่อนกินยาเก๊าท์?

ยารักษาโรคเก๊าท์ที่ใช้กันบ่อยคือ Allopurinol ซึ่งช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือดได้ดี
แต่ในบางคน ยานี้อาจทำให้เกิด การแพ้ยารุนแรง ได้

อาการแพ้รุนแรงนี้เรียกว่า

Severe Cutaneous Adverse Reactions (SCARs)
เช่น
• ผื่นลอกทั้งตัว
• แผลพุพอง
• ไข้สูง
• อวัยวะภายในอักเสบ

ซึ่งอาจ อันตรายถึงชีวิต

ปัจจุบันพบว่าอาการแพ้ยานี้ เกี่ยวข้องกับยีนชนิดหนึ่งชื่อว่า

HLA-B*58:01

ถ้ามียีนนี้ ความเสี่ยงแพ้ยา Allopurinol จะสูงขึ้นมาก

ดังนั้นแพทย์จึงแนะนำให้ ตรวจยีนก่อนเริ่มยา



ยีน HLA-B*58:01 คืออะไร?

ยีนนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ในบางคน ยีนชนิดนี้จะทำให้ร่างกาย
ตอบสนองต่อยา Allopurinol ผิดปกติ

จนเกิดการอักเสบรุนแรงที่ผิวหนังและอวัยวะต่าง ๆ

ประชากรเอเชียรวมถึงคนไทย
มีโอกาสพบยีนนี้มากกว่าชาวยุโรป



ใครบ้างที่ควรตรวจยีนนี้?

การตรวจเหมาะกับ
• ผู้ป่วย โรคเก๊าท์ ที่กำลังจะเริ่มยา Allopurinol
• ผู้ที่มี กรดยูริกสูง และแพทย์กำลังพิจารณาให้ยา
• ผู้ที่มี ญาติเคยแพ้ยา Allopurinol รุนแรง

การตรวจเพียงครั้งเดียว
สามารถใช้ข้อมูลได้ ตลอดชีวิต



การตรวจทำอย่างไร?

ขั้นตอนง่ายมาก

1️⃣ เจาะเลือดเพียงเล็กน้อย
2️⃣ ส่งตรวจในห้องปฏิบัติการพันธุกรรม
3️⃣ รู้ผลภายในไม่กี่วัน

ผลตรวจจะบอกว่า
• พบยีน HLA-B*58:01 → ควรหลีกเลี่ยงยา Allopurinol
• ไม่พบยีน → สามารถใช้ยาได้ปลอดภัยมากขึ้น



ข้อดีของการตรวจยีนก่อนใช้ยา

✔ ลดความเสี่ยงแพ้ยารุนแรง
✔ ช่วยให้แพทย์เลือกยาที่เหมาะสม
✔ เพิ่มความปลอดภัยในการรักษา
✔ ตรวจเพียงครั้งเดียว ใช้ข้อมูลได้ตลอดชีวิต



สรุป

การตรวจ HLA-B*58:01 เป็นการแพทย์แบบ
Precision Medicine

ช่วยให้แพทย์เลือกยาให้เหมาะกับพันธุกรรมของแต่ละคน
ทำให้การรักษา ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

#ตรวจยีนแพ้ยา #ตรวจเลือดหล่มสัก

🧪 ตรวจยาฆ่าแมลงตกค้างในร่างกาย ด้วยการตรวจเลือดในชีวิตประจำวัน เราอาจได้รับ สารกำจัดศัตรูพืช (ยาฆ่าแมลง) โดยไม่รู้ตัวจาก...
20/02/2026

🧪 ตรวจยาฆ่าแมลงตกค้างในร่างกาย ด้วยการตรวจเลือด

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้รับ สารกำจัดศัตรูพืช (ยาฆ่าแมลง) โดยไม่รู้ตัว
จากอาหาร ผักผลไม้ อาชีพเกษตรกรรม หรือสิ่งแวดล้อม

การตรวจเลือดสามารถช่วยประเมินว่า
📌 ร่างกายมีการสัมผัสสารเหล่านี้มากเกินไปหรือไม่
📌 มีผลต่อระบบประสาทหรือสุขภาพหรือไม่



🌿 ยาฆ่าแมลงเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร
• รับประทานผักผลไม้ที่มีสารตกค้าง
• สูดดมสารเคมีจากการฉีดพ่น
• สัมผัสทางผิวหนัง
• อาชีพเกษตร / งานเกี่ยวกับสารเคมี



🔬 ตรวจเลือดเช็ค “ยาฆ่าแมลง” ตรวจอะไรได้บ้าง?

การตรวจที่ใช้บ่อยคือ

1️⃣ Cholinesterase (AChE / BChE)

👉 ตัวชี้วัดหลัก

สารกำจัดศัตรูพืชกลุ่ม
• Organophosphate
• Carbamate

จะไปยับยั้งเอนไซม์นี้

📌 หากค่า ต่ำกว่าปกติ
อาจบ่งชี้การสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืช



2️⃣ การตรวจสารพิษเฉพาะ (ในบางกรณี)
• ตรวจ metabolite ของสารกำจัดศัตรูพืช
• ใช้ในงานอาชีวเวชศาสตร์
• ใช้ติดตามการสัมผัสเรื้อรัง



⚠️ อาการที่อาจสัมพันธ์กับการสัมผัสยาฆ่าแมลง
• เวียนหัว คลื่นไส้
• อ่อนเพลียผิดปกติ
• ชาปลายมือปลายเท้า
• กล้ามเนื้ออ่อนแรง
• ปวดศีรษะเรื้อรัง
• อาการทางระบบประสาท

ในกรณีรุนแรงอาจเกิดพิษเฉียบพลันได้



👩‍🌾 ใครบ้างที่ควรตรวจ
• เกษตรกร / คนฉีดพ่นสารเคมี
• คนทำงานโรงงานสารเคมี
• ผู้ที่สัมผัสสารเคมีบ่อย
• ผู้มีอาการสงสัยพิษสารกำจัดศัตรูพืช
• ตรวจสุขภาพอาชีวเวชศาสตร์



🧠 การแปลผลสำคัญอย่างไร

ค่า Cholinesterase ต้องดูร่วมกับ
• ค่า baseline เดิมของแต่ละคน
• ระยะเวลาหลังสัมผัสสาร
• อาการ
• การตรวจอื่น ๆ

👉 ค่าเดียวไม่ใช้วินิจฉัยเสมอไป



🛡️ วิธีลดการสัมผัสยาฆ่าแมลง
• ล้างผักผลไม้ให้ถูกวิธี
• แช่น้ำ / ล้างหลายครั้ง
• ใช้อุปกรณ์ป้องกันเมื่อต้องสัมผัสสาร
• หลีกเลี่ยงการฉีดพ่นโดยไม่ป้องกัน
• ตรวจสุขภาพเป็นระยะ



📝 สรุปสั้น ๆ

✅ ตรวจเลือดช่วยประเมินการสัมผัสยาฆ่าแมลงได้
✅ ค่า Cholinesterase เป็นตัวชี้วัดสำคัญ
✅ เหมาะกับกลุ่มเสี่ยงด้านอาชีพ
✅ การรู้เร็วช่วยป้องกันผลกระทบระยะยาว



📌 สารเคมีสะสมอาจไม่แสดงอาการทันที
การตรวจเลือดคือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ
เพื่อดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน 💚


💚 ความรู้สุขภาพ จาก ThailomLab
#ตรวจเลือด #ตรวจสุขภาพ #ตรวจเลือดหล่มสัก

🏃‍♂️ ค่าการอักเสบ CRP ของนักกีฬา บอกอะไรได้บ้าง?หลายคนอาจคิดว่า“เราออกกำลังกายสม่ำเสมอ แข็งแรงดี ทำไมค่า CRP ถึงสูง?”โดย...
06/02/2026

🏃‍♂️ ค่าการอักเสบ CRP ของนักกีฬา บอกอะไรได้บ้าง?

หลายคนอาจคิดว่า

“เราออกกำลังกายสม่ำเสมอ แข็งแรงดี ทำไมค่า CRP ถึงสูง?”

โดยเฉพาะในกลุ่ม นักกีฬา คนออกกำลังกายหนัก หรือสายฟิตเนส
ค่าการอักเสบอย่าง CRP อาจขึ้นได้ โดย ไม่ได้แปลว่าป่วยเสมอไป

มาดูความหมายของ CRP ในมุมนักกีฬากันค่ะ 👇



🔬 CRP คืออะไร?

CRP (C-Reactive Protein)
คือ โปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อมี การอักเสบ
• ใช้ตรวจจากเลือด
• เพิ่มขึ้นเร็วเมื่อมีการอักเสบ
• ลดลงเร็วเมื่อร่างกายฟื้นตัว



💪 ทำไมนักกีฬาถึงมี CRP สูงได้?

1️⃣ การออกกำลังกายหนัก = การอักเสบระดับจุลภาค
• กล้ามเนื้อเกิด micro-injury
• ร่างกายกระตุ้นการซ่อมแซม
👉 ทำให้ CRP สูงขึ้นชั่วคราว

📌 พบได้บ่อยหลัง
• เวทเทรนนิ่งหนัก
• วิ่งมาราธอน
• CrossFit / HIIT
• แข่งกีฬา



2️⃣ Overtraining / พักผ่อนไม่พอ
• ซ้อมหนักต่อเนื่อง
• ร่างกายฟื้นตัวไม่ทัน
👉 CRP อาจสูงเรื้อรัง

สัญญาณร่วมที่พบบ่อย
• อ่อนเพลีย
• สมรรถนะตก
• ปวดเมื่อยไม่หาย
• นอนหลับไม่ลึก



3️⃣ การบาดเจ็บเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น

เช่น
• เอ็นอักเสบ
• กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง
• ข้ออักเสบจากการใช้งานซ้ำ



📊 ค่า CRP ของนักกีฬา ดูยังไง?

โดยทั่วไป
• CRP < 1 mg/L
👉 การอักเสบต่ำ (เหมาะกับนักกีฬาที่ฟื้นตัวดี)
• CRP 1–3 mg/L
👉 อาจมีการอักเสบเล็กน้อย
(พบบ่อยหลังซ้อมหนัก)
• CRP > 3 mg/L
👉 ควรประเมินเพิ่ม
(overtraining, บาดเจ็บ, หรือติดเชื้อ)

❗ ควรดู แนวโน้มค่า (trend) มากกว่าดูครั้งเดียว



⚠️ CRP สูงในนักกีฬา ≠ ป่วยเสมอไป

สิ่งสำคัญคือ
👉 ต้องแยก “การอักเสบจากการฝึก” กับ “การอักเสบจากโรค”

แพทย์มักดูร่วมกับ
• อาการ
• ประวัติการซ้อม
• CK (Creatine Kinase)
• ESR
• WBC



🧠 CRP ช่วยวางแผนการซ้อมได้อย่างไร?

สำหรับนักกีฬา CRP ใช้เป็น
✅ ตัวชี้วัดการฟื้นตัว
✅ สัญญาณเตือน overtraining
✅ ช่วยปรับ intensity การซ้อม
✅ ลดความเสี่ยงบาดเจ็บระยะยาว



🛠️ ดูแล CRP ให้เหมาะสมในนักกีฬา
• วางแผนวันพัก (Rest day)
• นอนหลับให้เพียงพอ
• ดื่มน้ำมากพอ
• โภชนาการต้านการอักเสบ
(โปรตีนคุณภาพดี, Omega-3, ผักผลไม้)
• ตรวจเลือดเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงแข่ง



📝 สรุปสั้น ๆ

✅ CRP เป็นค่าการอักเสบที่สำคัญในนักกีฬา
✅ สูงได้จากการซ้อมหนักและการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
✅ ต้องดูแนวโน้ม ไม่ดูแค่ครั้งเดียว
✅ ใช้ช่วยวางแผนการฝึกและป้องกัน overtraining ได้



📌 นักกีฬาที่ฉลาด ไม่ได้ดูแค่กล้าม แต่ดูค่าภายในด้วย
การตรวจ CRP ช่วยให้ซ้อมได้ยั่งยืน แข่งได้นาน และบาดเจ็บน้อยลง 💚


💚 ความรู้สุขภาพสำหรับสายแอคทีฟ จาก ThailomLab

ค่าเลือด
ระดับ
ความหมาย
คำแนะนำด้าน Recovery
CRP
< 1 mg/L
การอักเสบต่ำ
✅ ร่างกายฟื้นตัวดี ซ้อมได้ตามปกติ
1–3 mg/L
อักเสบเล็กน้อย
⚠️ อาจเพิ่งซ้อมหนัก แนะนำ Active recovery
> 3 mg/L
อักเสบสูง
❌ เสี่ยง overtraining / บาดเจ็บ ควรพัก
> 10 mg/L
อักเสบรุนแรง
🚨 สงสัยติดเชื้อ/บาดเจ็บ ควรพบแพทย์
CK (Creatine Kinase)
< 200 U/L
กล้ามเนื้อปกติ
✅ ฟื้นตัวดี พร้อมฝึก
200–500 U/L
กล้ามเนื้ออักเสบเล็กน้อย
⚠️ พบหลังเวทหรือซ้อมหนัก พักกล้าม
500–1,000 U/L
กล้ามเนื้ออักเสบชัดเจน
❌ ลด intensity / เพิ่มวันพัก
> 1,000 U/L
กล้ามเนื้อเสียหายมาก
🚨 เสี่ยง rhabdomyolysis ต้องประเมินแพทย์
CRP + CK
ต่ำ + ต่ำ
Recovery ดีมาก
💚 ซ้อมต่อได้ วางแผนเพิ่ม performance
CRP ปกติ + CK สูง
กล้ามเนื้อล้า
🟡 เน้นพักกล้าม / โภชนาการโปรตีน
CRP สูง + CK ปกติ
อักเสบจากระบบ
🟠 ตรวจหาการติดเชื้อ / ภูมิ / พัก
CRP สูง + CK สูง
Overtraining
🔴 หยุดซ้อม ฟื้นฟูจริงจัง

🦋 ฮอร์โมนไทรอยด์ แต่ละตัวแตกต่างกันยังไง?หลายคนตรวจเลือดแล้วเห็นค่า TSH, FT4, FT3แต่ยังงงว่าแต่ละตัวทำหน้าที่อะไร และบอก...
01/02/2026

🦋 ฮอร์โมนไทรอยด์ แต่ละตัวแตกต่างกันยังไง?

หลายคนตรวจเลือดแล้วเห็นค่า TSH, FT4, FT3
แต่ยังงงว่าแต่ละตัวทำหน้าที่อะไร และบอกอะไรเกี่ยวกับร่างกายเราบ้าง
มาดูทีละตัวแบบเข้าใจง่ายค่ะ 👇



🔹 1. TSH (Thyroid Stimulating Hormone)

ฮอร์โมนสั่งการ
• สร้างจากต่อมใต้สมอง
• ทำหน้าที่ “สั่ง” ต่อมไทรอยด์ให้ผลิตฮอร์โมน
• เป็นตัวแรกที่เปลี่ยนเมื่อไทรอยด์เริ่มผิดปกติ

ความหมายของค่า
• 🔼 TSH สูง → ไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroid)
• 🔽 TSH ต่ำ → ไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroid)

👉 หมอใช้ TSH เป็น ตัวคัดกรองหลัก



🔹 2. T4 (Thyroxine) / FT4

ฮอร์โมนหลักจากต่อมไทรอยด์
• สร้างจากต่อมไทรอยด์โดยตรง
• เป็นฮอร์โมน “สำรอง”
• ต้องถูกเปลี่ยนเป็น T3 ก่อนถึงจะออกฤทธิ์จริง
• FT4 = T4 ที่พร้อมใช้งาน (Free form)

หน้าที่
• ควบคุมอัตราการเผาผลาญ
• ส่งผลต่อพลังงาน น้ำหนัก อุณหภูมิร่างกาย



🔹 3. T3 (Triiodothyronine) / FT3

ฮอร์โมนออกฤทธิ์จริง
• เกิดจากการเปลี่ยน T4 → T3 ที่ตับและเนื้อเยื่อ
• ออกฤทธิ์แรงและเร็วที่สุด

หน้าที่
• เพิ่มการเผาผลาญ
• กระตุ้นหัวใจ ระบบประสาท กล้ามเนื้อ
• ส่งผลต่ออารมณ์ ความกระฉับกระเฉง

👉 บางคน T4 ปกติ แต่ T3 ต่ำ → ยังมีอาการ



🔄 ความสัมพันธ์ของฮอร์โมนไทรอยด์ (เข้าใจง่าย)

สมอง (TSH)
⬇️ สั่งงาน
ต่อมไทรอยด์ (T4)
⬇️ เปลี่ยน
ฮอร์โมนใช้งานจริง (T3)
⬇️
ควบคุมเมตาบอลิซึ่มทั้งร่างกาย



⚠️ ทำไมบางคนค่าออกมาปกติ แต่ยังมีอาการ?

เพราะ…
• ตรวจแค่ TSH อย่างเดียว
• ร่างกายเปลี่ยน T4 → T3 ได้น้อย
• มีภาวะเครียดเรื้อรัง
• ขาดสารอาหาร (เช่น Selenium, Zinc)
• มีปัญหาตับ ลำไส้

👉 จึงควรดู TSH + FT4 + FT3 ร่วมกันค่ะ
#ตรวจเลือด #ตรวจฮอร์โมน #ตรวจสุขภาพ #ตรวจเลือดหล่มสัก

🧬 ระดับกรดยูริก บอกอะไรเกี่ยวกับเมตาบอลิซึ่มของเราได้บ้าง?หลายคนรู้จัก กรดยูริก ในแง่ของ “โรคเก๊าท์”แต่จริง ๆ แล้ว ค่านี...
22/01/2026

🧬 ระดับกรดยูริก บอกอะไรเกี่ยวกับเมตาบอลิซึ่มของเราได้บ้าง?

หลายคนรู้จัก กรดยูริก ในแง่ของ “โรคเก๊าท์”
แต่จริง ๆ แล้ว ค่านี้ยังเป็นเหมือน กระจกสะท้อนระบบเผาผลาญ (Metabolism) ของร่างกายเราอีกด้วยค่ะ

ถ้าค่ากรดยูริกสูงหรือต่ำผิดปกติ
อาจกำลังบอกเราว่า ระบบเมตาบอลิซึ่มของเรากำลังมีปัญหาบางอย่างอยู่



🔍 กรดยูริกคืออะไร?

กรดยูริก (Uric Acid)
คือ ของเสียที่เกิดจากการสลายตัวของ พิวรีน (Purine)
ซึ่งมาจาก
• อาหาร (เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล เบียร์ ฯลฯ)
• กระบวนการเผาผลาญในร่างกายเอง

ร่างกายจะกำจัดกรดยูริกออกทางไตเป็นหลัก



⚙️ กรดยูริกเกี่ยวกับเมตาบอลิซึ่มอย่างไร?

เมื่อระบบเมตาบอลิซึ่มทำงานผิดสมดุล
จะส่งผลต่อระดับกรดยูริกได้ เช่น

1️⃣ เผาผลาญพลังงานผิดปกติ
• ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin resistance)
• เมตาบอลิซึ่มช้าลง
👉 ทำให้ไตขับกรดยูริกได้น้อยลง
👉 กรดยูริกจึงสะสมในเลือด



2️⃣ น้ำหนักเกิน / ไขมันสะสม
• เซลล์ไขมันสร้างสารอักเสบ
• รบกวนการทำงานของอินซูลิน
👉 ทำให้กรดยูริกสูงตามมา
👉 พบได้บ่อยในกลุ่ม Metabolic Syndrome



3️⃣ ไขมันในเลือดสูง
• Triglyceride สูง มักมาคู่กับกรดยูริกสูง
• บ่งบอกถึงระบบเผาผลาญที่เริ่มรวน



4️⃣ ไตทำงานหนักจากเมตาบอลิซึ่มที่พัง
• น้ำตาลสูง
• ความดันสูง
👉 ทำให้ไตเสื่อม
👉 ไตขับกรดยูริกได้น้อยลง



⚠️ กรดยูริกสูง บอกอะไรได้บ้าง?

หากตรวจพบกรดยูริกสูง
อาจบ่งชี้ถึง
• ความเสี่ยง โรคเก๊าท์
• ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
• ความเสี่ยง เบาหวาน
• ความเสี่ยง ไขมันในเลือดสูง
• ความเสี่ยง ความดันโลหิตสูง
• ความเสี่ยง Metabolic Syndrome



📉 กรดยูริกต่ำ ผิดปกติไหม?

พบไม่บ่อย แต่ก็มีความหมายเช่นกัน

อาจสัมพันธ์กับ
• ภาวะขาดสารอาหาร
• โรคตับ
• ไตขับกรดยูริกมากผิดปกติ
• การใช้ยาบางชนิด



🩸 ค่ากรดยูริกปกติอยู่ที่เท่าไร?

โดยทั่วไป
• ผู้ชาย: 3.5 – 7.2 mg/dL
• ผู้หญิง: 2.6 – 6.0 mg/dL

❗ ค่ามาตรฐานอาจแตกต่างกันตามแต่ละห้องแล็บ
ควรดูค่าอ้างอิงที่แนบมากับผลตรวจเสมอ



🛠️ ดูแลเมตาบอลิซึ่มให้ดี กรดยูริกก็ลดลงได้

แนวทางดูแลตัวเองแบบง่าย ๆ
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ (วันละ 2–3 ลิตร)
• ลดอาหารพิวรีนสูง
• ลดน้ำตาล ฟรุกโตส และเครื่องดื่มหวาน
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
• ควบคุมน้ำหนัก
• ตรวจสุขภาพประจำปี



📝 สรุปสั้น ๆ

✅ กรดยูริกคือของเสียจากกระบวนการเผาผลาญ
✅ ค่ากรดยูริกสะท้อนสมดุลของเมตาบอลิซึ่ม
✅ ค่าสูงสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน ไขมันสูง และ Metabolic Syndrome
✅ การปรับไลฟ์สไตล์ช่วยลดกรดยูริกและฟื้นเมตาบอลิซึ่มได้



📌 อย่ารอให้เป็นเก๊าท์ก่อนถึงจะดูแลตัวเอง
การรู้ค่ากรดยูริกตั้งแต่เนิ่น ๆ
คือก้าวแรกของการดูแลระบบเมตาบอลิซึ่มอย่างยั่งยืน 💚


💚 ความรู้สุขภาพดี ๆ จาก ThailomLab
#ยูริกสูง #เก๊าท์ #ตรวจเลือด #ตรวจเลือดหล่มสัก

🤕 ทำไมมีอาการปวดหัว แพทย์ถึงแนะนำให้ตรวจไขมันในเลือด?หลายคนอาจสงสัยว่า“แค่ปวดหัว ทำไมหมอถึงให้ไปตรวจไขมันในเลือด?”ทั้งที...
19/01/2026

🤕 ทำไมมีอาการปวดหัว แพทย์ถึงแนะนำให้ตรวจไขมันในเลือด?

หลายคนอาจสงสัยว่า
“แค่ปวดหัว ทำไมหมอถึงให้ไปตรวจไขมันในเลือด?”
ทั้งที่รู้สึกว่าอาการน่าจะเกี่ยวกับความเครียดหรือการพักผ่อนไม่พอมากกว่า

ความจริงแล้ว…
อาการปวดหัวบางแบบ อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาหลอดเลือด
ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ “ไขมันในเลือดสูง” อย่างใกล้ชิดค่ะ



🧠 ไขมันในเลือดเกี่ยวอะไรกับอาการปวดหัว?

เมื่อระดับไขมันในเลือดสูง
โดยเฉพาะ
• LDL (ไขมันไม่ดี)
• Triglyceride

จะทำให้
👉 ไขมันไปสะสมตามผนังหลอดเลือด
👉 หลอดเลือดตีบ แข็ง และไหลเวียนเลือดได้ไม่ดี
👉 เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วคราว

ผลที่ตามมาอาจทำให้เกิด
• ปวดหัว
• เวียนหัว
• มึนงง
• ตื้อ ๆ ศีรษะ
• หนักหัวตอนเช้า



⚠️ ปวดหัวแบบไหน ที่ควรนึกถึงเรื่องไขมันในเลือด?

อาการที่แพทย์มักพิจารณาส่งตรวจไขมัน เช่น
• ปวดหัวบ่อย เป็นเรื้อรัง
• ปวดหัวร่วมกับเวียนหัว หน้ามืด
• ปวดหัวตอนเช้าเป็นประจำ
• ปวดหัวร่วมกับความดันโลหิตสูง
• มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ / อัมพฤกษ์ / อัมพาต
• น้ำหนักเกิน เบาหวาน หรือสูบบุหรี่



🩸 ตรวจไขมันในเลือด ดูค่าอะไรบ้าง?

การตรวจ Lipid Profile จะดูค่าเหล่านี้
• Total Cholesterol – ไขมันรวม
• LDL – ไขมันไม่ดี
• HDL – ไขมันดี
• Triglyceride – ไขมันไตรกลีเซอไรด์

ค่าเหล่านี้ช่วยประเมิน
👉 ความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจ
👉 ความเสี่ยงหลอดเลือดสมองตีบ



❗ ปวดหัว = ไขมันสูง เสมอไปไหม?

ไม่เสมอไปค่ะ

อาการปวดหัวอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
• ความเครียด
• ไมเกรน
• พักผ่อนไม่พอ
• สายตา
• ไซนัส
• ความดันโลหิตสูง

แต่การตรวจไขมันในเลือด
👉 ช่วย “ตัดความเสี่ยง” เรื่องหลอดเลือด
👉 และป้องกันโรคร้ายแรงในอนาคต



👨‍⚕️ ใครบ้างที่ควรตรวจไขมัน แม้ยังไม่ปวดหัว?
• อายุ 35–40 ปีขึ้นไป
• น้ำหนักเกิน / อ้วน
• มีเบาหวาน หรือความดัน
• มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรืออัมพฤกษ์
• ไม่ค่อยออกกำลังกาย
• รับประทานของมัน ของทอด ของหวานบ่อย



📝 สรุปสั้น ๆ

✅ ปวดหัวบางแบบ อาจเกี่ยวกับหลอดเลือด
✅ ไขมันในเลือดสูง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลง
✅ ตรวจไขมัน = ตรวจความเสี่ยงโรคหัวใจและสมอง
✅ ปวดหัวบ่อย อย่ามองข้ามการตรวจสุขภาพพื้นฐาน



📌 ปวดหัวบ่อย ไม่รู้สาเหตุ อย่ารอให้สาย
การตรวจไขมันในเลือด เป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดในระยะยาวได้ค่ะ 💚


💚 ความรู้สุขภาพดี ๆ จาก ThailomLab
#ปวดหัว #ไขมันในเลือดสูง

🔍 ต่อมลูกหมากโต กับค่า PSA เกี่ยวข้องกันอย่างไร?ผู้ชายวัย 40–50 ปีขึ้นไป หลายคนอาจเริ่มมีปัญหา👉 ปัสสาวะบ่อย👉 ปัสสาวะไม่พ...
18/01/2026

🔍 ต่อมลูกหมากโต กับค่า PSA เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

ผู้ชายวัย 40–50 ปีขึ้นไป หลายคนอาจเริ่มมีปัญหา
👉 ปัสสาวะบ่อย
👉 ปัสสาวะไม่พุ่ง
👉 ปัสสาวะกลางคืน
👉 รู้สึกปัสสาวะไม่สุด

อาการเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับ “ต่อมลูกหมากโต” และเมื่อตรวจเลือด แพทย์มักแนะนำให้ดู ค่า PSA ร่วมด้วย
แต่ PSA คืออะไร? ค่าสูงแปลว่าเป็นมะเร็งหรือไม่?
มาทำความเข้าใจไปพร้อมกันค่ะ



🧠 ต่อมลูกหมากโต คืออะไร?

ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia : BPH)
คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากขยายขนาดตามวัย
👉 ไม่ใช่มะเร็ง
👉 พบได้บ่อยในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป

เมื่อโตขึ้น จะไปกดท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะผิดปกติ



🧪 PSA คืออะไร?

PSA (Prostate-Specific Antigen)
คือ สารโปรตีนที่สร้างจากต่อมลูกหมาก
ตรวจได้จาก การเจาะเลือด

ค่า PSA อาจสูงขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น
• ต่อมลูกหมากโต
• ต่อมลูกหมากอักเสบ
• การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
• การสวนปัสสาวะ / ขี่จักรยาน / มีเพศสัมพันธ์ก่อนตรวจ
• มะเร็งต่อมลูกหมาก



📊 ต่อมลูกหมากโต ทำให้ค่า PSA สูงได้ไหม?

คำตอบคือ: ได้ค่ะ
• ต่อมลูกหมากยิ่งใหญ่ → สร้าง PSA มากขึ้น
• ผู้ที่เป็น BPH มักมีค่า PSA สูงกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย
• PSA สูง ≠ เป็นมะเร็งเสมอไป

👉 จึงต้องดูค่า PSA ร่วมกับอาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจอื่น ๆ



⚠️ ค่า PSA แบบไหนที่ควรระวัง?

โดยทั่วไป (อาจแตกต่างตามช่วงอายุ)
• PSA < 4 ng/mL : มักอยู่ในเกณฑ์ปกติ
• PSA 4–10 ng/mL : ต้องติดตามเพิ่มเติม
• PSA > 10 ng/mL : ควรตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด

❗ สำคัญ:
แพทย์จะดู แนวโน้มค่า PSA (PSA trend) มากกว่าดูตัวเลขครั้งเดียว



👨‍⚕️ เมื่อไหร่ควรตรวจ PSA?

แนะนำในผู้ชายที่
• อายุ 50 ปีขึ้นไป
• อายุ 45 ปีขึ้นไป หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
• มีอาการปัสสาวะผิดปกติเรื้อรัง



📝 สรุปสั้น ๆ เข้าใจง่าย

✅ ต่อมลูกหมากโต ไม่ใช่มะเร็ง
✅ ต่อมลูกหมากโตสามารถทำให้ค่า PSA สูงขึ้นได้
✅ PSA สูง ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป
✅ การแปลผลต้องดูหลายปัจจัยร่วมกัน
✅ ตรวจเร็ว รู้เร็ว ดูแลได้ทัน



📌 สุขภาพผู้ชาย อย่ามองข้ามการตรวจเช็กเป็นประจำ
หากมีอาการผิดปกติ หรือค่า PSA เปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม


💚 ความรู้สุขภาพดี ๆ จาก ThailomLab
#ต่อมลูกหมาก

🦵 ปวดเข่า…ไม่ได้ดูแค่เข่าอย่างเดียวตรวจเลือดช่วยหาสาเหตุได้ไหม?หลายคนมีอาการปวดเข่า แล้วคิดว่า👉 “น่าจะข้อเสื่อมตามวัย”แต...
16/01/2026

🦵 ปวดเข่า…ไม่ได้ดูแค่เข่าอย่างเดียว

ตรวจเลือดช่วยหาสาเหตุได้ไหม?

หลายคนมีอาการปวดเข่า แล้วคิดว่า
👉 “น่าจะข้อเสื่อมตามวัย”
แต่จริงๆ แล้ว อาการปวดเข่าอาจมาจากหลายสาเหตุ
บางอย่างตรวจดูได้จาก “เลือด” ด้วยนะคะ



🔍 ตรวจเลือดอะไรได้บ้าง เมื่อมีอาการปวดเข่า

1️⃣ กรดยูริก (Uric Acid)
ใช้ดูภาวะ เก๊าท์
ถ้าค่าสูง อาจมีอาการ
• ปวด บวม แดง ร้อน
• ปวดมากแบบเฉียบพลัน



2️⃣ ค่าอักเสบ (ESR / CRP)
ช่วยบอกว่า
👉 มีการอักเสบในร่างกายหรือไม่
เหมาะในคนที่
• ปวดเข่าร่วมกับบวม ร้อน
• ปวดหลายข้อ
• ปวดนาน ไม่หายสักที



3️⃣ Rheumatoid Factor (RF) / Anti-CCP
ใช้คัดกรอง โรครูมาตอยด์
ซึ่งเป็นโรคข้ออักเสบจากภูมิคุ้มกัน
มักพบอาการ
• ปวดข้อทั้งสองข้าง
• ข้อฝืดตอนเช้า
• ปวดนานเป็นเดือนๆ



4️⃣ Calcium / Vitamin D
ถ้าขาดวิตามินดี หรือแคลเซียมต่ำ
อาจทำให้
• ปวดข้อ ปวดกระดูก
• กล้ามเนื้ออ่อนแรง
• เสี่ยงข้อเสื่อมเร็วขึ้น



5️⃣ CBC (ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด)
ช่วยดู
• ภาวะติดเชื้อ
• ภาวะโลหิตจาง
• โรคบางอย่างที่ทำให้ปวดข้อร่วมด้วย



🩺 แล้วข้อเสื่อม ตรวจเลือดเจอไหม?

📌 ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis)
มัก ตรวจเลือดไม่เจอความผิดปกติชัดเจน
แพทย์จะดูจาก
• อาการ
• การตรวจร่างกาย
• เอกซเรย์ข้อเข่า ร่วมด้วย



💚 สรุปสั้นๆ

ปวดเข่า = ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นข้อเสื่อม
การตรวจเลือดช่วย
✔ แยกสาเหตุ
✔ หาโรคที่ซ่อนอยู่
✔ วางแผนรักษาได้ตรงจุด

ถ้าปวดเข่านาน บวม แดง ร้อน หรือปวดมากผิดปกติ
👉 ควรมาตรวจให้ชัดเจน จะดูแลได้ถูกทางค่ะ

#ปวดเข่า
#ตรวจเลือด
#โรคข้อ
#ดูแลข้อเข่า

❄️ โรคที่มากับอากาศหนาว รู้ไว้ ดูแลตัวเองทันปีนี้เมืองไทยฤดูหนาวมาเยือนค่อนข้างนานเลยนะคะ พออากาศเริ่มเย็น หลายคนรู้สึกส...
15/01/2026

❄️ โรคที่มากับอากาศหนาว รู้ไว้ ดูแลตัวเองทัน

ปีนี้เมืองไทยฤดูหนาวมาเยือนค่อนข้างนานเลยนะคะ พออากาศเริ่มเย็น หลายคนรู้สึกสบาย
แต่รู้ไหมคะว่า… อากาศหนาวเป็นช่วงที่หลายโรคชอบมาเยือน
ถ้าไม่ดูแลตัวเองดีๆ อาจป่วยไม่รู้ตัวได้



🤧 1. ไข้หวัด / ไข้หวัดใหญ่

อากาศเย็นทำให้ไวรัสอยู่ได้นานขึ้น
แถมคนมักอยู่ใกล้กันมากขึ้น

อาการที่พบบ่อย
• มีไข้ ไอ เจ็บคอ
• น้ำมูกไหล
• ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย



😮‍💨 2. โรคทางเดินหายใจ

เช่น หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ
อากาศเย็นและแห้ง ทำให้ทางเดินหายใจระคายเคืองง่าย

กลุ่มเสี่ยงคือ
• เด็กเล็ก
• ผู้สูงอายุ
• คนที่มีโรคปอดอยู่เดิม



🫀 3. โรคหัวใจและหลอดเลือด

อากาศหนาวทำให้หลอดเลือดหดตัว
ความดันโลหิตสูงขึ้น เสี่ยงหัวใจวายหรือเส้นเลือดสมองตีบได้

โดยเฉพาะในคนที่
• เป็นความดัน เบาหวาน ไขมันสูง
• สูบบุหรี่



🦠 4. ท้องเสียจากเชื้อไวรัส

ช่วงอากาศเย็น เป็นฤดูของไวรัสบางชนิด
โดยเฉพาะในเด็กเล็ก

อาการ
• ถ่ายเหลว
• อาเจียน
• มีไข้



🧴 5. ผิวแห้ง ผื่นคัน

อากาศเย็นและแห้ง
ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น

อาจมีอาการ
• ผิวแห้ง แตก คัน
• ผื่นกำเริบในคนที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง



🛡 ดูแลตัวเองยังไงในหน้าหนาว
• ใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น
• ล้างมือบ่อยๆ
• พักผ่อนให้เพียงพอ
• ดื่มน้ำเยอะๆ
• ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง)



📌 อากาศหนาวไม่ได้น่ากลัว ถ้าเราดูแลตัวเองถูกวิธี
เริ่มป้องกันตั้งแต่วันนี้ สุขภาพดีตลอดฤดูหนาวค่ะ 💚

#โรคหน้าหนาว
#ดูแลสุขภาพ
#หน้าหนาวก็ต้องแข็งแรง

ที่อยู่

วจี
Amphoe Lom Sak
67110

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 12:00
อังคาร 07:00 - 12:00
พุธ 07:00 - 12:00
พฤหัสบดี 07:00 - 12:00
ศุกร์ 07:00 - 12:00
เสาร์ 07:00 - 12:00
อาทิตย์ 07:00 - 12:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ไทหล่มคลินิกเทคนิคการแพทย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์