03/05/2024
5 คำถาม กับ 5 แง่คิดจากโปรแกรม Empathic Communication
จะเริ่มเรียนเเล้วนะคะ สามารถสมัครเข้าร่วมกันได้นะคะ
คลาสเรียนกลุ่มเล็กๆ รับรองว่ามีเเต่ได้กับได้เเน่นอนคะ
อยากให้เข้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกับเรา Excellent People กันคะ
5 คำถาม กับ 5 แง่คิดจากโปรแกรม Empathic Communication
1️⃣ เวลาอีกคนบอกว่าเข้าใจเรา เขาเข้าใจจริงๆ หรือ?
สิ่งที่อาจสำคัญกว่า “ความเข้าใจ” อาจเป็น “ความต้องการที่จะเข้าใจ” Empathy ที่เราได้ยิน มักมาพร้อมสุภาษิตที่พูดถึง ”การเอาตัวเองไปใส่รองเท้าของคนอื่น (put yourself in other’s shoes)” แต่เมื่อคนเราล้วนมีประสบการณ์ที่แตกต่างหลากหลายเป็นอย่างมาก การจะเข้าใจคนอื่นจากจุดยืนของเขาจริงๆ ย่อมมีข้อจำกัด ลูกน้องจะเข้าใจหัวหน้าได้จริงๆ หรือ เมื่อเขาไม่เคยผ่านประสบการณ์นั้น เราจะเข้าใจคนที่มีภูมิหลังเติบโตมาต่างจากเราได้จริงหรือ เมื่อสิ่งที่หล่อหลอมเรามาทำให้เรามีมุมมองอีกแบบ นี่ทำให้เกิดคำถามว่า หรือความอยากที่จะเข้าใจ อาจสำคัญกว่าความเข้าใจ ความอยากที่จะเข้าใจมาพร้อมการตระหนักว่าเรายังไม่รู้ทั้งหมด มาพร้อมการเปิดรับ มาพร้อมความใส่ใจที่ให้กับอีกคน ในทางตรงข้าม เคยเป็นไหมที่บางครั้งเราได้ยินอีกคนบอกว่า “ผมเข้าใจคุณแล้ว” แต่นั่นกลับทำให้เรารู้สึกถูกผลักออก หรือคำว่า “เข้าใจ” ที่มาเร็วเกินไป อาจเป็นอีกรูปแบบของการตัดบท รีบสรุปทั้งที่ยังไม่ได้ฟัง
2️⃣ Empathic Communication หมายถึงเราต้องคุยกันซอฟต์ๆ ใช้ภาษาสวยๆ?
Empathic Communication ไม่เท่ากับ “การพูดเพราะๆ ใช้ภาษาที่รื่นหู” แต่คือการสื่อสารที่ตามมาหลังจากผู้สื่อสารได้รับรู้ข้อมูลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน และเกิดการเลือกว่าในสถานการณ์นั้นๆ เราจะสื่อสารอย่างไร สำหรับคำว่า “รอบด้าน” เราอาจย่อยให้ง่ายเป็น 3 ด้าน หนึ่ง คือ ตัวเรา (I) กำลังรู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร อยากบอกอะไร ตัวคู่สื่อสาร (you) กำลังรู้สึกอย่างไร เขาเผชิญอะไรอยู่ เขาต้องการอะไร และสาม คือ บริบท (context) ทั้งเวลาที่เรามี กาละเทศะในสถานการณ์นั้น หรือจุดประสงค์ร่วมในการพูดคุยนั้น “คุณภาพในการรับรู้ อาจสำคัญกว่ารูปแบบในการส่งออก”
3️⃣ จะกระตุ้นทีมงานได้ เราต้องฟัง ชื่นชม ตั้งคำถามพวกเขาเยอะๆ?
สิ่งที่มีผลกว่าวิธีการคือท่าทีความเชื่อของเราตอนใช้วิธีการแบบนั้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อคนฟังแน่นอน การชื่นชมที่มาจากท่าทีแบบ “นี่คือสูตร คือสิ่งที่ผู้นำควรทำเพื่อจูงใจให้ทีมทำงานมากขึ้น!” ย่อมกระตุ้นความเคลือบแคลง การตั้งคำถามที่มาจากท่าทีของการพยายามจะควบคุม อยากจัดการอีกคน ก็ย่อมไม่อาจส่งผลได้ตามจุดประสงค์แรกเริ่มของทักษะนั้นๆ การฟีดแบคที่โหด ตรง แรง แต่มาจากเจตนาที่เป็นไปเพื่ออีกฝ่ายจริงๆ ก็อาจให้ผลดีกว่าการชื่นชมที่มาจากเจตนาที่อยากบงการคนอีกคน
4️⃣ แล้ววิชานี้ Empathic Communication เชื่อแบบไหน“
วิชานี้วางอยู่บนฐานความเชื่อแบบ Theory Y ทฤษฎีที่บอกว่ามนุษย์จะเผยความดีงามเมื่อถูกปฏิบัติด้วยความเคารพ (จากข้างในจริงๆ ไม่ใช่แค่ในระดับวิธีการ) วิชานี้เชื่อเรื่องความแตกต่างหลากหลาย ความมีหัวจิตหัวใจของคนทำงาน เชื่อว่ามนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรซึ่งทำงานได้ผ่านการควบคุมจัดการ แต่สามารถเติบโตและสร้างงานได้ผ่านพลังของความสัมพันธ์ที่เท่าเทียม การได้รับการมองเห็น การได้เป็นตัวเอง การมีเพื่อนที่คอยเคียงข้าง สื่อสารกันได้ตรงๆ ในขณะที่ยังเคารพความเป็นตัวตนของกันและกัน
5️⃣ เวลามีน้อย ในงานที่เร่งรีบจะใช้สิ่งเหล่านี้ได้หรือ?
โดยปกติแล้ว เราเสียเวลาไปกับอะไรมากกว่ากัน ระหว่าง “การรีบคุยโดยที่ใจยังไม่พร้อม” หรือ “การให้เวลากันสักนิดเพื่อตั้งหลัก แล้วค่อยคุยเข้าเรื่องกัน“ สิ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยคือการที่เราเสียเวลาไปมากจากการคุยที่ต่างฝ่ายต่างยังไม่พร้อม (ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ตกค้างจาก meeting ก่อนหน้า, การไม่มีโอกาสได้เรียบเรียงว่าจริงๆ ตัวเองต้องการจะสื่ออะไร หรือแม้แต่กรรมเก่า อคติที่มีต่อกัน) การคุยในขณะที่ต่างฝ่ายต่างไม่พร้อม สมองอยู่ใน reactive mode พูดโดยสรุปคือ ”คุยไปก็ไม่มีประโยชน์ วนในอ่าง ยิ่งคุยยิ่งห่างกัน“ ตรงข้าม การให้เวลาสักนิดเพื่อเตรียมความพร้อม ส่วนใหญ่กลับทำให้เราคุยกันในเรื่องสำคัญได้เร็วขึ้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าเราจะละเลยความจริงที่ว่า “เราต่างมีเวลาจำกัด” หลายครั้งเราก็สามารถสื่อสารข้อจำกัดด้านเวลาให้อีกฝ่ายรู้แบบตรงๆ การตัดสินใจอย่างรวดเร็วในเวลาที่มีอยู่น้อยนิด หากทำอย่างมีศิลปะ ก็ย่อมสามารถทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความจำเป็นนี้ได้ ไม่รู้สึกถูกตัดสัมพันธ์ แต่นั่นแหละ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการฝึกฝนถึงสำคัญ ความเร็วที่เป็นสาระสำคัญจริงๆ อาจไม่ใช่ว่าเราเข้าประเด็นได้ด้วยเวลาที่น้อยแค่ไหน แต่อาจเป็นความเร็วในการดูแลตัวเอง ฟื้นคืนตัวเอง และช่วยให้อีกฝ่ายกลับมาอยู่ในความพร้อมที่จะคุย คิดร่วม หาทางออกร่วมกันได้มากกว่า
--------------------------------
สนใจเรียนรู้โปรแกรม
Empathic Communication@Work
- Leading Team , Leading Life with Empathy
เข้าดูรายละเอียดของโปรแกรมได้ที่
https://www.facebook.com/ExcellentPeopleSpace/posts/820907153406024
หรือที่ https://www.excellentpeople-th.com/empathic-communication
Early Birds ค่าลงทะเบียน 7,500 บาท (ไม่รวม Vat) ต่อโมดูล
** กรณีมา 2 คน ราคา 5,500 บาทต่อคน
** กรณีลงทะเบียน 4 โมดูล คิดราคาพิเศษที่ 22,000 บาทต่อคน (หากมา 2 คน คิดราคา 20,000 บาท ทั้งโปรแกรม ต่อคน)
ดูรายละเอียด Soft Skills Series ทั้ง 4 โมดูลได้ที่ https://shorturl.at/uxP47 **ทั้งโปรแกรมเหลือ 4 ที่นั่งเท่านั้น
สมัครได้ที่ลิงค์นี้เลย https://shorturl.at/glCM8
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Line ID : aornarunya