วิวัฒนากร - Living Organization in Practice

วิวัฒนากร - Living Organization in Practice "เราคือคู่คิดในการสร้างการเรียนรู้และเติบโตให้ผู้คนขององค์กรขอ
งคุณ ได้เติบโตอย่างตอเนื

Performance Lab " The Essentials of Inspiring Performance Way" เมื่อการบริหารผลงานกลายเป็นศิลปะแห่งการเติบโตร่วมกันในยุค...
19/09/2024

Performance Lab " The Essentials of Inspiring Performance Way"
เมื่อการบริหารผลงานกลายเป็นศิลปะแห่งการเติบโตร่วมกัน
ในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงเป็นบรรทัดฐานใหม่ การบริหารผลงานแบบดั้งเดิมกำลังถูกตั้งคำถาม เราต้องยอมรับหรือไม่ว่า การประเมินผลประจำปีและการตั้งเป้าหมายแบบ top-down นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป? ในแนวคิด "Inspiring Performance Way" ไม่เพียงนำเสนอวิธีการใหม่ แต่ยังท้าทายให้เราตั้งคำถามกับรากฐานของวัฒนธรรมองค์กรที่เรายึดถือมาตลอด
🌳 #การปรับเปลี่ยนบทบาทผู้นำ จากผู้กำกับสู่ผู้เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งศักยภาพ

เเนะนำเชิญชวนอ่านเรื่องเล่าคะ EP Insight  #1 "Excellent People  รากแห่งความเชื่อ สู่การเดินทางบนเป้าประสงค์"
10/09/2024

เเนะนำเชิญชวนอ่านเรื่องเล่าคะ
EP Insight #1
"Excellent People รากแห่งความเชื่อ สู่การเดินทางบนเป้าประสงค์"

อีกบทเรียนในห้องเรียนเชิงปฏิบัติการ "ศิลปะการสื่อสารอย่างเข้าใจ" (Empathic Communication@Work) ในการเรียนรู้ครั้งนี้ เรา...
28/08/2024

อีกบทเรียนในห้องเรียนเชิงปฏิบัติการ "ศิลปะการสื่อสารอย่างเข้าใจ" (Empathic Communication@Work)
ในการเรียนรู้ครั้งนี้ เราได้ฝึกฝนทักษะการรับฟังผ่านหลักการพื้นฐานที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เริ่มจากการ
🌳"สนใจ" (attention) อย่างจดจ่อ
🌳"สังเกต" (observation) ทั้งตนเองและผู้อื่นในมิติที่ลึกกว่าคำพูด
🌳"อนุญาต" (permission) ให้ผู้อื่นได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง และ
🌳"รอได้" (slow and silence) โดยไม่เร่งรีบ ให้เวลากับการใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง

งานที่ปรึกษา และพี่เลี้ยงในด้านงาน HR / People ของ Excellent People เราใช้โมเดลเป็น "แผนที่" ของงานโดยมุ่งการทรานส์ฟอร์ม...
11/06/2024

งานที่ปรึกษา และพี่เลี้ยงในด้านงาน HR / People ของ Excellent People เราใช้โมเดลเป็น "แผนที่" ของงาน
โดยมุ่งการทรานส์ฟอร์มทั้งมายด์เซ็ท (Mindset) สมรรถนะความสามารถ (Competence) วิถีการทำงาน (Way of Working)
ของนัก HR สายพันธุ์ใหม่ ให้ขยับมาสู่การเป็น "HR แบบคนสวน" ที่มองภาพความเชื่อมโยงของทั้งระบบ (System Integration)
และเข้าใจในธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงมองพนักงานของเราเป็น "เครื่องจักร ฟันเฟือง หรือ หมากตัวหนึ่ง(ในกระดาน)"
เราจะเริ่มต้นจากคำถามที่ว่า "เราจะสามารถสร้างสถานที่ทำงาน ที่ช่วยส่งเสริมให้พนักงานได้ใช้ศักยภาพ นำความเป็นตัวเอง
ออกมาร่วมกันสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม และเรียนรู้ เติบโตไปด้วยกัน อย่างมีความสุข สนุก สมดุล ได้อย่างไร"

The New Way of HR / People Practice
HR Consulting and Mentoring Service ในโมเดลการทำงานแบบใหม่
ในโมเดลการทำงานแบบใหม่ที่เน้นไปที่ "คน" HR ในองค์กรแนวนี้จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานแบบองค์กรแนวราบ ที่เน้นการกระจายอำนาจ การตัดสินใจแบบกระจายศูนย์ และการให้ความไว้วางใจและความรับผิดชอบกับพนักงาน แทนที่จะควบคุมและบังคับบัญชาแบบเดิม งานของ HR จึงต้องเป็นผู้นำในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ที่ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของพนักงาน ผ่านการสร้างระบบการจัดการตนเอง การพัฒนาบรรยากาศแห่งความไว้วางใจและความรับผิดชอบ ตลอดจนการส่งเสริมให้พนักงานได้ค้นหาแรงบันดาลใจและปรัชญาการทำงานที่แท้จริงของตนเอง
Excellent People เรามีความเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนมีความดีงาม มีศักยภาพที่ซ่อนเร้นและสามารถพัฒนาได้ เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะพร้อม จะใช่ไปซะทั้งหมด สำหรับเป้าประสงค์ (Purpose) และภารกิจขององค์กร (Mission) เราจำเป็นที่จะต้องเสาะหาผู้ที่มีความฝัน ความตั้งใจที่เชื่อมโยงกับองค์กร และต้องสร้างสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม กระบวนการที่เอื้อให้พวกเขาได้เติบโต ได้สร้างงานที่คุณค่า และทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ มีพลัง
เราใช้โมเดลการทำงานแบบใหม่ ที่เน้น "การจัดการตัวเอง" (Self-Organization) หรือ ความเชื่อของบริหาร พัฒนาแบบ Theory Y เป็นแกนของการให้ปรึกษา เป็นพี่เลี้ยง ในการพัฒนาระบบงาน และแนวปฏิบัติงานของ HR ที่ช่วยสร้างบรรยากาศแบบ "Pull" (แนวทางเดิมจะเน้นการ Push หรือ การออกคำสั่ง เพื่อควบคุม สั่งการ) ให้พนักงานมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และสามารถนำความเป็นตัวเอง ศักยภาพภายใน มาร่วมกันสร้างผลงาน การเรียนรู้ และความสัมพันธ์ โดยหลักความรู้มาจากแนวทางการสร้าง Teal Organization และ HR Revolution ที่ทีม Excellent People ได้รับเอกสิทธิ์มาถ่ายทอดในเมืองไทย รวมถึงเรามีประสบการณ์จริงที่เริ่มต้นกับองค์กรของเราเองมาเป็นปีที่ 10 แล้ว
ในงานที่ปรึกษา และพี่เลี้ยงในด้านงาน HR / People ของ Excellent People เราใช้โมเดลเป็น "แผนที่" ของงาน
โดยมุ่งการทรานส์ฟอร์มทั้งมายด์เซ็ท (Mindset) สมรรถนะความสามารถ (Competence) วิถีการทำงาน (Way of Working)
ของนัก HR สายพันธุ์ใหม่ ให้ขยับมาสู่การเป็น "HR แบบคนสวน" ที่มองภาพความเชื่อมโยงของทั้งระบบ (System Integration)
และเข้าใจในธรรมชาติที่แท้จริงของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงมองพนักงานของเราเป็น "เครื่องจักร ฟันเฟือง หรือ หมากตัวหนึ่ง(ในกระดาน)"
เราจะเริ่มต้นจากคำถามที่ว่า "เราจะสามารถสร้างสถานที่ทำงาน ที่ช่วยส่งเสริมให้พนักงานได้ใช้ศักยภาพ นำความเป็นตัวเอง
ออกมาร่วมกันสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม และเรียนรู้ เติบโตไปด้วยกัน อย่างมีความสุข สนุก สมดุล ได้อย่างไร"
โดยเราเน้นให้บริการในการเป็นที่ปรึกษา และพี่เลี้ยงใน 9 พื้นที่สำคัญ ได้แก่
1️⃣ HR SYSTEM FOR SELF-ORGANIZATION : พัฒนาระบบงาน HR/People ไปสู่การสร้างองค์กรที่พนักงานมีส่วนร่วม ทำงานสนุก และเรียนรู้ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2️⃣ CREATIVE INTERVIEW FOR BUILDING STRENGTHEN TEAM
AND CULTURE - สร้างทีม สร้างวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ด้วยกระบวนการการสัมภาษณ์ เลือกทีมที่ใช่ ที่สอดคล้องกัน
3️⃣ STRATEGIC TALENT DEVELOPMENT - สร้าง ขยายกลุ่มคนเก่ง โดยการพัฒนาแบบโฟกัส และ การออกแบบ สร้างกระบวนการทำงานที่ช่วยหล่อเลี้ยง สร้างศักยภาพ
4️⃣ PERFORMANCE MANAGEMENT SYSTEM (By Design) - ออกแบบ สร้างระบบบริหารผลงาน ที่มีสอดคล้องกับบริบทขององค์กร (Best fit with you) ที่เน้นการออกแบบเกม ประสบการณ์ กระบวนการที่พนักงานมีส่วนร่วม และช่วยเสริมพลังการทำงาน พลังเรียนรู้ขององค์กร
5️⃣ JOB CRAFTING AND ENGAGEMENT - ทบทวน ออกแบบ ปั้นงานจาก "Why" คุณค่า ความสำคัญ ของงานที่เชื่อมโยงกับเป้าหมาย เป้าประสงค์องค์กรและคุณค่าในตัวเรา เป็นแนวทางการออกแบบงาน ที่สร้าง Engagement และพลังในการลงมือทำจริง (Beyond JD)
6️⃣ LEARNING CULTURE CULTIVATION - พัฒนาวัฒนธรรม ระบบ และกระบวนการเรียนรู้ในองค์กร ที่ช่วยสร้างการเรียนรู้ พัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง และสร้างการมีส่วนร่วม แนวทางที่ช่วยสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
7️⃣ ONBOARDING AND MENTOIRNG SYSTEM - พัฒนา สร้างกระบวนการในการบ่มเพาะพนักงานใหม่ ที่มีความยั่งยืน และช่วยสร้างวิถีการพัฒนาผู้นำ รวมวัฒนธรรมการเรียนรู้ ผ่านโปรแกรมพี่เลี้ยง ภาคปฏิบัติ
(Mentoring in Practice)
8️⃣ HR TRANSFORMATIONAL COACHING & PEOPLE LAB
- โปรแกรมการโค้ชชิ่ง และเป็นพี่เลี้ยง ที่ช่วยขยาย Mindset ของการเป็นนัก HR แบบคนสวน ที่ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลง และสภาพแวดล้อม วัฒนธรรมที่ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลง เป็นงานที่เน้นการสร้าง Future HR Team
9️⃣ HR SENSING , DIAGNOSIS AND ADVISING - บริการประเมิน วินิจฉัยองค์กร ด้วยเครื่องมือและหลักการของ HR Revolution จากมุมมองโมเดลการทำงานแบบใหม่ พร้อมการโค้ชชิ่ง ช่วย Sensing และเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาระบบงาน HR ไปสู่ Next Stage
"Create a workplace where employee find meaning in their jobs and have the freedom to create values"
ชวนมาร่วมสร้างสถานที่ทำงานของเราที่เอื้อให้สมาชิกได้แสดงศักยภาพและสร้างงานที่มีคุณค่า ความหมายไปด้วยกันค่ะ
----------------------------
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่
Line ID : aornarunya
ติดตามผลงานของเรา Excellent People ได้ที่
Website : www.excellentpeople-th.com
Facebook Fanpage : Excellent People
LineID : excellentpeople หรือ aornarunya
Instagram : Excellentpeople_th
เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารจากเรา สามารถเข้าไปกดเพิ่มเพื่อน ติดตามพวกเราได้ที่ Line Official : "Excellent People"
กดเข้าร่วมที่ลิงค์นี้ได้อีกวิธีค่ะ https://lin.ee/K0y8pwY ดูน้อยลง

#องค์กรมีชีวิต

#วิวัฒนากร

5 คำถาม กับ 5 แง่คิดจากโปรแกรม Empathic Communication จะเริ่มเรียนเเล้วนะคะ สามารถสมัครเข้าร่วมกันได้นะคะ คลาสเรียนกลุ่ม...
03/05/2024

5 คำถาม กับ 5 แง่คิดจากโปรแกรม Empathic Communication
จะเริ่มเรียนเเล้วนะคะ สามารถสมัครเข้าร่วมกันได้นะคะ
คลาสเรียนกลุ่มเล็กๆ รับรองว่ามีเเต่ได้กับได้เเน่นอนคะ

อยากให้เข้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกับเรา Excellent People กันคะ

5 คำถาม กับ 5 แง่คิดจากโปรแกรม Empathic Communication
1️⃣ เวลาอีกคนบอกว่าเข้าใจเรา เขาเข้าใจจริงๆ หรือ?
สิ่งที่อาจสำคัญกว่า “ความเข้าใจ” อาจเป็น “ความต้องการที่จะเข้าใจ” Empathy ที่เราได้ยิน มักมาพร้อมสุภาษิตที่พูดถึง ”การเอาตัวเองไปใส่รองเท้าของคนอื่น (put yourself in other’s shoes)” แต่เมื่อคนเราล้วนมีประสบการณ์ที่แตกต่างหลากหลายเป็นอย่างมาก การจะเข้าใจคนอื่นจากจุดยืนของเขาจริงๆ ย่อมมีข้อจำกัด ลูกน้องจะเข้าใจหัวหน้าได้จริงๆ หรือ เมื่อเขาไม่เคยผ่านประสบการณ์นั้น เราจะเข้าใจคนที่มีภูมิหลังเติบโตมาต่างจากเราได้จริงหรือ เมื่อสิ่งที่หล่อหลอมเรามาทำให้เรามีมุมมองอีกแบบ นี่ทำให้เกิดคำถามว่า หรือความอยากที่จะเข้าใจ อาจสำคัญกว่าความเข้าใจ ความอยากที่จะเข้าใจมาพร้อมการตระหนักว่าเรายังไม่รู้ทั้งหมด มาพร้อมการเปิดรับ มาพร้อมความใส่ใจที่ให้กับอีกคน ในทางตรงข้าม เคยเป็นไหมที่บางครั้งเราได้ยินอีกคนบอกว่า “ผมเข้าใจคุณแล้ว” แต่นั่นกลับทำให้เรารู้สึกถูกผลักออก หรือคำว่า “เข้าใจ” ที่มาเร็วเกินไป อาจเป็นอีกรูปแบบของการตัดบท รีบสรุปทั้งที่ยังไม่ได้ฟัง
2️⃣ Empathic Communication หมายถึงเราต้องคุยกันซอฟต์ๆ ใช้ภาษาสวยๆ?
Empathic Communication ไม่เท่ากับ “การพูดเพราะๆ ใช้ภาษาที่รื่นหู” แต่คือการสื่อสารที่ตามมาหลังจากผู้สื่อสารได้รับรู้ข้อมูลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน และเกิดการเลือกว่าในสถานการณ์นั้นๆ เราจะสื่อสารอย่างไร สำหรับคำว่า “รอบด้าน” เราอาจย่อยให้ง่ายเป็น 3 ด้าน หนึ่ง คือ ตัวเรา (I) กำลังรู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร อยากบอกอะไร ตัวคู่สื่อสาร (you) กำลังรู้สึกอย่างไร เขาเผชิญอะไรอยู่ เขาต้องการอะไร และสาม คือ บริบท (context) ทั้งเวลาที่เรามี กาละเทศะในสถานการณ์นั้น หรือจุดประสงค์ร่วมในการพูดคุยนั้น “คุณภาพในการรับรู้ อาจสำคัญกว่ารูปแบบในการส่งออก”
3️⃣ จะกระตุ้นทีมงานได้ เราต้องฟัง ชื่นชม ตั้งคำถามพวกเขาเยอะๆ?
สิ่งที่มีผลกว่าวิธีการคือท่าทีความเชื่อของเราตอนใช้วิธีการแบบนั้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อคนฟังแน่นอน การชื่นชมที่มาจากท่าทีแบบ “นี่คือสูตร คือสิ่งที่ผู้นำควรทำเพื่อจูงใจให้ทีมทำงานมากขึ้น!” ย่อมกระตุ้นความเคลือบแคลง การตั้งคำถามที่มาจากท่าทีของการพยายามจะควบคุม อยากจัดการอีกคน ก็ย่อมไม่อาจส่งผลได้ตามจุดประสงค์แรกเริ่มของทักษะนั้นๆ การฟีดแบคที่โหด ตรง แรง แต่มาจากเจตนาที่เป็นไปเพื่ออีกฝ่ายจริงๆ ก็อาจให้ผลดีกว่าการชื่นชมที่มาจากเจตนาที่อยากบงการคนอีกคน
4️⃣ แล้ววิชานี้ Empathic Communication เชื่อแบบไหน“
วิชานี้วางอยู่บนฐานความเชื่อแบบ Theory Y ทฤษฎีที่บอกว่ามนุษย์จะเผยความดีงามเมื่อถูกปฏิบัติด้วยความเคารพ (จากข้างในจริงๆ ไม่ใช่แค่ในระดับวิธีการ) วิชานี้เชื่อเรื่องความแตกต่างหลากหลาย ความมีหัวจิตหัวใจของคนทำงาน เชื่อว่ามนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรซึ่งทำงานได้ผ่านการควบคุมจัดการ แต่สามารถเติบโตและสร้างงานได้ผ่านพลังของความสัมพันธ์ที่เท่าเทียม การได้รับการมองเห็น การได้เป็นตัวเอง การมีเพื่อนที่คอยเคียงข้าง สื่อสารกันได้ตรงๆ ในขณะที่ยังเคารพความเป็นตัวตนของกันและกัน
5️⃣ เวลามีน้อย ในงานที่เร่งรีบจะใช้สิ่งเหล่านี้ได้หรือ?
โดยปกติแล้ว เราเสียเวลาไปกับอะไรมากกว่ากัน ระหว่าง “การรีบคุยโดยที่ใจยังไม่พร้อม” หรือ “การให้เวลากันสักนิดเพื่อตั้งหลัก แล้วค่อยคุยเข้าเรื่องกัน“ สิ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยคือการที่เราเสียเวลาไปมากจากการคุยที่ต่างฝ่ายต่างยังไม่พร้อม (ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ตกค้างจาก meeting ก่อนหน้า, การไม่มีโอกาสได้เรียบเรียงว่าจริงๆ ตัวเองต้องการจะสื่ออะไร หรือแม้แต่กรรมเก่า อคติที่มีต่อกัน) การคุยในขณะที่ต่างฝ่ายต่างไม่พร้อม สมองอยู่ใน reactive mode พูดโดยสรุปคือ ”คุยไปก็ไม่มีประโยชน์ วนในอ่าง ยิ่งคุยยิ่งห่างกัน“ ตรงข้าม การให้เวลาสักนิดเพื่อเตรียมความพร้อม ส่วนใหญ่กลับทำให้เราคุยกันในเรื่องสำคัญได้เร็วขึ้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าเราจะละเลยความจริงที่ว่า “เราต่างมีเวลาจำกัด” หลายครั้งเราก็สามารถสื่อสารข้อจำกัดด้านเวลาให้อีกฝ่ายรู้แบบตรงๆ การตัดสินใจอย่างรวดเร็วในเวลาที่มีอยู่น้อยนิด หากทำอย่างมีศิลปะ ก็ย่อมสามารถทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความจำเป็นนี้ได้ ไม่รู้สึกถูกตัดสัมพันธ์ แต่นั่นแหละ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการฝึกฝนถึงสำคัญ ความเร็วที่เป็นสาระสำคัญจริงๆ อาจไม่ใช่ว่าเราเข้าประเด็นได้ด้วยเวลาที่น้อยแค่ไหน แต่อาจเป็นความเร็วในการดูแลตัวเอง ฟื้นคืนตัวเอง และช่วยให้อีกฝ่ายกลับมาอยู่ในความพร้อมที่จะคุย คิดร่วม หาทางออกร่วมกันได้มากกว่า
--------------------------------
สนใจเรียนรู้โปรแกรม
Empathic Communication@Work
- Leading Team , Leading Life with Empathy
เข้าดูรายละเอียดของโปรแกรมได้ที่
https://www.facebook.com/ExcellentPeopleSpace/posts/820907153406024
หรือที่ https://www.excellentpeople-th.com/empathic-communication
Early Birds ค่าลงทะเบียน 7,500 บาท (ไม่รวม Vat) ต่อโมดูล
** กรณีมา 2 คน ราคา 5,500 บาทต่อคน
** กรณีลงทะเบียน 4 โมดูล คิดราคาพิเศษที่ 22,000 บาทต่อคน (หากมา 2 คน คิดราคา 20,000 บาท ทั้งโปรแกรม ต่อคน)
ดูรายละเอียด Soft Skills Series ทั้ง 4 โมดูลได้ที่ https://shorturl.at/uxP47 **ทั้งโปรแกรมเหลือ 4 ที่นั่งเท่านั้น
สมัครได้ที่ลิงค์นี้เลย https://shorturl.at/glCM8
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Line ID : aornarunya

ไม่ว่าองค์กรจะสนใจเรื่องการสร้างวัฒนธรรม (culture) การสร้างทีมที่เป็นปึกแผ่น (team collaboration) การสร้างความมีส่วนร่วม...
16/04/2024

ไม่ว่าองค์กรจะสนใจเรื่องการสร้างวัฒนธรรม (culture) การสร้างทีมที่เป็นปึกแผ่น (team collaboration) การสร้างความมีส่วนร่วม (engagement) ไปจนถึงการสร้างบรรยากาศของการคิดร่วมที่นำไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ พื้นฐานหลักข้อหนึ่งซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ คือความเข้าใจที่ว่า
“คนทำงานไม่ใช่เครื่องจักร หรือหุ่นยนต์“

#เหลือ3ที่นั่งสุดท้าย
Empathic Communication@Work
- Leading Team , Leading Life with Empathy

สมัครได้ที่ลิงค์นี้เลย https://shorturl.at/glCM8

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Line ID : aornarunya

EFFECTIVE MENTORSHIP The Art of developing and incubating people 2 วันนี้สองหนุ่ม อ.ปั้ม อ.ป้อง Co-CEO New Work Academy ...
19/03/2024

EFFECTIVE MENTORSHIP
The Art of developing and incubating people
2 วันนี้สองหนุ่ม อ.ปั้ม อ.ป้อง Co-CEO New Work Academy ไปจัดเวิร์คช็อปกระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์กับเหล่าพี่เลี้ยงของสยามโคโบต้า เป็นงานที่สนุกที่ได้ Co-Design ทั้งเครื่องมือและ Ecosystem ที่ช่วยให้พวกเขาสามารถนำทั้งทักษะที่ฝึกฝนและ Practice ไปใช้ในการดูแลพนักงานเพื่อให้พวกเขาได้ซึมซับกับวิถี วัฒนธรรมความเป็นองค์กรได้จริงๆ เป็นงานที่เราได้ทั้งหลักความรู้ในสายองค์กรจัดการตัวเอง และประสบการณ์จริงที่เราใช้ในการดูแลสมาชิกขององค์กรมาแบ่งปันและออกแบบกระบวนการ
** มีการออกเเบบ เเละจัดทำ Book คู่มมือสำหรับพี่เลี้ยงเเละน้อง สำหรับการดูเเลกันด้วยนะคะ **

บรรยากาศการเรียน HR Facilitator รุ่น 1-4 เจอกันยาวๆ 4 เดือน ได้อะไรมากกว่าที่คิดเเน่นอน
19/03/2024

บรรยากาศการเรียน HR Facilitator รุ่น 1-4 เจอกันยาวๆ 4 เดือน ได้อะไรมากกว่าที่คิดเเน่นอน

4 คุณภาพ “การฟังเพื่อเข้าถึงใจ (empathic listening)”“การฟัง” ทักษะที่เปรียบเหมือนสะพานที่เชื่อมเรากับคนอีกคนเข้าถึงกัน ก...
19/03/2024

4 คุณภาพ “การฟังเพื่อเข้าถึงใจ (empathic listening)”
“การฟัง” ทักษะที่เปรียบเหมือนสะพานที่เชื่อมเรากับคนอีกคนเข้าถึงกัน การฟังที่ดีจะทำให้เราขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น เราได้ค้นพบบางแง่มุมของตัวเราผ่านเรื่องราวของคนอีกคน กลายเป็นจุดร่วมซึ่งทำให้การสร้างสัมพันธ์ ทำงานร่วมกัน คิดร่วมกันเป็นไปได้อย่างสร้างสรรค์ อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องน่าสังเกตที่หลายครั้งสะพานเส้นนี้กลับขาดลงอย่างง่ายดายเมื่อเราไม่ได้ใส่ใจบำรุงรักษามันอย่างเพียงพอ แม้การฟังอาจเป็นสิ่งที่เราทำมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของชีวิต แต่การฟังที่มีคุณภาพ หรือการฟังที่จะทำให้เราเข้าใกล้ใจของคนอีกคนได้ ก็เป็นทักษะที่ต้องอาศัยการฝึกฝน และต้องมีความตั้งใจประกอบ ต่อไปนี้คือ 4 องค์ประกอบที่จะเป็นตัวเสริมความเข้มแข็งให้กับสะพานแห่งการรับฟังนี้
1️⃣
"สนใจ (attention)"
จุดเริ่มต้นของการพูดคุย อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะมีเสียงหรือคำพูดใดเปล่งออกมาเสียอีก ความสนใจที่เราส่งออกไปก็เหมือนกับการที่เราเข้าไปเคาะประตูบ้านของอีกฝ่าย เรากับเขาขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้นผ่านคำๆ นี้ เจตนาที่อยากจะรู้จัก อยากจะเข้าใจส่งความรู้สึกปลอดภัยออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ ความสนใจที่เกิดขึ้นและดำเนินต่อไป เอื้อให้อีกฝ่ายเปิดใจเมื่อเขารับรู้ได้ว่าเรา “อยู่” กับเขาจริงๆ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย หลายครั้งที่ความสนใจของเราถูกขโมยไปด้วยสิ่งเร้าต่างๆ เราตัดสินอย่างรวดเร็วว่าเรารู้เรื่องของอีกฝ่ายหมดแล้ว เป็นหนังสือที่เราอ่านจนจบแล้ว เมื่อไม่สนใจ โอกาสที่จะเรียนรู้จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้ เราปิดประตูเสียแล้วตั้งแต่ที่เรายังไม่ได้เข้าไปสำรวจอะไรเลย
2️⃣
"สังเกต (observation)"
เรามักได้ยินว่าในการฟังที่ดีนั้น นอกจากการรับรู้เรื่องราว เนื้อหาที่คนอีกคนพูด เราอาจต้องสังเกตสีหน้า ท่าทาง หรือความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วย
แน่นอนว่าการสังเกตอีกฝ่ายนั้นคือเรื่องสำคัญ แต่อีกเรื่องที่อาจสำคัญเทียบเท่า หรือในบางกรณีอาจจะมากกว่า คือการกลับมาสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในใจของเราเอง บางครั้ง ในขณะที่ฟัง เราอาจเกิดความรู้สึกยากๆ ขึ้น โดยเฉพาะในยามที่เราฟังคนที่แตกต่างจากเรา เมื่อเราลืมที่จะกลับมาสังเกตใจตัวเองบ้างในบางครั้ง เราอาจปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นครอบงำทำให้เรา “ปิดใจ” ไปโดยไม่รู้ตัว การสังเกตตัวเองทำให้เราตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในใจขณะที่เราฟัง เปิดโอกาสให้เราสามารถปรับสมดุลความรู้สึกเหล่านี้ได้
3️⃣
"อนุญาต (permission)"
นี่ก็เป็นอีกคำที่เราให้ทั้งกับอีกฝ่าย และให้กับตัวเราเอง การอนุญาตที่เราให้กับอีกฝ่ายก็คือการเปิดให้คนอีกคนเป็นตัวของตัวเองได้ เขาไม่ต้องเลือกพูดหรือไม่พูดอะไรเพื่อให้เราถูกใจ ไม่มีความรู้สึกหรือเรื่องใดที่เป็นสิ่งต้องห้าม เราไม่รีบที่จะแก้ไข จัดการ สั่งสอนอีกฝ่าย เพราะนั่นคือสัญญาณว่าเรากำลังไม่อนุญาตให้เขาไม่สมบูรณ์ (ในสายตาของเรา) ในตอนที่เราอนุญาตให้อีกฝ่ายเป็นตัวของตัวเอง ในตอนนั้น ตัวเราในการพูดคุยจะเบาบางลง ในขณะที่ความเป็นคนอีกคนจะขยายชัดขึ้น การพูดคุยที่เข้าถึงใจและมีคุณภาพอาจเกิดขึ้นจากการอนุญาตที่เรากับคู่สนทนาสลับสับเปลี่ยนมอบให้แก่กัน เราสลับกันนำ สลับกันตาม รับรู้จังหวะกันคล้ายการเต้นรำ
แต่การอนุญาตนี้ก็เป็นสิ่งที่เราควรมอบให้กับตัวเราเองด้วย เราอนุญาตให้ความคิดตัดสินเกิดขึ้นได้ แทนที่จะพยายามห้ามมัน เราอนุญาตให้ความรู้สึกด้านลบ ไม่ว่าจะเป็นความอึดอัด เบื่อหน่าย เศร้า โกรธ เกิดขึ้นได้ หรือแม้เราจะปิดไปบ้างก็ได้เช่นกัน อย่างไรตาม การอนุญาตให้เรารู้สึก ก็เป็นคนละเรื่องกับการแสดงออก แน่นอนว่าเราไม่จำเป็นต้องแสดงออกทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่การอนุญาตให้เกิดสิ่งนี้ จะทำให้เรามีโอกาสที่จะดูแลความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์
4️⃣
"รอได้"...ความเงียบ และความช้า (slow & silence)
สุดท้าย กับเรื่องความเงียบ และความช้า นี่คือเรื่องที่มีหลายคนเข้าใจผิดว่าในการพูดคุยที่มีคุณภาพ เราจะต้องพูดกันช้าๆ เนิบๆ มีช่วงเงียบนานๆ ใช่ไหม? ความจริงแล้ว สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าภาพที่ปรากฏภายนอก คือ 2 คำถามที่ว่า หนึ่ง ในการพูดคุยกันแต่ละครั้ง เวลาที่เราฟังคนอีกคน ในใจของเรา “เงียบ” พอที่จะได้ยินเสียงของเขาไหม หรือแม้ภายนอกเราจะดูเหมือนเงียบ ดูเหมือนฟัง แต่ในใจเรากลับ “พูดสวน” เขาอยู่ตลอดเวลา? กับ สอง ในการพูดคุยกันแต่ละครั้ง เรามีที่ว่างพอให้ตัวเราเกิดความคิด ความรู้สึกใหม่บ้างไหม หรือเรายังมีแต่มุมมองเดิม ความรู้ชุดเดิมที่เราแค่ดึงมันกลับมาพูดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดังนั้น ความช้า และความเงียบที่สำคัญ คือความช้า และความเงียบในใจเรา ซึ่งได้เปิดช่องว่างให้เรื่องราวของคนอีกคน รวมถึงความคิด ความรู้สึกใหม่สามารถเกิดขึ้นได้
--------------------
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่
Line ID : aornarunya
สนใจหลักสูตรพัฒนาทักษะการฟัง และการสื่อสารที่มีคุณภาพ
เข้าดูได้ที่ลิงค์ด้านล่าง
📍 Empathic Listening _ศิลปะการฟังอย่างเข้าใจ https://www.excellentpeople-th.com/empathic-listening
📍 Empathic Communication@Work _นำทีม นำชีวิตด้วยความเข้าใจ
https://www.excellentpeople-th.com/empathic-communication...
ติดตามผลงานของเรา Excellent People ได้ที่
Website : www.excellentpeople-th.com
Facebook Fanpage : Excellent People
LineID : excellentpeople หรือ aornarunya
Instagram : Excellentpeople_th
เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารจากเรา สามารถเข้าไปกดเพิ่มเพื่อน ติดตามพวกเราได้ที่ Line Official : "Excellent People"
กดเข้าร่วมที่ลิงค์นี้ได้อีกวิธีค่ะ https://lin.ee/K0y8pwY ดูน้อยลง

#องค์กรมีชีวิต

#วิวัฒนากร

 #3ที่นั่งสุดท้าย  #ใกล้จะเต็มแล้วค่ะ ัปดาห์สุดท้าย  #สมัครก่อนเพื่อรับสิทธิ์HR AS FACILITATOR  #5 (HR วิถีฟารุ่นที่ 5)C...
13/02/2024

#3ที่นั่งสุดท้าย #ใกล้จะเต็มแล้วค่ะ
ัปดาห์สุดท้าย #สมัครก่อนเพื่อรับสิทธิ์
HR AS FACILITATOR #5 (HR วิถีฟารุ่นที่ 5)
Create Experience and Ecosystem Around People Growth
------------------------
หลักสูตรนี้ไม่ใช่เเค่ใช้ในการทำงานเท่านั้น ยังสามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวันของเราได้อีกด้วย เพราะการฟา เป็นกระบวนการที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เราต้องการได้จริงๆ
ทักษะการฟาที่จะนำมาใช้ในองค์กรก็เรื่องของการประชุมและการสอนงานนั้นประกอบด้วย การตั้งเป้าหมาย การฟัง การถาม การสะท้อน ทวนความ และการจับประเด็น รวมถึงทักษะการอ่านกลุ่ม อันเป็นทักษะที่ทำให้ฟาแตกต่าง มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร
หรือสิ่งที่ออนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน คือการเลี้ยงลูก เราใช้กระบวนการฟา เพื่อนำพาให้ลูกได้สร้างกระบวนการเรียนรู้ เช่น การชวนคุยกันในครอบครัว การนำเรื่องของความรู้ต่างๆ เรื่องของการทำสิ่งไม่ดี หรือการสอนเพื่อการเรียนรู้ เป็นต้น
#กระบวนการ #เรียนรู้
#หัวหน้างาน #ฟา

  #มาแล้ว  #มหรสพการเรียนรู้และกิจกรรมประจำปีชวนมาร่วมประสบการณ์ทดลองไปด้วยกันกับ 4 กลุ่มโปรแกรมที่ Excellent People และ...
23/01/2024


#มาแล้ว #มหรสพการเรียนรู้และกิจกรรมประจำปี
ชวนมาร่วมประสบการณ์ทดลองไปด้วยกันกับ 4 กลุ่มโปรแกรม
ที่ Excellent People และเหล่าพันธมิตรสายการพัฒนาองค์กรในโมเดลการทำงานแบบใหม่ ตั้งใจมาแบ่งปันจะชวนทุกคนมาร่วมประสบการณ์ ร่วมสร้างชุมชนขององค์กรสายพันธุ์ใหม่ไปด้วยกัน

#จัดอบรมภายนอกองกรค์ #แผนการอบรม

www.excellentpeople-th.com

ที่อยู่

บริษัทเอ็กเซลเลนท์พีเพิล จำกัด 1/1 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าพระยา
Amphoe Nakhon Chai Si
73120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66804594542

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิวัฒนากร - Living Organization in Practiceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วิวัฒนากร - Living Organization in Practice:

แชร์