BIOTEC-NSTDA ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ​ (ไบโอเทค)​
(1)

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2526 ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 และมีการจัดตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้กำหนดให้รวมไบโอเทคเป็นส่วนหนึ่งของ สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานพิเศษมีสถานภาพเป็นองค์กรอิสระที่ไม่ผูกพันไว้กับระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของราชการและรัฐวิสาหกิจ ทำให

้มีความคล่องตัวสูง
ไบโอเทคมีภารกิจหลัก คือ
• ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อความเป็นเลิศ
• สร้างความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศ
• พัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
• พัฒนาความร่วมมือกับสถาบันเครือข่าย ภาคเอกชน เเละต่างประเทศ
• ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่ภาคสาธารณะเเละภาคอุตสาหกรรม
• สร้างความตระหนักด้านเทคโนโลยีชีวภาพต่อสังคม

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ www.biotec.or.th

⚡ นวัตกรรมสัตว์น้ำพร้อมถ่ายทอดจากไบโอเทค สวทช. | ชุดตรวจโรคสัตว์น้ำเทคนิค LAMP ตรวจแม่น 5 โรคร้าย รู้ผลใน 60 นาทีคัดกรอง...
04/09/2026

⚡ นวัตกรรมสัตว์น้ำพร้อมถ่ายทอดจากไบโอเทค สวทช. | ชุดตรวจโรคสัตว์น้ำเทคนิค LAMP ตรวจแม่น 5 โรคร้าย รู้ผลใน 60 นาที

คัดกรองโรคในฟาร์มได้ทันใจ! ไบโอเทค สวทช. พร้อมถ่ายทอด "ชุดตรวจโรคสัตว์น้ำด้วยเทคนิค LAMP" นวัตกรรมตรวจหาดีเอ็นเอเชื้อก่อโรคสำคัญ 5 ชนิด (WSD, EMS, EHP, IHHNV และ YHV) ได้รวดเร็วภายใน 60 นาที ให้ผลแม่นยำเทียบเท่าระบบ PCR แต่ใช้งานง่ายกว่า ต้นทุนต่ำกว่า ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือซับซ้อน ช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการตรวจเฝ้าระวังโรคได้ด้วยตนเอง ลดความสูญเสียจากการระบาดได้อย่างทันท่วงที

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรม ITAP สวทช. โทร. 0-2564-7000 ต่อ ITAP หรืออีเมล [email protected]

#ชุดตรวจLAMP #ตรวจโรคกุ้ง #นวัตกรรมสัตว์น้ำ #ไบโอเทค #สวทช #นวัตกรรมสัตว์น้ำ #วิจัยสัตว์น้ำไทย

กว่าจะเป็น “ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ” เปิดเบื้องหลังมาตรฐานความปลอดภัยที่คุณไม่เคยรู้ !ฝ่ายความปลอดภัยทางชีวภาพ ไบโอเทค สวทช. คือ...
03/09/2026

กว่าจะเป็น “ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ” เปิดเบื้องหลังมาตรฐานความปลอดภัยที่คุณไม่เคยรู้ !

ฝ่ายความปลอดภัยทางชีวภาพ ไบโอเทค สวทช. คือ หนึ่งในบุคลากรเบื้องหลังที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากงานวิจัยไปสู่การผลิตและการจำหน่ายได้อย่างปลอดภัย โดยดูแลตั้งแต่ห้องปฏิบัติการ โรงงานอุตสาหกรรม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

ฝ่ายความปลอดภัยทางชีวภาพพัฒนาแนวทางปฏิบัติ (guideline) ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัย การผลิต ไปจนถึงมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมที่มีหน่วยงานนำไปใช้แล้วมากกว่า 30 องค์กร และมีผู้ใช้งานแนวทางปฏิบัติมากกว่า 24,000 คน

ฝ่ายความปลอดภัยทางชีวภาพมีบทบาทประเมินความปลอดภัยของอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ตั้งแต่การประเมินจุลินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตที่ใช้ในกระบวนการผลิต ไปจนถึงความเป็นพิษและการก่อภูมิแพ้ เพื่อใช้ประกอบการขอรับรองจาก อย.

ฝ่ายความปลอดภัยทางชีวภาพดูแลโครงสร้างพื้นฐานห้องปฏิบัติการ BSL-2 และ BSL-3 สำหรับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์และเชื้อก่อโรคในระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน โดยมีมาตรการความปลอดภัยเพื่อปกป้องทั้งผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม

จากระบบมาตรฐาน องค์ความรู้ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน ฝ่ายความปลอดภัยทางชีวภาพมีเป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้นักวิจัยสามารถวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพได้อย่างปลอดภัย นำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

#ไบโอเทค #ความปลอดภัยทางชีวภาพ

🧫 นวัตกรรมสัตว์น้ำพร้อมถ่ายทอดจากไบโอเทค สวทช. | Probiotic สัตว์น้ำ จุลินทรีย์สายพันธุ์ดี คุมโรคและบำบัดน้ำครบวงจรทางเลื...
03/09/2026

🧫 นวัตกรรมสัตว์น้ำพร้อมถ่ายทอดจากไบโอเทค สวทช. | Probiotic สัตว์น้ำ จุลินทรีย์สายพันธุ์ดี คุมโรคและบำบัดน้ำครบวงจร

ทางเลือกใหม่ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ! ไบโอเทค สวทช. พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี "Probiotic สัตว์น้ำ" นวัตกรรมจุลินทรีย์สายพันธุ์จำเพาะที่ช่วยยับยั้งการสร้างไบโอฟิล์มของเชื้อก่อโรคกลุ่ม Vibriosis สาเหตุของโรคตับวาย ตายด่วน (EMS) และโรคตัวเรืองแสงในกุ้ง นอกจากเสริมภูมิคุ้มกันในลำไส้แล้ว ยังช่วยย่อยสลายของเสียในระบบเลี้ยง เช่น แอมโมเนีย ไนไตรต์ และไฮโดรเจนซัลไฟด์ ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น สัตว์น้ำโตไว ปลอดภัย ไร้ปัญหาเชื้อดื้อยา

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรม ITAP สวทช. โทร. 0-2564-7000 ต่อ ITAP หรืออีเมล [email protected]

ัตว์น้ำ #บำบัดน้ำฟาร์มกุ้ง #ลดใช้ยาปฏิชีวนะ #ไบโอเทค #สวทช #นวัตกรรมสัตว์น้ำ #วิจัยสัตว์น้ำไทย

🐟 นวัตกรรมสัตว์น้ำพร้อมถ่ายทอดจากไบโอเทค สวทช. | V-Bass อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกันปลากะพง ลดป่วย ไม่ต้องฉีดยาเอาใจเกษตรก...
02/09/2026

🐟 นวัตกรรมสัตว์น้ำพร้อมถ่ายทอดจากไบโอเทค สวทช. | V-Bass อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกันปลากะพง ลดป่วย ไม่ต้องฉีดยา

เอาใจเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว! ไบโอเทค สวทช. พร้อมถ่ายทอด "V-Bass: Feed Smart for Strong Seabass" ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับปลากะพง โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีห่อหุ้มสารสกัดจากสาหร่าย ช่วยเพิ่มความคงตัวและประสิทธิภาพในการดูดซึม ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อแบคทีเรียสำคัญอย่าง Streptococcus และ Vibrio ใช้งานสะดวกเพียงนำไปคลุกผสมกับอาหารเม็ด ช่วยให้ปลาแข็งแรง โตไว ลดความเครียดและอาการบาดเจ็บจากการจับฉีดยาได้อย่างยั่งยืน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรม ITAP สวทช. โทร. 0-2564-7000 ต่อ ITAP หรืออีเมล [email protected]

#ปลากะพงขาว #ภูมิคุ้มกันปลา #ไบโอเทค #สวทช #นวัตกรรมสัตว์น้ำ #วิจัยสัตว์น้ำไทย

🔬 นวัตกรรมสัตว์น้ำพร้อมถ่ายทอดจากไบโอเทค สวทช. | EHP Strip Test ชุดตรวจเชื้อ EHP รู้ผลไว ตรวจได้เองหน้าบ่อรับมือโรคกุ้งไ...
01/09/2026

🔬 นวัตกรรมสัตว์น้ำพร้อมถ่ายทอดจากไบโอเทค สวทช. | EHP Strip Test ชุดตรวจเชื้อ EHP รู้ผลไว ตรวจได้เองหน้าบ่อ

รับมือโรคกุ้งได้อย่างทันท่วงที! ไบโอเทค สวทช. พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี "EHP Strip Test" ชุดทดสอบปรสิตไมโครสปอริเดียน (EHP) ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย แม่นยำ และเกษตรกรสามารถตรวจคัดกรองได้ด้วยตนเองในพื้นที่ เชื้อ EHP เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำลายตับอ่อนกุ้ง ทำให้ย่อยอาหารบกพร่องและแพร่กระจายไว การตรวจพบเชื้อได้เร็วด้วย Strip Test จะช่วยให้เกษตรกรวางแผนจัดการฟาร์ม คุมการแพร่ระบาดผ่านน้ำและอาหารได้ทันเวลา ก่อนเกิดความเสียหายหนัก

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรม ITAP สวทช. โทร. 0-2564-7000 ต่อ ITAP หรืออีเมล [email protected]

#ชุดตรวจโรคกุ้ง ้าบ่อ #ไบโอเทค #สวทช #นวัตกรรมสัตว์น้ำ #วิจัยสัตว์น้ำไทย

(English below)🧬นักวิจัยไบโอเทคได้รับทุน CAS-ANSO จัดประชุมนานาชาติด้าน eDNA และ AI เพื่อการติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อมอย่า...
31/08/2026

(English below)🧬นักวิจัยไบโอเทคได้รับทุน CAS-ANSO จัดประชุมนานาชาติด้าน eDNA และ AI เพื่อการติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน🌍

🌱ไบโอเทค สวทช. ได้รับทุนสนับสนุนจาก Alliance of International Science Organizations (ANSO) ภายใต้โครงการ CAS-ANSO Conference Program เพื่อจัดการประชุมนานาชาติ “ANSO Conference on Environmental DNA, Artificial Intelligence, and Biomonitoring: Harnessing eDNA for Biomonitoring of Environmental Qualities in Promoting Sustainable Development”

👩‍🔬โครงการนี้นำโดย ดร.ปิยะนันท์ หาญพิชาญชัย นักวิจัย ทีมวิจัยระบบจุลินทรีย์และชีวสารสนเทศ (IMST) ศูนย์ชีววัสดุประเทศไทย (Thailand Bioresource Research Center: TBRC) ไบโอเทค ร่วมกับนักวิจัยจาก Institute of Microbiology, Chinese Academy of Sciences (IMCAS) สาธารณรัฐประชาชนจีน

🔬เทคโนโลยีดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อม (Environmental DNA: eDNA) ผสานกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีข้อมูลขั้นสูง ถือเป็นแนวทางสำคัญในการติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างรวดเร็วและไม่ทำลายระบบนิเวศ การประชุมครั้งนี้จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความก้าวหน้าด้านการประยุกต์ใช้ eDNA ในการติดตามคุณภาพอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ การติดตามระบบนิเวศทางน้ำ ตลอดจนการใช้ AI เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ นอกจากนี้ การประชุมยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างนักวิทยาศาสตร์จากประเทศภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) และประชาคมวิจัยนานาชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการวิจัยด้านการติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

🧬BIOTEC Researcher Secures CAS-ANSO Funding to Host International Conference on eDNA and AI for Sustainable Environmental Monitoring🌍

🌱BIOTEC has secured funding from the Alliance of International Science Organizations (ANSO) under the CAS-ANSO Conference Program to organize an international conference entitled “ANSO Conference on Environmental DNA, Artificial Intelligence, and Biomonitoring: Harnessing eDNA for Biomonitoring of Environmental Qualities in Promoting Sustainable Development.”

👩‍🔬The project is led by Dr. Piyanun Harnpicharnchai, Researcher at the Microbial Systems and Computational Biology Research Team, Thailand Bioresource Research Center (TBRC), BIOTEC, in collaboration with researchers from the Institute of Microbiology, Chinese Academy of Sciences (IMCAS), China.

🔬Environmental DNA (eDNA), combined with artificial intelligence (AI) and advanced data technologies, is emerging as a powerful approach for rapid and non-invasive environmental and biodiversity monitoring. The conference will bring together experts from Thailand and abroad to discuss the application of eDNA in air quality and human health, aquatic ecosystem monitoring, and AI-driven ecological analysis and prediction. It will also provide a platform for knowledge exchange and research collaboration among scientists from Belt and Road Initiative (BRI) countries and the global research community, supporting the advancement of environmental monitoring and sustainable development.

#ไบโอเทค #สวทช

💡 "ซิลด์โปร" เอนไซม์ลอกกาวไหม นวัตกรรมฝีมือวิจัยจาก ไบโอเทค สวทช.! ตัวช่วยใหม่ย่อยเฉพาะกาวไหม ไม่ทำลายเส้นใย ให้ไหมนุ่ม ...
31/08/2026

💡 "ซิลด์โปร" เอนไซม์ลอกกาวไหม นวัตกรรมฝีมือวิจัยจาก ไบโอเทค สวทช.!

ตัวช่วยใหม่ย่อยเฉพาะกาวไหม ไม่ทำลายเส้นใย ให้ไหมนุ่ม เงางาม ย้อมติดสีง่าย ที่สำคัญไร้สารเคมี ปลอดภัยต่อเกษตรกรและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 🌿✨

📌 ชมเรื่องราวเต็มๆ ในรายการ วันใหม่วาไรตี้ ช่วง ไทยประดิษฐ์คิดเก่ง
🎬 https://www.youtube.com/watch?v=P53-ydTnHRE

#ซิลด์โปร #ไบโอเทค #สวทช #ไทยประดิษฐ์คิดเก่ง #วันใหม่วาไรตี้

จากเส้นไหมที่ผ่านการสาวออกมา ก่อนจะนำไปทอเป็นผืนผ้าสวย ๆ ยังมีอีกหน...

🌽ผู้อำนวยการใหญ่ (Director-General) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เยือนไบโอเทค ชมนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพเพื่...
28/08/2026

🌽ผู้อำนวยการใหญ่ (Director-General) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เยือนไบโอเทค ชมนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน

📍28 สิงหาคม 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี – ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้การต้อนรับ ดร. QU Dongyu ผู้อำนวยการใหญ่ (Director-General) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของ FAO ในโอกาสเยี่ยมชมผลงานวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไบโอเทค โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและนักวิจัยให้การต้อนรับ

🥗การเยี่ยมชมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ไบโอเทคนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพที่สนับสนุนการเกษตรอย่างยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน

🌾ภายในส่วนจัดแสดงผลงานวิจัย คณะผู้แทนได้รับฟังการนำเสนองานวิจัยที่สนับสนุนห่วงโซ่มูลค่ามันสำปะหลังอย่างยั่งยืนของไบโอเทค ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีการผลิตต้นพันธุ์สะอาด ชุดตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลัง และการประยุกต์ใช้เพื่อเฝ้าระวังและจัดการควบคุมโรค การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้พลังงาน ทรัพยากร และการปล่อยของเสียจากอุตสาหกรรม จนถึงการใช้เทคโนโลยีในการนำของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมาผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน รวมทั้งการผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากมันสำปะหลังนอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานด้านข้าวหอมมะลิที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข้าวคาร์บอนต่ำ เทคโนโลยีชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช และการใช้ประโยชน์จากเห็ดและราเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และอาชีพที่ยั่งยืนของชุมชน🍄‍🟫

🦐จากนั้น คณะผู้แทนได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการสัตว์น้ำขั้นสูงความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 2 (BSL2) รองรับการพัฒนาวัคซีนและงานวิจัยทางเทคโนโลยีชีวภาพสัตว์น้ำ และโครงการ ShrimpGuard ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือการพัฒนาสูตรผสมของแบคทีริโอฟาจ (bacteriophage) และสารเสริมชีวนะเพื่อต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย Vibrio spp. ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะในกุ้งเลี้ยง ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานวิจัยของประเทศที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์และเทคโนโลยีโอมิกส์ขั้นสูงในงานวิจัยด้านการเกษตร อาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ และสุขภาพ🧬

🤝ก่อนหน้านี้ ไบโอเทคได้รับทุนสนับสนุนจาก FAO จำนวน 74,965 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับดำเนินโครงการ “Advancing Bioeconomy in ASEAN: Promoting Sustainability and Partnership with Insights and Experience in Thailand” ที่มุ่งสนับสนุนแผนงานสำคัญของ FAO ด้านเศรษฐกิจชีวภาพเพื่ออาหารและการเกษตรที่ยั่งยืน โดยนำประสบการณ์จากโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG ของประเทศไทยมาใช้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและองค์การระหว่างประเทศ💚

#ไบโอเทค #สวทช

🌽FAO Director-General Visits BIOTEC to Explore Biotechnology Innovations for Sustainable Agrifood Systems📍28 August 2026...
28/08/2026

🌽FAO Director-General Visits BIOTEC to Explore Biotechnology Innovations for Sustainable Agrifood Systems

📍28 August 2026, Thailand Science Park, Pathum Thani – The National Center for Genetic Engineering and Biotechnology (BIOTEC), National Science and Technology Development Agency (NSTDA), welcomed Dr. QU Dongyu, Director-General of the Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO), and a high-level FAO delegation to Thailand Science Park. The delegation was received by Asst. Prof. Dr. Chaowaree Adthalungrong, Executive Director of BIOTEC, together with BIOTEC executives and researchers.

🥗The visit provided an opportunity for BIOTEC to present research and biotechnology solutions supporting sustainable agriculture, food security, biodiversity conservation and rural livelihoods.

🌾During the research showcase, the delegation learned about BIOTEC’s work across the sustainable cassava value chain, covering quality planting materials, disease management, resource- and energy-efficient starch processing, wastewater treatment, biogas, bioethanol, bioenergy and the development of food and higher-value cassava products. BIOTEC researchers also presented innovations in climate-resilient and low-carbon rice, biocontrol technologies, and the use of mushrooms and fungi to support biodiversity conservation, food security and sustainable livelihoods.🍄‍🟫

🦐The delegation subsequently visited BIOTEC’s Advanced Aquatic Animal BSL2 Laboratory, where researchers presented the ShrimpGuard project and BIOTEC’s capabilities in aquatic animal health, disease diagnostics and sustainable aquaculture.

🧬The program concluded with a visit to the National Omics Center, a national research infrastructure that applies genomics and other advanced omics technologies to agriculture, food, biodiversity and health research.

🤝BIOTEC previously received USD 74,965 in funding from FAO for the project “Advancing Bioeconomy in ASEAN: Promoting Sustainability and Partnership with Insights and Experience in Thailand”. The project supported FAO’s Programme Priority Area on Bioeconomy for Sustainable Food and Agriculture by promoting Thailand’s Bio-Circular-Green Economy model, facilitating regional knowledge exchange and capacity building, and strengthening partnerships among ASEAN countries and international organizations. 💚

#ไบโอเทค #สวทช

🟢🥻  #ทุ่งกุลาร้องไห้ ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิขึ้นชื่อ แต่ยังเลื่องลือในเรื่องผ้าทอที่มีความวิจิตร มีลวดลายเฉพ...
28/08/2026

🟢🥻 #ทุ่งกุลาร้องไห้ ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิขึ้นชื่อ แต่ยังเลื่องลือในเรื่องผ้าทอที่มีความวิจิตร มีลวดลายเฉพาะตัว และเอกลักษณ์ด้วยสรรพสีจากธรรมชาติ

กว่าจะมาเป็นผ้าทอที่งดงาม ขั้นตอนสำคัญที่จะชี้วัดคุณภาพของ #ผ้าไหม คือการ “ลอกกาว” ที่เส้นไหม ก่อนนำไปย้อมสีและถักทอ เดิมทีเกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจะใช้ด่างฟอกไหมที่มีฤทธิ์เป็นสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ อีกทั้งกระบวนการดังกล่าวยังต้องต้มเส้นไหมในน้ำเดือด 90 องศาเซลเซียส นาน 1-2 ชั่วโมง ทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน

🧶 และที่สำคัญการใช้สารเคมีลอกกาวไหมแบบเดิม ๆ อาจทำให้เส้นใยแตกฟู ไม่แข็งแรง ย้อมสีติดได้ยาก หรือไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะสีจากธรรมชาติ เช่น เปลือกไม้ ใบไม้ สีจากดินในท้องถิ่น อันเป็นที่มาของอัตลักษณ์ผ้าทอแห่งท้องทุ่งกุลาร้องไห้

ดร.ธิดารัตน์ นิ่มเชื้อ นักวิจัยอาวุโส ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีไบโอรีไฟเนอรีและชีวภัณฑ์ ไบโอเทค สวทช. และทีมนักวิจัย ได้ใช้เวลากว่า 2 ปี พัฒนานวัตกรรม 🧴 “ซิลค์โปร (SilkPro)” เอนไซม์โปรติเอสที่จำเพาะต่อโปรตีนกาวไหม ลดการใช้สารเคมี ลดพลังงาน และทุ่นเวลาในการลอกกาวไหม

🗣️ “ซิลค์โปรเป็นนวัตกรรมเอนไซม์ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ของไบโอเทค สวทช. เอนไซม์ตัวนี้มีความพิเศษมาก ๆ เพราะเราพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับการลอกกาวไหมของไหมสายพันธุ์ไทยโดยเฉพาะ ทำให้มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศ ความเป็นกรด-ด่าง นำเข้าไปใช้ในกระบวนการลอกไหมดั้งเดิมแบบของกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการได้”

โดยจะใช้สารเสริมเอนไซม์สำหรับแช่เส้นไหมในน้ำเดือดที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส (ปิดเตาได้เมื่อถึงอุณหภูมิที่ต้องการ) ก่อน 10 นาที จากนั้นใส่เอนไซม์ “ซิงค์โปร” (SilkPro) เพื่อแช่เส้นใยไหมอีก 2 ชั่วโมง ระหว่างนั้นพลิกกลับเส้นใยทุก 30 นาที (จะใช้ “ซิลค์โปร” 32 มิลลิลิตร/ไหม 1 กก.)

ก่อนนำไปจุ่มเส้นไหมยกขึ้น-ลง ในน้ำเดือดที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส ที่ใส่ด่างฟอกไหมลดลงไปครึ่งหนึ่ง (315 กรัม/ไหม 1 กิโลกรัม) ซึ่งเป็นการลอกไหมแบบเดิม ๆ อีกเพียง 15 นาที ก่อนนำไปล้างน้ำร้อนและซักในน้ำเย็น ก่อนนำไปผึ่งจนแห้งเพื่อรอเข้าสู่กระบวนการย้อมสีและถักทอต่อไป

📉 การใช้เอนไซม์ซิลค์โปรเข้าไปช่วยจะลดการใช้สารเคมีลงได้ถึง 50% นอกจากนี้ ลดพลังงานที่ใช้จากต้องต้มด้วยความร้อน 95 องศาฯ นาน 1-2 ชั่วโมงต่อเนื่อง ก็ลดลงเหลือเพียง 65 องศาฯ และยังไม่ต้องเปิดเตาทิ้งไว้ตลอดเวลา และลดเวลาการทำงานลงไปได้ถึง 4 เท่า! จากที่ใช้เวลาเกือบทั้งวันในการลอกกาวไหมเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น!

ตัวเอนไซม์ยังมีความจำเพาะ จะย่อยเฉพาะกาวไหมทำให้เส้นใยคงความแข็งแรง ย้อมสีติดได้ง่ายขึ้น แม้จะเป็นสีธรรมชาติที่ย้อมติดได้ยาก ช่วยให้ได้เส้นใยไหมคุณภาพขึ้นเงาสวย และการันตีจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้น

🪡 อาทิ กลุ่มสตรีทอผ้าไทยบ้านหัวช้าง จ.ศรีสะเกษ และกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหนองแคนลุมพุก จ.มหาสารคาม ยืนยันว่า ผ้าไหมจากการลอกกาวด้วยนวัตกรรมเอนไซม์ ถักทอได้ง่าย สวยงาม ช่วยเพิ่มมูลค่า และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงตัวเกษตรกรเอง

🗣️ “เทคโนโลยีนี้ ทางไบโอเทค สวทช. ภาคภูมิใจมาก ๆ เป็นภูมิปัญหาของคนไทยทั้งหมด ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทยและนักวิจัยไทย และใช้กับงานผ้าไหมของไทย” ดร.ธิดารัตน์ ทิ้งท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. 📱 โทร. 0-2564-7000 หรือไบโอเทค โทร. 0-2564-6700 อีเมล: [email protected] (ดร.กนก วงศ์รัฐปัญญา)

🟢🥻 #ทุ่งกุลาร้องไห้ ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิขึ้นชื่อ แต่ยังเลื่องลือในเรื่องผ้าทอที่มีความวิจิตร มีลวดลายเฉพาะตัว และเอกลักษณ์ด้วยสรรพสีจากธรรมชาติ

กว่าจะมาเป็นผ้าทอที่งดงาม ขั้นตอนสำคัญที่จะชี้วัดคุณภาพของ #ผ้าไหม คือการ “ลอกกาว” ที่เส้นไหม ก่อนนำไปย้อมสีและถักทอ เดิมทีเกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจะใช้ด่างฟอกไหมที่มีฤทธิ์เป็นสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ อีกทั้งกระบวนการดังกล่าวยังต้องต้มเส้นไหมในน้ำเดือด 90 องศาเซลเซียส นาน 1-2 ชั่วโมง ทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน

🧶 และที่สำคัญการใช้สารเคมีลอกกาวไหมแบบเดิม ๆ อาจทำให้เส้นใยแตกฟู ไม่แข็งแรง ย้อมสีติดได้ยาก หรือไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะสีจากธรรมชาติ เช่น เปลือกไม้ ใบไม้ สีจากดินในท้องถิ่น อันเป็นที่มาของอัตลักษณ์ผ้าทอแห่งท้องทุ่งกุลาร้องไห้

ดร.ธิดารัตน์ นิ่มเชื้อ นักวิจัยอาวุโส ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีไบโอรีไฟเนอรีและชีวภัณฑ์ ไบโอเทค สวทช. และทีมนักวิจัย ได้ใช้เวลากว่า 2 ปี พัฒนานวัตกรรม 🧴 “ซิลค์โปร (SilkPro)” เอนไซม์โปรติเอสที่จำเพาะต่อโปรตีนกาวไหม ลดการใช้สารเคมี ลดพลังงาน และทุ่นเวลาในการลอกกาวไหม

🗣️ “ซิลค์โปรเป็นนวัตกรรมเอนไซม์ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ของไบโอเทค สวทช. เอนไซม์ตัวนี้มีความพิเศษมาก ๆ เพราะเราพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับการลอกกาวไหมของไหมสายพันธุ์ไทยโดยเฉพาะ ทำให้มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศ ความเป็นกรด-ด่าง นำเข้าไปใช้ในกระบวนการลอกไหมดั้งเดิมแบบของกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการได้”

โดยจะใช้สารเสริมเอนไซม์สำหรับแช่เส้นไหมในน้ำเดือดที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส (ปิดเตาได้เมื่อถึงอุณหภูมิที่ต้องการ) ก่อน 10 นาที จากนั้นใส่เอนไซม์ “ซิงค์โปร” (SilkPro) เพื่อแช่เส้นใยไหมอีก 2 ชั่วโมง ระหว่างนั้นพลิกกลับเส้นใยทุก 30 นาที (จะใช้ “ซิลค์โปร” 32 มิลลิลิตร/ไหม 1 กก.)

ก่อนนำไปจุ่มเส้นไหมยกขึ้น-ลง ในน้ำเดือดที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส ที่ใส่ด่างฟอกไหมลดลงไปครึ่งหนึ่ง (315 กรัม/ไหม 1 กิโลกรัม) ซึ่งเป็นการลอกไหมแบบเดิม ๆ อีกเพียง 15 นาที ก่อนนำไปล้างน้ำร้อนและซักในน้ำเย็น ก่อนนำไปผึ่งจนแห้งเพื่อรอเข้าสู่กระบวนการย้อมสีและถักทอต่อไป

📉 การใช้เอนไซม์ซิลค์โปรเข้าไปช่วยจะลดการใช้สารเคมีลงได้ถึง 50% นอกจากนี้ ลดพลังงานที่ใช้จากต้องต้มด้วยความร้อน 95 องศาฯ นาน 1-2 ชั่วโมงต่อเนื่อง ก็ลดลงเหลือเพียง 65 องศาฯ และยังไม่ต้องเปิดเตาทิ้งไว้ตลอดเวลา และลดเวลาการทำงานลงไปได้ถึง 4 เท่า! จากที่ใช้เวลาเกือบทั้งวันในการลอกกาวไหมเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น!

ตัวเอนไซม์ยังมีความจำเพาะ จะย่อยเฉพาะกาวไหมทำให้เส้นใยคงความแข็งแรง ย้อมสีติดได้ง่ายขึ้น แม้จะเป็นสีธรรมชาติที่ย้อมติดได้ยาก ช่วยให้ได้เส้นใยไหมคุณภาพขึ้นเงาสวย และการันตีจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้น

🪡 อาทิ กลุ่มสตรีทอผ้าไทยบ้านหัวช้าง จ.ศรีสะเกษ และกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหนองแคนลุมพุก จ.มหาสารคาม ยืนยันว่า ผ้าไหมจากการลอกกาวด้วยนวัตกรรมเอนไซม์ ถักทอได้ง่าย สวยงาม ช่วยเพิ่มมูลค่า และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงตัวเกษตรกรเอง

🗣️ “เทคโนโลยีนี้ ทางไบโอเทค สวทช. ภาคภูมิใจมาก ๆ เป็นภูมิปัญหาของคนไทยทั้งหมด ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทยและนักวิจัยไทย และใช้กับงานผ้าไหมของไทย” ดร.ธิดารัตน์ ทิ้งท้าย

🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. 📱 โทร. 0-2564-7000 หรือไบโอเทค โทร. 0-2564-6700 อีเมล: [email protected] (ดร.กนก วงศ์รัฐปัญญา)
🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹

#เกษตรกรก้าวหน้า #เกษตรไฮเทค #สวทช #ไบโอเทค #กรมหม่อนไหม #ผ้าไหม #ทุ่งกุลาร้องไห้ #ผ้าไทย #ซิลค์โปร #ผ้าไหมไทย #เอนไซม์ #เกษตรสิ่งแวดล้อม

ที่อยู่

Bangkok
12120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

025646700

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BIOTEC-NSTDAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์