ChulaUnisearch มุ่งมั่นบริการวิชาการด้วยคุณภาพเพื่อสร้างสรรค์ผลงานแก่สังคม

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Chula Unisearch, Chulalongkorn University
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ก่อตั้ง “ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำความรู้และวิทยาการจากมหาวิทยาลัยไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และดำเนินงานในลักษณะการเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยในการดำเนินธุรกิจให้บริการวิชาการและการจัดการเกี่ยวกับเงื่อนไขทางกฎหมายและข้อตก

ลงในการรับดำเนินโครงการด้านวิชาการแก่สังคมทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ในรูปของการวิจัย การให้คำปรึกษาและการพัฒนาบุคลากร เพื่อเป็นการนำความรู้ทางวิชาการในลักษณะสหสาขาวิชาหรือสหวิทยาการไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ ภายใต้นโยบายการดำเนินงาน “มุ่งมั่นบริการวิชาการด้วยคุณภาพเพื่อสร้างสรรค์ผลงานแก่สังคม”

“เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ”รู้เท่าทันเทคโนโลยี ใช้อย่างเข้าใจ และไม่หลงเชื่อโดยง่ายทุกวันนี้ “AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่...
26/08/2026

“เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ”
รู้เท่าทันเทคโนโลยี ใช้อย่างเข้าใจ และไม่หลงเชื่อโดยง่าย

ทุกวันนี้ “AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของเราแทบทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่อาจยังมีคำถามและความกังวลเกี่ยวกับการใช้งาน ตลอดจนความเสี่ยงจากข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น และรูปแบบการหลอกลวงใหม่ ๆ ที่แนบเนียนขึ้นทุกวัน
รายการรอบตัวเรา สัปดาห์นี้ จึงได้เรียนเชิญ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล คันธวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร่วมพูดคุยในหัวข้อ “เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี เป็นผู้ดำเนินรายการ เพื่อชวนผู้ฟังทำความเข้าใจ AI อย่างรู้เท่าทัน ใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม และรู้จักตั้งคำถามก่อนเชื่อ

🤖AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในชีวิตประจำวันมานานแล้ว
รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล อธิบายว่า AI ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ค่อย ๆ เข้ามาอยู่รอบตัวเราเป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่การสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ ไปจนถึงการแปลงเสียงเป็นข้อความ เพียงแต่เทคโนโลยีในช่วงหลัง อย่าง Generative AI ทั้ง ChatGPT และ Gemini ทำให้ผู้คนได้สัมผัสและโต้ตอบกับ AI ได้โดยตรงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
“AI มันมีมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว ไม่ได้อยู่แค่ในกระดาษหรืองานวิจัยที่ขึ้นหิ้งนะครับ แต่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรามาเป็นสิบปีแล้ว เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้ตัวว่ามันค่อย ๆ อยู่รอบตัวเรา”

🕵️‍♀️ความสะดวกของ AI มาพร้อมกับสิ่งที่ต้องตรวจสอบ
แม้ AI จะสื่อสารกับผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ความ “แนบเนียน” ของคำตอบก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะ AI อาจให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนโดยผู้ใช้ไม่รู้ตัว เช่น ข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว หรือข้อมูลด้านสุขภาพที่ AI ประมวลผลจากข้อมูลเพียงบางส่วน ต่างจากบุคลากรทางการแพทย์ที่สามารถตรวจร่างกายและพิจารณาข้อมูลประกอบอย่างรอบด้าน
“ความแนบเนียนนี่แหละที่อันตราย เพราะบางทีเวลามันตอบเราแบบผิด ๆ เราก็ไม่รู้ตัว”

🧐“ความเสี่ยงของงาน” คือสิ่งที่ควรใช้กำหนดระดับการเชื่อ AI
รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล อธิบายว่า การใช้ AI ควรพิจารณาตามระดับความเสี่ยงของเรื่องที่กำลังนำไปใช้ หากเป็นเรื่องทั่วไป เช่น การสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ หรือการระดมความคิดสร้างสรรค์ AI สามารถช่วยเสนอแนวทางได้อย่างสบายใจ แต่เมื่อเข้าสู่เรื่องที่มีผลกระทบสูง ผู้ใช้ควรเพิ่มความระมัดระวังและไม่ควรเชื่อคำตอบของ AI โดยตรง
“เรื่องการแพทย์ เรื่องการเงิน เรื่องกฎหมาย สามเรื่องนี้ห้ามเชื่อ AI แบบเด็ดขาด ต้องตรวจสอบเองอย่างละเอียด ซีเรียสมาก”

🤖AI ก็เหมือน “มีด” อยู่ที่ว่าใครเอาไปใช้ทำอะไร
รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล เปรียบเทียบว่า AI มีคุณประโยชน์ไม่ต่างจากเครื่องมืออย่างมีด ที่สามารถใช้ทำกับข้าวได้ประโยชน์มากมาย แต่ในมือของผู้ไม่หวังดี ก็อาจถูกนำไปใช้ในทางที่สร้างความเสียหายได้เช่นกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่เจตนาของผู้ใช้งาน
“AI ก็เหมือนมีด เราใช้มันทำกับข้าวก็มีประโยชน์ แต่ถ้ามีคนเอาไปใช้ในทางที่ไม่ดี มันก็กลายเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพได้เหมือนกัน”

⚡️AI เหมาะกับการช่วย "ย่อยข้อมูล" เมื่อเรามีแหล่งข้อมูลให้ตรวจสอบ
หนึ่งในตัวอย่างการใช้ AI ที่ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล มองว่ามีประโยชน์และความเสี่ยงต่ำ คือการนำเอกสารหรือบทความที่มีอยู่แล้วมาให้ AI ช่วยสรุปและย่อยเนื้อหา เพื่อให้เข้าใจสาระสำคัญได้รวดเร็วขึ้น เพราะผู้ใช้สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบกับเอกสารต้นฉบับได้ ต่างจากการถาม AI ด้วยคำถามทั่วไปโดยไม่มีแหล่งข้อมูลกำกับ ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าที่คำตอบอาจมีข้อมูลไม่ถูกต้องหรือเป็นข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นมาเอง
Key Message
งานที่มีเอกสารต้นฉบับให้ตรวจสอบ คือจุดที่ AI ช่วยได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยที่สุด

⁉️ผู้สูงวัยควรเพิ่ม “ต่อมเอ๊ะ” เมื่อพบข้อมูลที่น่าสงสัย
อีกประเด็นสำคัญคือความเสี่ยงจากข้อความหรือเนื้อหาที่สร้างขึ้นด้วย AI ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ร่วมกับกลโกงของมิจฉาชีพ เนื่องจาก AI ช่วยสร้างข้อความ รูปภาพ หรือเนื้อหาที่แนบเนียนมากขึ้นเรื่อย ๆ แนวทางที่ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล แนะนำ คือการสร้างนิสัย “สงสัยไว้ก่อน” หากได้รับข้อความหรือข้อมูลที่ดูผิดปกติ ไม่มีแหล่งที่มา หรือชวนให้รีบตัดสินใจ
“ถ้าเรามี 'ต่อมเอ๊ะ' เราจะฉุกคิดได้ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อดี ขอให้ตั้งเกียร์ไปทางไม่เชื่อไว้ก่อน”

🔍ตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง ก่อนตัดสินใจ
เมื่อพบข้อมูลที่น่าสงสัย ผู้ใช้สามารถตรวจสอบกับคนรอบข้าง เช่น ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือค้นหาข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพิ่มเติม แนวคิดสำคัญคือไม่ควรใช้ AI เพียงเครื่องมือเดียวในการตรวจสอบ AI แต่ควรเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ

👀ความเสี่ยงไม่ได้เกิดจาก AI เพียงอย่างเดียว แต่มิจฉาชีพนำเทคโนโลยีไปใช้ได้เช่นกัน
รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล ชี้ให้เห็นว่า มิจฉาชีพมีอยู่ก่อนที่ AI จะเข้ามาแล้ว แต่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การหลอกลวงสะดวกและแนบเนียนขึ้น การรับมือจึงควรมองทั้งสองด้าน คือทำความเข้าใจประโยชน์และข้อจำกัดของ AI ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะสังเกตและตรวจสอบข้อมูล
ในมุมมองของ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล คนทั่วไปที่ยังไม่เข้าใจ AI มักมีความกังวลอยู่ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ กลัวถูกหลอกลวง กลัวข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล และกลัวว่าการใช้งานจะก่อปัญหาตามมาในที่ทำงาน ซึ่งความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่ไม่ควรเป็นเหตุผลให้หลีกเลี่ยงการเรียนรู้ AI ไปเสียทั้งหมด

✨AI เป็นเครื่องมือช่วยผู้สูงวัยได้ หากเริ่มเรียนรู้จากเรื่องใกล้ตัว
แทนที่จะมองว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่ผู้สูงวัย “ตามไม่ทัน” รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล เสนอมุมกลับว่า ผู้สูงวัยสามารถเริ่มต้นเรียนรู้จากการนำ AI มาใช้ประโยชน์ในเรื่องใกล้ตัวก่อน เช่น ให้ช่วยสรุปเอกสาร ช่วยอ่านข้อความในกรณีที่สายตาไม่สะดวก หรือช่วยระดมความคิดเมื่อยังไม่รู้จะเริ่มต้นทำบางสิ่งอย่างไร การใช้งานลักษณะนี้จะช่วยให้ค่อย ๆ คุ้นเคยกับจังหวะและรูปแบบการตอบของ AI
การทำความคุ้นเคยกับ AI ยังช่วยให้สังเกตลักษณะของเนื้อหาที่สร้างโดย AI ได้ดีขึ้นด้วย เช่น รูปภาพหรือวิดีโอที่มีรายละเอียดผิดธรรมชาติ การเคลื่อนไหวหรือการพูดที่ไม่สมจริง รศ.ดร.พิตติพล มองว่าการเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้มีความสำคัญ เพราะ AI มีแนวโน้มเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ต้องเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้เลยครับ เพราะในอีก 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า มันจะยิ่งแนบเนียนและเข้ามาอยู่ในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้”

👉“ถามกลับ” AI ได้ เมื่อไม่แน่ใจในคำตอบ
หนึ่งในเทคนิคที่นำไปใช้ได้ คือเมื่อ AI ให้ข้อมูลที่ไม่แน่ใจ ผู้ใช้สามารถถามกลับหรือขอให้ AI ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งได้ อย่างไรก็ตาม การถามกลับไม่ได้หมายความว่าคำตอบครั้งที่สองจะถูกต้องเสมอไป จึงยังจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณและตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งอื่นควบคู่กัน โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง

🎯เมื่อเรื่องมีความเสี่ยงสูง ควรพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ
ในประเด็นสุขภาพ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล ยกตัวอย่างว่า AI อาจช่วยประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลที่ผู้ใช้เล่าให้ฟัง และอาจแนะนำให้ไปพบแพทย์ แต่ไม่ควรถูกใช้แทนผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยหรือการตัดสินใจสำคัญ ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ชีวิตของผู้สูงวัยเองก็เป็นสิ่งที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณาและตั้งคำถามกับคำตอบของ AI ได้เป็นอย่างดี
Key Message
AI ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ แต่การวินิจฉัยและการตัดสินใจสำคัญยังต้องเป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ

🫶ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้สูงวัยเริ่มต้นใช้ AI
สำหรับผู้สูงวัยที่เข้าถึงสมาร์ทโฟนหรือเทคโนโลยีพื้นฐานได้ ลูกหลานสามารถเข้ามาช่วยแนะนำช่องทางการเข้าถึง AI และทดลองใช้งานไปพร้อมกัน โดยอาจเริ่มจากการพูดคุยกับ AI เพื่อถามว่าช่วยเรื่องใดได้บ้าง หรือควรระมัดระวังเรื่องใด การค่อย ๆ เรียนรู้ผ่านการใช้งานจริงจะช่วยสร้างความคุ้นเคยได้มากกว่าการเรียนรู้เชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียว
“ถ้าคุณปู่คุณย่าอยากรู้จัก AI แล้วชวนลูกหลานสอน ผมว่าลูกหลานน่าจะแฮปปี้นะครับ อย่างน้อยก็ได้เป็นที่พึ่งให้กัน”

🧩การรู้เท่าทัน AI ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายภาคส่วน
นอกจากการเรียนรู้ในระดับบุคคลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล มองว่าการรับมือกับความเสี่ยงจากเทคโนโลยีจำเป็นต้องอาศัยบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาครัฐและผู้มีหน้าที่กำกับดูแล ทั้งด้านนโยบายการใช้ AI การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

🫆AI ช่วยงานวิชาการได้ แต่ไม่ควรแทนที่ความคิดริเริ่มของมนุษย์
ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ยังมีการพูดถึงการใช้ AI ในแวดวงวิชาการ โดย AI สามารถช่วยตรวจภาษา เรียบเรียงเนื้อหา หรือปรับโครงสร้างข้อความให้เข้าใจง่ายขึ้นได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม แนวคิดสำคัญของงานวิจัย เช่น โจทย์ที่ต้องการศึกษา แนวคิดริเริ่ม หรือความใหม่ของงาน ยังคงต้องมาจากมนุษย์ ขณะเดียวกัน การใช้ AI ช่วยอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการก็จำเป็นต้องตรวจสอบแหล่งอ้างอิงอย่างรอบคอบ เพราะหากพบรายการอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริง ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของงานทั้งชิ้น
“ถ้า References ที่คลิกเข้าไปแล้วไม่เจอ อันนี้มีปัญหาหนักเลยนะครับ”

“เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ” จึงไม่ใช่การต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่คือการไม่หยุดเรียนรู้ บทสัมภาษณ์สะท้อนให้เห็นว่า การเรียนรู้ AI สำหรับผู้สูงวัยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยความเข้าใจเทคโนโลยีในระดับลึก แต่สามารถเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว ค่อย ๆ ทดลองใช้ ตั้งคำถาม ตรวจสอบคำตอบ และเรียนรู้ข้อจำกัดของ AI ไปพร้อมกัน สิ่งสำคัญคือไม่ปล่อยให้ความไม่คุ้นเคยกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้หลีกเลี่ยงเทคโนโลยีไปเสียทั้งหมด
สาระสำคัญจากการพูดคุยเรื่อง “เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ” จึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้ผู้สูงวัยต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI หากแต่อยู่ที่การสร้างความคุ้นเคยและความเข้าใจต่อเทคโนโลยี รู้ว่า AI ช่วยอะไรได้ รู้ว่าเรื่องใดควรตรวจสอบ และรู้ว่าเมื่อใดควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือคนรอบข้าง

การเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้สูงวัยและประชาชนทั่วไป สามารถอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างรอบคอบ โดยไม่หวาดกลัวจนเกินไป และไม่หลงเชื่อจนขาดการไตร่ตรอง

🎧 ผู้สนใจสามารถติดตามรับฟังบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ได้ที่
📍 [ใส่ลิงก์สำหรับรับฟังย้อนหลัง]

รายการรอบตัวเรา | ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz | ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.30–10.55 น.
คอลัมน์: ฟังแล้วเล่า รอบตัวเรา
สรุปและเรียบเรียงโดย: งานสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข้อมูลอ้างอิง: เนื้อหาถอดความและเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล คันธวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการสัมภาษณ์โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี เผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาและสาธารณชน

#ฟังแล้วเล่ารอบตัวเรา #ผู้สูงวัย #วิศวจุฬา #วิทยุจุฬา #ผู้สูงวัย

🤝 เมื่อ “คน” แตกต่างกัน สิ่งที่จะทำให้เราเดินไปด้วยกันได้ คือความเข้าใจและเป้าหมายร่วมศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มห...
21/08/2026

🤝 เมื่อ “คน” แตกต่างกัน สิ่งที่จะทำให้เราเดินไปด้วยกันได้ คือความเข้าใจและเป้าหมายร่วม
ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Unisearch) จัดกิจกรรม Team Building: Connecting People, Strengthening Collaboration ภายใต้โครงการสัมมนาบุคลากร Chula Unisearch ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุม Ozone Hall โรงแรม MOVENPICK RESORT KHAO YAI จังหวัดนครราชสีมา

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก อาจารย์ภาณุทัต ม่วงทอง (อ.โอห์ม สายฮา) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความสัมพันธ์องค์กร พร้อมทีมงาน ร่วมถ่ายทอดแนวคิดและนำกิจกรรมที่ชวนบุคลากรเรียนรู้การทำงานร่วมกัน ผ่านการทำความเข้าใจว่า “คนต่างกัน” ทั้งวิธีคิด ประสบการณ์ มุมมอง และรูปแบบการทำงาน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจมาโดยไม่ทันได้เตรียมตัว ทั้งจากสถานการณ์ภายนอก นโยบาย และการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ซึ่งทำให้การสื่อสารและการมี “เป้าหมายร่วม” เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากคนในองค์กรไม่เข้าใจเป้าหมายเดียวกัน การทำงานอาจไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และทีมอาจสูญเสียเข็มทิศในการขับเคลื่อน Vision และ Mission ขององค์กร

✨ ทีมที่เข้มแข็งไม่ได้เกิดจากการที่ทุกคนเหมือนกัน แต่เกิดจากการที่คนที่แตกต่างกันสามารถเข้าใจกัน ทำงานร่วมกัน และมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้

กิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน แต่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เพื่อ เชื่อมคน สร้างความเข้าใจ และเสริมพลังความร่วมมือ พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยกันในฐานะทีม Chula Unisearch

📖 อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่ คอมเมนต์แรก

#สัมมนาบุคลากร2569

🎙️ “เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ” เมื่อ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปAI เข้ามาอยู่รอบตัวเราอย่างแนบเนียนมากกว่าที่คิด ตั้งแต่...
21/08/2026

🎙️ “เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ” เมื่อ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
AI เข้ามาอยู่รอบตัวเราอย่างแนบเนียนมากกว่าที่คิด ตั้งแต่การสแกนใบหน้า การแปลงเสียงเป็นข้อความ ไปจนถึง ChatGPT และ Generative AI ที่สามารถพูดคุย ตอบคำถาม และช่วยเราทำงานได้หลากหลายรูปแบบ

แต่เมื่อ AI ให้คำตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า… สิ่งที่ AI บอกนั้นถูกต้องจริงหรือไม่? โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่อาจต้องเผชิญทั้งข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ข่าวสารที่สร้างด้วย AI และการหลอกลวงที่มีความแนบเนียนมากขึ้น

📌 ชวนติดตามรายการ “รอบตัวเรา” ตอน “เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ”
ร่วมพูดคุยกับ รศ.ดร.พิตติพล คันธวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
ดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี

📻 มาร่วมเรียนรู้และทำความเข้าใจ AI ไปพร้อมกัน กับรายการรอบตัวเรา
สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz | Chula Radio Plus
🗓️ วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569
🕥 เวลา 10.30–10.55 น.
🎧 รับฟังออนไลน์ https://curadio.car.chula.ac.th/
🎙️ ดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี

💡 เพราะการเรียนรู้ AI อาจไม่ใช่เรื่องของการต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่คือการรู้ว่า AI ช่วยเราได้อย่างไร เรื่องใดควรตรวจสอบ และเมื่อใดควรใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อ

#ผู้สูงวัย #วิศวจุฬา #วิทยุจุฬา

🤝 Chula Unisearch ร่วมส่งต่อ “โอกาสทางการศึกษา” สู่เด็กพิการทางการเห็น ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่เมื่อวันที...
21/08/2026

🤝 Chula Unisearch ร่วมส่งต่อ “โอกาสทางการศึกษา” สู่เด็กพิการทางการเห็น ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Unisearch) ร่วมกิจกรรม CSR ภายใต้โครงการสัมมนาบุคลากร Chula Unisearch ประจำปี 2569 ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

กิจกรรมครั้งนี้ Chula Unisearch ร่วมส่งต่อความช่วยเหลือผ่านการบริจาค ข้าวสาร อาหารแห้ง นมกล่อง UHT อุปกรณ์การเรียน และน้ำยาซักผ้า พร้อมมอบทุนทรัพย์เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและการปรับปรุงภูมิทัศน์ของโรงเรียน รวมถึงร่วมสมทบทุนจัดเลี้ยงอาหารกลางวันและอาหารว่างให้แก่น้อง ๆ

💙 นอกจากการส่งต่อสิ่งของและทุนสนับสนุน คณะผู้บริหารและบุคลากรยังได้ร่วมรับชมการแสดงดนตรีจากน้อง ๆ ซึ่งสร้างความประทับใจและสะท้อนให้เห็นถึง ความสามารถและศักยภาพของเด็กพิการทางการเห็น เมื่อได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม

นายรักศักดิ์ ชัยรัญจวนสกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวันเขาใหญ่ กล่าวขอบคุณและแสดงความซาบซึ้งใจ พร้อมสะท้อนว่า การสนับสนุนในครั้งนี้ไม่ได้ช่วยเพียงเติมเต็มสิ่งจำเป็น แต่ยังเป็นการ “มอบโอกาสทางการศึกษา” ซึ่งจะช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และก้าวต่อไปในอนาคต

ด้าน ดร.ศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นโอกาสในการส่งต่อความช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนพลังบวก และสร้างการยอมรับซึ่งกันและกันในสังคม พร้อมย้ำถึงความพร้อมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการเปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค และการทำหน้าที่ของ Chula Unisearch ในฐานะ “สื่อกลางและตัวเชื่อม” เพื่อสะท้อนเสียงของน้อง ๆ ไปสู่สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

✨ เพราะการให้ที่มีความหมาย ไม่ได้มอบเพียงสิ่งของ แต่คือการส่งต่อโอกาส ความเข้าใจ และกำลังใจ เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้และเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

📖 อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่ คอมเมนต์แรก

#สัมมนาบุคลากร2569 #โอกาสทางการศึกษา #โรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวัน

🌱 “องค์กรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเรียนรู้ร่วมกันและการพัฒนาอย่างไม...
20/08/2026

🌱 “องค์กรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเรียนรู้ร่วมกันและการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง”
เพราะการพัฒนาองค์กร เริ่มต้นจาก “คน” ที่มีเป้าหมายร่วมกัน พร้อมเปิดใจเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Unisearch) จัดการประชุม Town Hall ครั้งที่ 3/2569 เพื่อเปิดพื้นที่พบปะพูดคุยระหว่างผู้บริหารและบุคลากร ถ่ายทอดทิศทางการดำเนินงานขององค์กร พร้อมสร้างความเข้าใจร่วมในการขับเคลื่อน Chula Unisearch สู่ปีงบประมาณ 2570

ในการกล่าวเปิดการประชุม ดร.ศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการฯ Chula Unisearch ได้สื่อสารวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินงานขององค์กร พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกัน การสื่อสารภายในองค์กร และการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับในการร่วมพัฒนาองค์กรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และสร้างคุณค่าแก่ผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง

ตลอดการประชุม ผู้บริหารและวิทยากรได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่าน 6 หัวข้อสำคัญ ที่เชื่อมโยงการพัฒนาองค์กรในทุกมิติ ตั้งแต่การกำหนดทิศทางองค์กร การสร้างวัฒนธรรมการบริการ (Service Mind) การติดตามผลการดำเนินงานตาม OKRs การพัฒนากระบวนการทำงานด้วย Lean Process Improvement การเตรียมการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ และการเตรียมความพร้อมของบุคลากรและองค์กรสู่ปีงบประมาณ 2570

💙 หนึ่งในหัวข้อสำคัญ คือ “Service Mind: การบริการที่สร้างความประทับใจและคุณค่าแก่ผู้รับบริการ” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ รองกรรมการผู้อำนวยการ ที่ชวนให้ทุกคนมองการบริการในมิติที่มากกว่าการปฏิบัติตามขั้นตอน แต่คือการเข้าใจผู้รับบริการ การสื่อสารอย่างมืออาชีพ และการร่วมกันสร้างประสบการณ์ที่ดีในทุกจุดของการให้บริการ

🚀 ปิดท้ายด้วยหัวข้อ “ก้าวต่อไปของ CUNS: ทิศทางและเป้าหมายสู่ปีงบประมาณ 2570” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ดำรงค์ วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการ ที่สะท้อนแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กร และเตรียมความพร้อมสู่อนาคต

✨ Town Hall ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีสื่อสารนโยบายขององค์กร แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการสร้างความเข้าใจร่วม เพื่อให้บุคลากรทุกคนร่วมกันพัฒนาการบริการ ยกระดับการทำงาน และขับเคลื่อน Chula Unisearch ไปสู่อนาคตอย่างมั่นคง

📖 อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่ คอมเมนต์แรก

🫣“โรคอ้วน...เรื่องใหญ่กว่าที่คิด”รู้จักให้ลึกกว่าน้ำหนักตัว ก่อนสุขภาพจะได้รับผลกระทบเมื่อพูดถึง “โรคอ้วน” หลายคนอาจนึกถ...
20/08/2026

🫣“โรคอ้วน...เรื่องใหญ่กว่าที่คิด”
รู้จักให้ลึกกว่าน้ำหนักตัว ก่อนสุขภาพจะได้รับผลกระทบ

เมื่อพูดถึง “โรคอ้วน” หลายคนอาจนึกถึงน้ำหนักตัวหรือรูปร่างเป็นสิ่งแรก แต่ในทางการแพทย์ การประเมินภาวะอ้วนต้องมองให้ลึกกว่านั้น ทั้งปริมาณไขมันในร่างกาย ตำแหน่งที่ไขมันสะสม ไปจนถึงผลกระทบที่อาจยังไม่แสดงอาการให้เห็นในทันที
รายการ “รอบตัวเรา” ทางสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz สัปดาห์นี้จึงชวนพูดคุยกับ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์รักษ์พุง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในประเด็นที่หลายคนมองข้าม แต่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างที่คาดไม่ถึง ดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี

🏩“ศูนย์รักษ์พุง” ดูแลโรคอ้วนด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ
ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ อธิบายว่า “ศูนย์รักษ์พุง” ไม่ใช่เพียงคลินิกลดน้ำหนักทั่วไป แต่เป็นคลินิกที่ดูแลภาวะโรคอ้วนแบบสหสาขาวิชาชีพแห่งแรก ๆ ของประเทศ โดยรวมบุคลากรจากหลายสาขาไว้ด้วยกัน ทั้งแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อ นักกำหนดอาหาร นักโภชนาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อดูแลผู้รับบริการอย่างครบวงจร นอกจากนี้ศูนย์ฯ ยังเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเรียนรู้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้วย
“เรามีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญหลายด้านมารวมกัน เพื่อดูแลภาวะโรคอ้วนอย่างครบวงจร และยังเป็นต้นแบบให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศได้เข้ามาเรียนรู้แลกเปลี่ยนกัน” — ศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์

🧷โรคอ้วนวัดกันอย่างไร ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตาชั่ง
หลายคนเข้าใจว่าโรคอ้วนวัดกันที่น้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว แต่ ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ อธิบายว่า ตัวชี้วัดหลักทางการแพทย์คือ “ปริมาณไขมันในร่างกาย” โดยทั่วไปหากผู้หญิงมีไขมันเกินราวร้อยละ 30 ของน้ำหนักตัว ถือว่าเข้าสู่ภาวะอ้วนแล้ว แต่เนื่องจากการวัดไขมันโดยตรงต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะ ในทางปฏิบัติจึงนิยมใช้ “ดัชนีมวลกาย” หรือ BMI (น้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง) เป็นตัวประเมินเบื้องต้นแทน
“ค่าปกติของดัชนีมวลกายอยู่ที่ประมาณ 18.5–24.9 หากเกิน 25 ถือว่าน้ำหนักเกิน และหากเกิน 30 ถือว่าเข้าสู่ภาวะโรคอ้วน” — ศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์

🧷ไม่ใช่แค่เรื่อง “กิน” แต่เป็นผลรวมของหลายปัจจัย
ในช่วงหนึ่งของบทสนทนา ผู้ดำเนินรายการตั้งข้อสังเกตว่าคนไทยดูจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานอยู่กับหน้าจอทั้งวัน ซึ่ง ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ ยอมรับว่าวิถีชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะโรคอ้วนเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งวิถีชีวิต กิจกรรมทางกาย พันธุกรรม ตลอดจนรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และย้ำว่านี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะประเทศไทย แต่เป็นแนวโน้มที่พบเห็นได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่อัตราภาวะอ้วนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

🧷เมื่อไขมันสะสม ผลกระทบไม่ได้อยู่แค่รูปร่าง
ประเด็นสำคัญที่ ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ เน้นย้ำคือ โรคอ้วนเป็น “ภาวะเรื้อรัง” ที่ผลกระทบมักไม่แสดงออกให้เห็นในทันที ไขมันที่สะสมตามอวัยวะต่าง ๆ จะค่อย ๆ รบกวนการทำงานของร่างกาย และอาจนำไปสู่ภาวะดื้อต่ออินซูลิน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไปจนถึงความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งบางชนิด
“ไขมันที่ไปสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ จะรบกวนการทำงานของร่างกายแทบทุกระบบ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า”

🧷“อ้วนลงพุง” สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากน้ำหนักตัวและดัชนีมวลกายแล้ว ตำแหน่งของไขมันที่สะสมก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะไขมันบริเวณช่องท้อง หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ “อ้วนลงพุง” ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง แม้บางรายอาจยังไม่มีอาการผิดปกติให้เห็นในขณะนั้น
“ถ้าเห็นใครมีลักษณะของการสะสมไขมันในช่องท้องมาก ๆ ส่วนใหญ่เมื่อตรวจสุขภาพแล้วมักพบว่ามีภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ตามมาแล้ว แม้จะยังไม่แสดงอาการในตอนนั้น”

🧷ดูแลโรคอ้วน เริ่มที่ “อาหาร” และ “การเคลื่อนไหว”
เมื่อถามถึงแนวทางดูแลรักษา ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ ยืนยันว่าหัวใจสำคัญที่สุดคือการควบคุมอาหาร ทั้งชนิด ปริมาณ และพลังงานที่ได้รับ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการออกกำลังกายรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะ ขอเพียงมีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
“การควบคุมอาหารสำคัญที่สุด ส่วนการออกกำลังกายก็มีประโยชน์ต่อทุกส่วนของร่างกาย เมื่อทำควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักจะค่อย ๆ ลดลงจนสุขภาพดีขึ้น”

🧷ผู้สูงอายุ อย่าลืมดูแลทั้ง “อาหาร” และ “กล้ามเนื้อ”
สำหรับผู้สูงอายุ ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับปริมาณโปรตีนที่ได้รับ เพราะมีผลโดยตรงต่อการเสริมสร้างและคงมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการหกล้มและช่วยให้ดูแลตัวเองได้ในระยะยาว ส่วนคำถามยอดฮิตที่ว่า “มื้อเย็นควรงดหรือไม่” ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ อธิบายว่าไม่จำเป็นต้องงดมื้อเย็นโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ควรลดปริมาณลงบ้าง เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายมักใช้พลังงานน้อยกว่าช่วงกลางวัน แต่ยังคงต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ

🧷โรคอ้วนเริ่มต้นได้ตั้งแต่วัยเด็ก
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ภาวะอ้วนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในผู้ใหญ่ ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ ระบุว่าปัจจุบันคนไทยราว 1 ใน 3 มีภาวะอ้วน และเด็กที่มีภาวะอ้วนรุนแรงเกินครึ่งมีแนวโน้มจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วนเช่นกัน ศูนย์รักษ์พุงจึงมีคลินิกดูแลภาวะอ้วนสำหรับเด็กควบคู่ไปกับผู้ใหญ่ด้วย เพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง

🧷ยารักษาโรคอ้วน ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
เมื่อพูดถึงยาลดความอ้วนที่มีการโฆษณาอย่างแพร่หลาย ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ เตือนว่าไม่ควรซื้อมาใช้เอง เพราะยาทุกชนิดมีผลข้างเคียง และการเลือกใช้ยาต้องพิจารณาจากดัชนีมวลกายและปัจจัยสุขภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
“ยาเป็นสิ่งที่อาจจำเป็นสำหรับบางท่าน แต่ยาทุกชนิดมีผลข้างเคียง การใช้ยาจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด”
สำหรับผู้ที่ปรับพฤติกรรมอย่างเต็มที่แล้วแต่ยังไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้ตามเป้าหมาย ปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญและสถานพยาบาลกระจายอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

🧷ผลไม้มีประโยชน์ แต่ “กินเยอะ ๆ” ไม่ใช่คำตอบเสมอไป
อีกความเข้าใจที่พบบ่อยคือ การกินผลไม้มาก ๆ จะช่วยลดความอ้วนได้ ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ อธิบายว่าเป็นความจริงเพียงบางส่วน เพราะผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลค่อนข้างสูง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเช่นเดียวกัน
“ผักและผลไม้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ถ้าชนิดไหนมีความหวานมาก ก็ต้องระมัดระวังเรื่องน้ำตาลและพลังงานที่ได้รับด้วย ไม่มีคำตอบเดียวหรือสูตรสำเร็จเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน”

🧷ทางออกในระยะยาว จากความรู้ สู่การลงมือทำ
แม้ปัจจุบันคนไทยจะเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพได้มากขึ้น แต่ ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ ยอมรับว่าความท้าทายที่แท้จริงคือการนำความรู้ไปปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องอาศัยเวลาและความตั้งใจ โดยเฉพาะการส่งต่อองค์ความรู้จากส่วนกลางไปสู่ระดับชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งยังเป็นช่องว่างสำคัญที่ควรได้รับการพัฒนาต่อไป ผ่านความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานด้านสุขภาพ
“วันหนึ่งเราอยากเห็นภาวะโรคอ้วนในสังคมไม่ขยายตัวเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้ นี่คือสิ่งที่เรามีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำอยู่”

🧷บทสรุป: สุขภาพไม่ได้มีแค่ตัวเลขบนตาชั่ง
“โรคอ้วน” จึงไม่ใช่เรื่องของรูปร่างหรือความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวโยงกับสุขภาพในภาพรวมอย่างลึกซึ้ง ทั้งปริมาณและตำแหน่งของไขมัน วิถีชีวิต อาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย ตลอดจนปัจจัยเฉพาะบุคคล การดูแลจึงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจตนเอง ปรับพฤติกรรมด้านอาหารและการเคลื่อนไหวให้เหมาะสม และขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์เมื่อจำเป็น

🎧 ผู้สนใจสามารถติดตามรับฟังบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ได้ที่
📍 [ใส่ลิงก์สำหรับรับฟังย้อนหลัง]

รายการรอบตัวเรา | ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz | ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.30–10.55 น.
คอลัมน์: ฟังแล้วเล่า รอบตัวเรา
สรุปและเรียบเรียงโดย: งานสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข้อมูลอ้างอิง: เนื้อหาถอดความและเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์รักษ์พุง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ดำเนินการสัมภาษณ์โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อสาธารณประโยชน์ในการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่สาธารณชน ทั้งนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับคำแนะนำทางการแพทย์

#ฟังแล้วเล่ารอบตัวเรา #โรคอ้วน #ศูนย์รักษ์พุง #โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ #วิทยุจุฬา

🌏 จากการเรียนรู้...สู่แรงบันดาลใจที่ไม่มีวันสิ้นสุดตลอดหนึ่งสัปดาห์ของ School Summer Camp 2026 เยาวชนจากหลากหลายประเทศได...
19/08/2026

🌏 จากการเรียนรู้...สู่แรงบันดาลใจที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ของ School Summer Camp 2026 เยาวชนจากหลากหลายประเทศได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการลงมือปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการใช้ชีวิตร่วมกันในสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง

ค่ายฤดูร้อนนานาชาติครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Chulalongkorn University โดย ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Unisearch) และสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ TEEMS Global โดยมีคณาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิต เกาะสีชัง และศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมขับเคลื่อนโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 12–18 ปี ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ กีฬา และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ลาภยศ ประสิทธิโศภิน ผู้ช่วยอธิการบดีด้านวิรัชกิจและเครือข่ายนานาชาติ และงานประกันคุณภาพ TQA/EdPEx เป็นประธานในพิธี

การดำเนินโครงการได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการ Chula Unisearch, ศาสตราจารย์ ดร.วรณพ วิยกาญจน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์, รองศาสตราจารย์ ดร.รสริน พลวัฒน์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรณ์รวี เอี่ยมสมบูรณ์ พร้อมด้วยคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรจากหลากหลายหน่วยงาน ภายใต้การดูแลของ Mr. Daniel Cairncross ผู้อำนวยการค่าย และความร่วมมือจาก Mr. Paul Rotheram CEO and Founder, TEEMS Global

💙 ขอขอบคุณคณาจารย์และวิทยากรผู้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เยาวชน ได้แก่
• รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษฎา พนมเชิง และ รองศาสตราจารย์ ดร.รัชทิน จันทร์เจริญ (Engineering: Introduction to Robotics)
• อาจารย์ ดร.พิชัย ตุรงคินานนท์ (Nature Stamp Impression)
• รองศาสตราจารย์ ดร.รสริน พลวัฒน์ (Living Plant Museum)
• ร้อยเอกหญิง ชนาธิป ซ้อนขำ (Taekwondo)
✨ เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ไม่ได้เกิดจากการนั่งฟังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงมือทำ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการค้นพบศักยภาพของตนเอง

📸 ขอเชิญร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวแห่งการเรียนรู้ของ School Summer Camp 2026 ไปพร้อมกัน ผ่านอัลบั้มภาพที่บันทึกทุกช่วงเวลาสำคัญ ตั้งแต่วันแรกของการต้อนรับ จนถึงก้าวสุดท้ายของการเดินทางที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ แรงบันดาลใจ และการเติบโต

📌 อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์

🌏 Chula Unisearch เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือทางการศึกษาไทย–จีนศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (C...
18/08/2026

🌏 Chula Unisearch เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือทางการศึกษาไทย–จีน

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Unisearch) ให้การต้อนรับ Ms. Tang Yan เลขาธิการ Huaxia Union สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วย Ms. Cui Xin และ Ms. Luo Jing อาจารย์จากคณะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยการท่องเที่ยวกุ้ยหลิน (Guilin Tourism University) เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเยี่ยมเยือนและหารือแนวทางความร่วมมือด้านการศึกษา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุม 406 ศูนย์บริการวิชาการฯ อาคารวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

🤝 การแลกเปลี่ยนครั้งนี้มุ่งสำรวจโอกาสความร่วมมือที่สามารถต่อยอดได้ในอนาคต โดยเฉพาะ โครงการจัดหาครูชาวต่างประเทศเพื่อสอนภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน) ของ Chula Unisearch รวมถึงแนวทางการส่งนักศึกษาจีนมายังประเทศไทยเพื่อฝึกประสบการณ์และมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีน การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ตลอดจนการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมระหว่างเยาวชนไทยและจีน

💡 อีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจ คือการส่งนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาจากสถาบันพันธมิตรในประเทศจีน มากกว่า 20 คน มายังประเทศไทยในเดือน พฤศจิกายน 2569 เพื่อจัดการเรียนการสอนภาษาจีน เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง และเชื่อมโยงภาษา วัฒนธรรม และบริบททางการศึกษาของทั้งสองประเทศ

สำหรับ Chula Unisearch การเชื่อมโยงเครือข่ายทางวิชาการระหว่างประเทศ คือการเปิดพื้นที่ให้ ผู้คน องค์ความรู้ ภาษา และประสบการณ์ ได้มาพบกัน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่สามารถต่อยอดสู่ความร่วมมือในอนาคต 🇹🇭🤝🇨🇳

📌 อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์แรก

ศูนย์บริการวิชาการฯ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 78 ปี แห่งการสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ       ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬ...
18/08/2026

ศูนย์บริการวิชาการฯ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 78 ปี แห่งการสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Unisearch) นำโดย ดร.ศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการ รองศาสตราจารย์ ดร.ดำรงค์ วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการ พร้อมด้วย คุณนรีภรณ์ จงพีรเดชานนท์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการ และ คุณต่อศักดิ์ พฤกษะริตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารสำนักงาน เข้าร่วมงานเนื่องในโอกาส ครบรอบ 78 ปี แห่งการสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมแสดงความยินดีในวาระสำคัญของคณะ ณ ศูนย์กลางนวัตกรรมทางสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Social Innovation HUB) อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ในโอกาสดังกล่าว รองศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ศิริประกอบ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้เกียรติให้การต้อนรับและรับมอบของที่ระลึกจากศูนย์บริการวิชาการฯ ด้วยตนเอง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่น สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีในการร่วมแสดงความยินดีแก่คณะรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะสำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีบทบาทในการสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านรัฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง และการบริหารกิจการสาธารณะ ตลอดจนผลิตบัณฑิตและบุคลากรที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาสังคมและประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 78 ปี แห่งการสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และขอส่งความปรารถนาดีให้คณะรัฐศาสตร์ก้าวสู่ปีต่อไปด้วยความเข้มแข็งทางวิชาการ สร้างสรรค์องค์ความรู้และผลงานที่มีคุณค่า พร้อมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยต่อไป

💐Congratulations on the 78th Anniversary
Chula Unisearch extends its heartfelt congratulations and best wishes to the Faculty of Political Science, Chulalongkorn University, on its 78th Anniversary. May the Faculty continue to advance excellence in education, research, and knowledge creation, while inspiring future generations and making meaningful contributions to society and the nation for many years to come.

#78ปีคณะรัฐศาสตร์ #รัฐศาสตร์จุฬา #สิงห์ดำ

ที่อยู่

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ (Chula Unisearch) อาคารวิจัยจุฬาฯ ชั้น3-4 ซอยจุฬาฯ12 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622182880

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ChulaUnisearchผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ChulaUnisearch:

แชร์