26/08/2026
“เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ”
รู้เท่าทันเทคโนโลยี ใช้อย่างเข้าใจ และไม่หลงเชื่อโดยง่าย
ทุกวันนี้ “AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของเราแทบทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่อาจยังมีคำถามและความกังวลเกี่ยวกับการใช้งาน ตลอดจนความเสี่ยงจากข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น และรูปแบบการหลอกลวงใหม่ ๆ ที่แนบเนียนขึ้นทุกวัน
รายการรอบตัวเรา สัปดาห์นี้ จึงได้เรียนเชิญ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล คันธวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร่วมพูดคุยในหัวข้อ “เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี เป็นผู้ดำเนินรายการ เพื่อชวนผู้ฟังทำความเข้าใจ AI อย่างรู้เท่าทัน ใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม และรู้จักตั้งคำถามก่อนเชื่อ
🤖AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในชีวิตประจำวันมานานแล้ว
รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล อธิบายว่า AI ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ค่อย ๆ เข้ามาอยู่รอบตัวเราเป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่การสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ ไปจนถึงการแปลงเสียงเป็นข้อความ เพียงแต่เทคโนโลยีในช่วงหลัง อย่าง Generative AI ทั้ง ChatGPT และ Gemini ทำให้ผู้คนได้สัมผัสและโต้ตอบกับ AI ได้โดยตรงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
“AI มันมีมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว ไม่ได้อยู่แค่ในกระดาษหรืองานวิจัยที่ขึ้นหิ้งนะครับ แต่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรามาเป็นสิบปีแล้ว เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้ตัวว่ามันค่อย ๆ อยู่รอบตัวเรา”
🕵️♀️ความสะดวกของ AI มาพร้อมกับสิ่งที่ต้องตรวจสอบ
แม้ AI จะสื่อสารกับผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ความ “แนบเนียน” ของคำตอบก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะ AI อาจให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนโดยผู้ใช้ไม่รู้ตัว เช่น ข้อมูลสถานที่ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว หรือข้อมูลด้านสุขภาพที่ AI ประมวลผลจากข้อมูลเพียงบางส่วน ต่างจากบุคลากรทางการแพทย์ที่สามารถตรวจร่างกายและพิจารณาข้อมูลประกอบอย่างรอบด้าน
“ความแนบเนียนนี่แหละที่อันตราย เพราะบางทีเวลามันตอบเราแบบผิด ๆ เราก็ไม่รู้ตัว”
🧐“ความเสี่ยงของงาน” คือสิ่งที่ควรใช้กำหนดระดับการเชื่อ AI
รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล อธิบายว่า การใช้ AI ควรพิจารณาตามระดับความเสี่ยงของเรื่องที่กำลังนำไปใช้ หากเป็นเรื่องทั่วไป เช่น การสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ หรือการระดมความคิดสร้างสรรค์ AI สามารถช่วยเสนอแนวทางได้อย่างสบายใจ แต่เมื่อเข้าสู่เรื่องที่มีผลกระทบสูง ผู้ใช้ควรเพิ่มความระมัดระวังและไม่ควรเชื่อคำตอบของ AI โดยตรง
“เรื่องการแพทย์ เรื่องการเงิน เรื่องกฎหมาย สามเรื่องนี้ห้ามเชื่อ AI แบบเด็ดขาด ต้องตรวจสอบเองอย่างละเอียด ซีเรียสมาก”
🤖AI ก็เหมือน “มีด” อยู่ที่ว่าใครเอาไปใช้ทำอะไร
รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล เปรียบเทียบว่า AI มีคุณประโยชน์ไม่ต่างจากเครื่องมืออย่างมีด ที่สามารถใช้ทำกับข้าวได้ประโยชน์มากมาย แต่ในมือของผู้ไม่หวังดี ก็อาจถูกนำไปใช้ในทางที่สร้างความเสียหายได้เช่นกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่เจตนาของผู้ใช้งาน
“AI ก็เหมือนมีด เราใช้มันทำกับข้าวก็มีประโยชน์ แต่ถ้ามีคนเอาไปใช้ในทางที่ไม่ดี มันก็กลายเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพได้เหมือนกัน”
⚡️AI เหมาะกับการช่วย "ย่อยข้อมูล" เมื่อเรามีแหล่งข้อมูลให้ตรวจสอบ
หนึ่งในตัวอย่างการใช้ AI ที่ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล มองว่ามีประโยชน์และความเสี่ยงต่ำ คือการนำเอกสารหรือบทความที่มีอยู่แล้วมาให้ AI ช่วยสรุปและย่อยเนื้อหา เพื่อให้เข้าใจสาระสำคัญได้รวดเร็วขึ้น เพราะผู้ใช้สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบกับเอกสารต้นฉบับได้ ต่างจากการถาม AI ด้วยคำถามทั่วไปโดยไม่มีแหล่งข้อมูลกำกับ ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าที่คำตอบอาจมีข้อมูลไม่ถูกต้องหรือเป็นข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นมาเอง
Key Message
งานที่มีเอกสารต้นฉบับให้ตรวจสอบ คือจุดที่ AI ช่วยได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยที่สุด
⁉️ผู้สูงวัยควรเพิ่ม “ต่อมเอ๊ะ” เมื่อพบข้อมูลที่น่าสงสัย
อีกประเด็นสำคัญคือความเสี่ยงจากข้อความหรือเนื้อหาที่สร้างขึ้นด้วย AI ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ร่วมกับกลโกงของมิจฉาชีพ เนื่องจาก AI ช่วยสร้างข้อความ รูปภาพ หรือเนื้อหาที่แนบเนียนมากขึ้นเรื่อย ๆ แนวทางที่ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล แนะนำ คือการสร้างนิสัย “สงสัยไว้ก่อน” หากได้รับข้อความหรือข้อมูลที่ดูผิดปกติ ไม่มีแหล่งที่มา หรือชวนให้รีบตัดสินใจ
“ถ้าเรามี 'ต่อมเอ๊ะ' เราจะฉุกคิดได้ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อดี ขอให้ตั้งเกียร์ไปทางไม่เชื่อไว้ก่อน”
🔍ตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง ก่อนตัดสินใจ
เมื่อพบข้อมูลที่น่าสงสัย ผู้ใช้สามารถตรวจสอบกับคนรอบข้าง เช่น ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือค้นหาข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพิ่มเติม แนวคิดสำคัญคือไม่ควรใช้ AI เพียงเครื่องมือเดียวในการตรวจสอบ AI แต่ควรเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ
👀ความเสี่ยงไม่ได้เกิดจาก AI เพียงอย่างเดียว แต่มิจฉาชีพนำเทคโนโลยีไปใช้ได้เช่นกัน
รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล ชี้ให้เห็นว่า มิจฉาชีพมีอยู่ก่อนที่ AI จะเข้ามาแล้ว แต่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การหลอกลวงสะดวกและแนบเนียนขึ้น การรับมือจึงควรมองทั้งสองด้าน คือทำความเข้าใจประโยชน์และข้อจำกัดของ AI ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะสังเกตและตรวจสอบข้อมูล
ในมุมมองของ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล คนทั่วไปที่ยังไม่เข้าใจ AI มักมีความกังวลอยู่ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ กลัวถูกหลอกลวง กลัวข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล และกลัวว่าการใช้งานจะก่อปัญหาตามมาในที่ทำงาน ซึ่งความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่ไม่ควรเป็นเหตุผลให้หลีกเลี่ยงการเรียนรู้ AI ไปเสียทั้งหมด
✨AI เป็นเครื่องมือช่วยผู้สูงวัยได้ หากเริ่มเรียนรู้จากเรื่องใกล้ตัว
แทนที่จะมองว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่ผู้สูงวัย “ตามไม่ทัน” รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล เสนอมุมกลับว่า ผู้สูงวัยสามารถเริ่มต้นเรียนรู้จากการนำ AI มาใช้ประโยชน์ในเรื่องใกล้ตัวก่อน เช่น ให้ช่วยสรุปเอกสาร ช่วยอ่านข้อความในกรณีที่สายตาไม่สะดวก หรือช่วยระดมความคิดเมื่อยังไม่รู้จะเริ่มต้นทำบางสิ่งอย่างไร การใช้งานลักษณะนี้จะช่วยให้ค่อย ๆ คุ้นเคยกับจังหวะและรูปแบบการตอบของ AI
การทำความคุ้นเคยกับ AI ยังช่วยให้สังเกตลักษณะของเนื้อหาที่สร้างโดย AI ได้ดีขึ้นด้วย เช่น รูปภาพหรือวิดีโอที่มีรายละเอียดผิดธรรมชาติ การเคลื่อนไหวหรือการพูดที่ไม่สมจริง รศ.ดร.พิตติพล มองว่าการเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้มีความสำคัญ เพราะ AI มีแนวโน้มเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ต้องเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้เลยครับ เพราะในอีก 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า มันจะยิ่งแนบเนียนและเข้ามาอยู่ในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้”
👉“ถามกลับ” AI ได้ เมื่อไม่แน่ใจในคำตอบ
หนึ่งในเทคนิคที่นำไปใช้ได้ คือเมื่อ AI ให้ข้อมูลที่ไม่แน่ใจ ผู้ใช้สามารถถามกลับหรือขอให้ AI ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งได้ อย่างไรก็ตาม การถามกลับไม่ได้หมายความว่าคำตอบครั้งที่สองจะถูกต้องเสมอไป จึงยังจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณและตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งอื่นควบคู่กัน โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง
🎯เมื่อเรื่องมีความเสี่ยงสูง ควรพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ
ในประเด็นสุขภาพ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล ยกตัวอย่างว่า AI อาจช่วยประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลที่ผู้ใช้เล่าให้ฟัง และอาจแนะนำให้ไปพบแพทย์ แต่ไม่ควรถูกใช้แทนผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยหรือการตัดสินใจสำคัญ ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ชีวิตของผู้สูงวัยเองก็เป็นสิ่งที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณาและตั้งคำถามกับคำตอบของ AI ได้เป็นอย่างดี
Key Message
AI ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ แต่การวินิจฉัยและการตัดสินใจสำคัญยังต้องเป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ
🫶ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้สูงวัยเริ่มต้นใช้ AI
สำหรับผู้สูงวัยที่เข้าถึงสมาร์ทโฟนหรือเทคโนโลยีพื้นฐานได้ ลูกหลานสามารถเข้ามาช่วยแนะนำช่องทางการเข้าถึง AI และทดลองใช้งานไปพร้อมกัน โดยอาจเริ่มจากการพูดคุยกับ AI เพื่อถามว่าช่วยเรื่องใดได้บ้าง หรือควรระมัดระวังเรื่องใด การค่อย ๆ เรียนรู้ผ่านการใช้งานจริงจะช่วยสร้างความคุ้นเคยได้มากกว่าการเรียนรู้เชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียว
“ถ้าคุณปู่คุณย่าอยากรู้จัก AI แล้วชวนลูกหลานสอน ผมว่าลูกหลานน่าจะแฮปปี้นะครับ อย่างน้อยก็ได้เป็นที่พึ่งให้กัน”
🧩การรู้เท่าทัน AI ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายภาคส่วน
นอกจากการเรียนรู้ในระดับบุคคลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล มองว่าการรับมือกับความเสี่ยงจากเทคโนโลยีจำเป็นต้องอาศัยบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาครัฐและผู้มีหน้าที่กำกับดูแล ทั้งด้านนโยบายการใช้ AI การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
AI ช่วยงานวิชาการได้ แต่ไม่ควรแทนที่ความคิดริเริ่มของมนุษย์
ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ยังมีการพูดถึงการใช้ AI ในแวดวงวิชาการ โดย AI สามารถช่วยตรวจภาษา เรียบเรียงเนื้อหา หรือปรับโครงสร้างข้อความให้เข้าใจง่ายขึ้นได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม แนวคิดสำคัญของงานวิจัย เช่น โจทย์ที่ต้องการศึกษา แนวคิดริเริ่ม หรือความใหม่ของงาน ยังคงต้องมาจากมนุษย์ ขณะเดียวกัน การใช้ AI ช่วยอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการก็จำเป็นต้องตรวจสอบแหล่งอ้างอิงอย่างรอบคอบ เพราะหากพบรายการอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริง ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของงานทั้งชิ้น
“ถ้า References ที่คลิกเข้าไปแล้วไม่เจอ อันนี้มีปัญหาหนักเลยนะครับ”
“เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ” จึงไม่ใช่การต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่คือการไม่หยุดเรียนรู้ บทสัมภาษณ์สะท้อนให้เห็นว่า การเรียนรู้ AI สำหรับผู้สูงวัยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยความเข้าใจเทคโนโลยีในระดับลึก แต่สามารถเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว ค่อย ๆ ทดลองใช้ ตั้งคำถาม ตรวจสอบคำตอบ และเรียนรู้ข้อจำกัดของ AI ไปพร้อมกัน สิ่งสำคัญคือไม่ปล่อยให้ความไม่คุ้นเคยกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้หลีกเลี่ยงเทคโนโลยีไปเสียทั้งหมด
สาระสำคัญจากการพูดคุยเรื่อง “เรียนรู้ AI ในวัยเกษียณ” จึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้ผู้สูงวัยต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI หากแต่อยู่ที่การสร้างความคุ้นเคยและความเข้าใจต่อเทคโนโลยี รู้ว่า AI ช่วยอะไรได้ รู้ว่าเรื่องใดควรตรวจสอบ และรู้ว่าเมื่อใดควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือคนรอบข้าง
การเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้สูงวัยและประชาชนทั่วไป สามารถอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างรอบคอบ โดยไม่หวาดกลัวจนเกินไป และไม่หลงเชื่อจนขาดการไตร่ตรอง
🎧 ผู้สนใจสามารถติดตามรับฟังบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ได้ที่
📍 [ใส่ลิงก์สำหรับรับฟังย้อนหลัง]
รายการรอบตัวเรา | ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz | ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.30–10.55 น.
คอลัมน์: ฟังแล้วเล่า รอบตัวเรา
สรุปและเรียบเรียงโดย: งานสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข้อมูลอ้างอิง: เนื้อหาถอดความและเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ รองศาสตราจารย์ ดร.พิตติพล คันธวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการสัมภาษณ์โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี เผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาและสาธารณชน
#ฟังแล้วเล่ารอบตัวเรา #ผู้สูงวัย #วิศวจุฬา #วิทยุจุฬา #ผู้สูงวัย