11/05/2026
🇪🇺 สุขสันต์วันยุโรป (Europe Day)
เนื่องในเดือนพฤษภาคม รู้หรือไม่ว่าวันที่ 9 พฤษภาคมของทุกปีถือเป็น“วันยุโรป” (Europe Day) ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองสันติภาพและการบูรณาการเพื่อเอกภาพระหว่างเหล่าประเทศในทวีปยุโรป ที่เคยเผชิญประวัติศาสตร์อันเต็มไปด้วยความขัดแย้งและสงครามร่วมกันมาอย่างยาวนาน และยังเป็นการเฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มเป็นสหภาพยุโรปอย่างที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบันอีกด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 1950 หลังจากที่ยุโรปได้กลายเป็นสนามรบและเสียหายอย่างหนักจากสงครามโลกครั้งที่สอง ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของยุโรป นั่นคือการประกาศ “ปฏิญญาชูมาน” (Schuman Declaration) ณ กรุงปารีส โดย โรแบร์ต ชูมาน (Robert Schuman) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสในขณะนั้น โดยมี ฌ็อง มงแน (Jean Monnet) นักคิดคนสำคัญซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบิดาแห่งสหภาพยุโรปร่วมวางรากฐานแนวคิดในปฏิญญาดังกล่าว สาระสำคัญของปฏิญญานี้คือข้อเสนอให้จัดตั้ง “ประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่งยุโรป” (European Coal and Steel Community: ECSC) เพื่อให้ประเทศสมาชิกบริหารจัดการอุตสาหกรรมถ่านหินและเหล็กกล้า ซึ่งถือเป็นทรัพยากรหลักในการทำสงครามร่วมกัน แนวคิดนี้มีเป้าหมายเพื่อยุติวัฏจักรสงคราม ความขัดแย้ง และความไม่ไว้วางใจที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนานระหว่างประเทศต่างๆในทวีปยุโรป โดยเฉพาะระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนี
ปฏิญญาชูมานตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าการผสานผลประโยชน์และการพึ่งพากันทางเศรษฐกิจจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ECSC ขึ้นโดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง 6 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนีตะวันตก อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และลักเซมเบิร์ก ใน ค.ศ. 1951 ปฏิญญานี้จึงถือเป็นก้าวแรกของการบูรณาการยุโรป
ภายหลังผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 6 ประเทศได้ลงนามใน “สนธิสัญญาโรม” (Treaty of Rome) เพื่อก่อตั้ง “ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป” (European Economic Community : EEC) ใน ค.ศ. 1957 ที่ยกระดับการบูรณาการให้มีสถานะเป็นทั้งตลาดร่วมและสหภาพศุลกากร ก่อนที่จะพัฒนาไปเป็น “ประชาคมยุโรป” (European Community) ในค.ศ. 1967 และได้พัฒนาเป็น“สหภาพยุโรป” (European Union) ใน ค.ศ. 1992 ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกรวมกว่า 27 ประเทศ
สหภาพยุโรปถือได้ว่าเป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกเนื่องจากประเทศสมาชิกได้ยินยอมสละอำนาจอธิปไตยบางส่วนเพื่อให้เกิดความร่วมมือระยะยาวโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการค้าร่วม อย่างไรก็ตามความร่วมมือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้นแต่ยังครอบคลุมถึงการเมือง กฎหมาย และการส่งเสริมคุณค่าร่วมอย่างสิทธิมนุษยชน สันติภาพ และประชาธิปไตยท่ามกลางความหลากหลายอีกด้วย
ส่งผลให้ วันยุโรปถือเป็นความพยายามสร้างอัตลักษณ์ร่วมของยุโรป เพื่อกระตุ้นความรู้สึกผูกพันของประชาชนทั่วไปให้มีต่อสหภาพยุโรป ช่วยให้ประชาชนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวยุโรป และสร้างความตระหนักรู้ว่าแม้แต่ละประเทศจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ทุกคนสามารถร่วมแบ่งปันคุณค่าของสันติภาพ ความร่วมมือ และความเคารพซึ่งกันและกันได้ ซึ่งความกระตุ้นและปลูกฝังดังกล่าวถูกทำผ่านกิจกรรมที่มีความหลากหลายที่จัดขึ้นทั่วยุโรป เช่น กิจกรรมด้านการศึกษาและการสื่อสารผ่านการจัดสัมมนา การบรรยาย การแจกข้อมูล และการเปิดให้ประชาชนเยี่ยมชมสถาบันของสหภาพยุโรป เพื่อให้ประชาชนเข้าใจประวัติศาสตร์ คุณค่า และประโยชน์ของการรวมกลุ่มยุโรป ขณะที่กิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น คอนเสิร์ต นิทรรศการ การชิมอาหารจากประเทศสมาชิก และการฉายภาพยนตร์ มุ่งเน้นการแสดงออกถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมภายใต้หลักการเอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย เป็นต้น
นอกจากการเฉลิมฉลองวันยุโรปโดยสหภาพยุโรปที่เกิดขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคมแล้ว ทางสภายุโรป (Council of Europe) เอง ก็ได้มีการจัดเฉลิมฉลองในวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่มีการจัดตั้งสภายุโรปขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1949 และได้มีการเฉลิมฉลองมาตั้งแต่ ค.ศ. 1964 โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมค่านิยมของยุโรปยึดถือ ได้แก่ ประชาธิปไตย สิทธิมุนษยชน และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของยุโรป
ดังนั้น ในโลกปัจจุบันที่ยังคงเผชิญกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างประเทศ การเฉลิมฉลองวันยุโรปและวาระครบรอบ 76 ปีของปฏิญญาชูมานจึงมีความหมายมากกว่าการรำลึกถึงอดีต หากแต่เป็นบทเรียนเชิงรูปธรรมที่สะท้อนว่า “สันติภาพไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเอง แต่ต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมือง ความร่วมมือ และการออกแบบสถาบันระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง” และในอีกมิติหนึ่ง ประสบการณ์ของยุโรปยังชี้ให้เห็นว่า การสร้างความไว้วางใจผ่านการพึ่งพากันทางเศรษฐกิจและการยึดมั่นในคุณค่าร่วม สามารถเป็นรากฐานสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้งไปสู่ความร่วมมืออย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นบทเรียนที่ยังคงมีคุณค่าและสามารถนำมาปรับใช้ในบริบทของภูมิภาคอื่น ๆ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบันได้อีกด้วย
ที่มา
https://european-union.europa.eu/principles-countries-history/europe-day_en
https://www.prachachat.net/breaking-news/news-1559836
Lambert, M. (2023). Ritual and affect in Europe Day celebrations: Institutional practices of European identity construction in crisis. JCMS: Journal of Common Market Studies, 61(5), 1394–1409. https://doi.org/10.1111/jcms.13470
https://www.coe.int/en/web/portal/5-may-europe-day
ที่มาภาพ
https://fedtrust.co.uk/70th-anniversary-of-the-schuman-declaration-and-the-launching-of-european-union/