ห้องเติมใจ มศว : SWU heart room

ห้องเติมใจ มศว : SWU heart room ห้องเติมใจ by W.E.L.L Center คณะศึกษาศาสตร์ มศว ให้บริการดูแลสุขภาพใจผ่านการพูดคุย-ปรึกษาเชิงจิตวิทยา สำหรับนิสิต บุคลากรและบุคคลทั่วไป

เติมพลัง เติมความเข้มแข็ง เติมใจ เติมความสุขความสดใสให้แก่นิสิต มศว

https://www.facebook.com/share/1Ljuy7x3yh/
29/05/2026

https://www.facebook.com/share/1Ljuy7x3yh/

"ทางแก้ภาวะอัตตาเป็นพิษ"
ในเวอร์ชั่นการ์ตูนค่ะ :)

----------------------
รายละเอียดบทความ "ภาวะอัตตาเป็นพิษ"
ดังนี้ค่ะ
👇👇👇

1. เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต จะไม่ทันนึกถึงใจคนอื่น

2. เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต จะอยากให้ทุกอย่างได้ดั่งใจ

3. เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต จะขาดการใส่ใจสิ่งรอบตัว

4. เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต เมื่อถูกกระทบตัวตน จะยอมรับได้ยาก

5. เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต จะรู้สึกว่าความคิดเราเท่านั้นที่ถูกต้อง

6. เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมาก เวลาไม่ได้รับความสำคัญ

7. เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต จะแค้นเคืองรุนแรง เวลาถูกขัดใจ หรือ ทำให้เสียหน้า

8. เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต จะเห็นความต้องการของตนเองสำคัญกว่าคนอื่น

9. เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต จะรู้สึกว่าตนเหนือกว่าคนอื่น
(รวมทั้งความรู้สึกว่าตน
ดีกว่า/ถูกต้องกว่า/เก่งกว่า..)

10. เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต จะยิ่งยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ประหนึ่งตนเองเป็นดวงอาทิตย์ ในระบบสุริยจักรวาล
ทุกคน ทุกสิ่ง กลายเป็นบริวารที่ต้องหมุนรอบตน

เมื่ออัตตาตัวตนใหญ่โต
กลับเกิดภาวะอัตตาเป็นพิษได้ง่ายขึ้น

อาการอัตตาเป็นพิษ
ใจจะยิ่งเปราะบาง
ใจจะยิ่งแตกสลายง่ายขึ้น
ใจจะโกรธเคืองสิ่งต่างๆง่ายขึน
ใจจะรู้สึกเสียหน้าง่ายขึ้น
ใจจะยอมรับสิ่งต่างๆยากขึ้น
ใจจะยิ่งสั่นสะเทือนง่ายมากขึ้น
ใจจะยิ่งแสบร้อนเจ็บปวดง่ายขึ้น

---------------------------------

#ทางแก้ภาวะอัตตาเป็นพิษ

1. เริ่มจากความเข้าใจธรรมชาติของใจ กับ การมีตัวตน
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามเหตุปัจจัย
ไม่ใช่ความผิด หรือ เป็นคนไม่ดีอะไร

2. การหมั่นเท่าทันธรรมชาติของใจที่มีตัวตน
เป็นโอกาสที่ช่วยให้ความมีตัวมีตน เบาบางลง ลดการเกิดอัตตาตัวตนใหญ่โต

3. หมั่นรู้เท่าทันความมีตัวมีตนบ่อยๆ
อาการอัตตาเป็นพิษ จะยิ่งค่อยๆ ลดลง

4. หมั่นฝึกเห็นโลกตามความเป็นจริงว่า "โลกนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อได้ดั่งใจเรา"
อาการทรมานใจจากอัตตาเป็นพิษจะลดลง

5. ทุกครั้งที่มีอาการแสบร้อนขึ้นในใจ
คือ สัญญาเตือนว่า "อาการอัตตาเป็นพิษ" กำลังเกิดขึ้น

กลับมารับรู้อาการแสบร้อนที่เกิดขึ้น
ด้วยความเปิดใจ
ด้วยความเข้าใจ
และ ส่งพลังความรักความเมตตาโอบกอดใจที่กำลังเจ็บปวดแสบร้อนจากภาวะอัตตาเป็นพิษนั้น

แล้วความแสบร้อนจะลดลง ความอบอุ่นใจจะเกิดขึ้นแทน 🙂

#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#ยิ่งโตยิ่งสุข

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

--------------------------
#หมายเหตุ
"การหมั่นฝึกสติ และ ความเมตตา"

เป็นตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มคุณภาพจิตใจ
ซึ่งจะช่วยลดภาวะอัตตาเป็นพิษได้อย่างลึกซึ้งมากค่ะ

ท่านใดสนใจสามารถติดตามได้ทาง
ลิงค์ที่แนบนี้ค่ะ

- แนวทางการฝึกสติ เท่าทันสภาวะในใจ
สามารถติดตามรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://youtu.be/VLEZ6nzx4F8
- แนวทางการฝึกความรักความเมตตาต่อตนเอง
สามารถติดตามรับฟังได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://youtu.be/Z2vvM_b5NE4

----------------------
🎧 และ
สามารถรับฟังเสียงบรรยายบทความอัตตาเป็นพิษนี้ได้ทางลิงค์นี้ค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=J6rDjyqkr7k

https://www.facebook.com/share/1L1aPGzr3r/
18/05/2026

https://www.facebook.com/share/1L1aPGzr3r/

10 วิธีช่วยส่งเสริมการมีภาวะ "Self-Esteem" ที่ดี

1. หมั่นรู้จักตนเองอย่างที่เป็น
: คือ รู้จักวิธีคิด รู้จักสิ่งที่มักใส่ใจ
รู้จักจุดแข็ง รู้จักจุดอ่อนในตนเอง
อย่างยอมรับ ไม่ปฏิเสธตนเอง
และ พัฒนาตนเองด้วยความเข้าใจ

2. ฝึกรักตนเองอย่างที่เป็น
: "รัก-ยอมรับ-อ่อนโยน-เข้าใจ-พร้อมเรียนรู้"
คือ คุณสมบัติความรักที่มีคุณภาพช่วยส่งเสริมภาวะ self-esteem ที่ดี
ส่วนไหนที่ได้ทำผิดพลาดไป
การเรียนรู้จากมัน
และ เริ่มทำใหม่ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด
โดย
ไม่กล่าวโทษตนเอง
ไม่กล่าวโทษคนอื่น
ไม่หาข้อแก้ตัวให้ตนเอง

3. ใส่ใจให้ความสำคัญกับทุกความสำเร็จในชีวิต แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย
: ความสำเร็จเล็กๆที่มีในแต่ละวัน คือ ความสำเร็จที่สำคัญในความเป็นจริง

4. ตั้งจุดหมายที่เป็นไปได้ อยู่ในวิสัยที่เราสามารถทำได้
: สามารถตั้งจุดหมายที่ท้าทายได้ แต่ไม่ใช่ตั้งในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

5. ล้อมรอบตัวคุณด้วยคนที่สนับสนุนคุณในทางที่ดี และ มีพลังด้านบวกให้กับคุณ
: จิตใจเราจะคล้อยตามสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ด้วย
ลักษณะของคนที่เราเกี่ยวข้อง จะส่งอิทธิพลกับคุณภาพชีวิตและคุณภาพจิตใจของเรา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

6. หมั่นรับรู้-ใส่ใจ-ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราให้คุณค่า
การรู้จักและเข้าใจ
"ว่าอะไรคือ สิ่งที่มีความหมายต่อใจเราอย่างแท้จริง"
คือ การหาตัวเองเจอ
ยินดีด้วยค่ะ :D

7. ฝึกมองตนเองตามความเป็นจริง
7.1 ฝึกมองเห็นตนเองในด้านดี
มีคำพูดที่สร้างกำลังใจให้ตนเอง
และ ลด-ละ-เลิก คำพูดที่บั่นทอนจิตใจ และ คุณค่าของตนเอง
: ในทุกวันเราย่อมทำสิ่งดีๆ ให้กับตนเองบ้าง ให้กับคนอื่นบ้าง
การจะชมตนเองบ้าง การจะให้กำลังใจตนเองบ้าง
คือ วิตามินใจที่ควรเติมให้ตนเองในทุกวัน

7.2 ฝึกมองเห็นตนเองในด้านที่ควรปรับปรุง
ด้วยใจที่มีความยุติธรรม
ด้วยความเมตตา
ด้วยความเข้าใจ
และ ไม่ด่าทอตนเอง
: ในทุกวันเราย่อมทำสิ่งที่ผิดพลาดได้
การเห็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ด้วยใจที่เป็นธรรม ด้วยความรักความเมตตา
และ ทำความเข้าใจความผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร
และ แนวทางการดูแลตนเองที่เหมาะสมคืออะไร
คือ วิตามินชีวิตที่ส่องแสงให้ตนเองได้ในทุกวัน

8. หมั่นดูแลร่างกายและจิตใจอย่างสม่ำเสมอ
: กาย-ใจที่แข็งแรงสดใสได้รับการดูแลที่ดี
เป็นรากแก้วของ self-esteem ที่ดี

9. หมั่นทำสิ่งที่ดี-มีประโยชน์กับตนเองและผู้อื่น
: การลงมือทำสิ่งที่ดี สิ่งเป็นประโยชน์ต่อตนเอง และ ผู้อื่นในแต่ละวัน
เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เรากลับมาเห็นคุณค่าตนเองง่ายขึ้น


10. ฝึกมองอุปสรรค-ปัญหา เป็นความท้าท้าย เป็นโอกาสที่ดีของชีวิต
: ความสุขทำให้เราสบาย แต่ปัญหาคือความท้าทาย
ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ฉลาดขึ้น และ เติบโตขึ้น

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

#เข้าใจธรรมชาติจิตใจ
#เข้าใจธรรมชาติชีวิต
#ยิ่งโตยิ่งสุข

---------------------------------------
- สามารถรับฟังเสียงบรรยายได้ทาง
https://www.youtube.com/watch?v=7KQHvBpuf64

https://www.facebook.com/share/1ZnjqaNRTx/
17/05/2026

https://www.facebook.com/share/1ZnjqaNRTx/

😞😞“บาจแผลในวัยเด็ก…ไม่ได้หายไปตามอายุ
แต่มันเติบโตมากับเราในรูปแบบของความกลัว ความไม่มั่นใจ และความสัมพันธ์ที่พังซ้ำ ๆ

หลายครั้ง ‘ปมฝังใจ’ เกิดจากเรื่องเล็ก ๆ ที่เด็กคนหนึ่งรับมือไม่ไหวในวันนั้น
จนกลายเป็นเสียงในหัวที่ติดตัวมาถึงวันนี้ 💔💔

โพสต์นี้จะพาไปดู 10 ปมฝังใจในเด็ก ที่อาจส่งผลต่อชีวิตโดยไม่รู้ตัว”

📍สามารถอ่านเนื้อหาเพิ่มเติม หรือ เทคนิคการเลี้ยงลูก ที่เหมาะกับคุณได้ที่
🔵Website CAMRI : https://camri.go.th/th/home/infographic
🔴Youtube CAMRI : https://www.youtube.com/
⚫️TikTok CAMRI : https://www.tiktok.com/

#สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ #กรมสุขภาพจิต #ปมในใจ #ดูแลใจ #ปมฝังใจ #สุขภาพจิตดี #สายด่วนสุขภาพจิต1323 #ดูแลใจทุกวัยทุกคน

https://www.facebook.com/share/p/18PAZHUhYw/
16/05/2026

https://www.facebook.com/share/p/18PAZHUhYw/

#เห็นคุณค่าของตัวเอง
#คำครูวันพระ

”คนที่ไม่รู้จักตัวเอง จะตีค่าตัวเองจากความคิดเห็น การกระทำของคนอื่นต่อเรา อย่างเช่น เขาให้ความเคารพ เราก็สรุปว่าเราเป็นคนน่าเคารพ เขารักเรา เราก็สรุปว่าเราเป็นคนน่ารัก แต่ถ้าเขาเลิกให้ความเคารพก็เศร้า หมดกำลังใจ คิดว่าตัวเองไม่มีค่า

ถ้าค่าของเราขึ้นอยู่กับสายตาและความคิดของคนอื่น แล้วตัวเราจะอยู่ตรงไหน ความมั่นคงในชีวิตจะมีได้อย่างไร

คนเราจึงต้องหมั่นละบาป บำเพ็ญกุศล ขัดเกลาจิตใจตัวเอง จนกระทั่งมองเห็นสิ่งที่มีค่าในตัวเราเอง เมื่อทำเช่นนั้นคนอื่นจะมองเห็นหรือไม่เห็น จิตใจเราก็มั่นคงไม่หวั่นไหว“

พระอาจารย์ชยสาโร

https://www.facebook.com/share/p/1LFtWAJ6SB/
14/05/2026

https://www.facebook.com/share/p/1LFtWAJ6SB/

“เครียดเหรอ ไปออกกำลังกายเลย” คำพูดนี้ไม่เกินจริง เพราะมีงานวิจัยสนับสนุนมากมายว่า ออกกำลังกาย=ให้กล้ามเนื้อส่งฮอร์โมน Lactate (ไม่ใช่ของเสียเนอะ), Irisin ไปช่วยปรับสมองให้ปิดโหมดเครียดเรื้อรัง และทนต่อความเครียดได้ดีขึ้น


ความทนทานต่อความเครียด (Stress resilience) เป็นสกิลที่ควรจะมีมากๆ ในยุคที่ทั้งแข่งขัน ทั้งมีปัญหาและดราม่ามาเสิร์ฟให้ถึงที่

เพื่อป้องกัน movement ที่ไม่เหมาะสม ที่อาจจะเสียใจไปอีกนาน
เพื่อป้องกันงานหลักที่ต้องทำ ชีวิตยังต้องแขวนกับรายได้
และเพื่อป้องกันไม่ให้สุดท้ายแล้วพัฒนาเป็นโรคจิตเวช เช่น ซึมเศร้า/วิตกกังวล

การฝึกกระบวนการคิด การอดทน การหาทางรับมือพัฒนาการกลไกทางจิต (Defense mechanism) เป็นแนวทางหลักๆ แต่บางครั้งบางสถานการณ์ก็อยากเหลือเกิน

มันไม่มีวิธีอะไรที่ได้มาแบบ passive เลยเหรอ
แบบว่าฝึกตอนที่ยังไม่เจอปัญหาหนัก คือเตรียมสมองไว้?

มีแน่นอนค่ะ
การออกกำลังกายนี่ไง


💡 ก่อนอื่นมาคุยกันก่อนค่ะว่าปัญหาหลักจริงๆ
ของความเครียดเรื้อรังคืออะไร จะได้ทราบว่าเข้าใจตรงกันรึเปล่า

ถ้าให้สรุปสั้นๆ ก็คือ ปัญหาหลักที่ร่างกายต้องเจอคือ
“ระบบเตือนภัยของสมองทำงานนานเกินไป
จนสมองเริ่มหมดแรงฟื้นตัว”
✔️ แกนตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายเปิดใช้งานถี่ไป
✔️ ฮอร์โมนเครียด เช่น cortisol, adrenaline สูงลอยนานเกิน
✔️ เซลล์ประสาทเริ่มเจอความเสียหายจากภาวะอักเสบอ่อๆ และอนุมูลอิสระ
✔️ เซลล์ประสาทในสมองส่วนความจำ
และการควบคุมอารมณ์เริ่มเสียหาย ทำงานลดลง

โดยเฉพาะสมองส่วน Hippocampus
ที่เกี่ยวกับความจำ การเรียนรู้
และสมองส่วนตรรกะ/ตัดสินใจอย่าง dlPFC
ที่คอยคุมการทำงานของสมองอารมณ์อย่าง amygdala
ไม่ให้ทำงานมากเกินไป

3 จุดนี้คือบริเวณสำคัญที่ทำให้เราพฤติกรรม
การตอบสนองต่อความเครียดเราเปลี่ยนไป
ยิ่งเครียดง่ายขึ้น ยิ่งสิ้นหวังมากขึ้น โกรธง่ายขึ้น
สุดท้ายก็เปลี่ยนทั้งชีวิต


แต่การออกกำลังกายนี่แหละค่ะ ที่มาช่วยทั้ง 3 จุดนี้
บีบให้ระบบหมุนเวียนและระบบกล้ามเนื้อ
ส่งสัญญาณมาช่วยสมองที่น่าสงสารของเรา
ซ้อมให้มันเก่งขึ้นค่ะ

ซึ่งสัญญาณที่ส่งมานั้น เป็นเรื่องใหม่ที่ศึกษากันมากในยุคนี้
ทั้งฮอร์โมนอย่าง Lactate ที่เคยถูกมองว่าเป็นของเสีย
ทั้งฮอร์โมนค้นพบใหม่อย่าง Irisin
หรือแม้กระทั่งเลือดที่ไหลแรงขึ้นชั่วคราวก็กระตุ้นได้

สุดท้ายทำให้เซลล์ประสาทในสมอง
ได้รับการช่วยเลือดจริงๆ



1️⃣ เพิ่มความยืดหยุ่นของสมอง (Cognitive flexibility)

ผลจากการออกกำลังกาย
✔️ สมองสร้างสารบำรุงเซลล์ประสาทมากขึ้น เช่น BDNF (Brain-derived neurotrophic factor)
✔️ ช่วยให้เซลล์ประสาทเชื่อมต่อกันดีขึ้น
✔️ ช่วยให้ Hippocampus/dlPFC ฟื้นตัวจาก stress ได้ดีขึ้น

BDNF เหมือนปุ๋ยของสมองค่ะ
หว่านไปให้ปลายประสาทมันงอกจุดเชื่อมต่อ
กลับมาคุยกันได้ดีแบบเดิม

เมื่อ dlPFC กลับมาทำงานได้ดี แม้จะเจอ stress
ก็มีความยืดหยุ่นทางความคิด ปรับมุมมองอะไรได้ง่าย



2️⃣ ช่วยให้ระบบฮอร์โมนเครียดกลับมาสมดุล

ความเครียดเรื้อรังทำให้ระบบตอบสนองความเครียด
(HPA axis) เปิดใช้แบบค้างเลย

ผลคือฮอร์โมนเครียดอย่าง Cortisol ค้างนาน
สมองเหมือนปิดโหมดพักไม่ลง

แต่การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นการอัด stress (ที่ร่างกายคุ้นเคย)
ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่สม่ำเสมอ
✔️ ช่วยให้ HPA axis ตอบสนองเป็นจังหวะมากขึ้น
กลับมาวิ่งตามนาฬิกาชีวิต
✔️ ขึ้นเมื่อจำเป็น ลดลงเมื่อหมดภัย
✔️ ไม่ลากสมองให้แช่อยู่ใน stress นานเกินไป

พูดง่ายๆ คือ
ออกกำลังกายช่วยให้ระบบเครียด “เปิดได้ และปิดเป็น” ค่ะ



3️⃣ ลดการอักเสบและอนุมูลอิสระในสมอง

ตามที่ได้บอกไปว่า ผลลัพธ์สุดท้ายของเครียดเรื้อรังคือ
สมองมีการอักเสบอ่อนๆ และมีสารอนุมูลอิสระมากขึ้น
เพราะเซลล์ประสาททำงานหนัก/เซลล์เม็ดเลือดขาวสมอง
อย่างไมโครเกลียดทำงานมากขึ้น

แต่เวลาออกกำลังกาย
✔️ สัญญาณจากกล้ามเนื้อ (โดยเฉพาะ IL-6) จะลด
การสร้างสารก่ออักเสบลง
✔️ ผลระยะยาว ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาว ชื่อ Treg
ที่คอยหลั่งฮอร์โมนต้านอักเสบ อย่าง IL-10

ผลคือทำให้แวดล้อมในสมองอยู่ในสภาพสงบจริงๆ
และแวดล้อมแบบนี้แหละ เซลล์ประสาทฟื้นฟูได้ง่ายมาก



4️⃣ ปรับวงจรสารสื่อประสาท

เซลล์ประสาทที่เสียหายจากเครียดเรื้อรัง
จะทำให้สร้างและหลั่งสารสื่อประสาทได้น้อยลงด้วย

การออกกำลังกายช่วยปรับวงจรพวกนี้หลายจุดเลยค่ะ
✔️ วงจรรางวัลทำงานดีขึ้น รู้สึกดี รู้สึกพอใจมากขึ้น เวลาทำสิ่งที่ชอบ (บางคนก็ชอบการออกกำลังกายไปเลย)
✔️ สมองรับมือกับความกดดันได้ดีขึ้น
✔️ ระบบเบรกความวิตกกังวลของ dlPFC ดีขึ้น
✔️ ความจำและสมาธิค่อยๆ กลับมามีแรงมากขึ้น



5️⃣ ทำให้สมองเปลี่ยนจากเปราะ เป็นยืดหยุ่น

นี่คือจุดสำคัญมากค่ะ
ออกกำลังกายไม่ได้ทำให้ชีวิตไม่มี stress
แต่ทำให้สมองไม่แตกง่ายเมื่อเจอ stress

จากเดิม
โดนกดดันนิดเดียวก็ไหลลงหลุมอารมณ์

ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเจอ stress แล้วสะเทือนน้อยลง
กลับมาตั้งหลักไวขึ้น คิดได้เป็นระบบขึ้น
และไม่ถูกความกังวลลากไปไกลเท่าเดิม

ซึ่งเรียกว่า Stress resilience แบบที่บอกไปนั่นแหละ


ดังนั้นนนนน
ออกกำลังกายช่วยอะไรบ้างงงงง
✅ เพิ่ม BDNF ปุ๋ยสมอง
✅ ฟื้นความยืดหยุ่นของสมองต่อความเครียด
✅ ปรับ HPA axis ให้ระบบ cortisol กลับมาปกติ
✅ ลดการอักเสบ ลดอนุมูลอิสระ
✅ ช่วยให้วงจรอารมณ์กลับมาควบคุมได้


แต่ต้องทำแบบสม่ำเสมอนะคะ
ไม่จำเป็นต้องหนักจนทรมาน

เพราะสมองไม่ได้ต้องการความโหด
สมองต้องการ “สัญญาณซ้ำๆ” ว่า
ร่างกายยังเคลื่อนไหว ยังฟื้นตัว
ยังมีแรงสร้างตัวเองใหม่


สมองของเราเหนื่อยมามากแล้วค่ะ
มันรับความเครียดแทบทุกวัน
มันพยายามพาเราผ่านเรื่องยากมาตลอด

อย่ารอให้ใจยับ
อย่ารอให้สมองหมดแรงก่อน

เริ่มออกกำลังกายกันเถอะค่ะ
และอย่าลืมหาวันพักเพื่อฟื้นฟูด้วยนะคะ
(เราลงไกด์การออกไว้ใน comment ค่ะ)

ที่อยู่

114 ซอยสุขุมวิท 23 เขตวัฒนา
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ห้องเติมใจ มศว : SWU heart roomผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ห้องเติมใจ มศว : SWU heart room:

แชร์