มีอะไรมาบอก

มีอะไรมาบอก สาระ ข่าวสาร วงการศึกษาและคณะสงฆ์ | วิเคราะห์เจาะลึก | สรุปเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย | อัปเดตมุมมองการบริหารจัดการยุคใหม่"

ครุศาสตร์ มจร. ใช้เกมในชั้นเรียน เชื่อมการเรียนรู้สมาธิกับการทำงานเป็นทีมภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาล...
25/08/2026

ครุศาสตร์ มจร. ใช้เกมในชั้นเรียน เชื่อมการเรียนรู้สมาธิกับการทำงานเป็นทีม

ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์สำหรับนิสิตครุศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ในรายวิชาพุทธสมาธิ โดยมี ดร.วราวัณ เป็นอาจารย์ผู้สอน

กิจกรรมในชั้นเรียนออกแบบเป็นเกมที่ให้นิสิตต้องอาศัยการจดจ่อ การตระหนักรู้ และความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมของกลุ่ม

แนวคิดสำคัญของกิจกรรมไม่ได้มุ่งเพียงสร้างความสนุกสนาน แต่ต้องการให้นิสิตได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงว่า การฝึกสมาธิต้องอาศัยสภาวะใจที่ตั้งมั่น มีสติ สงบ และมีความเพียรในการจดจ่อกับสิ่งที่ทำ

การนำกิจกรรมเชิงปฏิสัมพันธ์มาใช้ในรายวิชาพุทธสมาธิ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเชื่อมหลักธรรมเข้ากับกระบวนการเรียนรู้สมัยใหม่ ช่วยให้นิสิตเห็นความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาตนเอง การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเรียนรู้ในชีวิตจริง

การศึกษาในลักษณะนี้สะท้อนว่า สมาธิไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนั่งภาวนา หากยังเป็นทักษะสำคัญต่อการใช้ชีวิต การเรียนรู้ และการทำงานร่วมกันในสังคม.
------------
MCU Faculty of Education Uses Classroom Games to Connect Meditation with Teamwork

The Department of Curriculum and Instruction, Faculty of Education at Mahachulalongkornrajavidyalaya University (MCU), recently organised an interactive learning activity for first-year Bachelor of Education students in the 2026 academic year.

The activity was part of the Buddhist Meditation course, taught by Dr. Varavamsa. Students took part in a classroom game that required focus, awareness, and cooperation in order to achieve a shared goal.

The exercise was designed not only to create an engaging learning environment, but also to help students experience the core principles of meditation through practice. They learned that meditation requires presence, mindfulness, calmness, and sustained concentration.

By integrating interactive activities into the course, the class connected Buddhist principles with contemporary learning methods. It also encouraged students to recognise the importance of self-development, teamwork, and mindful participation in everyday life.

The activity reflects a broader view of meditation as more than seated practice: it is also a practical skill that can support learning, relationships, and responsible participation in society.

ร้องเรียนเสียงอาซานในชุมชน ผู้ร้องขอหน่วยงานตรวจสอบระดับเสียงและประสานหาทางออกร่วมกันกรณีร้องเรียนเรื่องเสียงจากมัสยิดกล...
25/08/2026

ร้องเรียนเสียงอาซานในชุมชน ผู้ร้องขอหน่วยงานตรวจสอบระดับเสียงและประสานหาทางออกร่วมกัน
กรณีร้องเรียนเรื่องเสียงจากมัสยิดกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังชายชาวพุทธรายหนึ่งขอความช่วยเหลือจากเพจ “สายไหมต้องรอด” โดยระบุว่าได้รับผลกระทบจากเสียงอาซานซึ่งมีวันละ 5 เวลา และเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 4 ปี โดยเฉพาะเสียงในช่วงเช้ามืดที่กระทบต่อการพักผ่อนของครอบครัว
ผู้ร้องเรียนระบุว่า ลำโพงของมัสยิดหันออกไปทางชุมชน ทำให้เสียงเข้ามาถึงบริเวณบ้าน โดยช่วงเวลาที่สร้างความกังวลมากที่สุดคือประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมาเคยเข้าไปพูดคุยเพื่อขอให้ลดระดับเสียงหรือปรับทิศทางลำโพง โดยยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านการประกอบศาสนกิจ แต่ต้องการให้มีการจัดการระดับเสียงเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ที่อาศัยอยู่โดยรอบ
อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างว่า ภายหลังจากการทักท้วง มีกลุ่มชายเดินทางมาที่บ้านและมีพฤติการณ์ข่มขู่ ทำให้สมาชิกในครอบครัวเกิดความหวาดกลัว รวมถึงมีการกล่าวถึงการให้ออกจากพื้นที่ แม้เจ้าตัวจะระบุว่าบ้านและที่ดินของตนมีเอกสารสิทธิถูกต้อง ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังเป็นข้อมูลจากฝ่ายผู้ร้องเรียน และจำเป็นต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงคำชี้แจงจากอีกฝ่าย
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า จากคลิปเสียงที่ได้รับ เห็นว่าควรมีการตรวจสอบว่าระดับเสียง โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืด อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการตรวจวัดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมองว่าหลักการเรื่องผลกระทบจากเสียงควรใช้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเกิดจากกิจกรรมทางศาสนาหรือกิจกรรมประเภทอื่น
นายเอกภพจึงเรียกร้องให้สำนักงานเขตและตำรวจเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งเสนอให้คณะกรรมการอิสลามฯ ช่วยประสานการพูดคุยกับทางมัสยิด เพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างผู้ประกอบศาสนกิจและประชาชนในชุมชน
กรณีนี้จึงไม่ได้มีเพียงมิติของความเดือดร้อนจากเสียง แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างสมดุลระหว่างเสรีภาพในการประกอบศาสนกิจ สิทธิในการอยู่อาศัยอย่างสงบ และการอยู่ร่วมกันในชุมชนที่มีความหลากหลาย การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรมและการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายพูดคุยกันจึงเป็นส่วนสำคัญในการคลี่คลายปัญหา โดยในขณะนี้ยังควรถือว่าเป็นข้อร้องเรียนจากฝ่ายหนึ่ง จนกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคู่กรณีจะชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

25/08/2026

รวม Prompt สร้างระบบฟรี 👇

🙏 “พระธาตุ” จากอินเดีย–ลังกา–ไทยทำไมชาวพุทธจึงกราบไหว้สิ่งที่มองไม่เห็น?หลังพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระบรมสารีร...
25/08/2026

🙏 “พระธาตุ” จากอินเดีย–ลังกา–ไทย
ทำไมชาวพุทธจึงกราบไหว้สิ่งที่มองไม่เห็น?
หลังพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระบรมสารีริกธาตุถูกแบ่งให้แก่ผู้ปกครองและกลุ่มชนต่าง ๆ เพื่อนำไปประดิษฐานในสถูปสำหรับสักการบูชา นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของคติบูชาพระธาตุในพระพุทธศาสนา ตามเนื้อหาในมหาปรินิพพานสูตร
🇮🇳 อินเดีย: จุดเริ่มต้นของ “สถูป”
ในอินเดีย พระบรมสารีริกธาตุไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เหลือจากพระสรีระของพระพุทธเจ้า แต่เป็นเครื่องระลึกถึงพระพุทธองค์และหลักธรรม สถูปจึงกลายเป็นศูนย์กลางของการสักการะ การจาริกแสวงบุญ และการสืบทอดความทรงจำทางพระพุทธศาสนา
พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ว่า ผู้มาสักการะด้วยดอกไม้ ของหอม หรือจิตเลื่อมใส ย่อมได้รับความสงบและความสุขจากศรัทธานั้น [มหาปรินิพพานสูตร](https://www.accesstoinsight.org/tipitaka/dn/dn.16.1-6.vaji.html)
🇱🇰 ลังกา: พระธาตุกับศรัทธาและบ้านเมือง
เมื่อพระพุทธศาสนาเถรวาทเจริญรุ่งเรืองในลังกา การบูชาพระธาตุได้รับการพัฒนาให้สัมพันธ์กับสถาบันกษัตริย์และความมั่นคงของบ้านเมืองอย่างเด่นชัด
ตัวอย่างสำคัญคือพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่เมืองแคนดี ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมศรัทธาของประชาชน แต่ยังสัมพันธ์กับความชอบธรรมของผู้ปกครองและประเพณีสำคัญของประเทศศรีลังกา
🇹🇭 ไทย: พระธาตุกับเมือง วัด และชุมชน
เมื่อคติพระธาตุเข้ามาสู่ดินแดนไทย คนไทยไม่ได้รับมาเหมือนต้นฉบับทุกประการ แต่ได้นำมาปรับให้เข้ากับความเชื่อ ศิลปกรรม และวิถีชีวิตของแต่ละท้องถิ่น
จึงเกิดทั้งพระเจดีย์ พระปรางค์ และพระมหาธาตุในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะ “พระมหาธาตุ” ซึ่งมักตั้งอยู่ในเมืองสำคัญและเป็นศูนย์กลางความศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง
พระธาตุในสังคมไทยจึงมีหลายความหมายพร้อมกัน ทั้งเป็น
🔸 เครื่องระลึกถึงพระพุทธเจ้า
🔸 ศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน
🔸 หลักหมายสำคัญของบ้านเมือง
🔸 พื้นที่ประกอบพิธีกรรมและสร้างบุญ
🔸 มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น
คติบูชาพระธาตุจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” แต่เป็นเรื่องราวการเดินทางของพระพุทธศาสนา จากอินเดียสู่ลังกาและดินแดนไทย ผ่านกระบวนการรับ เลือก ปรับ และสร้างความหมายใหม่ให้เหมาะกับแต่ละสังคม
คำถามที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงว่า
“พระธาตุเป็นของแท้หรือไม่?”
แต่อาจต้องถามต่อไปว่า
“เหตุใดพระธาตุจึงสามารถรวมศรัทธาของผู้คน และดำรงความสำคัญมาได้นานนับพันปี?”
#พระบรมสารีริกธาตุ #คติบูชาพระธาตุ #พระพุทธศาสนา
#อินเดีย #ศรีลังกา #ประเทศไทย #ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา

“กฐินจบ–พระต้องย้าย” เจ้าคณะอำเภอพลสะท้อน 4 ปัจจัยผลักวัดสู่ภาวะร้างพระครูสิริพลญาณพิสุทธิ์ เจ้าคณะอำเภอพล และเจ้าอาวาสว...
25/08/2026

“กฐินจบ–พระต้องย้าย” เจ้าคณะอำเภอพลสะท้อน 4 ปัจจัยผลักวัดสู่ภาวะร้าง
พระครูสิริพลญาณพิสุทธิ์ เจ้าคณะอำเภอพล และเจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยข้อสังเกตจากการปกครองคณะสงฆ์ในพื้นที่ว่า ก่อนเข้าพรรษาของทุกปี มักมีชาวบ้านจากวัดที่ไม่มีพระจำพรรษาเข้ามาขอให้ช่วยจัดหาพระไปประจำวัด โดยให้เหตุผลว่ามีเจ้าภาพจองทอดกฐินไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังออกพรรษาและเสร็จสิ้นงานกฐิน บางชุมชนกลับมาขอให้เจ้าคณะอำเภอช่วยแจ้งพระที่จำพรรษาอยู่ให้ย้ายออก โดยระบุว่าไม่สามารถยอมรับพฤติกรรมของพระได้ และชาวบ้านไม่ต้องการเข้าวัด

เจ้าคณะอำเภอพลเห็นว่า ปัญหาวัดไม่มีพระอยู่ประจำหรือกลายเป็นวัดร้าง ไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มีเหตุปัจจัยเชื่อมโยงกันอย่างน้อย 4 ด้าน
ประการแรก คือพฤติกรรมและศักยภาพของพระสงฆ์ บางรูปไม่สามารถสร้างศรัทธาแก่ชุมชน มีปัญหาด้านพระธรรมวินัย หรือขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการวัดตามอำนาจหน้าที่ ส่งผลให้การดูแลวัดอ่อนแอและขาดประสิทธิภาพ
ประการที่สอง คือบทบาทของชาวบ้าน ผู้นำชุมชน หรือกลุ่มบุคคลในหมู่บ้าน ซึ่งบางส่วนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับสถานะและการบริหารวัดตามกฎหมาย จึงเข้ามาก้าวก่ายงานที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตน โดยยึดแนวปฏิบัติเดิมหรือกฎของชุมชน จนเกิดความขัดแย้งและทำให้พระไม่สามารถอยู่ประจำวัดได้
ประการที่สาม คือการบริหารศาสนสมบัติ โดยเฉพาะเงินของวัด หากไม่มีระบบบัญชีและหลักฐานรายรับ–รายจ่ายที่ชัดเจน ไม่โปร่งใส และตรวจสอบไม่ได้ ย่อมก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจทั้งต่อเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัด
ประการที่สี่ คือการเมืองภายในหมู่บ้าน โดยเฉพาะช่วงการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือการเลือกผู้ใหญ่บ้าน วัดอาจถูกใช้เป็นฐานสร้างความนิยมทางการเมือง ผู้สมัครบางคนเข้ามาช่วยกิจกรรมของวัดและงานส่วนรวม แต่เมื่อไม่ได้รับเลือกตั้ง อาจมองว่าพระสงฆ์วางตัวไม่เป็นกลาง โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าอาวาสมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม จนนำไปสู่ความขัดแย้งและการแบ่งฝ่ายภายในชุมชน
พระครูสิริพลญาณพิสุทธิ์สรุปว่า ทุกปัญหาล้วนมีเหตุและปัจจัย จึงไม่ควรตัดสินหรือกล่าวโทษเฉพาะพระสงฆ์ ชาวบ้าน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การแก้ไขต้องพิจารณาให้ตรงกับต้นเหตุ ใช้ความรู้ ความโปร่งใส และการพูดคุยร่วมกัน ขณะที่บางปัญหาอาจต้องอาศัยเวลาเพื่อคลี่คลาย
“ปัญหาทุกอย่างมีเหตุ มีปัจจัย จึงต้องแก้ตามเหตุ ตามปัจจัย ปัญหาสามารถแก้ด้วยปัญญา และปัญหาบางอย่างต้องอาศัยกาลเวลา”
ที่มา: ข้อคิดเห็นของพระครูสิริพลญาณพิสุทธิ์ เจ้าคณะอำเภอพล เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ จังหวัดขอนแก่น

พระ 2 รูปในวัดบุรีรัมย์มีเหตุชกต่อย หลังโต้เถียงเรื่องกุญแจรถวัด ฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บเย็บ 4 เข็ม .เกิดเหตุพระภิกษุ 2 รูปภายใ...
24/08/2026

พระ 2 รูปในวัดบุรีรัมย์มีเหตุชกต่อย หลังโต้เถียงเรื่องกุญแจรถวัด ฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บเย็บ 4 เข็ม
.
เกิดเหตุพระภิกษุ 2 รูปภายในวัดท่าสว่าง ต.กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ มีปากเสียงก่อนเกิดการชกต่อยกัน หลังมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องการนำรถกระบะของวัดไปใช้งาน
.
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 พระอนุสรณ์ อายุ 21 ปี ซึ่งเพิ่งอุปสมบทในช่วงเข้าพรรษา ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ต้องการนำรถกระบะของวัดไปขนหินเพื่อปรับพื้นที่ภายในวัด จึงไปขอกุญแจรถจากพระรุ่นพี่ แต่ได้รับคำแนะนำให้ใช้รถเข็นแทน เนื่องจากระยะทางไม่ไกลและต้องการประหยัดน้ำมัน
.
ต่อมาทั้งสองฝ่ายเกิดการโต้เถียงกัน โดยพระอนุสรณ์ยอมรับว่าเป็นฝ่ายชกพระรุ่นพี่ก่อน จากนั้นอีกฝ่ายจึงตอบโต้ จนเกิดการชกต่อยกันและมีชาวบ้านเข้ามาห้าม
.
เหตุการณ์ทำให้พระอนุสรณ์ได้รับบาดเจ็บบริเวณใต้ตาซ้าย แพทย์เย็บแผล 4 เข็ม และมีบาดแผลถลอกบริเวณแขนขวา ก่อนเข้าแจ้งบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กระสัง
.
ด้านพระสันต์ธุ วรวุธโท อายุ 50 ปี ซึ่งบวชมาแล้ว 11 พรรษา ระบุว่า ตนถูกทำร้ายก่อนจึงชกตอบโต้ โดยกำก้อนหินไว้ในมือระหว่างการชก จนกระทั่งมีผู้เข้ามาห้ามเหตุ
.
เบื้องต้น เจ้าอาวาสและพระผู้ใหญ่ภายในวัดเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนพระทั้งสองรูป เพื่อพิจารณาเหตุการณ์ตามระเบียบและพระธรรมวินัยต่อไป
.
ที่มา: มติชนออนไลน์ | 24 สิงหาคม 2569
.
#พระสงฆ์ #บุรีรัมย์ #วัดท่าสว่าง #กระสัง #ข่าวพระสงฆ์ #มีอะไรมาบอก

พี สะเดิดพักงานคอนเสิร์ต 3 เดือน ใช้ช่วงเข้าพรรษาปฏิบัติธรรมพี สะเดิด นักร้องลูกทุ่งร็อกอีสาน ประกาศงดรับงานคอนเสิร์ตเป็...
24/08/2026

พี สะเดิดพักงานคอนเสิร์ต 3 เดือน ใช้ช่วงเข้าพรรษาปฏิบัติธรรม
พี สะเดิด นักร้องลูกทุ่งร็อกอีสาน ประกาศงดรับงานคอนเสิร์ตเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนถึงวันออกพรรษา โดยระบุว่าต้องการใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อ “จำพรรษา” พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าภาพและผู้สนับสนุนที่มอบโอกาสในการทำงานมาโดยตลอด
นักร้องชื่อดังเผยแพร่ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมคลิปภาพบรรยากาศภายในวัดแห่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่และรูปแบบการปฏิบัติธรรมในช่วงสามเดือนนี้
หลังการประกาศ มีทั้งเพื่อนในวงการบันเทิง แฟนเพลง และผู้ติดตามเข้ามาแสดงความยินดีและร่วมอนุโมทนา โดยหลายคนส่งกำลังใจให้เขาสามารถปฏิบัติตามความตั้งใจได้ตลอดช่วงเข้าพรรษา
การพักงานครั้งนี้ทำให้พี สะเดิดต้องเว้นจากการแสดงบนเวทีชั่วคราว แม้งานคอนเสิร์ตจะเป็นกิจกรรมหลักในอาชีพนักร้อง การตัดสินใจดังกล่าวจึงสะท้อนการจัดลำดับความสำคัญระหว่างการทำงานกับการใช้เวลาเพื่อพัฒนาจิตใจตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนา
ช่วงเข้าพรรษาในสังคมไทยไม่ได้มีความหมายเฉพาะต่อพระสงฆ์เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่พุทธศาสนิกชนจำนวนหนึ่งเลือกพักหรือลดกิจกรรมบางอย่าง เพื่อรักษาศีล ปฏิบัติธรรม และทบทวนวิถีชีวิตของตนเอง
#พีสะเดิด #จำพรรษา

เจ้าอาวาสวัดตราชูวนารามชี้ โฉนดที่ตั้งวัดป่าอดุลยารามจัดทำเพื่อขอสร้างวัด ไม่ใช่มรดกส่วนบุคคลพระครูอดุลสีลาภรณ์ เจ้าอาวา...
24/08/2026

เจ้าอาวาสวัดตราชูวนารามชี้ โฉนดที่ตั้งวัดป่าอดุลยารามจัดทำเพื่อขอสร้างวัด ไม่ใช่มรดกส่วนบุคคล
พระครูอดุลสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดตราชูวนาราม จ.ขอนแก่น ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติวัดป่าอดุลยาราม ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยยืนยันว่า วัดแห่งนี้เริ่มต้นในฐานะวัดสาขา ก่อนดำเนินการขออนุญาตสร้างและตั้งเป็นวัดตามขั้นตอน จนได้รับประกาศตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2541
พระครูอดุลสีลาภรณ์ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่สาธารณะที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน ก่อนถูกใช้เป็นป่าช้าราว พ.ศ. 2506–2507 ต่อมา พระครูอดุลสารนิเทศ พุทธกันตสาโร เข้ามาพำนักและริเริ่มจัดตั้งเป็นวัดสาขา จากนั้นมีพระภิกษุหลายรูปช่วยกันดูแลพื้นที่ ก่อสร้างเสนาสนะ และพัฒนาให้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ
ในช่วงประมาณ พ.ศ. 2528–2529 คณะสงฆ์มีความประสงค์จะยกสถานะที่พักสงฆ์ให้เป็นวัดตามกฎหมาย จึงมอบหมายให้นายเฮียง พิมพ์ศรี อดีตผู้ใหญ่บ้าน และนายเคน ดอนอีสวน ซึ่งมีความรู้ด้านกฎหมาย ดำเนินการขอออกโฉนดเพื่อนำไปประกอบคำขออนุญาตสร้างวัด พระครูอดุลสีลาภรณ์กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการออกโฉนดในขณะนั้นคือเพื่อสร้างวัด ไม่ใช่เพื่อเป็นทรัพย์สินส่วนตัวหรือมรดกของนายเฮียง
หลังจากนั้น มีการเสนอเรื่องผ่านลำดับการปกครองทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง ก่อนส่งต่อไปยังกรมการศาสนา กระทั่งได้รับอนุญาตให้สร้างวัด และภายหลังได้รับประกาศตั้งเป็นวัดในราชกิจจานุเบกษา พระครูอดุลสีลาภรณ์จึงเห็นว่า สถานะทางกฎหมายของวัดป่าอดุลยารามมีความชัดเจน และไม่ควรถูกเรียกว่าเป็นวัดที่จัดตั้งโดยไม่ถูกต้อง
เจ้าอาวาสวัดตราชูวนารามยังขอให้ทายาทของนายเฮียงยุติข้อพิพาทและร่วมอนุโมทนาต่อเจตนาเดิมของผู้ล่วงลับ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำชี้แจงจากฝ่ายคณะสงฆ์ ซึ่งควรพิจารณาควบคู่กับเอกสารสิทธิ ประกาศทางราชการ คำพิพากษา และคำชี้แจงของฝ่ายทายาท เพื่อให้ข้อพิพาทได้รับการคลี่คลายผ่านกระบวนการที่เป็นธรรมและตรวจสอบได้
#วัดป่าอดุลยาราม #วัดตราชูวนาราม #ขอนแก่น #มีอะไรมาบอก

พบพระภิกษุ 3 รูปออกบิณฑบาตช่วงตี 3 ย่านตลาดสดปทุมธานี ก่อนถูกสั่งให้ลาสิกขาเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี ร...
24/08/2026

พบพระภิกษุ 3 รูปออกบิณฑบาตช่วงตี 3 ย่านตลาดสดปทุมธานี ก่อนถูกสั่งให้ลาสิกขา
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดและตำรวจ เข้าตรวจสอบพระภิกษุ 3 รูป หลังได้รับร้องเรียนว่าออกบิณฑบาตในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. บริเวณตลาดสดแห่งหนึ่ง
พระเทพวัชรธรรมาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และเจ้าอาวาสวัดประยูรธรรมาราม ทราบเรื่องแล้วสั่งการให้พระวินยาธิการในเขตปกครอง ประสานสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.คูคต ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบพระภิกษุ 3 รูป มีลักษณะตรงตามที่ได้รับร้องเรียน จึงเข้าตรวจสอบและเชิญตัวไปพบพระครูโสภณภัทรเวทย์ ดร. เจ้าคณะอำเภอลำลูกกา และเจ้าอาวาสวัดสายไหม
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าพระภิกษุทั้ง 3 รูปมีใบสุทธิ แต่ไม่มีวัดพำนักเป็นหลักแหล่ง เจ้าคณะอำเภอลำลูกกาจึงมีคำสั่งให้ทั้ง 3 รูปลาสิกขาทันที
ภายหลังการลาสิกขา เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบบุคคลทั้ง 3 ให้ตำรวจ สภ.คูคต นำตัวไปจัดทำประวัติตามขั้นตอนต่อไป
เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงบทบาทของฝ่ายปกครองคณะสงฆ์ หน่วยงานพระพุทธศาสนา และตำรวจในการร่วมกันตรวจสอบข้อร้องเรียนจากประชาชน เพื่อดูแลความเรียบร้อยและความเชื่อมั่นของชุมชนที่มีต่อพระพุทธศาสนา
สรุปประเด็นสำคัญ
• ชาวบ้านร้องเรียนพบพระภิกษุออกบิณฑบาตช่วงประมาณ 03.00 น.
• เจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบและพบพระภิกษุ 3 รูปตรงตามที่ได้รับแจ้ง
• ทั้ง 3 รูปมีใบสุทธิ แต่ไม่มีวัดพำนักเป็นหลักแหล่ง
• เจ้าคณะอำเภอลำลูกกาสั่งให้ลาสิกขาทันที
• ตำรวจ สภ.คูคต รับตัวไปจัดทำประวัติตามขั้นตอน
ที่มาและภาพ: เพจวัดประยูรธรรมาราม ปทุมธานี

🕌 “หมวกกะปิเยาะ” มากกว่าเครื่องแต่งกาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมหมวกกะปิเยาะเป็นเครื่องแต่งกายที่พบได้ทั่ว...
24/08/2026

🕌 “หมวกกะปิเยาะ” มากกว่าเครื่องแต่งกาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม
หมวกกะปิเยาะเป็นเครื่องแต่งกายที่พบได้ทั่วไปในวิถีชีวิตของชาวมุสลิม ไม่ได้จำกัดเฉพาะเวลาประกอบศาสนกิจเท่านั้น
เราจึงอาจเห็นชาวมุสลิมสวมหมวกกะปิเยาะในหลายโอกาส ทั้งในชีวิตประจำวัน ขณะไปมัสยิด ทำละหมาด เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา หรือเทศกาลสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะในชุมชนที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่จำนวนมาก ภาพของผู้คนสวมหมวกกะปิเยาะนั่งพูดคุย ดื่มชา กาแฟ หรือรับประทานอาหารร่วมกัน ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชุมชนที่พบเห็นได้ตามปกติ
ขณะเดียวกัน การสวมหมวกกะปิเยาะไม่ได้หมายความว่าผู้สวมใส่จะต้องเป็นชาวมุสลิมเสมอไป บุคคลต่างศาสนาสามารถสวมใส่ได้ในบริบทที่เหมาะสม เพื่อแสดงความเคารพ ให้เกียรติ หรือมีส่วนร่วมกับชุมชนมุสลิม
ดังเช่นภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งแม้ไม่ได้เป็นชาวมุสลิม แต่เคยสวมหมวกกะปิเยาะในโอกาสต้อนรับเยาวชนที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันท่องจำอัลกุรอานระดับนานาชาติ ณ ทำเนียบรัฐบาล
ดังนั้น หากจะทำความเข้าใจเครื่องแต่งกายทางวัฒนธรรม สิ่งสำคัญคือ ต้องพิจารณา “บริบท” ควบคู่กับ “ความหมาย” ไม่ควรตัดสินอัตลักษณ์ ความเชื่อ หรือศาสนาของบุคคลจากเครื่องแต่งกายเพียงอย่างเดียว
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมจะอยู่ร่วมกันได้อย่างงดงาม เมื่อเราเริ่มต้นจาก ความรู้ ความเข้าใจ และการเคารพซึ่งกันและกัน
#หมวกกะปิเยาะ #วัฒนธรรมมุสลิม #อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม #สังคมพหุวัฒนธรรม #อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ

ที่อยู่

Wang Noi
10200

เบอร์โทรศัพท์

+66080555691

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มีอะไรมาบอกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์