วิชาญ ลิ่วกีรติยุตกุล

วิชาญ ลิ่วกีรติยุตกุล ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก วิชาญ ลิ่วกีรติยุตกุล, วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย, ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Bangkok.

มีปัญหามาฝึกภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ไปพร้อมกัน อ่านโจทย์ดี ๆ นะครับ One rabbit saw six elephants while going to the river...
12/05/2021

มีปัญหามาฝึกภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ไปพร้อมกัน
อ่านโจทย์ดี ๆ นะครับ

One rabbit saw six elephants while going to the river.
Every elephant saw two monkeys going towards the river.
Every monkey holds one parrot in their hands.

How many “animals” are going towards the river ?

ภาพประกอบเป็นภาพปริศนาธรรมของทางธิเบต ไม่เกี่ยวกับคำถาม แต่เชื่อว่าคำถามน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากสัตว์ทั้งสี่ในนิทานคติธรรมเรื่องนี้

การบรรยายเรื่องการเขียนบทความวิจัย พูดให้กับนิสิตปริญญาโท-เอก สาขาคณิตศาสตร์ฟัง แต่ก็อาจจะเป็นประโยชน์กับคนในสาขาอื่น เล...
19/05/2020

การบรรยายเรื่องการเขียนบทความวิจัย พูดให้กับนิสิตปริญญาโท-เอก สาขาคณิตศาสตร์ฟัง แต่ก็อาจจะเป็นประโยชน์กับคนในสาขาอื่น เลยขอเอามาแชร์ในหน้าเพจ มีสองคลิป นี่เป็นคลิปแรก คลิปที่สองจะลงไว้ในช่องความเห็นนะครับ

ในโอกาสที่พระสันตปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จึงอยากจะพูดถึงศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องพระสันตปาปา ภา...
20/11/2019

ในโอกาสที่พระสันตปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จึงอยากจะพูดถึงศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง

พระสันตปาปา ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Pope คำนี้มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า Papa ภาษาไทยที่ใช้คำว่าพระสันตปาปา ก็มาจากคำว่า papa นี้เอง

adjective ของ Pope จะใช้ว่า papal ตามรากศัพท์เดิมในภาษาลาติน เช่น Papal blessings หมายถึงคำอวยพรของพระสันตปาปา

พระสันตปาปาเป็นประมุขของประเทศที่เล็กที่สุดในโลกคือนครรัฐวาติกัน ซึ่งเรียกว่าเป็น Papal State หมายถึงรัฐที่ปกครองโดยพระสันตปาปา

เห็นคำว่า papa ตามสื่อภาษาอังกฤษ ไม่ได้หมายถึงป่าป๊าที่แปลว่าพ่อของคนจีนนะครับ แต่หมายถึงพระสันตปาปาหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ท่าน

23/09/2019

มีคำ adjective 2 คำที่มีที่มาน่าสนใจ คือคำว่า jovial และ jovian ทั้งคู่มีที่มาจากคำว่า Jupiter ซึ่งหมายถึงดาวพฤหัสบดี

Jupiter เป็นเทพโรมัน คนกรีกเรียก Zeus เป็นเทพที่ถือว่าใหญ่ที่สุดของกรีก-โรมันปกรณัม (Greek-Roman mythology) จึงนำมาใช้เรียกดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบดาวนพเคราะห์

adjective ของ Jupiter คือ jovian ซึ่งเป็นศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ แปลว่าที่เกี่ยวข้องกับดาวพฤหัสบดี เช่น
jovian moons หมายถึงดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี
jovian surface หมายถึงผิวของดาวพฤหัสบดี
jovian atmospheres หมายถึงบรรยากาศบนดาวพฤหัสบดี
jovian orbital cycle หมายถึงวงโคจรของดาวพฤหัสบดีรอบดวงอาทิตย์

นอกจากนี้คำว่า jovian planets ยังหมายถึงดาวนพเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับดาวพฤหัสบดีอีกด้วย ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ มีวงโคจรในระบบสุริยะชั้นนอก ตำแหน่งอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ โดยมีวงแหวน มีดวงจันทร์เป็นจำนวนมาก มีองค์ประกอบเป็นก๊าซ คือ ดาวพฤหัส (Jupiter) ดาวเสาร์ (Saturn) ดาวยูเรนัส (Uranus) และดาวเนปจูน (Neptune) รวม 4 ดวง

ส่วนคำว่า jovial เดิมใช้เป็น adjective ของ Jupiter แต่ต่อมาความหมายได้เปลี่ยนไป ตามตำราโหราศาสตร์ คนที่เกิดในอิทธิพลของดาวพฤหัสบดีจะเป็นคนที่มีบุคลิกร่าเริงสดใส จากความหมายนี้เองที่ต่อมากลายเป็นความหมายของคำว่า jovial ที่ใช้กันในปัจจุบัน ซึ่งแปลว่าอารมณ์ดี ร่าเริง อบอุ่น เป็นมิตร เช่น

Stories describe Santa Claus as a jovial man who gives toys to children.
ตำนานเกี่ยวกับซานตาคลอสอธิบายว่าเขาเป็นผู้ชายอบอุ่นร่างเริงใจดีที่ชอบแจกของขวัญให้เด็ก ๆ

She had no idea what made Jim angry one minute and jovial the next.
เธอไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้จิมโกรธขึ้นมา แล้วอยู่ ๆ ก็กลับมาอารมณ์ดีเฉย ๆ ซะงั้น (แปลตรงตัวคือจิมโกรธนาทีนี้ แล้วอารมณ์ดีในนาทีต่อมา)

ตอนนี้มีโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง (ซึ่งก็คือโรงเรียนเก่าของผมเองแหละ) กำลังทำการทดลองเรื่องความสุขของนักเรียนกับการใ...
09/01/2019

ตอนนี้มีโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง (ซึ่งก็คือโรงเรียนเก่าของผมเองแหละ) กำลังทำการทดลองเรื่องความสุขของนักเรียนกับการใส่ชุดไปรเวทมาโรงเรียน ซึ่งกำลังเป็น "Talk of the town" อยู่ในขณะนี้ สำนวน talk of the town แปลว่ากำลังเป็นที่วิพากย์วิจารณ์พูดคุยกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ส่วนชุดไปรเวทเป็นคำยืมมาจากภาษาอังกฤษว่า private ซึ่งแปลว่าส่วนตัว ส่วนบุคคล ไม่สังกัดใคร เช่น private property แปลว่าสมบัติส่วนบุคคลหรือสถานที่ส่วนบุคคล private company แปลว่าบริษัทเอกชน private school แปลว่าโรงเรียนเอกชน คำตรงข้ามของ private คือ public ซึ่งแปลว่าสาธารณะหรือส่วนรวม

คำว่าเครื่องแบบ ภาษาอังกฤษใช้ว่า uniform ซึ่งภาษาไทยก็ยืมมาใช้ เขียนว่ายูนิฟอร์ม uni แปลว่าหนึ่ง form แปลว่ารูปแบบ uniform จึงแปลว่ารูปแบบที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งก็คือเครื่องแบบนั่นเอง การสวมใส่เครื่องแบบก็เพื่อแสดงเอกลักษณ์ขององค์กรว่าใครสังกัดในองค์กรนั้น ๆ คนที่ไม่ได้อยู่ในองค์กรนั้นจะสวมเครื่องแบบนั้นมิได้ เมื่อคนทั่วไปเห็นเครื่องแบบก็จะมีความคาดหวังที่ถูกต้อง เช่นเครื่องแบบทหาร ตำรวจ พยาบาล พนักงานร้านสะดวกซื้อ พนักงานธนาคาร

ที่น่าสนใจคือ private school (โรงเรียนเอกชน) ในต่างประเทศกำหนดเครื่องแบบสำหรับนักเรียน ขณะที่ public school (โรงเรียนที่รัฐอุปถัมภ์ด้านงบประมาณ) นักเรียนมีอิสระในการแต่งกาย เพราะโรงเรียนเอกชนเหล่านั้นมีชื่อเสียง ค่าเล่าเรียนแพง ไม่ใช่ใคร ๆ ก็เข้าเรียนได้ การให้ใส่ชุดเครื่องแบบมาโรงเรียนจึงเป็นการประกาศว่านักเรียนพวกนี้เป็นบุคคลพิเศษที่มีสิทธิ์แต่งตัวในเครื่องแบบนี้ได้ ไม่ใช่ใคร ๆ ก็สามารถแต่งได้ นักเรียนที่ใส่เครื่องแบบเหล่านี้ก็จะมีความภูมิใจในสถาบันของตน

ย้อนมาดูเมืองไทย เราเคยปลูกฝังนักเรียนไหมว่าการใส่เครื่องแบบคือความภาคภูมิใจในสถาบัน หรือมันคือกรอบที่ผู้ใหญ่ตีให้เด็กถูกจำกัดอยู่ในกรอบนั้น ถ้าเรายังไม่ชัดเจนว่าใส่เครื่องแบบไปเพื่ออะไร ก็คงจะเถียงกันไม่จบว่าการใส่เครื่องแบบมันเป็นความเครียดที่นักเรียนรู้สึกถูกริดรอนสิทธิ์ หรือว่ามันคือความภูมิใจในสถาบันของตน

เมื่อวานไปอบรม ได้ยินคำย่อสองคำที่น่าสนใจ เลยอยากเอามาเขียนเล่าเผื่อมีใครยังไม่เคยได้ยินเหมือนผม คนในยุคปัจจุบัน ซึ่งบาง...
22/06/2018

เมื่อวานไปอบรม ได้ยินคำย่อสองคำที่น่าสนใจ เลยอยากเอามาเขียนเล่าเผื่อมีใครยังไม่เคยได้ยินเหมือนผม คนในยุคปัจจุบัน ซึ่งบางคนเรียกว่าคนในยุค Generation Z คือคนที่โตมาพร้อมกันอินเทอร์เน็ต เฟสบุค โซเชียลมีเดียต่าง ๆ รับข่าวสารผ่านอินเทอร์เน็ตมากกว่าดูจากทีวีหรือหนังสือพิมพ์ คนรุ่นนี้จะมีค่านิยมสองอย่างคือ YOLO และ FOMO
YOLO = You only live once.
FOMO = Fear of missing out.

YOLO หมายถึงค่านิยมที่ว่าชีวิตนี้เป็นของตัวเราเอง เกิดหนเดียว ตายหนเดียว ฉะนั้นจงใช้ชีวิตให้เต็มที่ อยากทำอะไรก็ทำ อะไรที่ทำแล้วสุข สนุก สบาย ก็ทำเลย

FOMO หมายถึงกลัวจะตกกระแส กลัวไม่เป็นที่ยอมรับ เห็นใครไปเที่ยวไหนก็อยากไปบ้าง เห็นใครมีอะไรก็อยากมีบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นจากสังคมยุคโซเชียลมีเดีย ใครไปเที่ยวไหนก็ถ่ายรูปมาลงเฟสบุค ก็เกิดอาการอยากเลียนแบบทำตาม หากทำไม่ได้หรือไม่ได้ไปก็มีอาการน้อยใจ เสียใจ โทษตัวเองหรือโทษคนอื่นต่าง ๆ นานา

การใช้ชีวิตที่มีค่านิยมแบบ YOLO และ FOMO เป็นการใช้ชิวิตแบบสุขนิยม ปัจจุบันนิยม ไม่ได้วางแผนเผื่ออนาคตข้างหน้า มีเงินก็ใช้ไปเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข ซึ่งค่านิยมเหล่านี้ไม่เกิดกับคนในยุค Generation X ซึ่งคือคนรุ่นพ่อแม่ ซึ่งโตมาพร้อมกับโทรทัศน์ขาวดำ เวลาจะเปลี่ยนช่องต้องลุกขึ้นไปหมุนปุ่มเปลี่ยนช่อง ทำงานเก็บเงินสร้างฐานะ สร้างครอบครัว มิใช่แค่ตัวเอง แต่เพื่อลูกหลานจะได้สบายในวันข้างหน้า

ว่าง ๆ จะมาเล่าถึงคำว่า generation X, Y, Z ให้ฟังต่อ

มีศัพท์อยู่สองคำที่ดูคล้ายกัน ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวเดียวกัน แต่มีความหมายตรงข้าม คือ vice and virtue ทั้งสองคำเป็นคำนาม (n...
18/01/2018

มีศัพท์อยู่สองคำที่ดูคล้ายกัน ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวเดียวกัน แต่มีความหมายตรงข้าม คือ vice and virtue ทั้งสองคำเป็นคำนาม (noun) คำว่า vice (ออกเสียงว่า "ไว-ซ" ตัว ว แหวน ออกเสียงแบบตัว v ไม่ใช่ w) แปลว่าความชั่ว สิ่งไม่ดี ส่วนคำว่า virtue (ออกเสียงว่า "เวอร์-ชู่" ตัว ว แหวน ออกเสียงแบบตัว v) แปลว่าความดี คุณธรรม เมื่อเอามาเข้าคู่กันจึงหมายถึงความดีและความชั่ว ซึ่งอาจจะหมายถึงคนก็ได้

คำว่า vice มี adjective คือ vicious (ออกเสียงว่า วิท-เชียส ตัว ว แหวน ออกเสียงแบบตัว v) เช่น vicious cycle แปลว่าวงจรอุบาทว์
คำว่า virtue มี adjective คือ virtuous (ออกเสียงว่า เวอร์-ชู-อัส ตัว ว แหวน ออกเสียงแบบตัว v) เช่น virtuous life ชีวิตที่อยู่ในศีลในธรรม

สองคำนี้ออกเสียงคล้าย ๆ กัน หน้าตาคล้ายกัน แต่ความหมายตรงกันข้ามเลย

ไม่ได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับภาษาอังกฤษตั้งนาน พอดีมีโอกาสไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพหนึ่งที่วาดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งส...
25/05/2017

ไม่ได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับภาษาอังกฤษตั้งนาน พอดีมีโอกาสไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพหนึ่งที่วาดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ในยุคนั้น สมัยรัชกาลที่ ๕ ประเทศไทยขณะนั้น (สยามประเทศ) ต้องการปรับตัวเพื่อให้มีความทันสมัยทัดเทียมประเทศในตะวันตกซึ่งตั้งท่าจะมายึดครองประเทศไทย โดยอ้างเหตุผลว่าประเทศแถบนี้เป็นบ้านป่าล้าหลัง ต้องเข้ามาปกครองเพื่อนำความเจริญมาสู่ประเทศแถบนี้ รัชกาลที่ ๕ ซึ่งเคยเสด็จประพาสยุโรปจึงยกเลิกประเพณีการหมอบกราบ หันมาใช้วิธียืนทำความเคารพแทน

ในภาพเป็นภาพพุทธประวัติซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นจริง ทางด้านขวามือของภาพเป็นพระพุทธเจ้ากับเหล่าสาวก ส่วนทางด้านขวาเป็นผู้ที่มาเข้าเฝ้านพระพุทธเจ้า ซึ่งคนที่ใส่หมวกทรงสูงไว้หนวดน่าจะหมายถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ (ละไว้ให้คิดว่าเป็นใครตามจินตนาการ) พร้อมผู้ติดตามในเครื่องแบบตะวันตกยืนต้อนรับ ขณะที่พวกที่นั่งหมอบกราบวาดเป็นตัวละครแบบอนุรักษ์ ภาพนี้ดูแล้วเหมือนจะผิดยุคผิดสมัย พระพุทธเจ้าจะทรงมาปรากฏกายต่อหน้าผู้คนในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้อย่างไร

ภาพแบบนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า anachronism ซึ่งแปลคร่าว ๆ ได้ว่าเหตุการณ์ที่ผิดยุคผิดสมัยเช่นเดียวกับในภาพจิตรกรรมนี้ คำนี้มีรากศัพท์มาจากคำว่า chron ซึ่งแปลว่าเวลา มีศัพท์ภาษาอังกฤษหลายคำที่มีรากศัพท์มาจากคำนี้ เช่น
chronicle แปลว่าพงศาวดาร ก็คือบันทึกเหตุการณ์ในอดีตในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
chronic แปลว่า เรื้อรัง (เป็นโรคที่กินเวลานาน ไม่หายซักที)
chronology แปลว่าการเรียงลำดับตามเวลา ซึ่งจะพบในรูป adjective ว่า chronological มากกว่าเช่น chronological order แปลว่าเรียงตามลำดับเวลา เช่นการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับเวลา
synchronize แปลว่าตั้งเวลาตรงกัน เช่นการเต้นระบำที่นักแสดงต้องทำท่าทางพร้อมเพรียงกัน คำนี้ถอดรากศัพท์ได้ว่า syn = same, chron = time

05/01/2017

วันนี้อยากจะพูดถึงสำนวน play (something) by ear แปลตรงตัวอาจจะไม่ค่อยตรงกับสำนวนในภาษาไทยมากนัก มีที่มาจากการเล่นดนตรี นักดนตรีบางคนใช้หูฟังแล้วสามารถเล่นได้เลยโดยไม่ต้องดูโน้ต เช่นอาจจะเป็นเพลงที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่พอได้ยินทำนองซักท่อนก็สามารถเล่นได้ทันที ในสถานการณ์อื่น ๆ ในชีวิตประจำวันจึงมักใช้ในความหมายว่าทำอะไรโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ไม่ต้องเตรียมการนาน ๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตอนนั้น ถ้าพร้อมแล้วตัดสินใจกันทันที ตัวอย่างเช่น

He never prepared his presentations. He always played things by ear.
I don't know what I will do today, so we will have to play it by ear.
It depends on the rain, so let's play it by ear.

สังเกตว่าสำนวนนี้ ear ไม่เติม s นะครับ

07/12/2016

ชื่อฝรั่งมีชื่อเล่นหรือไม่ มีครับ แต่ไม่ได้ตั้งเป็นคนละชื่อแบบคนไทย ชื่อเล่นของฝรั่งจะมาจากชื่อจริง เช่น ถ้าชื่อจริงว่า Donald มักจะมีชื่อเล่นว่า Don ชื่อจริงว่า James มักมีชื่อเล่นว่า Jim ชื่อจริงว่า William มักมีชื่อเล่นว่า Bill

แต่ยังมีชื่อเล่นอีกระดับโดยการเติมตัว y ต่อท้าย ซึ่งมักเรียกเด็ก ๆ มากกว่าผู้ใหญ่ เช่น Donny, Jimmy, Billy ปกติถ้าโตแล้วมักจะไม่เรียกด้วยชื่อที่ลงท้ายด้วย y เพราะฟังดูเป็นเด็กเล็ก ๆ มากกว่า แต่บางคนก็ชอบ โดยเฉพาะพวกดาราหรือนักร้อง แต่ก็มีบางชื่อที่ดูจะได้รับการยอมรับได้บ้างแล้วแต่คน เช่น Jennifer เป็น Jenny หรือ Catherine เป็น Cathy แต่โดยทั่วไปอย่าไปเรียกใครแบบนั้นจะปลอดภัยกว่า

มีชื่อเล่นชื่อหนึ่งซึ่งได้ทั้งชายและหญิง คือ Pat ถ้าเป็นชายมาจาก Patrick แต่ถ้าเป็นหญิงมาจาก Patricia มีตัวละครตลกของอเมริกันในยุค 90's ที่มาจากรายการ Saturday Night Live ที่โด่งดังจนนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ มีชื่อว่า Pat บุคลิกตัวละครนี้ดูไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย ซึ่งเป็นจุดขายของตัวละคร จึงตั้งชื่อที่ระบุเพศไม่ได้ว่า Pat

ผมลองไล่ชื่อจริง-ชื่อเล่นของฝรั่งออกมาให้ดูกัน บางคนก็ชอบชื่อเล่นจนเอามาเป็นชื่อจริงไปเลยก็มี

Arthur - Art (Arty)
Benjamin - Ben (Benny)
Catherine - Cat (Cathy)
David - Dave (Davey)
Deborah - Deb (Debby)
Donald - Don (Donny)
Edward - Ed (Eddy)
Frederick - Fred (Freddy)
James - Jim (Jimmy)
Jennifer - Jen (Jenny)
Jonathan - Jon (Jonny)
Matthew - Matt (Matty)
Robert - Bob, Rob (Bobby)
Ronald - Ron (Ronny)
Samuel - Sam (Sammy)
William - Bill (Billy)

30/01/2016

สมัยที่ผมไปเรียนเมืองนอก ตอนนั้นบรรจุเป็นข้าราชการแล้ว ต้องทำเรื่องลาศึกษาต่อโดยต้องมีการค้ำประกัน สมัยนั้นเรื่องการค้ำประกันมีความยุ่งยากมาก คือถ้าคนค้ำประกันเป็นข้าราชการก็ไม่ต้องทำอะไร แค่เซ็นชื่อค้ำประกันอย่างเดียว แต่ถ้าผู้ค้ำประกันไม่ใช่ข้าราชการก็ต้องมีหลักทรัพย์มูลค่าเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ไปวางค้ำประกัน สมัยนั้นพ่อแม่ผมต้องเอาโฉนดที่ดินไปตีราคาแล้วจึงเอาไปวางค้ำประกัน เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก จนผมคิดว่าถ้าผู้ได้รับทุนเป็นลูกตาสีตาสาไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีเงินเก็บเป็นก้อน จะมีปัญญาส่งลูกไปเรียนเมืองนอกไหมนี่ หากมีญาติพี่น้องซักคนเป็นข้าราชการคงสบายกว่าเยอะ ตอนนั้นเคยขออาจารย์ท่านหนึ่งที่สนิทกันให้ช่วยเซ็นค้ำประกันให้ แต่อาจารย์ท่านปฏิเสธบอกว่าเคยมีกรณีอาจารย์หญิงชายเป็นแฟนกัน แต่ยังไม่ได้แต่งงานกัน ฝ่ายหญิงได้ทุนไปเรียนต่อ ฝ่ายชายจึงเซ็นค้ำประกันให้ พอไปเรียนเมืองนอก ฝ่ายหญิงไปมีแฟนเป็นต่างชาติจึงไม่กลับมาทำงานใช้ทุน อาจารย์ชายท่านนั้นจึงต้องชดใช้ทุนแทน อาจารย์ของผมบอกว่าให้พ่อแม่คุณเซ็นค้ำประกันเถิด มีอะไรเกิดขึ้นอย่างไรก็พ่อแม่ลูกกัน เรื่องที่อาจารย์เล่าให้ฟังเกิดขึ้นก่อนกรณีล่าสุดที่กำลังเป็นประเด็นเสียอีก แสดงว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่มีมานานแล้ว และก็คงจะมีอีกต่อไป

ตอนที่เราเป็นเด็ก เราก็มองแค่อนาคตอันใกล้ว่าอยากไปเรียนเมืองนอก ตอนนี้ขอไปเมืองนอกก่อน อนาคตระยะยาวค่อยคิดกันทีหลัง ด้วยความที่เป็นคนเก่ง เป็นนักเรียนทุนที่ประเทศชาติคัดสรรแล้ว พอไปเมืองนอกก็เห็นช่องทางโอกาสต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา จนจำไม่ได้แล้วว่าก่อนมาเคยมุ่งมั่นตั้งใจว่าอย่างไร คำพูดที่ว่าจะนำความรู้กลับไปพัฒนาประเทศชาติมันช่างเป็นอดีตอันลางเลือน ทำไมผมหรือฉันต้องกลับไปทำงานรับเงินเดือนน้อย ๆ อยู่ในระบบราชการอันแสนจะโบราณน่าอึดอัด ทำงานแบบไม่มีอนาคตไปวัน ๆ

อยากจะบอกว่าก่อนที่รับทุน ควรหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน คิดให้รอบด้าน คิดเผื่ออนาคตไกล ๆ ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ฟรี ๆ ทุนการศึกษาไม่ใช่รางวัลเรียนดี ไม่ใช่สิ่งที่ตอบแทนในความเก่งของคุณ ประเทศชาติลงทุนสร้างคนให้มีคุณภาพเพื่อกลับมาช่วยกันพัฒนาประเทศ โดยมองว่านี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและได้รับผลตอบแทนในระยะยาว ประเทศไม่ได้อยากได้เงินชดใช้ทุนหรอก อยากได้บุคลากรที่มีคุณภาพมากกว่า

สมัยที่ผมเรียนเมืองนอก มีคนถามว่ายูไม่คิดจะทำงานที่เมืองนอกเหรอ อนาคตดีกว่าตั้งเยอะ ผมบอกว่าถ้าอยู่เมืองนอก ผมก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง คนเก่งกว่าผมมีเยอะแยะ ถ้าขาดผมไปซักคน ก็สามารถหาคนอื่นทำงานแทนได้และอาจจะทำได้ดีกว่าผมมากมาย แต่ถ้าผมกลับไปเมืองไทย โอกาสในการทำงานต่าง ๆ ยังมีเยอะ ผมมีโอกาสได้ใช้ความรู้ที่มีในการทำอะไรได้มากมายกว่าการที่ผมจะเป็น "นายธรรมดา ณ สหรัฐอเมริกา"

ที่อยู่

ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Bangkok
10330

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิชาญ ลิ่วกีรติยุตกุลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วิชาญ ลิ่วกีรติยุตกุล:

แชร์