ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม มทร.พระนคร

ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม มทร.พระนคร กิจกรรมของชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและ?

12/02/2021
11/02/2021
04/02/2021

การแยกขยะ มีประโยชน์สารพัด แต่ทำไมละ ?!
เราก็อุส่าห์แยก พอรถขยะมาเก็บก็เห็นเอาไปโยนรวมกันอยู่ดี
ในความเป็นจริงเเล้ว
พนักงานคนเก็บขยะเหล่านั้น ไม่ได้โยนขยะที่เราอุส่าห์เเยกไปกองรวมกันในรถเหมือนที่เราเห็นซะทีเดียว เเต่พนักงานเหล่านี้ไม่มีเวลามากพอที่จะเเยกขยะจากถังขยะนับร้อย เค้าจึงต้องเทรวมกันเเล้วเเยกไปด้วยในเวลาเดียวกับที่เค้าเดินทางไปเก็บถังขยะถังต่อไป เเละเเน่นอนพวกเค้าไม่มีเวลามากพอทีจะดูด้วยว่าขยะต่าง ๆ ที่มาจะทำอันตรายกับพวกเค้าได้หรือไม่ เช่น หลอดไฟ หรือ เศษเเก้วต่าง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ด้วยเหตุผลความอันตรายต่อพนักงานเก็บขยะ ก็สมเหตุสมผลพอเเล้วที่จะเเยกขยะเพื่อความปลอดภัยของผู้คนที่ต้องค่อยเก็บขยะที่เราทิ้งในทุก ๆ วัน เเละเเน่นอนนั้นไม่ใช่เเค่ประโยชน์อย่างเดียวในการเเยกขยะ เพราะขยะเเต่ละประเภท จะนำไปรีไซเคิลหรือนำกลับไปใช้ใหม่ในรูปแบบต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการที่เราแยกขยะตั้งแต่ที่บ้านก่อนจะโยนทิ้งลงไปในทั้งขยะจะช่วยประหยัดเวลาของพนักงานเก็บขยะได้ดีมากยิ่งขึ้น.

06/01/2021

อยู่บ้านก็ปลูกป่าได้ กับโครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” พร้อมติดตามผลได้ต่อเนื่องผ่านแอป
ป่าไม้ของประเทศไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนคงที่อยู่ที่ประมาณ 31.5% ของพื้นที่ทั้งประเทศ หรือพูดง่ายๆ ว่าพื้นที่ป่าไม้ในประเทศของเราไม่เพิ่มขึ้นเท่าไหร่นัก หากต้องคงความสมดุลของระบบนิเวศไว้ เราควรจะมีพื้นที่ป่าอย่างน้อย 40% (ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12)
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงร่วมกับ กรมป่าไม้ ภาคีหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ดำเนินโครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” ระดมทุนเพิ่มจำนวนต้นไม้และขยายผืนป่าของประเทศไทย เพื่อสร้างสมดุลระบบนิเวศจากต้นทาง ลดภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน
โครงการ Care the Wild คืออะไร ?
Care the Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” คือโครงการระดมทุนเพื่อปลูกและดูแลรักษาป่า ฟื้นฟูป่าที่มีอยู่ และเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ โดยทุกคนจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน องค์กรเล็ก องค์กรใหญ่ ก็สามารถมีส่วนร่วมช่วยกันฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อลดภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน ผ่านการเป็น Active Sponsor-ทีมปลูกป้อง ร่วมระดมทุนเพียงต้นละ 200 บาท และยังสามารถเลือกพื้นที่ป่าในโครงการได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นป่าชุมชนโดยแต่ละพื้นที่ของป่าชุมชนจะมีเอกลักษณ์และจุดเด่นด้านระบบนิเวศ และการพัฒนาชุมชนที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามการเติบโตของต้นไม้ที่ปลูกได้เป็นระยะเวลาถึง 6 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าต้นไม้นั้นจะเติบใหญ่กลายเป็นป่าอย่างแท้จริง ด้วยแอปพลิเคชัน Care the Wild อีกทั้งการบริจาคครั้งนี้ยังนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
ปลูกต้นไม้อย่างไร ให้ได้ป่า ?
การปลูกต้นไม้ในโครงการจะเป็นการปลูกป่าเลียนแบบธรรมชาติ พูดง่ายๆ ว่า ในอดีตพื้นที่ตรงนั้นเคยเป็นป่าอย่างไร ก็จะทำให้กลับมาเป็นพื้นที่ป่าแบบเดิม โดยเน้นดำเนินการบนพิ้นที่ป่าชุมชน ที่ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในการปลูกป่า ตั้งแต่กระบวนการเลือกพันธุ์ไม้ให้ตรงกับสภาพนิเวศแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ โครงการยังส่งเสริมการปลูกแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี และสนับสนุนการปลูกป่าแบบผสมผสาน คือ ไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และพืชคลุมดิน โดยเมื่อต้นไม้เติบโต ชุมชนจะสามารถสร้างเศรษฐกิจจากต้นไม้เหล่านี้ได้ การมีส่วนร่วมดูแลป่าของชุมชนจะเป็นส่วนสำคัญในการขยายแนวผืนป่าของประเทศ
ในประเทศไทยนั้น ไม่ใช่ว่าไม่มีที่เหลือสำหรับการเพิ่มพื้นที่ป่า แต่เรายังขาดคนที่จะมาช่วยกัน ดังนั้นหากทุกภาคส่วนร่วมด้วยช่วยกัน เราก็จะมีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น มีอากาศที่ดีขึ้น น้ำที่ดีขึ้น ผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ โดยที่ไม่ต้องรอใครมาสร้างให้เรา
มาร่วมกันปลูกป่าง่ายๆ เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “Care the Wild” หรือสำหรับองค์กรที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อได้ที่อีเมล [email protected] หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.setsocialimpact.com/carethewild/
#ปลูกป้อง

28/11/2020

#มลพิษขยะหน้ากาก ทีมศึกษาขยะฮ่องกงพบขยะหน้ากากเพิ่มมากขึ้นในเกาะห่างไกล สร้างความกังวลถึงผลกระทบ วอนเร่งลดสร้าง ทิ้งให้ถูกที่ กำจัดปลอดภัย

OceanAsia ทีมที่ทำการศึกษาขยะทะเล ซาก และไมโครพลาสติก โดยทำงานวิจัยในหมู่เกาะ Soko เน้นการศึกษาขยะ แหล่งที่มาและอื่นๆ โดยเมื่อช่วงต้นปีนี้ทางทีมได้พบมลพิษทะเลใหม่ที่เพิ่มขึ้นนั่นก็คือขยะหน้ากาก

หมู่เกาะ Soko นั้นเป็นเกาะห่างไกล และไม่มีผู้คนอยู่ ซึ่งหมายความว่าขยะเหล่านี้พัดพาลงทะเลมาจากเกาะหลัก

เวลาผ่านไปแต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะแย่ลง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนทาง Ocean Asia ได้เผยภาพการไปสำรวจหาดบนเกาะเดิมอีกครั้ง พวกเขาพบขยะหน้ากากที่เพิ่มมากขึ้นซึ่งสร้างความกังวลอย่างมาก

ขณะนี้มลพิษขยะหน้ากาก และ PPE อื่นๆกำลังเป็นปัญหาทั่วโลก โดยมีการพบขยะหน้ากากในทะเลหลายประเทศทั่วโลก อาทิในฝรั่งเศส อังกฤษ และฮ่องกง ซึ่งต้องเร่งแก้ไข เพราะมันกำลังส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำอย่างมาก

ในนบ้านเราอาจเกิดปัญหานี้เช่นกันจึงขอเชิญชวนทุกท่านช่วยกันหยุดเชื้อ รักษาสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงเจ้าหน้าที่ไปพร้อมกันด้วยการ

1. ลดสร้างขยะเพิ่มด้วยการใช้หน้ากากผ้า ซักใช้ซ้ำได้

2. แยกขยะหน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งก่อนทิ้งให้ "ลงถัง" เพื่อลดอันตรายจากเชื้อต่อเจ้าหน้าที่ และเพื่อการจัดการที่ถูกวิธี ปลอดภัย

#สิ่งที่ควรแยก
หน้ากากอนามัย กระดาษชำระ ถุงมือสัมผัสสิ่งของ

#วิธีการแยก
-พับ มัด หน้ากาก ให้ส่วนที่สัมผัสกับใบหน้า สารคัดหลั่ง ฝอยละอองน้ำลายอยู่ด้านใน เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย (ตัดหูออก)

-ใส่ถุงใสที่สามารถมองเห็นได้ ถ้าเป็นถุงทึบให้เขียนบนถุงให้ชัดเจน และมัดมิดชิดก่อนทิ้ง

-ล้างมือทุกครั้งหลังทิ้งหน้ากากอนามัย

ติดตามการทำงานของ OceanAsia ได้ที่ https://m.facebook.com/oceansasia.org/

ที่มา

https://m.facebook.com/1396075433861294/posts/2080612478740916/?d=n

https://m.facebook.com/environman.th/posts/2538540146274417

https://m.facebook.com/environman.th/posts/2656113837850380

ร่มธรรม ขำนุรักษ์

28/11/2020

หน้าหนาว ก็มีฝุ่นนะ
นี่คงเป็น เหตุ และ ผล ที่ว่า.....
ทำไม ช่วงหน้าหนาวถึงได้มีฝุ่นและหมอกควัน ไม่แพ้ช่วงฤดูอื่นๆ เลยทีเดียว
#คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต

13/11/2020

กิจกรรมแรกของเราได้ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับน้องๆที่ยังไม่ได้รับชั่วโมง สามารถติดต่อมาทางเพจชมรมของเราได้เลยนะคะ 💕😊🌿

12/11/2020

ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยแบงกอร์ในแคว้นเวลส์ของสหราชอาณาจักรต้องตกตะลึงเมื่อศึกษาวิจัยแม่น้ำและ ทะเลสาบทั่วประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า ตัวอย่างน้ำที่เก็บจากทะเลสาบและแม่น้ำ 10 แห่งมีการปนเปื้อนไมโคร
พลาสติกหรือชิ้น ส่วนพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร
บริเวณที่พบการปนเปื้อนสูงสุดคือ “แม่น้ำเทมส์” ช่วงที่ใกล้เมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งมีไมโครพลาสติกสูงกว่า1,000 ชิ้นต่อน้ำ 1 ลิ ตร ขณะที่แหล่งน้ำอื่นๆ ปนเปื้อนในระดับที่ต่ำกว่า 100 ชิ้นต่อน้ำ1 ลิตร เช่น แม่น้ำเทมส์ ช่วงที่ไหลผ่านกรุงลอนดอนมี การปนเปื้อนอยู่ที่ 80 ชิ้นต่อน้ำ 1 ลิตร แม่น้ำแบล็ควอเตอร์มีการปนเปื้อนอยู่ที่ 15 ชิ้นต่อน้ำ 1 ลิตร
คริสเตียน ดันน์ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เขาตกใจมากกว่าข้อมูลข้างต้นคือแม้กระทั่งแหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ห่างไกลในชนบทและขึ้นชื่อเรื่องความใส สะอาดบริสุทธ์ของน้ำ เช่น น้ำตกดอคชาร์ต (Dochart) หรือ ลอค โลมอนด์ (Loch Lomond) ก็ยังมีการปนเปื้อนอยู่ที่ 2-3 ชิ้นต่อน้ำ1 ลิตร
“พวกเราไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะพบการปนเปื้อนที่สูงขนาดนี้ มันน่าเศร้าที่แหล่งน้ำสำคัญทั่วสหราชอาณาจักรมีไมโครพลาสติก ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ” ดันน์ กล่าว
เมื่อเร็วๆ นี้งานวิจัยอีกชิ้นในเกาะอังกฤษ ได้ค้นพบว่า ไมโครพลาสติกมีผลกระทบเป็น วงกว้างต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล โดยเฉพาะกลุ่ม สัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนมที่มักจะเข้าใจผิดว่ามัน เป็นอาหารและกินเข้าไป อีกทั้งยังพบเศษ
ไมโครพลาสติกในน้ำประปาที่คนในยุโรปบริโภค รวมถึงในญี่ปุ่นและรัสเซียด้วย
แม้จะยังไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจนถึงผลกระทบต่อมนุษย์ แต่นักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม หลายรายก็ต้องการให้การขจัดไมโครพลาสติกจากแหล่งน้ำเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกชาติควรให้ความสำคัญ
จูเลี่ยน เคอร์บี้ นักรณรงค์ด้านปัญหา พลาสติกขององค์กร Friends of the Earth เป็นหนึ่งในนั้น โดยเธอเรียกร้อง ให้ สส.ในสหราชอาณาจักรยกมือโหวตให้ กับกฎหมายที่บังคับให้ ลดปริมาณการใช้ พลาสติกหลายฉบับ
นอกจากนี้งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ก็ค้นพบเชื้อแบคทีเรียกว่า 400 ชนิดจากเศษไมโครพลาสติก 275 ชิ้นที่เก็บ มาจากชายหาด ซึ่งบางชนิดก่อให้เกิดภาวะ กระเพาะอักเสบและแผลติดเชื้อในมนุษย์ได้
ยังมีงานวิจัยที่พบเศษไมโครพลาสติก ในกระเพาะของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกใน แถบทะเลเหนือและทะเลบาเรนท์ ชายฝั่ง แมดิเตอร์เรเนียนของสเปนและแม่น้ำแยงซี ของจีนอีกด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยการ แพทย์แห่งกรุงเวียนนา และสำนักสิ่งแวดล้อม ของออสเตรีย ยังค้นพบไมโครพลาสติก ตกค้างอยู่ในตัวอย่างอุจจาระมนุษย์ที่เก็บจาก ผู้เข้าร่วมศึกษาจากหลายประเทศทั่วโลก และ สามารถระบุชนิดของพลาสติกได้มากถึง 9 ชนิด โดยมีขนาดตั้งแต่ 50-500 ไมโครเมตร
โดยสิ่งที่พบคือพอลิโพรไพลีน และพอลิเอทิลีนมากที่สุด โดยเฉลี่ยพบไมโครพลาสติก 20 อนุภาคในอุจจาระทุกๆ 10 กรัม
“นี่เป็นครั้งแรกที่มีการศึกษาในลักษณะนี้ และยืนยันถึงสิ่งที่เราตั้งข้อสงสัยมานาน ว่า พลาสติกเข้าไปถึงลำไส้ของมนุษย์ ขณะที่การศึกษาในสัตว์ พบว่า พลาสติกกระจุก ตัวอยู่มากที่สุดในลำไส้ อนุภาคพลาสติก ที่เล็กที่สุดสามารถเข้าสู่กระแสเลือด ระบบน้ำเหลือง รวมทั้งเข้าไปในตับได้ด้วย ตอนนี้เรา มีหลักฐานเป็นครั้งแรกว่า
มีไมโครพลาสติกอยู่ในมนุษย์ เราต้องวิจัยต่อไปถึงผลกระทบ ต่อสุขภาพของมนุษย์” ดร.ฟิลิปป์ ชอวาบึล ผู้นำการวิจัย ระบุ
#คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต
ที่มา : The Guardian และ BBC

11/11/2020

การเดินทางในชีวิตประจำวันของเราในทุกๆ วัน
ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ รถประจำทาง มอเตอร์ไซด์ เรือยนต์ รวมไปถึงเครื่องบิน ก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีส่วนในการสร้างและปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศมากมายอย่างคาดไม่ถึง
มาดูกันว่าในหนึ่งวัน เพียงแค่เราคนเดียว จะมีส่วนร่วมในการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ มากน้อยเพียงใด

#คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต

05/11/2020

“ปัญหาน้ำเสียชุมชน”
ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งโดยเฉลี่ย 80 % ของปริมาณน้ำที่ใช้ในบ้านเรือน กลายเป็นน้ำเสียที่มักถูกระบายลงแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยไม่ได้รับการบำบัดอย่างถูกวิธี
#คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต

03/11/2020

เคยสงสัยกันไหมว่า...พลังงานที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้
ไม่ว่าจะเป็น ไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซ ฯลฯ มาจากไหนกัน
ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นพ่อรุ่นแม่ จนมาถึงรุ่นเรา และจะมีใช้ไปนานถึงรุ่นลูกรุ่นหลานหรือเปล่า และถ้าหมดก่อนจะอยู่กันอย่างไร หรือจะมีพลังงานอื่นๆ มาทดแทนกันได้มั้ย?
คำตอบคือ มี เป็นพลังงานที่อยู่รอบๆ ตัวเราเป็นพลังงานหมุนเวียนทางเลือกที่ช่วยลดโลกร้อนด้วยนะ ลองมาดูข้อมูล และเลือกใช้กันได้เลย

#คุณภาพสิ่งแวดล้อมคือคุณภาพชีวิต

ที่อยู่

ตึกคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Bangkok
10800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม มทร.พระนครผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์