หน่วยโสตทัศนศึกษา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หน่วยโสตทัศนศึกษา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

21/05/2026

มาศึกษาข้อแตกต่างและวิธีที่เลนส์ทั้งสองสร้างความแตกต่างให้กับภาพถ่ายของคุณกัน

20/05/2026
20/05/2026

ไม่ใช่ทุกความคิดที่ต้องพูดออกไปทันที⁣
ไม่ใช่ทุกข้อมูลที่รับมา จะทำให้เราตัดสินใครได้!⁣

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมว่าหลายท่านคงได้เห็นปรากฏการณ์ที่เหล่าอินฟูหรือดาราออกมา “ขอโทษ” เต็มหน้าฟีดไปหมด (จากกรณีของคุณทราย สก็อต) มันทำให้ผมตระหนักเลยว่า.. การตัดสินใจ “พูด” หรือ “โพสต์” อะไรออกไปในเสี้ยววินาที! อาจเกิดแรงกระเพื่อมเชิงลบ (Ripple Effect) กลับมาที่ตัวเองแบบไม่ทันตั้งตัว!⁣

บทความนี้ ขอมีส่วนร่วมในการกระตุก Social Awareness ที่เราควรต้องมีก่อนโพสต์ ก่อนวิจารณ์ ก่อนสรุปเรื่องราวของคนอื่น ผ่านการใช้ 7 Filters ตามหลัก Social and Emotional Learning (SEL) ที่จะช่วยกรองความคิดก่อนกลายเป็นคำพูดครับ⁣

──────────⁣
❶ Intention — เจตนาของเราคืออะไร?⁣

ฉันพูด/หรือโพสต์สิ่งนี้เพื่ออะไร?⁣
• เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์⁣
• เพื่อช่วยเหลือ ⁣
• เพื่อสร้างความเข้าใจ ⁣
• หรือเพียงเพื่อระบายอารมณ์และทำร้ายผู้อื่น ⁣

SEL ช่วยให้เราเข้าใจแรงจูงใจภายในของตนเอง ก่อนที่คำพูดจะส่งผลต่อคนอื่น⁣

❷ Choice — เรื่องนี้จำเป็นต้องพูดหรือไม่?⁣

ทุกความคิดไม่จำเป็นต้องถูกพูดออกมา⁣
การมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นในทุกเรื่อง⁣
การเลือก “ไม่พูดทันที” บางครั้งเป็นการตัดสินใจที่รับผิดชอบที่สุด⁣

❸ Compassion — ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขา เราอยากได้รับคำพูดแบบนี้ไหม?⁣

Compassion ไม่ใช่แค่ความสงสาร แต่คือการรับรู้ความทุกข์ของผู้อื่น และตั้งใจที่จะไม่เพิ่มภาระทางอารมณ์ให้เขา⁣

❹ Empathy — เราเข้าใจบริบทของเขาทั้งหมดหรือยัง?⁣

เราอาจยังไม่รู้เรื่องทั้งหมด⁣
สิ่งที่เห็นภายนอกอาจเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของเรื่องราว⁣
Empathy ช่วยให้เราเปิดใจรับฟังความจริงที่เรายังไม่รู้ แทนที่จะรีบตัดสินด้วยสิ่งที่เห็นแค่ผิวเผิน⁣

❺ Active Listening — เราฟังครบทุกด้านแล้วหรือยัง?⁣

เราได้ฟังอย่างแท้จริง หรือเพียงแค่รอฟังเพื่อโต้แย้ง⁣
การรับฟังอย่างตั้งใจช่วยลดการตัดสินจากข้อมูลไม่ครบถ้วน⁣

❻ Respectful Words — คำพูดของเราให้เกียรติหรือด้อยค่า?⁣

เห็นต่างได้ แต่สื่อสารยังไงก็ได้โดยไม่ต้องทำให้อีกฝ่ายรู้สึกด้อยค่า⁣

การใช้คำพูดที่ให้เกียรติ (Relationship Skills) ช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย (Psychological Safety) ทำให้คนพร้อมเปิดรับสิ่งที่เราต้องการสื่อสารจริงๆ มากกว่าการสร้างกำแพงป้องกันตนเอง⁣

❼ Timing — ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะจะพูดไหม?⁣

บางครั้งอีกฝ่ายยังไม่พร้อมฟัง หรือสถานการณ์ยังไม่เหมาะ คำพูดที่ดีที่สุดในเวลาที่ผิด ก็อาจไม่สร้างประโยชน์ใดเลย⁣




ถ้ายัง Aware ตัวเองไม่ได้ 🤔 จะ Manage ตัวเองได้อย่างไร!? ⁣
──────────⁣

#การเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม⁣

20/05/2026

เพจการตลาด ที่ชวนคุณมาอัปเดตความรู้การตลาดหลากแง่มุม

19/05/2026

6 ระบบด้านล่างนี้ ใครที่ใช้ AI อยู่แล้ว
สามารถเอาไปสร้าง Manuscript Engine ส่วนตัวของตัวเองได้เลยครับ

มันคือหลักการของ “AI Decision Operating System หรือ ระบบปฏิบัติการตัดสินใจด้วย AI อย่างมีดุลยพินิจ“

ด้วยหลักการ

Think → Ask → Audit → Decide

คิดก่อนถาม → สั่งให้ชัด → ตรวจให้ขาด → ตัดสินใจอย่างมีกรอบ

มันจะเปลี่ยนให้ AI ไม่ส่งผลลัพธ์แบบเดา ๆ

กลับกัน มันมีการฝังตรรกะจริงลงไปในทุกคำ ทุกตาราง ทุก citation

เช่น 6 ฟังค์ชั่น ดังนี้

🔹 ฟังค์ชั่นระบบปิด (Closed-Corpus)
ให้ AI ทำงานแค่บนข้อมูลของคุณ — ไม่มี hallucination ดึงมาเท่าที่มี ไม่เติมเอง ไม่คิดแทน

🔹 ฟังค์ชั่นระบบจำลอง Reviewer Simulation
ตั้งระบบจำลอง “Reviewer จริง” แบบลึก วิเคราะห์ blindspot ที่แม้แต่คนเขียนยังไม่เห็น

🔹 ฟังค์ชั่นระบบ Full Text Builder
สร้าง Blueprint เนื้อหาบทความจากงานวิจัยจริงแบบไม่หลุด แล้วแปลงโครงสร้างให้สอดคล้องกับรูปแบบของวารสารโดยตรง

🔹 ฟังค์ชั่นระบบ Traceable Reference
อ้างอิงทุกจุดมีที่มา ตรวจย้อนกลับได้ ไม่มี ref หลอก ไม่มี ref ซ้ำ

🔹 ฟังค์ชั่นระบบ Recursive Feedback Loop
ตั้งระบบให้ “ถามตัวเอง” กลับเสมอ จนกว่า logic ทุกส่วนจะสอดคล้องและมีน้ำหนักมากพอ

🔹 ฟังค์ชั่นระบบ Risk Forecasting
วิเคราะห์โอกาสตีพิมพ์–โอกาส reject อย่างมีตรรกะ พร้อมวางแผนรับมือแบบฉบับนักวิจัยระดับ editor


ทั้งหมดทั้งมวล ถ้าเราเอาไปใช้ได้
ประโยชน์ที่จะได้กลับมา คือ

✔️ มีโอกาสตีพิมพ์ได้ทุกปี ไม่ใช่แค่ปีที่เฮง
✔️ ออกแบบระบบ AI ที่ ตัวเองควบคุมได้
✔️ มี workflow ที่ใช้ซ้ำกับทุกงานของตัวเอง


ทั้ง 6 ฟังค์ชั่นคือ “แบบเดียวกับ” ที่สอนอยู่ในคอร์สแบบ Private VIP

เนื่องจากตอนนี้ AI แต่ละตัวมันเก่งขึ้นมาก
ทั้ง ChatGPT / Claude / Gemini
เราจึงจำเป็นต้องมี “ระบบคิด” ที่สามารถไปดึงศักยภาพของมันออกมาครับ

ใครที่ใช้คล่องอยู่ ลองเอาระบบไปทดสอบดูครับ Work มาก


ส่วนใครที่ไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก / เจอปัญหาแล้วไม่รู้จะแก้ยังไง / ได้ผลลัพธ์จาก AI มา ก็ไม่รู้จะเชื่อถือมันได้มั้ย

แนะนำ คอร์สนี้ครับ ที่เน้นเรื่อง “การพัฒนาบทความ“ โดยเฉพาะ

👉 เหมาะกับคนที่ต้องการเอารายงานวิจัยมาแปลงเป็น Manuscript

📍 เป็นบทเรียนความยาว 40นาที + Prompt
📍 ในบทเรียน เป็นการสอนการใช้ ChatGPT ในการ #แปลงรายงานวิจัยเป็นManuscript เพื่อยื่นวารสาร
📍ส่งให้ทางอีเมล + ปรึกษาปัญหาการใช้งานทางข้อความได้


เนื้อหา และ หลักการที่สอน ยืนยันว่าเป็น “เทคนิคขั้นสูงสุด” ที่สามารถนำไปประยุกต์กับ Manuscript ทุกรูปแบบ ทุกสาขา

เพราะคอร์สนี้ถูกออกแบบมาเพื่อนักวิจัยที่มีวิสัยทัศน์ที่
* อยาก “ตีพิมพ์ได้ทุกปี” ไม่ใช่แค่ปีที่เฮง
* อยากออกแบบระบบ AI ที่ ตัวเองควบคุมได้
* อยากมี workflow ที่ใช้ซ้ำกับทุกงานของตัวเอง
* อยากอัปเกรดจาก “เขียนตาม flow” → เป็น “เจ้าของระบบเขียนเองได้”


โปรโมชั่น Flash
ราคา 1,699 บาท (จากปกติ 5,900) — สำหรับ 20 ท่านแรกเท่านั้น

กดปุ่มส่งข้อความ แล้วพิมพ์บอกผมว่า ”รับ 1,699”

ผมจะส่งรายละเอียดกลับไปให้โดยเร็วที่สุดครับ

Best wishes,
James

17/05/2026
17/05/2026
17/05/2026

ที่อยู่

เลขที่ 254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หน่วยโสตทัศนศึกษา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์