แขนงวิชาวิทยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

แขนงวิชาวิทยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก แขนงวิชาวิทยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย, เลขที่1 อาคาร22 แขวงวชิระ เขตดุสิต, Bangkok.

31/10/2019

👍👍👍👌👌👌

แล้วคุณจะหลงรักสวนนัน
21/05/2017

แล้วคุณจะหลงรักสวนนัน

04/05/2017
17/01/2017

ประชาสัมพันธ์ค่ะ....

😍😄😃😀😍
สวัสดีพี่ๆน้องๆชาวเอกวิทย์ทุกท่านค่ะ
📣ขออนุญาตประชาสัมพันธ์งานวันวานประจำปี 2559 นะคะ

⭐️ งานจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2560

⭐️เวลา 18:00 น. ถึง 23:00 น.

⭐️เริ่มลงทะเบียนเวลา 17: 30 น.

⭐️ณ กรมการทหารสื่อสาร สะพานแดง
⭐️บัตรเข้าร่วมงาน ราคา 500 บาทอาหารเป็นแบบโต๊ะจีน

⭐️ธีมงาน Hide and seek party ( คุมโทน ขาว ดำ )

⭐️ติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองโต๊ะได้ที่
📞062-575-1834 ( แบเลี่ยม ปี 2 ) หรือ
📞090-194-7456 ( ละเมียด ปี 2 )

13/10/2016
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ...
12/08/2016

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ...

สวนสุนันทาเป็นสง่า ...
16/05/2016

สวนสุนันทาเป็นสง่า ...

กิจกรรมดีๆที่ต้องนำเสนอ ครูวิทย์อาสาพัฒนา ประจำปี 2558
16/05/2016

กิจกรรมดีๆที่ต้องนำเสนอ
ครูวิทย์อาสาพัฒนา ประจำปี 2558

16/05/2016

แนะนำคณะครุศาสตร์

ที่สำคัญ ที่ควรรู้ และควรตระหนักยิ่ง สำหรับลูกๆชาววังสวนสุนันทา
08/04/2016

ที่สำคัญ ที่ควรรู้ และควรตระหนักยิ่ง สำหรับลูกๆชาววังสวนสุนันทา

....พื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดิมเป็นส่วนหนึ่งของวังสวนสุนันทา ซึ่งเป็นเขตพระราชฐานภายในบริเวณของพระราชวังดุสิต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนพระอิริยาบถแทนการเสด็จประพาสหัวเมือง พระองค์มีพระราชประสงค์ให้สวนนี้มีลักษณะเป็นสวนป่า จึงโปรดเกล้าฯ ให้หาพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลที่ดีและหาได้ยากนานาชนิดมาปลูกไว้ในสวนแห่งนี้ด้วย ที่มาของชื่อสวนแห่งนี้มาจากชื่อสวนของพระอินทร์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ซึ่งมีชื่อว่า "สุนันทาอุทยาน" และพระนามของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พระมเหสีซึ่งเป็นที่รักยิ่งของพระองค์ ซึ่งได้สิ้นพระชนม์จากเหตุเรือล่มระหว่างเสด็จประพาสพระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้พระองค์ยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตำหนักขึ้นเพื่อเตรียมไว้เป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายใน แต่เนื่องจากพระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน การสร้างจึงยังไม่แล้วเสร็จตามพระราชประสงค์
....เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ได้ทรงพระราชดำริว่าสถานที่ในพระบรมมหาราชวังชั้นในคับแคบ ไม่เหมาะสมจะเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน จึงโปรดให้สร้างพระตำหนัก และตึกในบริเวณสวนสุนันทาขึ้นอีกหลายหลัง แล้วโปรดให้เป็นที่ประทับของพระมเหสี เจ้าจอมมารดา เจ้าจอมและพระราชธิดาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวน ๓๒ ตำหนัก รวมทั้งอาคารที่พักของบรรดาข้าราชบริพาร โดยมีสมเด็จพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา ได้เสด็จมาประทับ ณ ตำหนักสายสุทธานพดล (ตึก ๒๗) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๗ ถึง พ.ศ. ๒๔๗๒ (สิ้นพระชนม์ ณ ตำหนักที่ประทับสวนสุนันทา) เนื่องจากในสมัยนั้นบรรดาขุนนาง ข้าราชการ ผู้มีบรรดาศักดิ์นิยมนำบุตรี และหลานของตนมาถวายตัวต่อสมเด็จพระวิมาดาเธอฯ เป็นจำนวนมาก สมเด็จพระวิมาดาเธอฯ จึงทรงให้สร้าง "โรงเรียนนิภาคาร " ขึ้นภายในสวนสุนันทา สอนตามหลักสูตรการศึกษาในสมัยนั้น รวมทั้งอบรมจริยา มารยาท การฝีมือ ให้เป็นกุลสตรี
....ครั้นถึงปี พ.ศ.๒๔๗๕ ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองขึ้น บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ ในสวนสุนันทาหวั่นเกรงภัยจากการเมือง จึงได้ทยอยกันออกไปจากสวนสุนันทาจนหมดสิ้น บางพระองค์ได้เสด็จออกไปอยู่หัวเมืองและหลายพระองค์เสด็จลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศ โรงเรียนนิภาคารจึงเลิกดำเนินการไปโดยปริยาย นับแต่นั้นมาสวนสุนันทาที่เคยงดงามก็ถูกทอดทิ้ง ขาดการดูแลเอาใจใส่ ตำหนักต่างๆ ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมาก พื้นที่ภายในรกร้างว่างเปล่า

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เห็นว่าสวนสุนันทาถูกทอดทิ้งรกร้างอยู่มิได้ทำประโยชน์ จึงเห็นสมควรให้นายกรัฐมนตรีได้ใช้ประโยชน์ เป็นที่อยู่อาศัยของรัฐมนตรีและผู้แทนราษฎร แต่สภาผู้แทนราษฎรขอเพียงพื้นที่ภายนอกกำแพงติดถนนสามเสน สร้างเป็นบ้านพักของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น คณะรัฐมนตรีจึงลงมติเห็นสมควรว่า ควรใช้สถานที่นี้ให้เป็นประโยชน์แก่การศึกษาและมอบให้กระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน) ดำเนินการจัดตั้งให้เป็นสถานศึกษาของชาติ และสถานที่ศึกษานี้ให้ชื่อโดยคงชื่อเดิมของสถานที่ เพื่อเป็นอนุสรณ์ โดยขนานนามว่า "โรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย " เริ่มเปิดการศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นต้นมา จนกระทั่งปัจจุบัน ดั่งคำขวัญ มหาวิทยาลัยที่มาจากพระราชอุทยาน สู่ สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

สถานที่สำคัญอันควรบันทึกไว้ ๖ ตำหนัก ได้แก่
๑. ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงจุฬารัตนราชกุมารี พระราชธิดาองค์ที่ ๗ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดามรกฎ ทรงเชี่ยวชาญด้านกวีนิพนธ์ ฉันท์ และกาพย์กลอน ปัจจุบันคืออาคาร 'จุฑารัตนาภรณ์' ใช้เป็นศูนย์ข้อมูลดนตรีรัตนโกสินทร์ ของภาควิชาดนตรี

๒. ตำหนักพระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงพิสัยพิมลสัตย์ พระราชธิดาองค์ที่ ๓๔ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาเลื่อน ทรงโปรดการทำอาหาร รอบตำหนักในอดีต รายล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับ ปัจจุบันคืออาคาร 'พิสมัยพิมลสัตย์' ใช้เป็นศูนย์ข้อมูลสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน

๓. ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงอาทรทิพยนิภา พระราชธิดาองค์ที่ ๖๑ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาชุ่ม ทรงโปรดดนตรีไทย ทรงมีวงเครื่องสายหญิง ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวของสวนสุนันทา และจะทรงเฉพาะที่วังสวนสุนันทาเท่านั้น หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองปี ๒๔๗๕ ทรงย้ายไปประทับที่สวนนอก เชิงสะพานกรุงธนบุรี และสิ้นพระชนม์ ณ ที่นั้น ปัจจุบันคืออาคาร 'อาทรพิพยนิวาสน์' ใช้เป็นศูนย์ข้อมูลศิลปะรัตนโกสินทร์

๔. ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงศศิพงศ์ประไพ พระราชธิดาองค์ที่ ๓๑ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาจันทร์ ทรงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ทรงใฝ่พระทัยในธรรมะ งานโปรดคือเย็บปักถักร้อยและการแกะสลัก และที่พิเศษคือกีฬากอล์ฟ ปัจจุบันคืออาคาร 'ศศิพงศ์ประไพ' ใช้เป็นศูนย์สุขภาพแพทย์แผนไทย

๕. ตำหนักเจ้าจอมเอื้อน และเจ้าจอมแถม ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าจอมเอื้อนมีฝีมือในการถ่ายรูป สามารถอัดและล้างรูปได้ด้วยตนเอง ยามว่างจะซ้อมดนตรี สีไวโอลิน ถักนิตติ้งโครเชต์ สอนหลาน ๆ ให้ร้อยมาลัย และเล่นแบตมินตัน ส่วนเจ้าจอมแถม ปัจจุบันคืออาคาร 'เอื้อนอาชว์แถมถวัลย์' เป็นศูนย์ข้อมูลนาฏศิลป์รัตนโกสินทร์

๖. ตำหนักพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระยาสุทธาสินีนาถปิยมหาราชปดิวรัดา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชนัดดาในรัชกาลที่ ๓ และยังเป็นที่ประทับของสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงนิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันคืออาคาร 'สายสุทธานภดล' ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ อาทิ นาฏศิลป์ ดนตรี คหกรรม งานฝีมือต่าง ๆ และยังเป็นที่รวบรวมภาพเขียนสีน้ำ ซึ่งเป็นฝีมือของ 'คุณข้าหลวง'ในวังสวนสุนันทา

พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิมลฉัตร ทรงอธิบายไว้ในหนังสือที่ระลึก ฉบับรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี ๒๕๓๓ ว่า 'ข้าหลวง' เป็นบุตรหลานของเหล่าขุนนาง ข้าราชการ และผู้มีบรรดาศักดิ์ในสมัยนั้น ที่นิยมนำบุตรหลานเข้ามาถวายตัวเป็นข้าหลวงด้วยความมั่นใจว่าบุตรหลานของตน จะได้รับการอบรมให้เป็นกุลสตรี

พระวิมาดาเธอ ฯ ทรงสนพระทัยทางด้านการทำอาหาร ดอกไม้ และพันธุ์ไม้สวยงาม เห็นได้จากภาพวาดที่จัดแสดง ณ ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรม ภายในอาคาร 'สายสุทธานภดล' ทรงสั่งให้คุณข้าหลวงวาดด้วยฝีมือตนเอง และต้องวาดจนเหมือนและสวยที่สุด ซึ่งปัจจุบัน เหลืออยู่ ๑๑๗ ภาพ

พระปรีชาอันเป็นที่เลื่องลือของพระวิมาดาเธอฯ คือการคิดสูตรโภชนาการใหม่แหวกแนว ทรงปรับเปลี่ยนพลิกแพลงอาหารดังตำนาน 'น้ำพริกลงเรือ' อันเป็นที่รู้จักในปัจจุบันอย่างกว้างขวาง และ 'เม็ดทับทิมลอยแก้ว'

เจ้าจอมหม่อมราชวงส์สดับ (ลดาวัลย์) เล่าว่า มีการจัดงานเลี้ยง ผู้ที่ได้เห็นเม็ดทับทิมลอยแก้วเป็นต้องตื่นเต้น แต่ผู้ที่กุมสูตรนี้ไว้ มีเพียงยายญวนเพียงผู้เดียว เวลาทำ จะไม่ให้ใครมาช่วยหรือดูเลย จึงส่งพระวิมาดาเธอฯ ขณะพระชันษา ๙ ขวบ เป็นสายสืบเข้าไปเป็นลูกมือหยิบโน่นจับนี่จนแล้วเสร็จ เมือยายญวนกลับไปแล้ว พระวิมาดาเธอ ฯ ทรงถ่ายทอดออกมาได้ทุกขั้นตอน จนเป็นสูตรทับทิมลอยแก้วในปัจจุบัน

ตำหนักในวังสวนสุนันทายังมีหลากหลายเรื่องราวของเจ้านาย และคุณข้าหลวงที่ เกี่ยวข้องกับ 'พระพุทธเจ้าหลวง' ในฐานะต่าง ๆ อันควรแก่การค้นคว้ามาบันทึกไว้ต่อไปในอนาคต

20/02/2016

ที่อยู่

เลขที่1 อาคาร22 แขวงวชิระ เขตดุสิต
Bangkok
10300

เบอร์โทรศัพท์

021601111

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แขนงวิชาวิทยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์