28/08/2026
TNI–Chiba Institute of Technology ร่วมหารือ NIA แลกเปลี่ยนมุมมองด้านนวัตกรรมและ Phase-Free DX สู่การยกระดับการรับมือภัยพิบัติของประเทศไทย
สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (Thai-Nichi Institute of Technology: TNI) ร่วมกับ Chiba Institute of Technology (CIT) ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมือด้านการวิจัยภายใต้โครงการ “Building a Daily-Use Integrated Digital Disaster Prevention Map Based on Phase-Free DX Design: A Proposal for Thai Enterprises and Government Agencies” โดยมุ่งศึกษาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและแนวคิด Phase-Free DX เพื่อพัฒนาระบบและนวัตกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ
คณะนักวิจัยจาก Chiba Institute of Technology (CIT) นำโดย Prof. Dr. Tsutomu Konosu พร้อมด้วยคณะนักวิจัยจาก สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) ได้แก่ ดร.เพ็ญพิมล วิไลรัตน์ และ ดร.ภีมภัทร บัวระภา ได้เข้าพบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย ตลอดจนโอกาสในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติจากประเทศญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
ในการนี้ คณะนักวิจัยได้รับเกียรติจาก ดร.ชัยธร ลิมาภรณ์วณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์นวัตกรรม และ คุณปัทมาวดี พัวพรหมยอด ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรมอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม และสถาบันวิทยาการนวัตกรรม ร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย รวมถึงแนวทางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
การหารือครั้งนี้ให้ความสำคัญกับแนวคิด “Phase-Free” ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ บริการ ระบบ และเทคโนโลยีให้สามารถ “ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวัน และพร้อมรองรับเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ” โดยไม่แยกเทคโนโลยีสำหรับภาวะปกติออกจากเทคโนโลยีสำหรับภาวะภัยพิบัติ
ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของ นวัตกรรมและ Digital Transformation (DX) ในการเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในการเตรียมพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล แผนที่ดิจิทัล และบริการที่ประชาชนหรือองค์กรสามารถใช้งานได้เป็นประจำ ซึ่งจะช่วยสร้างความคุ้นเคยและทำให้เทคโนโลยีเหล่านั้นสามารถถูกนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนยังครอบคลุมถึงแนวทางการสร้าง ระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ที่เชื่อมโยงภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้องค์ความรู้จากงานวิจัยสามารถต่อยอดจากแนวคิดไปสู่การทดลอง พัฒนา และประยุกต์ใช้ในบริบทจริง ตลอดจนสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแนวคิด Phase-Free ในประเทศไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่าง TNI – Chiba Institute of Technology – NIA ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติและเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น เข้ากับกลไกการส่งเสริมนวัตกรรมของประเทศไทย เพื่อร่วมกันค้นหาแนวทางในการพัฒนา นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม และช่วยเสริมสร้างความพร้อมของประเทศไทยต่อสถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคต