21/08/2026
💚📈เศรษฐกิจเวลเนสของไทย: โอกาสในการขยายตัวและความท้าทายสำคัญ
✍️ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อุดมศักดิ์ ศีลประชาวงศ์
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวโน้มการดูแลสุขภาพของโลกได้เปลี่ยนจากการมุ่งเน้นการรักษาโรคเมื่อเกิดอาการ ไปสู่การให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและแนวคิดสุขภาวะองค์รวม ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติทางกาย จิตใจ อารมณ์ และวิถีชีวิต การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ผลักดันให้เศรษฐกิจเวลเนส (Wellness Economy) เติบโตอย่างรวดเร็วและขยายตัวครอบคลุมกิจกรรมและบริการที่หลากหลาย อาทิ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บริการสปาและความงาม ฟิตเนส ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงการแพทย์แผนดั้งเดิมและการแพทย์ทางเลือก ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจเวลเนส ได้แก่ ความตื่นตัวด้านสุขภาพของประชากรโลก การเพิ่มขึ้นของสังคมผู้สูงอายุในหลายประเทศ และความต้องการบริการที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว มากกว่าการรักษาเฉพาะเมื่อเกิดความเจ็บป่วย ภายใต้บริบทดังกล่าว ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทโดดเด่นในเศรษฐกิจเวลเนสทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ด้วยความได้เปรียบเชิงโครงสร้างหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล มรดกทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย เช่น แหล่งน้ำพุร้อน ทะเล และป่าเขา ตลอดจนสมุนไพรและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ปัจจัยเหล่านี้เอื้อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพที่มีเอกลักษณ์ แตกต่าง และสอดคล้องกับแนวคิดสุขภาวะองค์รวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างรายได้และการจ้างงาน แต่ยังเสริมสร้างบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพของภูมิภาคเอเชีย
โครงสร้างสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตดังกล่าวคือห่วงโซ่คุณค่าของเศรษฐกิจเวลเนส (Wellness Economy Value Chain) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบและสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น สมุนไพรและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ การพัฒนาและให้บริการด้านสุขภาพและเวลเนส การออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ไปจนถึงการตลาดและการสร้างคุณค่าเชิงประสบการณ์ให้แก่ผู้บริโภค สำหรับประเทศไทย ห่วงโซ่คุณค่านี้มีลักษณะหลากหลายและเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน จึงจำเป็นต้องอาศัยการประสานความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อสร้างคุณค่าในทุกขั้นตอนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน การเติบโตของเศรษฐกิจเวลเนสของไทยได้รับแรงสนับสนุนจากความก้าวหน้าด้านองค์ความรู้และงานวิจัยทางสุขภาพ โดยเฉพาะการบูรณาการทรัพยากรธรรมชาติ เช่น สมุนไพรไทย เข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าและยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านวัฒนธรรม การบำบัดแบบองค์รวม และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่แสวงหาความสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจ ขณะเดียวกัน นวัตกรรมทางเทคโนโลยียังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพบริการ ประสบการณ์ของผู้ใช้บริการ และประสิทธิภาพการจัดการตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า
จากการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของเศรษฐกิจเวลเนสไทย สามารถสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับการวางตำแหน่งของประเทศในฐานะศูนย์กลางสุขภาพชั้นนำของอาเซียนได้อย่างเป็นระบบ แนวทางสำคัญประกอบด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อธุรกิจสุขภาพ การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่สนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตลอดจนการสื่อสารทางการตลาดที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะการกำหนดบทบาทของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้ชัดเจนและสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียในระบบนิเวศสุขภาพ
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ดังกล่าวคือการพัฒนาองค์ความรู้และงานวิจัยด้านสุขภาพ โดยเน้นการต่อยอดจุดแข็งของประเทศ เช่น สมุนไพรไทย นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ โมเดลสุขภาพที่ยั่งยืน และการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของบุคลากรในสาขาสุขภาพและการบำบัด การเสริมสร้างรากฐานด้านองค์ความรู้และทักษะเหล่านี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับภาคสุขภาพ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ดังนั้น ภาครัฐจึงควรมีบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมการวิจัย สนับสนุนการลงทุน และสร้างสภาพแวดล้อมเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจเวลเนสอย่างเป็นระบบ ในขณะเดียวกัน การยกระดับมาตรฐานคุณภาพและระบบการรับรองสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก การพัฒนามาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลจะช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของกลยุทธ์ดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และชุมชนท้องถิ่น โดยภาครัฐทำหน้าที่กำหนดทิศทางนโยบาย ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนนวัตกรรม ภาคเอกชนทำหน้าที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ตลาด ขณะที่ภาคการศึกษาและสถาบันวิจัยมีบทบาทในการพัฒนาองค์ความรู้ บุคลากร และเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพโดยรวม ท้ายที่สุด การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง เช่น ที่พักอาศัย สถานพยาบาล ระบบคมนาคมขนส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ควบคู่กับการตลาดเชิงกลยุทธ์และการออกแบบประสบการณ์สุขภาพที่มีคุณค่าและน่าจดจำ จะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจเวลเนสของไทยให้มีความยั่งยืน และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาวะระดับโลกในระยะยาว
📌กลุ่มนโยบาย: การพัฒนาเศรษฐกิจรายสาขา/โครงสร้างพื้นฐาน/การพัฒนารายพื้นที่ (Sectoral, Structural, and Regional Development)
🎯SDGs เป้าหมายที่ 3: สร้างหลักประกันการมีสุขภาวะที่ดี และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย
#60ปี60ทัศนะเศรษฐศาสตร์พัฒนา ี