ศูนย์ข้อมูลวิชาการกฎหมายอาญา และกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ศูนย์ข้อมูลวิชาการกฎหมายอาญา และกระบวนการยุติธรรมทางอาญา Academic & non-profit Page

เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายอาญา & กระบวนการยุติธรรมทางอาญา
ไม่แสวงหากำไร

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา บัญญัติเรื่อง "การชันสูตรพลิกศพ" ไว้ในมาตรา ๑๔๘-๑๕๖ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีการชันสูตรพลิกศพ...
18/04/2026

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา บัญญัติเรื่อง "การชันสูตรพลิกศพ" ไว้ในมาตรา ๑๔๘-๑๕๖ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีการชันสูตรพลิกศพกรณีที่มีบุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน(เว้นแต่ตายโดยการประหารชีวิตตามกฎหมาย)

หนึ่งในผู้มีบทบาทหน้างานในการชันสูตรพลิกศพ นอกจากพนักงานสอบสวน พนักงานฝ่ายปกครอง หรือศาลในบางกรณี ในกระบวนการดังกล่าวที่ขาดไม่ได้คือ แพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ซึ่งได้รับวุฒิบัตรหรือได้รับหนังสืออนุมัติจากแพทย์สภา ทำการชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว

คราวนี้ลองมาฟังทัศนะ และประสบการณ์ของแพทย์นิติเวช ที่เกี่ยวกับกฎหมายดูบ้างครับ

“เราเลือกเรียนหมอตามกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียน (โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา) ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าอาชีพหมอเป็นยังไง คิดแค่ว่าเรียนแล้วมีเพื่อนแน่ๆ (ยิ้ม) พอเข้าไปเรียนหมอที่รามา ช่วงแรกยังไม่ได้ชอบ แต่โชคดีที่เรียนได้ดีและไม่รู้สึกเกลียดหรือเป็นทุกข์ เวลาผ่านไปอาจารย์แนะนำให้เรียนต่อเฉพาะทางอายุรกรรม ศัลยกรรม หรือหมอเด็ก แต่เรายังไม่ได้ตัดสินใจ จนตอนปี 5 เราได้เรียนวิชานิติเวชอยู่ 2 สัปดาห์ เรียนแล้วรู้สึกเลยว่าชอบ นอกจากตรวจร่างกายคนไข้ด้วยการดู คลำ เคาะ ฟัง หมอต้องซักประวัติ เราถามแล้วได้คำตอบแบบหนึ่ง แต่อาจารย์ถามแล้วได้คำตอบอีกแบบ ขณะที่หมอนิติเวชได้คำตอบจากการผ่าศพ อยากรู้เรื่องอะไร เราเห็นได้ชัดเจนเลย

“เราลงวิชาเลือกนิติเวชเพิ่มอีกตัว นอกจากเนื้อหาที่เรียน เราได้ลงไปที่เกิดเหตุพร้อมกับอาจารย์ จำได้ว่าครั้งแรกเป็นเคสผู้ชายกับผู้หญิงเป็นแฟนกัน ผู้ชายไปง้อแฟนที่บ้าน ถือปืนไปด้วย แต่ไม่เจอแฟน เจอพ่อแม่ของแฟน ตอนนั้นพ่อแม่หนีออกมาได้ สุดท้ายผู้ชายไปยิงตัวตายในห้องพระบ้านผู้หญิง เป็นสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อน โลกเรามีอะไรแบบนี้ด้วย พอไปดูศพ อาจารย์ก็อธิบายให้ฟังว่า เขายิงยังไง วิถีกระสุนเป็นยังไง ท่าตอนยิงน่าจะเป็นยังไง ยืนหรือคุกเข่า หันหน้าเข้าหิ้งพระไหม แล้วชี้ให้ดูว่า นี่คือเลือด นี่คือสมอง นี่คือหัวกระสุน เราชอบที่ได้คิดวิเคราะห์จากสิ่งที่เห็นในที่เกิดเหตุ

“พอกลับจากใช้ทุนที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด เรามาเรียนต่อเฉพาะทางนิติเวช 3 ปี ระหว่างนั้นได้ลงไปที่เกิดเหตุตลอด เราได้ชันสูตรพลิกศพ ได้คุยกับตำรวจ ได้เห็นชัดขึ้นอีกว่า อาชีพนี้ทำงานยังไง งานของหมอนิติเวชคือ การใช้ความรู้ทางการแพทย์มาตอบปัญหากฎหมาย มีทั้งคนไข้และคนตาย ถ้าคนไข้เรียกว่า ‘ผู้ป่วยคดี’ เช่น สามีทำร้ายภรรยา แม่ทำร้ายลูก หมอนิติเวชจะเป็นคนให้ความเห็นว่า การกระทำนั้นหนักแค่ไหน เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือใจไหม มันสาหัส หรือเป็นการพยายามฆ่า คำตอบจากหมอนิติเวชมีผลต่อความรุนแรงของโทษที่ต่างกัน

“ส่วนคนตายเรียกว่า ‘ศพคดี’ ถ้าตาม ป.วิ อาญา คือ การตายผิดธรรมชาติ ได้แก่ ฆ่าตัวตาย ถูกผู้อื่นทำให้ตาย สัตว์ทำร้าย อุบัติเหตุ และไม่ทราบเหตุ เมื่อมีคนแจ้งตำรวจ คนที่มาที่เกิดเหตุเรียกว่า พนักงานสอบสวน มีหน้าที่แจ้งหมอมาร่วมชันสูตรพลิกศพ ณ ที่เกิดเหตุ โดยถ้าท้องที่นั้นมีหมอนิติเวชก็จะเป็นคนมาชันสูตรพลิกศพ แต่หากไม่มีก็เป็นหมอทั่วไปมาทำหน้าที่ชันสูตร บางกรณีจะมีตำรวจอีกกลุ่มมาด้วยเรียกว่า พนักงานสืบสวน และทีมพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาคำตอบว่าการตายมีความเป็นมายังไง ความตายอีกแบบคือ การตายระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน เช่น วิสามัญฆาตกรรม โดนจับมาแล้วแขวนคอในห้องขัง สน. หรือในเรือนจำ หมอนิติเวชจะเข้ามามีบทบาทด้วย เพิ่มเติมคือมีอัยการ และเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองมาร่วมพลิกศพ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมมากขึ้น

“มีคำที่คนอาจยังสับสน คือการชันสูตรพลิกศพ กับการผ่าศพ เป็นคนละอย่างกัน เมื่อมีการตายผิดธรรมชาติต้องชันสูตรพลิกศพเสมอ เพื่อหาคำตอบว่า ผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน ตายเมื่อไร สาเหตุการตายและพฤติการณ์ที่ตายคืออะไร ถ้าตอบคำถามทั้งหมดจากการชันสูตรพลิกศพได้ จะไม่ผ่าศพก็ได้ แต่หากตอบคำถามข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ จำเป็นต้องมีการผ่าชันสูตรศพ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีถึงแม้ว่าจะตอบคำถามได้ครบก็ควรผ่าชันสูตร เช่น ถูกยิง ถูกแทง การผ่าศพก็จะทำให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าบาดแผลไหนทำให้ตาย หรืออาจจะได้เก็บหัวกระสุนเป็นวัตถุพยานเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ต่อรูปคดี

“หมอนิติเวชจะไม่เชื่อคำพูดคนขนาดนั้น เพราะหลายคนมักโกหก ถ้าคนตบตีกันมาจะเบิกประกันอุบัติเหตุไม่ได้ เขาเลยโกหก หรือความรุนแรงในครอบครัว คนถูกกระทำอาจไม่กล้าบอกว่าโดนใครทำร้าย หรือง่ายๆ เลยคนมักเล่าเหตุการณ์จากมุมมองตัวเอง ผ่านฟิลเตอร์เหตุผลของตัวเอง เราเลยเชื่อสิ่งที่ตาเห็นมากกว่า เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้ว มันขัดแย้งกับสิ่งที่เห็นไหม หน้าที่ของเราคือการบอกว่า ‘ความจริงคืออะไร’ อย่างกรณีคนเมาแล้วขับ ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิตจะไม่สามารถเบิกประกันอุบัติเหตุได้ เคยมีคนบอกเราว่า ‘บ้านยากจนมากเลย หมอช่วยเอาเรื่องแอลกอฮอล์ออกให้ได้ไหม ลูกจะได้มีเงินไปโรงเรียน’ เราก็ตอบไปตรงๆ ว่าไม่ได้ หมอนิติเวชต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย

“อาชีพของเราเจอความตายเกือบทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นการตายโดยไม่ทราบสาเหตุ นอนหลับแล้วไม่ตื่น เดินๆ อยู่แล้วตาย เป็นการตายแบบกระทันหัน ส่วนใหญ่มักเป็นโรคหัวใจ อาจเป็นเบาหวาน ความดัน ไขมัน แล้วเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เคสอื่นๆ ก็เช่น คนตายเพราะตกบันไดบ้านแล้วหัวฟาด ภารโรงหัวใจล้มเหลวแล้วตายในห้องน้ำโรงเรียน อาม่ากินข้าวอยู่แล้วติดคอเสียชีวิต คนฆ่าตัวตายบูชาซาตาน ฯลฯ เรามองว่าความตายเป็นเรื่องปกติ เลยไม่ได้เศร้ากับงานที่ทำ ส่วนศพคืออดีตมนุษย์ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วเขายังเป็นมนุษย์เหมือนเราเลย พอคิดแบบนี้เลยไม่ได้กลัว

“แต่ถ้าย้อนไปช่วงเรียนจบเฉพาะทางได้ไม่นาน ตอนนั้นเกิดโควิด มีคนตายเยอะมาก เราต้องลงที่เกิดเหตุวันละหลายครั้ง บางบ้านมีคนตายมากกว่าหนึ่ง ญาติต้องเฝ้ามองคนที่ตัวเองรักตาย เคยมีคนตายแล้วเน่าอยู่ในบ้าน และมีคนกำลังจะตายอีก คนนั้นออกซิเจนเหลือสัก 60 ถือว่าหนักมากแล้ว เราโทรเรียกรถพยาบาลมารับ แต่ทางนั้นบอกว่ามาไม่ได้จริงๆ มันเกินศักยภาพแล้ว คนที่อาการหนักก็รู้ว่าอีกไม่นานตัวเองจะตาย เราเศร้ากับคนที่ยังอยู่ มันสิ้นหวังและหดหู่ เขาขอความช่วยเหลือ แต่เราที่เป็นหมอกลับช่วยอะไรไม่ได้ ช่วงนั้นโรงพยาบาลต่างๆ ต้องแก้ปัญหากันเอง ความรู้สึกในตอนนั้นคือ เราโกรธ มองว่ารัฐบาลน่าจะทำได้ดีกว่านี้

“ปัจจุบันเราทำงานสอนและงานเซอร์วิส เราชอบงานสอนนะ แต่มันพ่วงกับการทำหลักสูตร งานคุณภาพ ทำข้อสอบ เป็นสิ่งที่เหนื่อย ถ้าต้องเลือกเลยชอบงานเซอร์วิสมากกว่า (หัวเราะ) ช่วงหลังเราได้โอกาสไปพูดถึงอาชีพ ‘หมอนิติเวช’ ในสื่อต่างๆ มากขึ้น คงมีส่วนให้คนรู้จักนิติเวชมากขึ้น ตอนหลังมีนโยบายว่า อยากให้ทุกจังหวัดมีหมอนิติเวช โอเค มีหมอนิติเวชแล้ว แต่บางโรงพยาบาลไม่จัดอุปกรณ์ให้เลย หมอนิติเวชเลยทำงานไม่ได้ บางคนต้องไปตรวจโรคทั่วไป ซึ่งจริงๆ ก็ตรวจได้อยู่แหละ แต่อย่าลืมว่าระหว่างเรียนต่อเฉพาะทาง 3 ปี เขาจะห่างจากการตรวจรักษาคนไข้ โดยเฉพาะเคสฉุกเฉิน ไปนานโขอยู่ ก็ต้องมาเคาะสนิมกันหน่อย บางคนถึงกับลาออกจากระบบเลย เปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น ปัญหาคือรัฐเปิดทุนเพื่อให้ขึ้นชื่อว่า มีหมอนิติเวชแล้วนะ แต่ไม่ได้มองลงไปในรายละเอียด

“ถามว่าต้องมีหมอนิติเวชทุกจังหวัดไหม อาจไม่ต้องก็ได้ แต่ควรมีเซ็นเตอร์คอยจัดการ จังหวัดนี้พื้นที่เยอะ ก็ควรมี ถ้าจังหวัดไหนไม่ใหญ่มาก ก็ทำงานร่วมกับจังหวัดข้างเคียงได้ เพราะในแง่จัดการ การออกแบบห้องชันสูตรใช้เงินเยอะ แล้วเป็นสิ่งที่ไม่ได้สร้างกำไรให้โรงพยาบาล อีกเรื่องที่รัฐควรทำคือ เรื่องขนส่งศพ บ้านเรายังไม่มีระบบขนส่งศพอย่างจริงจัง ทำให้ในหลายพื้นที่ ญาติต้องเสียค่าขนส่งศพเอง หลายพันหรือเป็นหมื่น เพื่อเอาศพมาชันสูตร บางคนไปพึ่งมูลนิธิ บางคนไม่อยากผ่าชันสูตรเพราะไม่มีกำลังทรัพย์ ในคู่มือบอกว่าเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน แต่เขาก็ไปเบิกกับใครไม่ได้ สุดท้ายเลยไม่ได้ทำ ถ้าแก้ปัญหาจุดนี้ได้น่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนได้มาก

“เรามองว่าคนเสียชีวิตเหมือนคนหลับไป คนที่เสียใจ ร้องไห้ มีปัญหาตามมา คือคนที่ยังมีชีวิตอยู่ บางครั้งคนที่เหลืออยู่โทษคนที่ดูแลว่า ทำไมไม่พาไปโรงพยาบาลให้เร็วกว่านี้ แต่ถ้าความจริงคือ เขาเสียชีวิตด้วยตัวโรค โรคนี้มันกระทันหัน คำพูดของเราคือการปลอบโยนญาติที่กำลังตกใจและรู้สึกผิด มันอาจช่วยให้สิ่งนั้นไม่ติดอยู่ในใจเขาไปตลอดเลยก็ได้

“ทุกอาชีพมีความเหนื่อยเป็นธรรมดา ถ้าเราเลือกงานนี้แล้ว เหนื่อยก็พัก พักแล้วมาทำต่อ พอทำงานไปสักระยะ เราเคยรู้สึกว่างานที่ทำมันซ้ำๆ แต่พอได้พบปะคนนอกโรงพยาบาลเยอะๆ เคยช่วยดูบทให้คนทำซีรีส์เพื่อให้สมจริง เราได้เห็นโลกมากขึ้น ได้เห็นความตั้งใจของคนในสายอาชีพอื่น เป็นการเติมไฟให้เรา และช่วยเรื่องเบิร์นเอาท์ด้วย

“เราว่านิติเวชเป็นวิชาที่เท่นะ (ยิ้ม) ความภูมิใจของเราคือ เรามีความซื่อสัตย์กับงานที่ทำ เคยมีคนมาขอให้ช่วยคนนั้นคนนี้ แต่เรายังยึดมั่นในทุกวันว่า ต้องตรงไปตรงมา และต้องยุติธรรมกับทุกฝ่าย ถ้าเราอยู่ในสังคมที่มีใต้โต๊ะเป็นเรื่องปกติ สิ่งนี้คงเป็นเรื่องยาก แต่โชคดีที่สังคมในโรงพยาบาลรามา ทุกคนยึดหลักเดียวกันอย่างเหนียวแน่น และพวกเราช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี”


หมอหมิว-อ.พญ.หทัยชนก พึงเจริญพงศ์

-

#มนุษย์กรุงเทพฯx13357Publishing

วันนี้วันครอบครัว วันสงกรานต์อย่าหยุดอ่านครับแจกพระธรรมนูญศาลยุติธรรมฉบับไทย-อังกฤษสำนักงานศาลยุติธรรม จัดทำได้ดีมากครับ...
14/04/2026

วันนี้วันครอบครัว วันสงกรานต์
อย่าหยุดอ่านครับ

แจกพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
ฉบับไทย-อังกฤษ

สำนักงานศาลยุติธรรม จัดทำได้ดีมากครับ

https://oia.coj.go.th/th/file/get/file/2020090968cad9eefea665f41130dcf9793f1824084916.pdf .action=download

ประมวลกฎหมายอาญาฉบับ หัวเรื่องเรียงมาตราฉบับพิมพ์ครั้งที่ 15 (แก้ไขล่าสุด)จัดทำหัวเรื่อง และตารางแยกองค์ประกอบความผิดโดย...
10/04/2026

ประมวลกฎหมายอาญา
ฉบับ หัวเรื่องเรียงมาตรา
ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 15 (แก้ไขล่าสุด)

จัดทำหัวเรื่อง และตารางแยกองค์ประกอบความผิด
โดย ศาสตราจารย์ ดร. สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล

ราคา 323 บาท
(ลด 15% จากราคาปก 380 บาท)

มีจำหน่ายแล้ว
ในรูปแบบ 𝗘-𝗕𝗼𝗼𝗸 ใน 𝗠𝗘𝗕

จัดทำโดย สำนักพิมพ์วิญญูชน

แสกน 𝗤𝗿 𝗖𝗼𝗱𝗲 แล้วช้อปกันได้เลย

⚔️ประมวลกฎหมายอาญา
📌ฉบับ หัวเรื่องเรียงมาตรา
📝ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 15 (แก้ไขล่าสุด)
💖จัดทำหัวเรื่องโดย💖
ศาสตราจารย์ ดร. สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล
ราคา 323 บาท (ลด 15% จากราคาปก 380 บาท)

#มีจำหน่ายแล้วในรูปแบบ 𝗘-𝗕𝗼𝗼𝗸 ใน 𝗠𝗘𝗕
แสกน 𝗤𝗿 𝗖𝗼𝗱𝗲 แล้วช้อปกันได้เลย!!

#𝗘𝗯𝗼𝗼𝗸หนังสือกฎหมาย
#สำนักพิมพ์วิญญูชน #หนังสือกฎหมาย
#ร้านวิญญูชน #นิติศาสตร์

วิธีปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา 'การขัง' เป็นมาตรการสุดท้ายกรณีไม่ชำระเงินค่าปรับ..ไม่มีทรัพย์สินใ...
10/04/2026

วิธีปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายอาญา 'การขัง' เป็นมาตรการสุดท้ายกรณีไม่ชำระเงินค่าปรับ..ไม่มีทรัพย์สินให้ยึดเพื่อขายทอดตลาด หรือ ไม่ได้ขอทำงานแทนค่าปรับ

กรณีจำเลยสามารถชำระค่าปรับ จึงไม่สามารถ 'ขัง' จำเลยได้เลย

และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 จำเลยมีเวลาชำระค่าปรับภายใน 30 นับแต่วันที่ศาลพิพากษาโดยศาลอาจเรียกประกัน หรือสั่งขังจำเลยได้หากศาลมีเหตุควรสงสัยว่าจำเลยจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าปรับ

ปัจจุบันคณะกรรมการปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำลังดำเนินการปรับปรุงกฎหมายตามมติ ครม.เมื่อ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ (โปรดดู https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NjE5OURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= )

ปล. ดูบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องใน comment

‘กสม.’ ชี้ไม่มีกฎหมายให้อำนาจ ‘เจ้าหน้าที่ศาลฯ’ ควบคุมตัว ‘จำเลย’ ที่ไม่ต้องโทษ ‘ขัง’ ระหว่างรอจ่าย ‘ค่าปรับ’ ตามคำพิพากษา แนะ ‘สำนักงานศาลยุติธรรม’ ทบทวนแนวทางบังคับ
#สำนักข่าวอิศรา
อ่านข่าวใต้คอมเมนต์

งานประจำปีครับ:ศูนย์กฎหมายอาญาและอาชญาวิทยาขอเชิญร่วมงาน เชิดชูครูกฎหมาย รำลึกศาสตราจารย์ ดร.หยุด แสงอุทัย ประจำปี 2569 ...
09/04/2026

งานประจำปีครับ:

ศูนย์กฎหมายอาญาและอาชญาวิทยาขอเชิญร่วมงาน

เชิดชูครูกฎหมาย
รำลึกศาสตราจารย์ ดร.หยุด แสงอุทัย

ประจำปี 2569

ปาฐกถาพิเศษและโครงการเสวนาทางวิชาการ

“70 ปี ประมวลกฎหมายอาญา: พัฒนาการ ปัญหา และความท้าทายในอนาคต”

ร่วมย้อนมองพัฒนาการของกฎหมายอาญาไทยในรอบ 7 ทศวรรษ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ต่อประเด็นปัญหาและความท้าทายที่สังคมไทย จากนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ

🗓 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569
⏰ เวลา 13.00 – 16.30 น.
📍 ณ ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทิย์ ชั้น 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

💻 และรับชมผ่านระบบออนไลน์ Facebook Live คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน 👉 https://forms.gle/EbEduHjh1hjDdNidA

ปาฐกถาพิเศษ
🔸 โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เสวนาทางวิชาการ เรื่อง “70 ปี ประมวลกฎหมายอาญา: พัฒนาการ ปัญหา และความท้าทายในอนาคต”
วิทยากร
🔸 ศาสตราจารย์ ดร. คณพล จันทน์หอม
รองอธิการบดีด้านกฎหมายและทรัพยากรมนุษย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
🔸 คุณศิริพร เอี่ยมธงชัย
ผู้อำนวยการกองกฎหมายสวัสดิการสังคม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
🔸 รองศาสตราจารย์ ดร. ปกป้อง ศรีสนิท
อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิทยากรและผู้ดำเนินรายการ
🔸 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ญาดา เดชชัย เธียรประสิทธิ์
อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
🔸 อาจารย์ ดร.ภาคภูมิ โลหวริตานนท์
อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

#นิติมธเสวนาวิชาการ #นิติมธ
--------------------
Website: www.law.tu.ac.th
Tiktok : Thammasat_law
Instagram : thammasat.law
Youtube : Thammasat Law School

ศูนย์กฎหมายอาญาและอาชญาวิทยาขอเชิญร่วมงาน โครงการเชิดชูครูกฎหมาย ศาสตราจารย์ ดร.หยุด แสงอุทัย ประจำปี 2569 ปาฐกถาพิเศษและโครงการเสวนาทางวิชาการ
“70 ปี ประมวลกฎหมายอาญา: พัฒนาการ ปัญหา และความท้าทายในอนาคต”

ร่วมย้อนมองพัฒนาการของกฎหมายอาญาไทยในรอบ 7 ทศวรรษ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ต่อประเด็นปัญหาและความท้าทายที่สังคมไทย จากนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ

🗓 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569
⏰ เวลา 13.00 – 16.30 น.
📍 ณ ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทิย์ ชั้น 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
💻 และรับชมผ่านระบบออนไลน์ Facebook Live คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน 👉 https://forms.gle/EbEduHjh1hjDdNidA

ปาฐกถาพิเศษ
🔸 โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เสวนาทางวิชาการ เรื่อง “70 ปี ประมวลกฎหมายอาญา: พัฒนาการ ปัญหา และความท้าทายในอนาคต”
วิทยากร
🔸 ศาสตราจารย์ ดร. คณพล จันทน์หอม
รองอธิการบดีด้านกฎหมายและทรัพยากรมนุษย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
🔸 คุณศิริพร เอี่ยมธงชัย
ผู้อำนวยการกองกฎหมายสวัสดิการสังคม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
🔸 รองศาสตราจารย์ ดร. ปกป้อง ศรีสนิท
อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิทยากรและผู้ดำเนินรายการ
🔸 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ญาดา เดชชัย เธียรประสิทธิ์
อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
🔸 อาจารย์ ดร.ภาคภูมิ โลหวริตานนท์
อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

#นิติมธเสวนาวิชาการ #นิติมธ
--------------------
Website: www.law.tu.ac.th
Tiktok : Thammasat_law
Instagram : thammasat.law
Youtube : Thammasat Law School

กฎหมายสูงสุดของประเทศ: "คำถาม - คำตอบ จากแนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (มีนาคม ๒๕๖๙)...
06/04/2026

กฎหมายสูงสุดของประเทศ:

"คำถาม - คำตอบ จากแนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (มีนาคม ๒๕๖๙)"
โดย ฝ่ายกฎหมายการเมืองการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

📍ฝ่ายกฎหมายการเมืองการปกครอง กองกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดินขอเสนอ...

"คำถาม - คำตอบ จากแนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (มีนาคม ๒๕๖๙)"

▶️ สามารถดาวน์โหลดได้ตามลิงก์นี้ https://www.ocs.go.th/f/7f0b02

#รัฐธรรมนูญ #คณะกรรมการกฤษฎีกา #ความเห็น

วันสัญญา ธรรมศักดิ์โดยถือเอาวันเกิดคือ 5 เมษายน 2450 เป็นวันระลึกถึงศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ท่านถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ ...
05/04/2026

วันสัญญา ธรรมศักดิ์

โดยถือเอาวันเกิดคือ 5 เมษายน 2450 เป็นวันระลึกถึงศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์

ท่านถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ 6 มกราคม 2545 สิริรวมอายุ 94 ปี

เชิญผ่านผลงานของอาจารย์สัญญาครับ

⚖️ 5 เมษายน วันสัญญา ธรรมศักดิ์ ⚖️
“นักกฎหมายต้องมีธรรมจริยา
มิฉะนั้นก็เท่ากับถือดาบไว้
ผู้ถืออาจจะเป็นโจรก็ได้”
--------------------------------
#แอดชวนอ่าน 5 หนังสือออนไลน์บน TUDC เกี่ยวกับศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ 📚
**นักศึกษาและบุคลากรมธ.ล็อกอินด้วยรหัส TU Wi-Fi บุคคลภายนอกสมัครสมาชิกก่อนใช้งาน**
[1] คำของอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์: หนังสือรวบรวมคำกล่าว คำสอนและชีวประวัติศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เนื่องในงานวันสัญญา ธรรมศักดิ์ 5 เมษายน 2555
📖อ่านได้ที่ https://bit.ly/3m0GdEU
[2] สัญญา ธรรมศักดิ์กับการพัฒนาสังคมไทย
📖อ่านได้ที่ http://bit.ly/4s2DuXm
[3] สัญญา ธรรมศักดิ์: จดหมายเหตุแห่งชีวิต (ภาคนายกรัฐมนตรี)
📖อ่านได้ที่ https://bit.ly/414MtKi
[4] สัญญาธรรมานุสรณ์
📖อ่านได้ที่ https://bit.ly/3Kx3O9A
[5] บันทึกแฟ้มงานของนายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายรัฐมนตรี เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2517: ข้อความบางตอน
📖อ่านได้ที่ https://bit.ly/3UhZYEA


-------------------
Website: www.library.tu.ac.th
Line :
Instagram : tu__library
Tiktok :

’โทษปรับ‘ก่อให้เกิดผลในทางยับยั้งผู้จะกระทำผิดที่มี ฐานะะทางเศรษฐกิจ‘ ที่แตกต่างกัน หรือไม่ประมวลกฎหมายอาญาของไทยพยายามล...
03/04/2026

’โทษปรับ‘

ก่อให้เกิดผลในทางยับยั้งผู้จะกระทำผิดที่มี ฐานะะทางเศรษฐกิจ‘ ที่แตกต่างกัน หรือไม่

ประมวลกฎหมายอาญาของไทยพยายามลดความเหลื่อมล้ำของการบังคับใช้โทษปรับสำหรับผู้ที่มีฐานะยากจนโดยการให้ทำงานแทนค่าปรับ มิฉะนั้นต้องโดน ’กักขัง‘ แทนค่าปรับ

เรื่องนี้มีมติ ครม เมื่อ 5 กรกฎาคม 2566 ให้ปรับปรุงกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมด้วย

ประเด็นที่น่าสังเกตคือ สำหรับผู้กระทำผิดที่มีศักยภาพในการชำระค่าปรับ ก็จะไม่ยำเกรงที่จะไม่ทำผิดอาญาหรือไม่? เราควรมีมาตรการอื่นใดหรือไม่เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้ยำเกรงไม่กล้าทำผิดกฎหมาย

แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยตามการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ปปชรายละเอียดในคอมเม้นท์แรก
03/04/2026

แนวความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยตามการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ปปช

รายละเอียดในคอมเม้นท์แรก

"กฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก" หรือ (Anti-SLAPP Law) SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) มีการใช้กลไกทา...
01/04/2026

"กฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก" หรือ (Anti-SLAPP Law) SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation)

มีการใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อปิดปากผู้คนทั้งโดยการฟ้องคดีแพ่งโดยเรียกร้องค่าเสียหายในจำนวนที่สูงมาก หรืออาจใช้คดีอาญาเพื่อปิดปาก เช่น ฟ้องเป็นคดีหมิ่นประมาทเป็นต้น

ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทยได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖๑/๑ ซึ่งเพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๓๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีข้อความดังนี้

"มาตรา ๑๖๑/๑ ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ หากความปรากฏต่อศาลเองหรือมีพยานหลักฐานที่ศาลเรียกมาว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งหรือเอาเปรียบจำเลยหรือโดยมุ่งหวังผลอย่างอื่นยิ่งกว่าประโยชน์ที่พึงได้โดยชอบ ให้ศาลยกฟ้อง และห้ามมิให้โจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันนั้นอีก
การฟ้องคดีโดยไม่สุจริตตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงการที่โจทก์จงใจฝ่าฝืนคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลในคดีอาญาอื่นซึ่งถึงที่สุดแล้วโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรด้วย"

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
เรื่อง ขอให้เร่งรัดผลักดันกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP Law) เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาชน และสื่อมวลชน ที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
(English translation below)
ตามที่ปรากฏว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีอันมีลักษณะเป็นการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ (SLAPPs) หรือการฟ้องปิดปากหลายกรณี โดยล่าสุด อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นโจทก์ยื่นฟ้องบรรณาธิการบริหารและบรรณาธิการข่าวสำนักข่าว The Isaan Record ในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท และ 1 ล้านบาท จากการนำเสนอรายงานระบุข้อมูลการเรียกรับสินบนจากบริษัทนายหน้าโดยนักการเมืองระดับสูงเพื่อส่งแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศฟินแลนด์ แม้ภายหลังโจทก์ได้ถอนฟ้องบรรณาธิการบริหาร แต่ยังคงดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายกับบรรณาธิการข่าวจำนวน 1 ล้านบาท
โดยก่อนหน้านั้น ก็มีกรณีอดีตนายตำรวจแจ้งความดำเนินคดีกรรมการฝ่ายจัดการศึกษาสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีการเข้าช่วยเหลือแรงงานไทยที่ถูกหลอกไปทำงานเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งยังแจ้งความดำเนินคดีข้อหาแจ้งความเท็จกับผู้เสียหายที่ถูกหลอกไปทำงาน โดยเลือกแจ้งความในพื้นที่ห่างไกลจากภูมิลำเนา ทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายและความยากลำบากในการเดินทาง
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีความกังวลเป็นอย่างยิ่งกับกรณีที่เข้าข่ายเป็นการฟ้องปิดปากซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการฟ้องคดีที่มิได้มุ่งหวังผลทางคดีเป็นหลัก แต่มุ่งสร้างภาระด้านเวลาและค่าใช้จ่าย รวมทั้งบั่นทอนสภาพจิตใจ เพื่อให้ประชาชน นักปกป้องสิทธิมนุษยชน หรือสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่าง ๆ เกิดความหวาดกลัวและยุติการแสดงความคิดเห็นเพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น และขัดกับหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม
กสม. ยังเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง และบุคคลสาธารณะต้องพร้อมที่จะถูกตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องที่เป็นประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งต้องร่วมสร้างบรรยากาศในการแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการทำหน้าที่
สุดท้ายนี้ กสม. ขอเรียกร้องรัฐบาลเร่งรัดผลักดันร่างพระราชบัญญัติป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Anti-Strategic Lawsuit against Public Participation: Anti-SLAPP Law) เพื่อสร้างหลักประกันว่านักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาชน และสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต การประพฤติมิชอบ หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์สาธารณะ จะได้รับการคุ้มครองเยียวยาเมื่อถูกฟ้องปิดปาก และจะไม่มีการฟ้องร้องโดยไม่สุจริตเกิดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
1 เมษายน 2569
___________________________________________________

Statement of the National Human Rights Commission of Thailand
on the urgent enactment of anti-SLAPP legislation to protect human rights defenders, the public, and the media acting in the public interest

The National Human Rights Commission of Thailand (NHRCT) expresses its profound concern over several cases of strategic lawsuits against public participation (SLAPPs), which have recently come to light. Most recently, a former Labor Minister filed a defamation lawsuit against the editor-in-chief and the news editor of the Isaan Record, seeking a claim for damages worth 50 million baht and 1 million baht respectively, for their reporting on high-ranking politicians soliciting bribes from a recruitment company in exchange for sending Thai workers for wild berries picking in Finland. Although the plaintiff later withdrew the case against the editor-in-chief, the lawsuit against the news with the claim of 1 million baht remains ongoing.
In an earlier case, a former police officer filed defamation by advertisement charges against a member of the Educational Management Committee of the Migrant Workers Union of Thailand (MWUT), following the latter’s effort to assist Thai workers who were deceived into working as wild berries pickers in Switzerland. Furthermore, false reporting charges were filed against affected workers, with cases lodged in localities that are far from the workers’ hometowns, thereby creating financial burden and travel difficulties.
As an independent constitutional body, the NHRCT is seriously concerned about the increasing trend of cases that bear the characteristics of SLAPPs. Such legal actions are not primarily intended to seek justice through judicial determination, but rather to impose burdens in terms of time, costs, and psychological pressure. Their apparent aim is to intimidate and discourage members of the public, human rights defenders, and the media from exercising their roles in scrutinizing corruption and human rights violations, ultimately silencing views that are made in the public interest. Such practices are inappropriate and inconsistent with the right to freedom of expression as guaranteed under the Constitution of the Kingdom of Thailand, as well as under the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR), to which Thailand is a State Party.
The NHRCT is of the view that high-level politicians and public figures should be ready to face scrutiny and constructive criticism on matters of public interest. They should also foster an enabling environment for free and constructive expression of views, which is essential for transparency and accountability in the exercise of public functions.
In this regard, the NHRCT calls upon the Government to expedite the enactment of the anti-SLAPP legislation. Such law is essential to ensure that human rights defenders, members of the public, and media professionals who act to expose corruption, misconduct, or otherwise express their views in the public interest are afforded effective protection and remedies against abusive litigation, and that bad-faith lawsuits are prevented. This measure is crucial to strengthening a democratic system that is transparent, accountable, and fair.

National Human Rights Commissions of Thailand
1 April 2026

ที่อยู่

2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ข้อมูลวิชาการกฎหมายอาญา และกระบวนการยุติธรรมทางอาญาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์