10/09/2026
✨👾 ชีวิตในห้องทดลองของ ม้อน-เอกอนันต์ ศิริฉัตรนุรักษ์ หรือ MONTY นักวาดเจ้าของคาแรกเตอร์สัตว์ประหลาด กับความฝันที่อยากเป็นนักทดลองผู้ซ่อนตัวอยู่บนบ้านต้นไม้ เพื่อผลิตมอนสเตอร์หลากหลายที่ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว
บางครั้งโลกอีกใบอาจไม่ได้อยู่ไกลออกไปไหน แต่อยู่บนกระดาษแผ่นหนึ่งที่เปิดพื้นที่ให้จินตนาการได้เดินทางอย่างอิสระ
ม้อนเป็นนักวาดภาพประกอบที่มีชื่อเล่นมาจากนักกอล์ฟในดวงใจของคุณพ่อ จากความหลงใหลในการ์ตูน โดยเฉพาะโลกสนุกๆ ของ Cartoon Network กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างเหล่าคาแรกเตอร์และสิ่งมีชีวิตที่มีทั้งความขี้เล่น แปลกตา และสีสันเหนือจินตนาการ
ภาพวาดสัตว์ประหลาดตัวขีดๆ หน้าตาบิดเบี้ยว บนหน้ากระดาษ เป็นผลงานชิ้นเล็กๆ ตามประสาของเด็กวัยสองสามขวบ ม้อนเล่าว่า ตัวเขามักใช้เวลาว่างไปกับการวาดรูป แม้จะรู้ว่ามันไม่สวยตามแบบพิมพ์นิยม แต่เขาในวัยนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจและทำต่อไปด้วยความสนุก
พอโตมาอีกนิด ความชอบก็ค่อยๆ ก่อตัวเป็นความจริง ช่วงมัธยมเขาตัดสินใจเข้าเรียนด้านทัศนศิลป์ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร แม้ก่อนหน้านั้นจะเคยมีความฝันอีกแบบหนึ่ง เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ตูนอย่าง Dexter’s Laboratory และ Phineas and Ferb จนเคยจินตนาการว่าอยากเป็นนักประดิษฐ์ มีห้องทดลองเป็นของตัวเอง และสร้างสิ่งประดิษฐ์เจ๋งๆ ขึ้นมา
“จริงๆ ผมอยากเรียนสายวิทย์ด้วยนะ ตอนนั้นเราอยากมีห้องทดลอง อยากเป็นนักประดิษฐ์ของสนุกๆ เหมือนในการ์ตูน แต่พอเราเรียนวิทย์จริงๆ มันไม่ได้เป็นแบบนั้น สุดท้ายผมก็เรียนต่อสายศิลป์ ด้านวิชวลอาร์ตครับ ตอนนั้นผมชอบวิชาดีไซน์กับเพ้นต์ติ้ง สมัยนั้นมีค่านิยมว่า ใครที่วาดภาพเหมือนจริง (Realistic) จะถูกมองว่าเป็นคนเก่ง ผมก็พยายามทำงานเหมือนจริงเยอะมากครับ แต่มันก็ยังออกมาไม่ดีเท่าไหร่ ระหว่างนั้น เราก็ยังวาดการ์ตูนของเราไปด้วย จนมีอาจารย์มาถามว่า ‘ทำไมไม่ลองวาดการ์ตูนลงบนแคนวาสดูบ้างล่ะ’ เอาจริงๆ ตอนนั้นผมก็ยังไม่มีความกล้าขนาดนั้น”
แม้ม้อนจะเอ่ยปากว่า เขายังไม่สามารถทำตามที่ใจคิดได้ แต่คำถามนั้นก็จุดประกายความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับเส้นทางในการวาดรูปของเขา และพาเขาเข้ามาสู่รั้วคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในภาควิชานิเทศศิลป์
“ตอนนั้นผมอยากหนีจากการวาดเรียลลิสติก พอจะต้องเข้ามหาวิทยาลัยก็พยายามหาข้อมูลดูจนเจอคณะนี้ เราคิดว่าตัวเองน่าจะได้วาดการ์ตูนหรือลายเส้นที่มันตัดทอนลง แต่พอเข้าไปเราแทบไม่ได้วาดรููปเลย (หัวเราะ) นอกจากวิชาวาดรูปพื้นฐาน ส่วนใหญ่เราจะได้เรียนด้านการดีไซน์เป็นหลัก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เพราะมันเปิดกว้างมาก เราอยากลองทำอะไร อยากเอางานวาดไปเป็นส่วนประกอบก็ทำได้เลย”
สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในงานของม้อนคือ เขาไม่ได้พยายามสร้างลายเส้นประจำตัวให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ตรงกันข้าม เขากลับสนุกกับการที่ลายเส้นของตัวเองและรูปแบบผลงานเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
“ด้วยความที่ผมชอบวาดรูปหลายๆ แบบ ไม่ได้มีลายเส้นตายตัวขนาดนั้น เวลาเราหยุดวาดไปพักหนึ่ง พอกลับมาวาดใหม่ ลายเส้นของเราก็จะเปลี่ยนไป สนุกดีครับ เหมือนเราได้เห็นตัวเองในหลายๆ แบบ หรืออย่างตอนทำงานในวิชาแบรนด์ดิ้ง อาจารย์ให้โจทย์เป็นการเอาแบรนด์ที่มีอยู่แล้วมาแตกไลน์ เปิดธุรกิจใหม่ ตอนนั้นผมเลือกเอาบาบีคิวพลาซ่ามาเปิดอิซากายะ แล้วก็ปั้นงาน 3D ด้วย เป็นครั้งแรกที่เราได้ลองปั้น 3D ด้วยตัวเอง มันสนุกมาก แต่ก็เหนื่อยมากเหมือนกัน งานนั้นทำให้เรารู้ว่า เราชอบทดลองทำอะไรใหม่ๆ จริงๆ”
ปัจจุบันเขาทำงานเป็นนักวาดภาพประกอบและกราฟิกดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์ควบคู่ไปกับการสอนศิลปะ โดยรับติวให้นักเรียนที่สนใจสอบเข้ามหาวิทยาลัย แม้จะเคยก้าวไปสู่ชีวิตของพนักงานประจำมาแล้ว และเป็นช่วงเวลาที่เขาได้เรียนรู้ระบบการทำงานและวิธีจัดการกับงานอย่างจริงจัง แต่เสียงในหัวกลับชัดเจนขึ้นว่า จริงๆ แล้วตัวเขายังรักในการวาดรูปอยู่ และนั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาทำงานฟรีแลนซ์อีกครั้ง และเปลี่ยนห้องนอนให้เป็นฐานทัพลับในการสร้างมอนสเตอร์มากมายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งรอบตัว
“งานของผมในตอนนี้มักจะเล่าเรื่องทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวัน ผ่านคาแรกเตอร์หลายๆ ตัว ผมไม่มีคาแรกเตอร์หลัก เพราะชอบวาดตัวใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ อย่าง หนูนักปั่น ก็ได้ไอเดียมาจากนักปั่นจักรยานในสวนหลวง ร.9 เพราะหลังเขาโก่งๆ เหมือนหนู แต่พอวาดออกมาแล้ว มีแต่คนบอกว่าตัวนี้เหมือนผม (หัวเราะ) จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็คิดเหมือนกันว่า อยากมีคาแรกเตอร์ที่เป็นตัวแทนของเราบ้าง แต่พอลองวาดจริงๆ เหมือนเรากำดินสอแน่นเกิน มันไม่ยอมออกมา พอหลังๆ เราก็ปล่อยใจ อยากวาดอะไรก็วาด น่าจะดีกว่า”
บางตัวเกิดจากความทรงจำ บางตัวเกิดจากสิ่งที่เห็น และบางตัวก็เกิดจากเรื่องเล็กๆ ที่อาจไม่มีใครสังเกต อย่างภาพฝันร้ายของหนู ใครจะรู้ว่า นั่นเป็นบันทึกเล็กๆ ที่เขาอยากเก็บภาพแมวของตัวเองที่จากไป ขณะที่ภาพบ้านต้นไม้หลังใหญ่ เป็นการผสมผสานกันระหว่างความฝันในวัยเด็กและภาพผู้คนที่เขาพบเห็นยามค่ำคืนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
“ผมเคยเลี้ยงแมวสีดำ มีวันหนึ่งผมเห็นมันคาบหนูมา ก็คิดเล่นๆ ว่ามันคงจะกลายเป็นฝันร้ายของหนู แต่ตอนนี้มันตายไปแล้ว ก็เลยอยากวาดมันเก็บไว้ แต่ตอนนี้ก็ยังพยายามหาวิธีวาดที่ไม่ทำให้มันเซนซิทีฟเกินไปครับ หรืออย่างภาพต้นไม้ใหญ่ ส่วนตัวผมชอบพื้นที่ปลอดภัยในเรื่องต่างๆ อย่าง บักส์ บันนี (Bugs Bunny) จะมีบ้านใต้ดินเป็นหลุมหลบภัย หรือ รหัสลับเด็กข้างบ้าน (Codename: Kids Next Door) ที่มีบ้านต้นไม้เป็นฐานบัญชาการ ประกอบกับตอนเด็กๆ เราฝันอยากมีบ้านต้นไม้มาก ก็เป็นอีกงานที่เราเปลี่ยนวิธีการทำงาน จากที่วาดไปเรื่อยๆ เราก็ลองเอาเรื่องราวมาผูกกันเป็นภาพในหัวก่อนจะวาดออกมา”
ล่าสุด เขาได้ออกแบบ Key Visual ให้กับงาน Thonburi Art Fest ภายใต้ธีม Becoming, Become More ธนบุรีเป็นได้มากกว่าที่คิด เป็นการหยิบจับเสน่ห์ของร้านค้าเก่า ของใช้ในชีวิตประจำวัน และบรรยากาศของย่านเมืองเก่าที่ยังคงมีชีวิต มาตีความให้ร่วมสมัยมากขึ้น ผ่านลายเส้นและการออกแบบคาแรกเตอร์เฉพาะตัวในแบบฉบับของ MONTY
แม้จะเอ่ยปากว่าเป็นคนเก็บตัว แต่ม้อนก็สนุกกับการออกเดินทางไปพบปะผู้คนผ่านการออกบูทเช่นกัน เขาเป็นหนึ่งในศิลปินที่มาร่วมจัดแสดงในงาน Bangkok Illustration Fair ตั้งแต่ปี 2024 และพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง จนได้เดินทางไปออกบูทที่ Kuala Lumpur Illustration Fair (KLIF) ซึ่งกลายเป็นอีกพื้นที่ที่ทำให้เขาได้พบผู้คนและมุมมองใหม่ๆ กลับมาต่อยอดการทำงานของตัวเอง
“ผมมีโอกาสได้ไปออกบูทต่างประเทศครั้งแรก ในงาน Kuala Lumpur Illustration Fair เมื่อปี 2024 เพราะได้รีวอร์ดจากงาน BKKIF จำได้ว่าคนที่นู่นน่ารักมากเลย ปกติผมจะชอบถ่ายรูปคนที่ซื้องานเราเก็บไว้ พอกลับไปอีกปี มีคนเก่าๆ กลับมาหา มาซื้องานเราอีก ตอนนั้นมันดีใจมาก จะร้องไห้เลยครับ เอาจริงๆ ผมชอบไปงานแล้วก็ออกไปเดินเล่นดูบูทคนอื่นนะ เพราะเวลาอยู่บูทจะไม่ค่อยมีลูกค้า แต่พอลุกทีไรจะมีคนมาดูงานทุกที ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน” เขาเล่าพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงประสบการณ์ในครั้งนั้น
จากเด็กที่เคยวาดสัตว์ประหลาดตัวขีด ๆ เพราะแค่อยากวาด จากคนที่เคยพยายามวาดภาพเหมือนจริงเพราะคิดว่านั่นคือสิ่งที่คนเก่งควรทำ จนมาถึงวันนี้ที่เขาเลือกจะปล่อยให้ตัวเองวาดในแบบที่สนุกกว่าเดิม แม้วันนี้ม้อนจะยังไม่มีบ้านต้นไม้และไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่มีห้องทดลองลับขนาดใหญ่ แต่เขาก็กลายเป็นนักทดลองที่สนุกกับการทำงานใหม่ๆ และใช้ห้องนอนเล็กๆ เป็นฐานทัพลับ เพื่อผลิตมอนสเตอร์จากชีวิตของผู้คนมากมาย
บางทีคำตอบของการเป็นศิลปินสำหรับ MONTY อาจไม่จำเป็นต้องชัดเจนไปกว่านี้ ...เพราะแค่ได้วาด ได้ทดลอง และได้เห็นตัวเองเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
นี่เป็นเพียงเรื่องราวบางส่วนของ MONTY เท่านั้น แวะไปทำความรู้จักกับเขาเพิ่มเติมในบทความฉบับเต็มได้ทางลิ้งก์ใต้คอมเมนต์ หรือเว็บไซต์ happening and friends นะ
ส่วนใครที่อยากพูดคุยกับเขาสามารถแวะไปเจอเขาได้ที่งาน THONTBURI ART FEST: BECOMING, BECOME MORE ธนบุรีเป็นได้มากกว่าที่คิด
🗓 วันที่ 11-20 กันยายน 2569
🕛 วันธรรมดา เวลา 10.30 - 20.00 น. / วันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 - 20.00 น.
📌 สถานที่: ชั้น 1 ซีคอนบางแค ฮอลล์