Institute of Music Science and Engineering - KMITL

เส้นทาง เว็บไซต์

Institute of Music Science and Engineering - KMITL วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต

17/09/2026

LIVE🔴 World Music Workshop Introduction to Japanese Music
📌สถานที่ หอประชุมใหญ่ คณะวิศวกรรมศาสตร​์
13.00 - 16.00 น.

🎶✨📣 ขอเชิญชวนพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ทุกท่านมาร่วมกิจกรรม CAT WORKSHOP จากหลักสูตร Creative Arts and Technology (CAT) วิทย...
16/09/2026

🎶✨📣 ขอเชิญชวนพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ทุกท่าน
มาร่วมกิจกรรม CAT WORKSHOP จากหลักสูตร Creative Arts and Technology (CAT) วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต

กิจกรรมที่จะพาทุกคนไปรู้จักกับ เครื่องดนตรี Koto 🎼 พร้อมรับฟังความรู้และ Workshop ทดลองเล่นโคโตะจริง ผ่านวิทยากรผู้เชี่ยวชาญส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น

ใครที่สนใจดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมญี่ปุ่น
งานนี้ห้ามพลาด! ของดีต้องมาลองเองนะจ๊ะ 🥰✨

📅 17 กันยายน 2569
⏰ 13.15–16.00 น.
📍 หอประชุมใหญ่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.

แล้วมาเจอกันน้าาา 🎶🇯🇵✨

Impedance Tube คืออะไร?🧐วัสดุที่บอกว่า ‘ซับเสียง’ หรือ ‘กันเสียง’ เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันทำงานได้ดีจริงแค่ไหน?เวลาเห็นวัส...
15/09/2026

Impedance Tube คืออะไร?🧐
วัสดุที่บอกว่า ‘ซับเสียง’ หรือ ‘กันเสียง’ เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันทำงานได้ดีจริงแค่ไหน?
เวลาเห็นวัสดุที่เขียนว่า ‘ดูดซับเสียง’ หรือ ‘กันเสียง’ เราอาจพอเดาได้ว่ามันน่าจะช่วยให้ห้องเงียบขึ้น
แต่สำหรับคนที่ออกแบบหรือพัฒนาวัสดุ Acoustic คำว่า ‘น่าจะ’ ยังใช้ไม่ได้
ต้องรู้ให้ชัดว่าวัสดุที่ออกแบบมานั้น ดูดซับเสียงได้มากน้อยแค่ไหน กันเสียงได้ดีไหม และทำงานได้ดีในช่วงความถี่ใด?
เครื่องมือหนึ่งที่ใช้หาคำตอบเหล่านี้มีชื่อว่า ‘Impedance Tube’
หน้าตาของมันอาจดูเหมือนท่อยาว ๆ ธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วเป็นเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับทดสอบคุณสมบัติทางเสียงของวัสดุ และที่ ‘วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต หรือ IMSE’ ก็มีเครื่องนี้อยู่ในห้องปฏิบัติการ
🔍 หลักการทำงานเริ่มจากนำตัวอย่างวัสดุใส่เข้าไปในท่อ จากนั้นลำโพงจะปล่อยเสียงผ่านท่อไปยังวัสดุ โดยมีไมโครโฟนคอยวัดเสียงที่เกิดขึ้นภายในท่อ ทั้งเสียงที่เดินทางไปและเสียงที่สะท้อนกลับ ก่อนนำข้อมูลไปประมวลผลบนคอมพิวเตอร์
ผลที่ได้จะช่วยให้เห็นว่า วัสดุแต่ละชิ้นมีพฤติกรรมต่อเสียงแตกต่างกันอย่างไร อย่างเรื่องการดูดซับเสียง เราสามารถดูได้จากค่า Absorption Coefficient ซึ่งไม่ได้มีค่าเท่ากันในทุกช่วงความถี่ บางวัสดุอาจจัดการเสียงความถี่สูงได้ดี แต่พอเจอเสียงต่ำ ประสิทธิภาพกลับลดลง
อาจารย์โจอี้ หรือ ดร.วรกฤษฏิ์ ธิดา อธิบายให้เราฟังว่า “ตามธรรมชาติแล้วเสียงความถี่สูงจัดการได้ง่ายกว่า ขณะที่เสียงความถี่ต่ำเป็นโจทย์ที่ยากกว่า ยิ่งปัญหาอยู่ในย่านความถี่ต่ำ การออกแบบวัสดุและวิธีจัดการเสียงก็ยิ่งซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น เวลาบอกว่า ‘วัสดุชิ้นนี้ซับเสียงได้ดี’ ต้องดูต่อด้วยว่า มันทำได้ดีในช่วงความถี่ไหน”
กราฟจาก Impedance Tube จะทำให้เห็นรายละเอียดตรงนี้ บางช่วงความถี่วัสดุอาจทำงานได้ดี ขณะที่บางช่วงประสิทธิภาพกลับตกลงจนเห็นเป็น ‘หลุม’ บนกราฟ สำหรับคนพัฒนาวัสดุ ข้อมูลนี้ช่วยให้รู้ว่าดีไซน์ที่คิดขึ้นมาทำงานอย่างที่ตั้งใจหรือยัง และส่วนไหนที่ควรกลับไปพัฒนาต่อ
นอกจากเรื่องการดูดซับเสียง Impedance Tube ยังสามารถใช้ศึกษา Transmission Loss ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถในการลดเสียงที่ส่งผ่านวัสดุไปยังอีกฝั่ง
🔊🔇 ‘ซับเสียง’ กับ ‘กันเสียง’ เป็นคนละเรื่อง
สองเรื่องนี้มักถูกเข้าใจรวมกัน ทั้งที่จริงแล้ว ห้องหนึ่งอาจมีวัสดุที่ช่วยลดเสียงสะท้อนจนฟังแล้วไม่ก้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าเสียงจากในห้องจะไม่ทะลุออกไปรบกวนห้องข้าง ๆ เพราะวัสดุที่ทำหน้าที่ดูดซับเสียงได้ดี ไม่จำเป็นต้องกันเสียงได้ดีเสมอไป
Impedance Tube จึงมีประโยชน์มากในขั้นตอนการพัฒนา Acoustic Material โดยเฉพาะเวลาที่นักออกแบบหรือผู้ผลิตกำลังทดลองวัสดุหรือดีไซน์ใหม่ ๆ และอยากรู้ว่าสิ่งที่คิดขึ้นมานั้นมีประสิทธิภาพทางเสียงมากน้อยแค่ไหน
แทนที่จะต้องเริ่มต้นด้วยการผลิตชิ้นงานขนาดใหญ่ ก็สามารถทำตัวอย่างขนาดเล็กขึ้นมาทดสอบก่อน ดูผล ปรับดีไซน์ แล้วค่อยพัฒนาไปสู่การทดสอบในระดับที่ใหญ่ขึ้นและถึงหน้าตาจะดูเป็นเพียงท่อกับไมโครโฟนไม่กี่ตัว แต่การทดสอบจริงมีรายละเอียดมากกว่านั้น ตั้งแต่การเตรียมตัวอย่าง การ Calibrate อุปกรณ์ การเลือกวิธีวัด ไปจนถึงการอ่านและตีความกราฟ
เพราะฉะนั้น การมีเครื่องมือเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การรู้ว่าจะเตรียมตัวอย่างอย่างไร ทดสอบแบบไหน และอ่านผลที่ได้อย่างไร ก็สำคัญไม่แพ้กัน
🏢 และเครื่องนี้ไม่ได้เปิดไว้สำหรับนักศึกษา IMSE เท่านั้น
ผู้ประกอบการ นักออกแบบ ผู้ผลิต หรือนักพัฒนาวัสดุที่ต้องการทดสอบคุณสมบัติทางเสียง สามารถติดต่อเข้ามาใช้บริการ Impedance Tube ที่ IMSE ได้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยให้คำแนะนำตั้งแต่การเตรียมตัวอย่าง รูปแบบการทดสอบ ไปจนถึงรายงานผลที่ต้องการ
📩 ทางวิทยาลัยแนะนำให้ ติดต่อล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน เพื่อพูดคุยรายละเอียดของงาน ค่าใช้จ่าย และเตรียมตัวอย่างให้เหมาะสมกับการทดสอบ
สนใจใช้บริการหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
🔵 Facebook: of Music Science and Engineering - KMITL
⚫️Tiktok:

#วัสดุซับเสียง

11/09/2026

ซื้อโฟมซับเสียงมาติดห้อง... แต่ทำไมเสียงยังทะลุ!? 🔊🤫 รู้ได้ไงว่าวัสดุซับเสียงที่คุณใช้ มีประสิทธิภาพแค่ไหน? ให้ท่อนี้เป็นคนตัดสิน!

เมื่อเราต้องการสร้างห้องเก็บเสียง หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์อะคูสติก เราจะรู้ได้อย่างไรว่าวัสดุนั้น "ดูดซับเสียง" หรือ "กันเสียง" ได้ดีแค่ไหน? มาไขความลับการทดสอบทางวิศวกรรมเสียงด้วย "Impedance Tube" ท่ออัจฉริยะที่จะมาแฉทุกค่าการส่งผ่านของเสียงแบบทะลุปรุโปร่ง!

Absorption vs Transmission Loss: ความแตกต่างของการ "ดูดซับเสียงไม่ให้ก้อง" กับการ "กันเสียงไม่ให้ทะลุห้อง" ต่างกันอย่างไร?

"เล่าเรื่องเสียง" คลิปนี้ พาไปเจาะลึกเครื่องมือชิ้นสำคัญอย่าง Impedance Tube ที่วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต (IMSE) อุปกรณ์เบื้องหลังที่นักออกแบบวัสดุและวิศวกรเสียงทั่วโลกต้องใช้

💼 พิเศษ! สำหรับผู้ประกอบการและนักออกแบบ ทาง IMSE เปิดให้บริการทดสอบวัสดุอะคูสติกเบื้องต้นด้วย Impedance Tube ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด ค่าใช้จ่าย และจองคิวล่วงหน้า (ประมาณ 1 เดือน) ได้ตามช่องทางด้านล่าง 👇

ติดตาม MusicEngineering Kmitl และติดต่อใช้บริการได้ที่:
Facebook: of Music Science and Engineering - KMITL
Tiktok:

#เล่าเรื่องแสียง #วัสดุซับเสียง #พระจอมเกล้าลาดกระบัง

10/09/2026

รับชมรายการ "เล่าเรื่องแสียง Season 2" หูว่าใช่ แต่เครื่องวัดว่าไง? ทำความรู้จักเครื่องเปิดโปงวัสดุ “ซับเสียง” Impedance Tube พรุ่งนี้ เวลา 15.00 น. ทาง Facebook และ Youtube : Institute of Music Science and Engineering - KMITL

ลองนึกภาพห้องประชุมที่ไม่ต้องมีไมโครโฟนวางอยู่ตรงหน้าทุกคน แต่ทันทีที่ใครสักคนเริ่มพูด ระบบกลับรู้ได้ว่า ‘เสียงมาจากตรงไ...
09/09/2026

ลองนึกภาพห้องประชุมที่ไม่ต้องมีไมโครโฟนวางอยู่ตรงหน้าทุกคน แต่ทันทีที่ใครสักคนเริ่มพูด ระบบกลับรู้ได้ว่า ‘เสียงมาจากตรงไหน’ แล้วเลือกโฟกัสเสียงของคนนั้นให้ดังชัดขึ้นมาได้เอง 🗣️
เบื้องหลังความสามารถเหล่านี้ มีเทคโนโลยีหนึ่งที่เรียกว่า Microphone Array 🎙️ ระบบที่ใช้ไมโครโฟนหลายตัวทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยระบุว่าเสียงกำลังเดินทางมาจากทิศทางไหน
แต่ที่น่าสนใจคือ จุดเริ่มต้นของงานวิจัยเรื่อง Microphone Array ของอาจารย์เคี๊ยง หรือ รศ. ดร.สรศักดิ์ ด่านวรพงศ์ ไม่ได้มาจากโจทย์วิชาการชิ้นใหญ่ แต่มาจากปัญหาธรรมดา ๆ ที่ใครมีรถก็น่าจะนึกภาพออก…
ช่วงเย็น ๆ บริเวณที่จอดรถใกล้ตึกวิศวกรรมสังคีต (IMSE) จะมีนกมารวมตัวกันเยอะมาก แถมส่งเสียงดัง และถ้าใครเผลอเอารถไปจอดอยู่ข้างล่าง
อาจารย์เคี๊ยงเล่าติดตลกว่า “เรียบร้อย! เหมือนโดนบอมบ์เต็มรถ”🐦‍⬛🧨
จากที่เห็นนกมารวมตัวกันอยู่ทุกวัน บ่อย ๆ เข้า อาจารย์เคี๊ยงและทีมก็เริ่มสนใจว่า
ถ้าอยากศึกษานกพวกนี้ขึ้นมาจริง ๆ เราจะเก็บข้อมูลอะไรจากมันได้บ้าง
ตอนนั้นสิ่งที่จับได้ง่ายที่สุดก็คือ ‘เสียง’ 🔊
ทีมจึงเริ่มง่าย ๆ ด้วยการเอาไมโครโฟนหนึ่งตัวไปตั้งใกล้ต้นไม้เพื่อเก็บเสียง
แต่พอได้เสียงมาก็นึกสงสัยต่อ ‘แล้วจะรู้ได้ยังไงว่านกพวกนี้มาจากทางไหน?’
จากไมโครโฟนหนึ่งตัว จึงเริ่มเพิ่มเป็นสองตัว สามตัว เพิ่มไปเรื่อย ๆ…
เพื่อดูว่าเมื่อรับเสียงจากหลายตำแหน่งพร้อมกัน จะสามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้นช่วยหาทิศทางของเสียงได้หรือไม่?
และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่พาอาจารย์เคี๊ยงและทีมมาศึกษา ‘Microphone Array’
แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในวงการเสียง อ่านมาถึงตรงนี้อาจเริ่มสงสัยแล้วว่า…
Microphone Array คืออะไรกันแน่?
พูดให้เห็นภาพง่ายที่สุด หลักการของ Microphone Array ก็คล้ายกับสิ่งที่ทุกคนมีติดตัวอยู่แล้ว นั่นคือ ‘หูสองข้าง’
เวลาเราแยกออกว่าเสียงมาจากทางซ้ายหรือขวา ไม่ได้เกิดจากพลังวิเศษอะไร แต่เกิดจากเสียงเดินทางไปถึงหูซ้ายกับหูขวา ‘ไม่พร้อมกัน’ ต่างกันเพียงเสี้ยววินาที สมองเอาความต่างนั้นมาประมวลผลและบอกทิศทางให้
Microphone Array ก็ทำงานบนหลักการคล้ายกัน เพียงเปลี่ยนจาก หูเป็นไมโครโฟน และใช้อัลกอริทึมแทนสมอง
ทุกวันนี้เทคโนโลยีนี้ถูกใช้แล้วในห้องประชุมสมัยใหม่
แทนที่จะให้ทุกคนมีไมค์อยู่ตรงหน้า ก็ติด Microphone Array ไว้บนเพดานแทน ระบบจะหาก่อนว่าใครกำลังพูดอยู่ทิศไหน แล้วโฟกัสการรับเสียงไปยังตำแหน่งนั้น ทำให้เสียงของผู้พูดคนนั้นดังชัดขึ้นโดยอัตโนมัติ
จริง ๆ แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทีมทดลองสร้าง Microphone Array ขึ้นมาเอง ก่อนหน้านี้ทีมเคยพัฒนาระบบและนำไปเปรียบเทียบกับอุปกรณ์เชิงพาณิชย์ที่มีราคาหลักล้านมาแล้ว และจากประสบการณ์ตรงนั้น อาจารย์เคี๊ยงจึงมองต่อว่า จะทำอย่างไรให้องค์ความรู้เหล่านี้กลายเป็นโจทย์ที่นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สามารถเข้ามาสร้าง ทดลอง และเรียนรู้กระบวนการทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง
ทีมจึงทดลองวางไมโครโฟน 3 ตัวในพื้นที่ที่ต้องการระบุตำแหน่งของเสียง เมื่อมีเสียงเกิดขึ้น เสียงจะเดินทางไปถึงไมโครโฟนแต่ละตัว “ไม่พร้อมกัน” เพราะแต่ละตัวอยู่ห่างจากต้นกำเนิดเสียงไม่เท่ากัน ตัวที่ใกล้กว่าได้ยินก่อน ตัวที่ไกลกว่าได้ยินทีหลัง
ความต่างเพียงเสี้ยววินาทีนี้ เมื่อนำมาคำนวณต่อ ก็ช่วยบอกได้ว่า เสียงนั้นมาจากตรงไหน

จากตรงนี้ ทีมจึงเริ่มมองต่อว่า หลักการเดียวกันอาจไม่จำเป็นต้องใช้กับ ‘เสียง’ เพียงอย่างเดียว
แล้วถ้าเปลี่ยนจากไมโครโฟนที่รับเสียงในอากาศ เป็นเซ็นเซอร์ที่รับแรงสั่นสะเทือนผ่านพื้นดินล่ะ? เราจะใช้หลักการเดียวกันตามหาตำแหน่งของสิ่งที่ทำให้พื้นสั่นได้ไหม?
คำถามนี้นำไปสู่หนึ่งในโจทย์ที่ทีมกำลังมองว่าจะนำองค์ความรู้ไปต่อยอด นั่นคือ ‘การตรวจจับตำแหน่งของช้างป่า’ 🐘⚠️
ในหลายพื้นที่ เมื่อช้างป่าออกจากพื้นที่ป่าเข้ามาใกล้ชุมชน อาจเกิดทั้งความเสียหายต่อพืชผลและทรัพย์สิน รวมถึงความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของทั้งคนและช้าง การรู้แค่ว่ามีช้างเข้ามาแล้วจึงอาจยังไม่พอ เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือ ตอนนี้ช้างอยู่ตรงไหน และกำลังเคลื่อนที่ไปทางไหน
กล้องอาจช่วยได้เฉพาะในพื้นที่ที่มองเห็น แต่ทุกครั้งที่ช้างเดิน เท้าใหญ่ ๆ ที่รองรับน้ำหนักมหาศาลได้กระแทกลงบนพื้น ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนตามมาด้วย ทีมจึงสนใจว่า ถ้าเราจับแรงสั่นสะเทือนเหล่านี้ได้จากหลายจุด จะใช้มันตามหาตำแหน่งของช้างเหมือนที่เราใช้ไมโครโฟนตามหาตำแหน่งของเสียงได้ไหม?
จากตอนแรกที่อยากรู้ว่า “นกมาจากไหน?”
วันนี้ทีมกำลังมองต่อว่า กระบวนการเดียวกันนี้จะช่วยบอกได้ไหมว่า “ช้างอยู่ตรงไหน?”
และความเป็นไปได้ยังไม่จบแค่นั้น
ลองนึกภาพว่ามีที่ดินอยู่บนถนนสุขุมวิทแล้วอยากสร้างคอนโด จะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่มาอยู่จะเจอเสียงรบกวนมากแค่ไหน ถ้ามีเครือข่ายเซ็นเซอร์กระจายอยู่ทั่วเมือง เก็บข้อมูลจนกลายเป็นแผนที่เสียงของกรุงเทพฯ ที่ทุกคนเข้ามาตรวจสอบได้ ข้อมูลเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการวางผังเมือง กำหนดโซนโรงงาน โซนที่อยู่อาศัย หรือช่วยผลักให้เรื่องมลภาวะทางเสียงถูกมองเห็นและให้ความสำคัญมากขึ้น
สิ่งที่อาจารย์เคี๊ยงย้ำจึงไม่ได้มีแค่ว่า สุดท้าย Microphone Array ที่สร้างขึ้นจะเอาไปทำอะไร แต่ยังรวมถึง ‘กระบวนการ’ ระหว่างทางด้วย
เพราะถ้าซื้อเครื่องสำเร็จรูปมา นักศึกษาอาจเรียนรู้แค่วิธีใช้ แต่เมื่อเลือกสร้างและศึกษาเองตั้งแต่ต้น พวกเขาต้องเข้าใจตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ การประมวลผลสัญญาณ ไปจนถึงอัลกอริทึม และเมื่อเข้าใจกระบวนการจริงๆ ความรู้นั้นก็สามารถนำไปต่อยอดกับโจทย์อื่นได้อีก 💭
จากนกในลานจอดรถ มาถึง ไอเดียที่จะต่อยอดเทคโนโลยีเพื่อช่วยตรวจจับตำแหน่งช้างป่า และอาจไปไกลถึงการทำความเข้าใจ ‘เสียงของเมืองทั้งเมือง’ เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เราเคยแค่ได้ยิน ให้กลายเป็นข้อมูลที่นำไปใช้แก้ปัญหาได้จริง
แต่พอมองย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นของทั้งหมดกลับเป็นคำถามธรรมดามาก
‘นกพวกนี้มาจากไหน?’

📢✨ IMSE FORUM สัปดาห์นี้! ✨🎨💡 จัดการบรรยายในหัวข้อ🎧 Creating Immersive Experiences : Bridging Art, Technology, and Human...
07/09/2026

📢✨ IMSE FORUM สัปดาห์นี้! ✨

🎨💡 จัดการบรรยายในหัวข้อ
🎧 Creating Immersive Experiences : Bridging Art, Technology, and Human Perception
🌐 การสร้างประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟ : เชื่อมโยงศิลปะ เทคโนโลยี และการรับรู้ของมนุษย์

🗓️ วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569
🕘 เวลา 09.00 – 16.30 น.
📍 ณ ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีสื่อสร้างสรรค์
วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

#วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต

🎓 Portfolio รูปแบบที่วิทยาลัยกำหนด มาแล้ว! 🎨🎵สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสมัครเข้าศึกษาต่อ วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีตสามารถเตรียม Po...
06/09/2026

🎓 Portfolio รูปแบบที่วิทยาลัยกำหนด มาแล้ว! 🎨🎵

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสมัครเข้าศึกษาต่อ วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต
สามารถเตรียม Portfolio ตามรูปแบบที่วิทยาลัยกำหนดได้เลย! ✨

📌 เปิดรับ 2 สาขาวิชา
🎵 วิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม
🎨 เทคโนโลยีและศิลปะสร้างสรรค์

📄 ขั้นตอนการส่งเอกสาร
รายละเอียดและกำหนดการส่ง Portfolio จะประกาศพร้อมกับ รายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์

💡 ใครที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์
เตรียม Portfolio ไว้ก่อนได้เลยยยย! 🥰🔥

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของ วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต กันนะคะ 💙

#วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต


#วิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม
#เทคโนโลยีและศิลปะสร้างสรรค์

04/09/2026

เสียงมาจากไหน? มาทำความรู้จัก“Microphone Array”เทคโนโลยีระบุตำแหน่งเสียง | เล่าเรื่องแสียง Season 2

จากเรื่องวุ่น ๆ ในลานจอดรถ สู่เทคโนโลยีที่อาจช่วย “ตามหาช้างป่า” 🐘
ใครจะคิดว่า ปัญหาธรรมดา ๆ ที่เกิดขึ้นในลานจอดรถของ IMSE จะทำให้ทีมวิจัยเริ่มตั้งคำถามว่า
“เราจะรู้ได้ไหมว่า เสียงมาจากตรงไหน?”
คำถามนั้นนำไปสู่การพัฒนา Microphone Array เทคโนโลยีที่ใช้ไมโครโฟนหลายตัวร่วมกับอัลกอริทึม TDOA (Time Difference of Arrival) เพื่อช่วยระบุตำแหน่งของแหล่งกำเนิดเสียง
และวันนี้ เทคโนโลยีเดียวกันกำลังเปิดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ
ตั้งแต่การต่อยอดสู่การตรวจจับตำแหน่งช้างป่า 🐘 ไปจนถึงการสร้างแผนที่เสียงของเมืองในอนาคต
แล้วเรื่องอะไรในลานจอดรถ ที่พางานวิจัยมาไกลถึงขนาดนี้?
หาคำตอบได้ในคลิปนี้! 🎙️
ติดตาม MusicEngineering Kmitl และข่าวสารนวัตกรรมได้ที่:
Facebook: of Music Science and Engineering - KMITL
Tiktok:

#เล่าเรื่องแสียง #พระจอมเกล้าลาดกระบัง #วิศวกรรมสังคีต

03/09/2026

รับชมรายการ "เล่าเรื่องแสียง Season 2" เสียงมาจากไหน? รู้จัก “Microphone Array” เทคโนโลยีที่ช่วยระบุตำแหน่งแหล่งกำเนิดเสียง พรุ่งนี้ เวลา 15.00 น. ทาง Facebook และ Youtube : Institute of Music Science and Engineering - KMITL

ที่อยู่

อาคารMemorial Hall วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
Bangkok
10520

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Institute of Music Science and Engineering - KMITL โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์