Center for Ethnic Studies and Development - ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ฯ มช.

เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ มหาวิทยาลัย

Center for Ethnic Studies and Development - ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ฯ มช. ความรู้เพื่อสังคมพหุวัฒนธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันที่ 23-26 กันยายน 2569 ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มช. ได้เข้าร่วมกิจกรรม MAEW - สัปดาห์สิ่งแวดล้อ...
28/09/2026

วันที่ 23-26 กันยายน 2569 ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มช. ได้เข้าร่วมกิจกรรม MAEW - สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน (Mekong–ASEAN Environmental Week 2026) ภายใต้แนวคิด “สายธารประชาชน: จากการต่อสู้ของชุมชน สู่พลังรวมแห่งการเปลี่ยนแปลง” รวมทั้งได้จัดเวที “สาละวินใต้เงาเหมือง: เรื่องเล่าจากแม่น้ำปนเปื้อน” นำเสนอภาพยนตร์สารคดีสั้น 4 เรื่องจากโครงการค่ายสารคดีเพื่อสายน้ำ และนำนักวิจัยท้องถิ่นจากบ้านแม่เงา บ้านแม่งูด และบ้านท่าตาฝั่ง เข้าร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

#ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา #สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขงอาเซียน #สายธารประชาชน

27/09/2026

เสียงเปลี่ยนเมือง: สาละวินเปื้อนพิษ ชีวิตเสี่ยง

25/09/2026

ยื่นหนังสือถึงนายกฯ-รมว.เกษตรหยุดโครงการผันน้ำยวม 7 หมื่นล้านเหตุกระบวนการรับฟัง/อีไอเอไม่ถูกต้อง-จี้ รมว.ทส.ระงับอนุญาตใช้พื้นที่ป่า-ชุมชนจัดพิธี“เลี้ยงผีน้ำ”ขอให้คุ้มครองผืนป่าต้นน้ำ
------------
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพมหานคร เครือข่ายประชาชนชุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) อธิบดีกรมชลประทาน และอธิบดีกรมป่าไม้ เพื่อขอให้ระงับการใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และยกเลิกโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล (โครงการผันน้ำยวม)มูลค่า 7 หมื่นล้าน เนื่องจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็น และข้อมูลที่ใช้ประกอบการดำเนินโครงการไม่ถูกต้อง โดยล่าสุดสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 1 ได้ทำเรื่อง ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าอมก๋อย ป่าแม่แจ่ม และป่าแม่ตื่น เพื่อก่อสร้างโครงการใน จ.แม่ฮ่องสอน จ.ตาก และ จ.เชียงใหม่

นางยุพา จ่อแผ่ จาก ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ กล่าวว่าขณะนี้ทางกรมชลประทาน ได้มีหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หลายแห่งในพื้นที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และอ.ฮอด อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อแจ้งการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งสร้างความสับสนและความกังวลอย่างยิ่งแก่ประชาชนและสมาชิกสภาท้องถิ่น เนื่องจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ขณะที่ประชาชนจำนวนมากซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรงยังไม่เคยได้รับข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับตัวโครงการ เขื่อน พื้นที่ก่อสร้าง จุดทิ้งกองดิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อระบบนิเวศ วิถีชีวิตและสุขภาพ

“การที่กรมชลประทานส่งหนังสือแจ้งให้ทราบ นั่นไม่ได้หมายความว่าจะนำไปอ้างภายหลังว่าเป็นมติยินยอม เห็นชอบ หรือการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ได้ การรับทราบหนังสือราชการเป็นคนละเรื่องกับการตัดสินใจโดยมีข้อมูลครบถ้วน ยิ่งไม่อาจใช้แทนกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง”นางยุพา กล่าว

นางยุพากล่าวว่า อบต.บางแห่งไม่ได้มีมติเห็นชอบโครงการ และบางแห่งได้มีมติไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน เช่น สภา อบต.นาคอเรือ ส่วนพื้นที่อมก๋อยก็มิได้มีมติหรือข้อตกลงให้ความเห็นชอบแก่โครงการแต่อย่างใด นอกจากนี้ คณะกรรมการลุ่มน้ำที่เกี่ยวข้องทั้งสองลุ่มน้ำได้มีมติไม่เห็นด้วยกับโครงการ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่กรมชลประทานและกระทรวงเกตษรฯต้องให้ความเคารพอย่างจริงจัง เพราะคณะกรรมการลุ่มน้ำเป็นกลไกตามกฎหมายที่สะท้อนทั้งข้อมูลของพื้นที่ ความเห็นของผู้ใช้น้ำ และผลกระทบต่อระบบลุ่มน้ำ ไม่ควรมีการลดทอน บิดเบือน หรือบันทึกมติในลักษณะที่ทำให้สังคมเข้าใจว่าส่วนใหญ่เห็นด้วย

นายสิงคาร เรือนหอม ชาวบ้านแม่เงา อ.สบเมย กล่าวว่าประชาชน มีข้อกังวลว่า กรมชลประทาบอกถึงผลลักพ์ในด้านลบโดยระบุว่า “ไม่มี” ทั้งที่โครงการมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 71,000 ล้านบาท ประกอบด้วยเขื่อนกั้นแม่น้ำยวม สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ส่งน้ำใต้ดินยาวกว่า 60 กิโลเมตร แนวสายส่งไฟฟ้า ถนนก่อสร้าง และพื้นที่ทิ้งดินจำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่ป่าและชุมชนในสามจังหวัดมากกว่า 50 หมู่บ้าน โครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ย่อมมีผลกระทบและความเสี่ยงที่ต้องศึกษาอย่างรอบคอบ การระบุว่า “ไม่มีผลลัพธ์ด้านลบ” จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน และอาจทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานผู้พิจารณาอนุญาตได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ขณะที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ระบุผู้ได้รับผลกระทบเพียง 27 ราย ทั้งที่แนวโครงการพาดผ่านพื้นที่ป่าและชุมชนจำนวนมาก

นส.เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่าเครือข่ายฯได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566 เพื่อขอให้เพิกถอนโครงการ และรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ศาลได้รับคำฟ้องไว้พิจารณา ขณะนี้คดียังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ขณะเดียวกันรายงาน EIA ฉบับดังกล่าวกำลังจะหมดอายุในเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งการที่กรมชลประทานเร่งดำเนินการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในช่วงที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา และรายงาน EIA กำลังจะหมดอายุ จึงอาจก่อให้เกิดความเสียหาย สร้างข้อผูกพันต่อหน่วยงานรัฐและชุมชน

“หนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ขอให้ดำเนินการ ดังนี้ 1 ขอให้รมว.กษ. มีคำสั่งให้กรมชลประทาน ระงับการดำเนินการโครงการผันน้ำยวม จนกว่าคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองจะถึงที่สุด และปัญหาความถูกต้องของรายงาน EIA จะได้รับการพิจารณาอย่างครบถ้วน 2 ขอให้รมว. ทส. มีคำสั่งให้กรมป่าไม้ ระงับการให้อนุญาต เกี่ยวกับเรื่องขอเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ” ทนายความกล่าว

ในวันเดียวกันที่ริมแม่น้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ตรงข้าม อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ชาวบ้านลุ่มน้ำเงา ยวม สาละวิน จากหมู่บ้านแม่เงา แม่ลาคี และหมู่บ้านใกล้เคียง ได้ร่วมจัดพิธีกรรม “เลี้ยงผีน้ำ” เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองผืนป่าต้นน้ำ และร่วมกันเปลี่ยนผ้าเหลืองบวชป่าบวชต้นไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ป่าโดยชุมชน ในพื้นที่บวชป่า 7 ไร่บริเวณปากอุโมงค์ผันน้ำยวม

ทั้งนี้ภายในงานได้ติดป้ายคัดค้านโครงการผันน้ำยวม รวมทั้งได้ประกาศจุดยืนไม่เห็นด้วยกับโครงการผันน้ำยวม โดยกิจกรรมเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้านต่างแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์โครงการดังกล่าวว่าไม่เห็นหัวประชาชนที่รักษาทรัพยากรป่าต้นน้ำลำธารมาอย่างยาวนาน
--------------

ชวนฟังเสวนา "โครงการและตลาดคาร์บอน: ผลกระทบและความเชื่อมโยงกับเกษตรกรรม เหมืองแร่ เขื่อน และพลังงาน"
25/09/2026

ชวนฟังเสวนา "โครงการและตลาดคาร์บอน: ผลกระทบและความเชื่อมโยงกับเกษตรกรรม เหมืองแร่ เขื่อน และพลังงาน"

เวทีนี้ชวนทำความเข้าใจว่าโครงการคาร์บอนคืออะไร เหตุใดจึงกำลังขยายตั...

23/09/2026

หวั่นเหมืองแร่ "ที่ยาเพอ"ฟื้นชีพ-ชุมชนเตรียมยื่นหนังสือค้าน-เผยเอกชนนำรถแมคโครมาปรับหน้าดินพร้อมทำเหมืองแร่ซีไลต์-วุลแฟรม-แฉซ้ำเติมสถานการณ์สารพิษปนเปื้อน
-----------------
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สำนักข่าวชายขอบได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ที่ 8 บ้านทียาเพอ ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ว่าผู้ประกอบการเอกชนเหมืองแร่ได้นำรถแมคโครมาปรับหน้าดินเตรียมเปิดทำการเหมืองแร่ซึ่งดำเนินการตั้งกองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่โครงการและคณะกรรมการมวลชนสัมพันธ์โดยชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ซึ่งทำให้กังวลว่าการทำเหมืองแร่จะปล่อยสารปนเปื้อนลงแม่น้ำเงา

นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ เครือข่ายประชาชนลุ่มแม่น้ำยวม เงา เมย สาละวิน กล่าวว่า เหมืองแร่ซีไลต์และวุลแฟรมที่บริษัทเอกชนได้รับสัมปทานในพื้นที่บ้านทียาเพอ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยชาวบ้านไม่รู้มาก่อน กระทั่งเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว พบการบุกรุกที่ดินในป่าอนุรักษ์ลุ่มน้ำยวม อ.สบเมย มีนายทุนรายหนึ่งสร้างบ้านพักบริเวณลำห้วยกุ้ง จึงสงสัยว่าอาจจะมีการลักลอบขุดแร่ด้วย

“หลังจากทราบว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง ได้รับประทานบัตรเข้ามาทำเหมืองแร่ ชาวบ้านเลยยื่นหนังสือถึงนายอำเภอสบเมยเพื่อขอให้ชะลอการทำเหมือง เนื่องจากผลการตรวจคุณภาพน้ำในลำห้วยพบสารโลหะหนักเกินมาถึง 16 เท่า ชาวบ้านเป็นกังวลอย่างมาก ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา มีรถแมคโครของผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาปรับหน้าดินเพื่อต้องการจะเปิดเหมืองอย่างเป็นทางการ ชาวบ้านสงสัยมากว่าในเมื่อเรายื่นหนังสือไปแล้วทำไมเขาไม่ยุติ” นายสะท้าน กล่าว

นายสะท้าน กล่าวว่าในวันพรุ่งนี้ (24 กันยายน 2569) ชาวบ้านจะเดินทางไปยื่นหนังสือให้กับนายอำเภอสบเมยอีกครั้ง และจะจัดเวทีพูดคุยกันในชุมชนที่หมู่ 8 บ้านทียาเพอ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป เพราะกังวลมากว่าการทำเหมืองจะยิ่งปล่อยสารปนเปื้อนลงลุ่มน้ำเงาเพิ่มปัญหาให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่กับแม่น้ำมากขึ้น

ด้านนายโสภณ สุรภี หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ (จังหวัดหลัก) กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเมื่อหลายสิบปีเคยทำเหมืองแร่ดีบุกมาก่อนแล้วและห้างหุ้นส่วนแห่งหนึ่งก็ทำเหมืองมาแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งการทำเหมืองไม่ค่อยกระทบกับสิ่งแวดล้อมเนื่องจากใช้เครื่องมือพื้นฐาน เจาะอุโมงค์เข้าไปขุดตามสายแร่

“เมื่อประทานบัตรหมดรอบแรกก็มีการยื่นขอประทานบัตรใหม่ในพื้นที่เดิม ขนาดพื้นที่เดิม ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการทำเหมืองในพื้นที่นี้ เหตุผลก็คือความคุ้มทุนเพราะราคาแร่ตกต่ำ ปีที่ผ่านมาประทานบัตรจะหมดอายุแล้วจึงเริ่มที่จะเปิดการทำเหมือง เราก็ไปดูเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม เส้นทางเข้าสู่เหมืองยังไม่ได้ขออนุญาตตามกฎหมายป่าไม้ เขาก็ไปขอซึ่งตอนนี้ป่าไม้อนุญาตแล้ว ก็จะมีการเข้าไปปรับเส้นทาง ขุดบ่อดักตะกอน ชาวบ้านก็คงคิดว่าเขาจะเข้ามาจริงแล้วเลยมีการประท้วง” นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามว่าการทำเหมืองแร่ดีบุกจะมีการใช้ระเบิดหรือไม่ หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า ตามแผนจะมีการเปิดหน้าดินขุดตามสายแร่ได้เพียงน้อยนิด ตามสภาพหน้าดินถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องมีการขออนุญาต แต่สภาพขณะนี้ยังไม่ใช้ระเบิดแค่ใช้แมคโครเข้าไปขุด

“สาเหตุที่เขาเข้ามาทำเหมืองแร่ตอนนี้อาจจะมีการเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้น อีกทั้งสถานการณ์ราคาแร่ปัจจุบันเริ่มเข้ามาแล้ว อีกสาเหตุเขาก็อาจจะมีการปรับแผนการทำเหมืองในอนาคตข้างหน้าจะมีการขุด” นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามว่า ก่อนจะมาถึงขั้นตอนนี้ได้มีการทำเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า กฎหมายแร่มีฉบับ พ.ศ.2510 วิธีปฏิบัติจะแตกต่างจากกฎหมายปรับปรุงใหม่ พรบ.แร่ พ.ศ.2560 ตอนที่ผู้ประกอบการยื่นขอยังเป็นกฎหมาย พ.ศ.2510 กระบวนการชุมชนจะผ่านองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผ่านประชาคมหมู่บ้านและผ่าน อบต.

“ที่ไม่ใช้ พรบ.แร่ ปี 2560 เพราะกฎหมายบังคับใช้ปลายปี เขาเลยใช้ระเบียบเดิมก่อน แต่ระเบียบบังคับใช้ออกมาไล่ๆกันทีหลัง มีความแตกต่างกันเรื่องเดียวคือประชาคม ซึ่ง พรบ.แร่ 2560 เป็นการรับฟังความคิดเห็น เขาได้ดำเนินการตามระเบียบเดิมก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย” หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าว

เสวนา "วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่หายากและแร่สำคัญในภูมิภาคแม่น้ำโขง"
23/09/2026

เสวนา "วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่หายากและแร่สำคัญในภูมิภาคแม่น้ำโขง"

วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่หายากและแร่สำคัญในภูมิภาคแม่น้ำโขง:...

เวทีเปิด "สายธารประชาชน: จากการต่อสู้ของชุมชน สู่พลังรวมแห่งการเปลี่ยนแปลง"
23/09/2026

เวทีเปิด "สายธารประชาชน: จากการต่อสู้ของชุมชน สู่พลังรวมแห่งการเปลี่ยนแปลง"

ปี 2026 เป็นช่วงเวลาที่ภูมิภาคลุ่มน้ำโขงกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงคร...

22/09/2026
21/09/2026

The call for abstracts for the Symposium on Coffee Landscapes of the Southeast Asian Region has been extended to 10 October 2026. As before, we invite scholars, coffee growers and producers, development practitioners, and coffee entrepreneurs across the Southeast Asian region to submit abstracts for individual or panel presentations, poster presentations, or roundtable discussions.

New deadline for abstract submission: 10 October 2026
Deadline for paper submission: 31 October 2026
Deadline Registration for conference participants: 10 November 2026
Coffee Symposium: 27-28 November 2026

For full details and to begin the submission process online, please follow the link: https://rcsd.soc.cmu.ac.th/news-announcements/extended-call-for-abstracts-symposium-on-coffee-landscapes-of-the-southeast-asian-region/

21/09/2026

ทะเลสาบดอยเต่าไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

ที่อยู่

Changwat Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Center for Ethnic Studies and Development - ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ฯ มช. โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ มหาวิทยาลัย

ส่งข้อความของคุณถึง Center for Ethnic Studies and Development - ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ฯ มช.:

ทางลัด

แชร์