21/08/2026
🚀 มหาวิทยาลัยไม่ได้มีพลังแค่ “สร้างคน” แต่สามารถสร้างธุรกิจ สร้างนวัตกรรม และสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศได้
โพสต์นี้จาก TalkSpective by อ.อ้วน ชวนทำความรู้จักอีกหนึ่งกลไกสำคัญของระบบนิเวศนวัตกรรมไทยอย่าง อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (Regional Science Park: RSP)
จาก “งานวิจัยในมหาวิทยาลัย”
➡️ สู่ “การใช้ประโยชน์จริง”
➡️ สู่ “ธุรกิจนวัตกรรม”
➡️ สู่ “Startup & Spin-off”
➡️ และสุดท้ายคือ “Impact ต่อเศรษฐกิจและสังคม” 🇹🇭
📊 ตัวเลขที่น่าสนใจจากการดำเนินงานช่วงปี 2556–2568
👥 ผู้ประกอบการได้รับบริการกว่า 33,819 ราย
🚀 ผู้ประกอบการได้รับการยกระดับกว่า 2,731 ราย
🔬 เกิดการจ้างงานด้าน R&D กว่า 37,347 อัตรา
💰 สร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 84,337 ล้านบาท
และที่น่าสนใจคือ RSP ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่กำลังเดินเข้าสู่ S-Curve ใหม่ เพื่อ Reprofile บทบาทของอุทยานวิทยาศาสตร์ให้ตอบโจทย์การขับเคลื่อนประเทศมากขึ้น
แอดมินชอบมุมมองนี้มากครับ 💡
“มหาวิทยาลัยจะไม่ใช่เพียงแหล่งสร้างองค์ความรู้ แต่ต้องเป็นพลังสำคัญในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม”
สำหรับคนที่สนใจ Innovation • Startup • Spin-off • Technology Transfer • University–Industry Collaboration โพสต์นี้น่าสนใจมากครับ
📖 ลองอ่านมุมมองฉบับเต็มของ TalkSpective by อ.อ้วน แล้วจะเห็นภาพว่า “พลังจากมหาวิทยาลัย” สามารถถูกเปลี่ยนให้เป็น “พลังขับเคลื่อนประเทศ” ได้อย่างไร 🚀🇹🇭
้วน #อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค
อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (RSP) กลไกการนำพลังของมหาวิทยาลัยมาสร้างนวัตกรรม และ Startup ในภูมิภาคของประเทศไทย ✨
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ผมในฐานะผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ ได้เข้าร่วมการประชุมระดมความคิดเห็นกับกระทรวง อว และเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ 44 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยหัวข้อสำคัญก็คือการวางแผนอนาคต ของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย
•
หลักการสำคัญของอุทยานวิทยาศาสตร์ คือการเป็นสะพาน (Total Solutions for Innovation) เชื่อมระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม สังคม ชุมชน โดยมุ่งเน้นในการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัย ทั้งในส่วนของงานวิจัย นักวิจัย และเครื่องมือ ห้องปฏิบัติการ โครงสร้างพื้นฐาน มาขับเคลื่อนการ นำงานวิจัยสู่การใช้งานจริง การทำวิจัยร่วมกับเอกชน การสร้างธุรกิจนวัตกรรม Startup และ Spin-off เพื่อประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม นอกเหนือจากการสอนหนังสือ สร้างคน และการเขียนบทความทางวิชาการ
•
สรุปผลลัพธ์จากการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ (ช่วงปี 2556-2568) มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
- มีผู้ประกอบการได้รับบริการจากอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคจำนวน 33,819 ราย
- ผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีได้รับการยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันรวม 2,731 ราย
- เกิดการจ้างงานด้านการวิจัยและพัฒนา (RD Job) จำนวน 37,347 อัตรา
- สร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Impact) สูงถึง 84,337 ล้านบาท
•
ในฐานะที่ผมอยู่ในวงการนี้มามากกว่า 15 ปีแล้ว ผมแบ่งช่วงระยะเวลาของการทำงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค โดยเปรียบเทียบเป็น S-Curve 4 ระยะด้วยกัน ดังนี้ครับ
S-Curve แรก (ช่วง 2547-2555) เป็นช่วงเริ่มต้นที่ วว. และ สวทช. ที่เป็นหน่วยงานส่วนกลาง เข้ามาช่วยวางระบบและร่วมขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ภูมิภาคกับมหาวิทยาลัยหลักในพื้นที่
S-Curve ที่ 2 (ช่วง 2556-2562) เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนโครงสร้าง และระบบการบริหารจัดการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเป็นแบบ Hub & Network โดยให้มหาวิทยาลัยหลักใน ภูมิภาคนั้นๆ เป็นแม่ข่าย และบริหารจัดการเครือข่ายมหาวิทยาลัยที่ในพื้นที่ เพื่อร่วมขับเคลื่อนงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค โดยมีมหาลัยในประเทศไทยเข้าร่วม 14 มหาวิทยาลัย
S-Curve ที่ 3 (ช่วง 2563-2569) เป็นช่วงของการรวมกระทรวงวิทย์ฯ กับ สกอ. เกิดเป็นกระทรวง อว. จึงมีการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ในการทำงานที่ตอบโจทย์ในวงกว้างเชิงพื้นที่มากกว่าการมุ่งไปที่การใช้ประโยชน์วิทยาศาสตร์เป็นหลัก โดยมีการขยายเครือข่ายมหาวิทยาลัยของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั้งประเทศ (ครอบคลุมทุกประเภทมหาวิทยาลัยของรัฐ) เป็น 44 มหาวิทยาลัย
S-Curve ที่ 4 (ช่วง 2570 เป็นต้นไป) คือช่วงเวลาที่ต้อง Reprofile การทำงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคให้มุ่งเป้าและตอบโจทย์การขับเคลื่อนประเทศ ทั้งในมิติของระเบียงเศรษฐกิจภูมิภาค การต่อยอดบนฐานความเข้มแข็งของเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่เดิม การปรับโครงสร้างของสำนักงานส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ส่วนกลาง การบริหารและใช้ประโยชน์อาคาร/โครงสร้างพื้นฐานที่สร้างขึ้นตามภูมิภาค และการเชื่อมต่อกับแหล่งงบประมาณ ที่มีความคมชัดและสามารถสร้างโมเมนตัมในการทำงานนำไปสู่ Inclusive Impact ให้กับประเทศ
•
ผมมีความเชื่อมั่นว่าในบริบทปัจจุบัน ที่ระบบนิเวศนวัตกรรมเบ่งบานขึ้นมาก ประกอบกับการมหาวิทยาลัยมีความจำเป็นต้องปรับตัว อุทยานวิทยาศาสตร์จะเป็นกลไกสำคัญที่นำไปสู่ Paradigm Shift ที่ทำให้มหาวิทยาลัย สามารถเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างแท้จริงครับ