25/05/2026
📌⚡️https://www.facebook.com/share/1N4xtEXQFb/?mibextid=wwXIfr
อีกหนึ่งเรื่องที่หลายองค์กรทำไปโดยไม่รู้ตัว คือองค์กรกำลังใช้ “ความเครียด” เป็นเครื่องมือในการผลัก Performance ของคนให้ไปได้ไกลขึ้น เมื่อเป้าหมายสูงขึ้น การแข่งขันรุนแรงขึ้น และความกดดันทางธุรกิจมากขึ้น หลายครั้งเราก็เผลอเชื่อไปว่า ถ้าอยากให้คนวิ่งเร็วขึ้น ก็ต้องกดดันมากขึ้น
Deadline ต้องกระชับ Target ต้องสูง Feedback ต้องแรง
ต้องเร่ง ต้องกด ต้องตาม จนบางครั้งบรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วย ความกลัวมากกว่าพลังบวก
วิธีแบบนี้อาจได้ผลในระยะสั้นครับ คนของเราอาจจะวิ่งเร็วขึ้น งานอาจจะออกเร็วขึ้น ทุกคนดู Active มากขึ้น แต่คำถามสำคัญคือ องค์กรกำลังได้ Performance หรือกำลังพาทุกคนไปอยู่ในเกมเอาชีวิตรอดกันแน่
เพราะเวลาคนเครียดมากเกินไป สมองจะเริ่มเปลี่ยนวิธีทำงาน คนจะคิดแค่สั้น ๆ ระวังตัวมากขึ้น ไม่กล้าลองอะไรใหม่ และเริ่มโฟกัสแค่ทำยังไงให้ไม่พลาดมากกว่าทำยังไงให้ดีขึ้น
สุดท้ายองค์กรจะได้คนที่ทำงานแบบประคองตัว ไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูด
ไม่กล้าตัดสินใจ และไม่กล้าพัฒนาอะไรใหม่จริง ๆ
สิ่งที่น่ากลัวคือ ถ้าดูเผิน ๆ อาจจะเข้าใจผิดว่า นี่คือความทุ่มเท ทั้งที่จริง ๆ มันอาจเป็นแค่ความกลัว
หลายคนไม่ได้ทำงานหนัก เพราะมี Passion แต่ทำเพราะกลัวถูกตำหนิ กลัวไม่ผ่านการประเมิน กลัวถูกมองว่าไม่เก่ง หรือกลัวหลุดออกจากระบบ และเมื่อความกลัวกลายเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนองค์กร สุดท้ายสิ่งที่จะค่อย ๆ หายไป คือ Creativity, Ownership และความกล้าที่จะเติบโต
อีกเรื่องที่อันตรายมากคือ คนของเราอาจจะยังทำงานได้ดีอยู่ช่วงสั้น ๆ ทั้งที่ข้างในเริ่มพังไปแล้ว เพราะมนุษย์สามารถฝืนได้เก่งกว่าที่เราคิดครับ หลายคนยังส่งงานทัน ยังประชุมได้ ยังดูปกติ แต่ข้างในเริ่มเหนื่อยล้า เริ่มไม่มีพลัง และเริ่มตัดความรู้สึกออกจากงานเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด
แล้ววันนึงองค์กรจะเริ่มเห็นอาการแปลก ๆ คนเงียบลง คนไม่เสนอความเห็น
ทีมไม่กล้าตัดสินใจ ทุกอย่างต้องรอหัวหน้า หรือคนเก่งเริ่มหมดใจแบบเงียบ ๆ
ซึ่งหลายครั้งต้นเหตุ ไม่ได้มาจากคนไม่เก่ง แต่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนเครียดตลอดเวลา
ผมไม่ได้บอกว่าองค์กรไม่ควรกดดันเลย เพราะโลกธุรกิจจริงก็มีทั้งเป้าหมาย ความเร็ว และการแข่งขัน แต่สิ่งสำคัญคือ องค์กรต้องแยกให้ออกระหว่าง ความท้าทาย กับความเครียดสะสม
ความท้าทาย ทำให้คนรู้สึกอยากโต
แต่ความเครียดสะสม ทำให้คนอยากเอาตัวรอด
บทบาทของ Leader เลยไม่ใช่การทำให้คนกลัวมากที่สุด แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อม ที่ทำให้คนยังมีพลังพอจะคิด พัฒนา และเติบโตได้ภายใต้ความกดดัน
หลายองค์กรอยากได้อะไรใหม่ ๆ แต่สร้างวัฒนธรรมที่คนกลัวผิด
อยากได้ Ownership แต่ทุกอย่างเต็มไปด้วยการจับผิด
อยากให้คนกระตือรือร้น และ Proactive แต่ทุกการตัดสินใจมีต้นทุนทางความรู้สึกสูงมาก
สุดท้ายคนจะเลือกเข้าสู่ Safe Mode โดยอัตโนมัติ เพราะไม่มีใครอยากเสี่ยงในที่ที่ความผิดพลาดถูกลงโทษมากกว่าการเรียนรู้
ในระยะยาว องค์กรที่แข็งแรง ไม่ใช่องค์กรที่กดคนได้หนักที่สุด แต่คือองค์กรที่ยังรักษาพลังของคน เอาไว้ได้ แม้ในวันที่เป้าหมายขยับสูงขึ้นและสถานการณ์กดดัน เพราะ Performance ที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากความเครียดอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่คนยังมีแรงอยากทำสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่ต่างหาก
#มนุษย์เงินเดือน