เส้นทาง ติดต่อ มหาวิทยาลัย

VarnaSilpa CMU Book & Literature Club ชมรมวรรณศิลป์ มหาวิทยาลัยเ reading writting and community :)

21/09/2026

ชมรมคนมองโลกในแง่ร้าย

ร่วมพูดคุย ถกเถียง ตั้งคำถามเชิงปรัชญาต่อมุมมองการมองโลกในแง่ร้ายในสังคมที่เต็มไปด้วยสงคราม การเมืองเน่าเฟะ ทุนนิยมกลืนกลาย เศรษฐกิจกร่อนพัง ชีวิตหมดไฟ โรคซึมเศร้าระบาดและนานาสาระพัดปัญหาที่เราก็ได้แต่ตั้งคำถามเช่นเดียวกับแฮมเลทว่า “To be, or not to be”

วันอาทิตย์ 20 กันยายน 2569
เวลา 13.00 น. ถึง 16.00 น.
ณ ร้าน Ecole Ducasse ปาร์ค นายเลิศ รับจำนวน 9 ท่าน

กิจกรรมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย!!

https://forms.gle/c56KbLR46QvhtbvV8

21/09/2026

▪️7 ข้อดีของการอ่านหนังสือแบบรูปเล่ม

▪️ไม่ว่าทุกวันนี้จะมีวิวัฒนาการ
หรือสิ่งประดิษฐ์เกิดขึ้นมากมายแค่ไหน
หนังสือที่เป็นรูปเล่มก็ยังคงอยู่ ไม่หายไป
มันมีข้อดีอะไรบ้าง...
ทำไมคนถึงยังหยิบหนังสือเล่มมาอ่าน

▪️หากอ้างอิงจากหลักเกณฑ์
ทางวิทยาศาสตร์แล้ว
หนังสือรูปเล่มนั้น
ส่งผลดีต่อสมองและสุขภาพ
นอกจากเติมความรู้
ยังส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจ
ในแบบที่คุณคาดไม่ถึง!

(นี่เป็นเพียงเหตุผลบางประการที่เราได้ยกมา)

▪️▪️1. สมองมนุษย์ตอบสนองต่อสื่อสิ่งพิมพ์ได้ลึกซึ้งกว่าดิจิทัล

▪️▪️2. สื่อสิ่งพิมพ์กระตุ้น 'อารมณ์' และช่วยให้ 'จดจำ' ได้ดี

▪️▪️3. ช่วยถนอมสายตา/ทำให้สบายตา

▪️▪️4. ลดอาการสมาธิสั้น

▪️▪️5. ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น.,
▪️▪️▪️ข้อ 5 ถึง 7 จะเป็นอะไร
แต่ละข้อดีมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
ตามไปอ่านฉบับเต็ม
และเรื่องราวน่าสนใจอีกเพียบได้ที่เว็บไซต์

▪️ปักหมุดวาร์ปไว้ให้ในคอมเมนต์แล้ว

▪️สั่งซื้อออนไลน์ และ inbox เท่านั้น
[ไม่มีวางจำหน่ายในร้านหนังสือขนาดใหญ่!]

“วรรณศิลป์โต๊ะกลม ลานวิพากษ์ วาทกรรมและคำต้องห้าม”📅 12 กันยายน 2569⏰ 09.00-16.00 น.📍 ร้านหนังสือ Book Re:publicร่วมตั้งค...
07/09/2026

“วรรณศิลป์โต๊ะกลม ลานวิพากษ์ วาทกรรมและคำต้องห้าม”

📅 12 กันยายน 2569
⏰ 09.00-16.00 น.
📍 ร้านหนังสือ Book Re:public

ร่วมตั้งคำถามถึงโครงสร้าง อำนาจ และบทบาทของมหาวิทยาลัยที่มีต่อนักศึกษาและสังคม

ประเด็นสำคัญในการเสวนา

มหาวิทยาลัยบริหารแบบธุรกิจมากขึ้นจนนักศึกษาอาจถูกมองเป็น “ผู้บริโภค” รวมถึงการให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่สร้างรายได้มากกว่าสวัสดิการ

การจัดผังและการเข้าถึงพื้นที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางอำนาจ ใครมีสิทธิใช้พื้นที่ และพื้นที่แบบใดที่เปิดให้เกิดการรวมกลุ่ม

กฎ ระเบียบ และวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยหล่อหลอมพฤติกรรมนักศึกษา เพื่อสร้างคนที่กล้าคิด หรือคนที่เชื่อฟังระบบ

มหาวิทยาลัยควรเชื่อมโยงกับปัญหาสังคมมากกว่าการเป็นเพียงพื้นที่ผลิตบัณฑิต พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี

https://forms.gle/VXVnpVYqHM5QH4YJA

หมายเหตุ: ลงทะเบียนล่วงหน้าเฉพาะนักศึกษาปัจจุบัน มช. (ศิษย์เก่าสามารถ Walk-in เข้าร่วมงานได้ โดยขอสงวนสิทธิ์ที่นั่งเสวนาให้นักศึกษาปัจจุบันเป็นลำดับแรก)

ขอเชิญชวนสมาชิกชมรมวรรณศิลป์ทุกคน มาร่วมล้อมวงสนทนาในงาน“วรรณศิลป์โต๊ะกลม ลานวิพากษ์ วาทกรรมและคำต้องห้าม”งานนี้เปิดพื้น...
07/09/2026

ขอเชิญชวนสมาชิกชมรมวรรณศิลป์ทุกคน มาร่วมล้อมวงสนทนาในงาน

“วรรณศิลป์โต๊ะกลม ลานวิพากษ์ วาทกรรมและคำต้องห้าม”

งานนี้เปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถมาร่วมฟัง ร่วมพูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นคนที่สนใจเรื่องวรรณกรรม สังคม การเมือง หรือเพียงแค่อยากมาร่วมฟังบทสนทนาดี ๆ ก็สามารถมาร่วมงานได้เลย

มาร่วมเปิดประเด็น ตั้งคำถาม และแลกเปลี่ยนมุมมองไปด้วยกัน
แล้วพบกันที่งานวรรณศิลป์โต๊ะกลม ลานวิพากษ์ วาทกรรมและคำต้องห้าม

📅 12 กันยายน 2569
⏰ 09.00-16.00 น.
📍 ร้านหนังสือ Book Re:public

https://forms.gle/VXVnpVYqHM5QH4YJA

หมายเหตุ: ลงทะเบียนล่วงหน้าเฉพาะนักศึกษาปัจจุบัน มช. (ศิษย์เก่าสามารถ Walk-in เข้าร่วมงานได้ โดยขอสงวนสิทธิ์ที่นั่งเสวนาให้นักศึกษาปัจจุบันเป็นลำดับแรก)

แล้วมาร่วมวงพูดคุยกันนะคะ 💬✨

06/09/2026

(เกร็ดความรู้เรื่องไทยศึกษา)
ก็

ก็ คือ คำเชื่อมคำหรือเชื่อมในความหมายต่าง ๆ
๑. คือ ได้แก่ เป็น เช่น ลูกเขาก็สมศรีไง. บ้านพักก็เรือนเล็กหลังนั้น.

๒. จึง จึงควร เช่น หิวก็กินเสียสิ. เบื่อก็พักเสียเถอะ.

๓. กลับ กลับเป็น แต่ เช่น เขาไม่น่าตายก็ตาย กำลังมีชื่อเสียงทีเดียว. เขาไม่ควรกลัวอะไรเลยก็เกิดกลัวขึ้นมาเฉย ๆ. แต่กลับ เช่น ถึงเวลาจะกินก็ไปเล่นเสีย. เขาจะนอนก็เรียกมาคุย.

๔. คำเชื่อมแสดงความแปลกใจ เช่น สมศรีตัดเสื้อก็เป็นด้วย. สมชายก็มากับเขาด้วยหรือ.

๕. คำเชื่อมแสดงเงื่อนไข มีความหมายว่า แม้จะเป็น, ถึงเป็น (คำที่อยู่หน้าและหลัง ก็ มักเป็นคำคำเดียวกัน) เช่น เพื่อนก็เพื่อน จะมาเอาเปรียบกันอย่างนี้ไม่ได้หร็อก. ลูกก็ลูกเถอะ ถ้าทำผิดผมต้องลงโทษ.

๖. คำเชื่อมหรือคำที่ใช้ซ้ำกัน มีความหมายว่า ได้เหมือนกัน ใช้ได้เหมือนกัน เช่น น้ำเปล่าก็น้ำเปล่า ดีกว่าไม่มีอะไรแก้คอแห้งเลย. พรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้ วันนี้ทำอะไรไม่ได้แล้วจริง ๆ. แวะก็แวะ จะได้เข้าห้องน้ำห้องท่าด้วย. ซื้อก็ซื้อ เดินทางลำบากมานานแล้ว มีรถสักคันก็ดี.

๗. คำเชื่อมคำหรือคำเพื่อย้ำความหมายว่า ต้องเป็น เช่น หน้าที่ใครก็หน้าที่มัน อย่ามาก้าวก่ายกัน. ทีใครก็ทีใครซิ.

๘. คำเชื่อมคำหรือคำเพื่อย้ำความหมายว่า ทั้งหมดนั้น เช่น นิยายเล่มไหนก็เล่มนั้น น้ำเน่าเหมือนกันหมด.

๙. คำเชื่อมคำหรือคำเพื่อเน้นความหมายว่า จริง ๆ หรือ มากทีเดียว (คำที่อยู่หน้า ก็ และหลัง ก็ มักเป็นคำเดียวกัน) เช่น เด็กอะไรดื้อก็ดื้อ แล้วยังขี้เกียจอีกด้วย. คนอะไร สวยก็สวย รวยก็รวย และยังฉลาดอีกด้วย.

๑๐. คำเชื่อมรวมความทำนองเดียวกัน เช่น ฝนก็ตก รถก็ติด หิวก็หิว ซ้ำน้ำมันรถยังจะหมดอีก.

๑๑. คำเชื่อมแสดงว่า ยอม, ยอมตาม, ยอมรับ, ยอมให้ (คำที่อยู่หน้า ก็ และหลัง ก็ มักจะเป็นคำเดียวกัน) เช่น จะว่าโง่ก็โง่เพราะรักจึงยอมโง่. ไม่ไปก็ไม่ไป รู้แล้วว่าไม่อยากไป ไม่ต้องแผลงฤทธิ์หร็อก.

๑๒. คำเชื่อมสิ่งที่เกิดไม่คาดมาก่อน เช่น กำลังจะหลับ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น. กำลังจะเข้านอนก็ปวดท้องขึ้นมา.

๑๓. คำเชื่อมเพื่อเน้นความว่า เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เช่น บอกว่าไม่รู้ก็ไม่รู้ ไม่ใช้แกล้งปิดบัง.

๑๔. ย่อม, เป็นเช่นนั้น มักเชื่อมคำที่ตรงกันข้ามกัน เช่น มีสุขก็มีทุกข์. มีชื่อได้ก็ดับได้. ดีมาก็ดีไป.

๑๕. คำเชื่อมแทรกระหว่างคำพูด แสดงความต่อเนื่องของความคิด หรือเนื้อความที่พูดมาแล้วก็เนื้อความที่จะพูดต่อไป เช่น ถ้าคุณตกลงผมก็ลงมือเลย. เราก็คาดกันอยู่แล้วว่าเขาต้องยกเรื่องนี้มาอภิปราย.

๑๖. คำเชื่อมแทรกระหว่างคำพูด แสดงว่ากำลังคิด กำลังคำนวณ เช่น ห้องนี้ … ก็คงจุได้ ๓๐๐ คน. เมื่อจัดงานที่นี่ตอนนี้ไม่สะดวก ก็…เลื่อนไปก่อน หรือไม่ก็…ไปจัดที่อื่น.

(จาก พจนานุกรมไทย ฉบับเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ๒ เมษายน ๒๕๕๘. โครงการเผยแพร่วิชาการฝ่ายวิจัย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๒๕๖๒.)



ความลึกซึ้งของภาษาไทย

05/09/2026

🤣🤣

ชวนอ่านค่ะ
03/09/2026

ชวนอ่านค่ะ

ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นักศึกษา มช. เคยโดนประณามว่าเป็นตัวการก่อความวุ่นวาย เพียงเพราะช่วยชาวนาสู้กับนายทุน
หลังเหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่นำโดยศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 บทบาทของนักศึกษาต่อการเมืองและสังคมไทยก็เพิ่มมากขึ้น
นักศึกษาต่างละทิ้งการแสวงหาความรื่นรมย์ สะดวกสบาย แบบที่เคยทำในยุคสายลมแสงแดดก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ และหันเข้าไปศึกษาความทุกข์ยากของบรรดาผู้ที่ไร้สิทธิ์และเสียงในสังคม (โดยเฉพาะชาวนาชาวไร่) ก่อนจะร่วมกันต่อสู้กับผู้มีอำนาจเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้ผู้มีสถานะรองเหล่านั้น
อย่างไรก็ดี บทบาทของนักศึกษาดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดเพียงแค่ความชื่นชมยินดีจากบรรดาผู้มีสถานะรองเท่านั้น หากแต่ยังสร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาผู้มีอำนาจด้วย จนเกิดความขัดแย้งระหว่างนักศึกษาและผู้มีอำนาจอยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงกรณีของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อปี 2518
ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เริ่มออกจากห้องเรียนไปศึกษาวิถีชีวิตของชาวนาชาวไร่ตามชนบท ก่อนจะพบว่ามีชาวนาชาวไร่ภาคเหนือจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาความยากจนและไร้สิทธิ์เหนือที่ดินทำกิน ซึ่งสืบเนื่องมาจากการนำที่ดินไปจำนองและถูกยึดหลังไม่สามารถชำระหนี้ได้ หรือแม้กระทั่งการถูกนายทุนโกงที่ดินด้วยสัญญาที่ไม่ชอบธรรม
อีกหนึ่งปัญหาที่ชาวนาชาวไร่ประสบและนักศึกษาไปพบเจอคือ พวกเขาไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมใด ๆ จากข้าราชการของรัฐได้ เพราะข้าราชการของรัฐต่างหันไปร่วมมือกับนายทุนเพื่อกดขี่ขูดรีดประชาชน
ด้วยเหตุนี้ นักศึกษา มช. จึงเข้าไปมีบทบาทเป็นกระบอกเสียง ให้ความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิให้กับชาวนาชาวไร่ และนำชาวบ้านต่อสู้กับความอยุติธรรม จนครั้งหนึ่งนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เคยถูกจับกุมพร้อมกับชาวนาชาวไร่อีก 8 คน ในกรณีพิพาทเรื่องเหมืองแม่วะ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ก่อนจะได้รับการประกันตัว หลังนักศึกษาประท้วงทั่วประเทศ
ดังที่กล่าวแล้วว่า บทบาทของนักศึกษาหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับผู้มีอำนาจจนก่อให้เกิดความขัดแย้ง กรณีของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็เช่นกัน
ฉลาดชาย รมิตานนท์ อดีตอาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยเขียนเล่าไว้ในบทความ “ขบวนการป้ายสีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่” เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายวัน ฉบับวันที่ 29 สิงหาคม 2518 ซึ่งสรุปใจความได้ว่า
บทบาทของนักศึกษาในการช่วยเหลือชาวนาชาวไร่ต่อสู้กับนายทุนสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มีอำนาจอย่างมาก จนในวันที่ 21 สิงหาคม 2518 ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่สังกัดพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง ลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นว่า (นักศึกษา) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็น “ตัวการที่ก่อให้เกิดความไม่สงบในสังคม”
นอกจากนี้ในบทความยังกล่าวถึงการแจกใบปลิวที่มีข้อความป้ายสีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า เป็นเหตุทำให้จังหวัดเสื่อมโทรมลง โดยที่อาจารย์ฉลาดชายแก้ต่างและวิจารณ์ว่า จังหวัดเชียงใหม่เสื่อมโทรมลงเป็นเพราะโรงแรมม่านรูดและสถานบริการของนายทุนและขุนศึก
ความขัดแย้งระหว่างนักศึกษา ชาวนาชาวไร่ และผู้มีอำนาจดำเนินสืบเนื่องเรื่อยมาจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 นับแต่นั้นมาบทบาทของนักศึกษาก็ถูกจำกัดไว้เพียงแค่ในรั้วมหาวิทยาลัย ภายใต้อำนาจของรัฐและบรรดาผู้บริหารมหาวิทยาลัย แม้จะมีบางช่วงเวลาที่นักศึกษาจำนวนไม่น้อยออกมาต่อสู้กับผู้มีสถานะรอง แต่ก็ดูเหมือนจะเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ
เรื่อง : ธนกร การิสุข
ภาพ : บทความ “ขบวนการป้ายสีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่” โดยฉลาดชาย รมิตานนท์ (ภาพจาก : ศูนย์ข้อมูลมติชน)
#นักศึกษา #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #ชาวนาชาวไร่ #ศิลปวัฒนธรรม

มากันได้ค่ะท่านสมาชิก
01/09/2026

มากันได้ค่ะท่านสมาชิก

วันพรุ่งนี้ (พุธ ที่ 2 กันยายน 2569) เวลา 13.00 - 15.00 น.
ขอเชิญชวนชาวมช. มาเล่นบอร์ดเกมเรียนรู้เรื่องการไล่ที่ ซึ่งถูกพัฒนาถอดแบบมาจากกรณีศึกษาสามย่าน

เจอกันที่ห้องประชุมเล็กชั้น 3 ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา อาคาร 3 คณะสังคมศาสตร์ มช.

พร้อม Meet & Greet "แฟรงก์ (เนเน่) เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล"
ผู้เคลื่อนไหวมาตั้งแต่เรื่องทรงผม เกณฑ์ทหาร ถวายสัตย์ฯ สกาล่า ยันเรื่องศาลเจ้าแม่ทับทิม

_____

#สำนักนิสิตสามย่าน

ว่าด้วยเรื่อง สับปะรด
01/09/2026

ว่าด้วยเรื่อง สับปะรด

#ภาษิตคำพังเพยสำนวนไทย

"ไม่เป็นสับปะรด"

ไม่เป็นสับปะรด เป็นสำนวนหมายความว่า ไม่ดี, ไม่เข้าท่า, ไม่ได้เรื่อง, ไม่เหมาะ, ไม่อร่อย สำนวนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสับปะรดที่เป็นพืชล้มลุก ผลกินได้มีรสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ แต่อย่างใด คำว่าสับปะรดในสำนวนนี้ สันนิษฐานว่าเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า สรรพรส

สรรพ เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า ทุกสิ่ง, ทั้งปวง, ทั้งหมด ส่วนคำว่า รส แปลว่า สิ่งที่รู้ได้ด้วยลิ้น เช่น เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด จืด ฝาด เมื่อรวมคำเป็น สรรพรส แปลว่า หลายรส หมายถึงรสชาติของอาหาร ถ้าพูดว่าอาหารไม่มีสรรพรส หรือทำอาหารไม่เป็นสับปะรด แปลว่าอาหารไม่มีรสชาติ ไม่อร่อย จากความหมายโดยตรงที่ใช้กับอาหาร ต่อมาก็ใช้เป็นสำนวนกับเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่น ดูเธอแต่งตัวเข้าสิไม่เป็นสับปะรดเลย หมายถึง แต่งตัวไม่สวย ละครเรื่องนี้เล่นอะไรก็ไม่รู้ ไม่เป็นสับปะรดเอาซะเลย หมายถึง ละครไม่สนุก

อ้างอิง: หนังสือรู้ รัก ภาษาไทย เล่ม ๗ ฉบับราชบัณฑิตยสภา

ที่อยู่

ตู้ปณ. 95 ปณฝ. มหาวิทยาลัยChiang Mai
Chiang Mai
50202

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ VarnaSilpa CMU โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ มหาวิทยาลัย

ส่งข้อความของคุณถึง VarnaSilpa CMU:

ทางลัด

แชร์