Micro SME Thai Chiang Mai - สมาคมการค้าไมโคร เอสเอ็มอี ไทย เชียงใหม่

เส้นทาง

Micro SME Thai Chiang Mai - สมาคมการค้าไมโคร เอสเอ็มอี ไทย  เชียงใหม่ "Biz Club" หมายถึงการพบปะ แลกเปลี่ยนความค?

บิสคลับ เชียงใหม่
ผู้ประกอบการ ธุรกิจ ร้านค้า บริการ และอุตสาหกรรม

วิสัยทัศน์:
เชื่อมโยงเครือข่าย พัฒนาธุรกิจเชียงใหม่และทั่วไทย ก้าวไกลสู่ตลาดสากล อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

พันธกิจ:
มุ่งส่งเสริมเครือข่ายของผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ทุกระดับของทุกสาขาวิชาชีพให้มีความเข้มแข็ง โดย
• เชื่อมโยงสินค้า บริการ การตลาด และทรัพยากรทางธุรกิจระหว่างกัน สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาธุรกิจสู่มาตรฐานสากล
• สร้างสัมพันธ์อันดีและกิจกรรมทางการตลาดกับเครือข่ายทางธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ

บทบาท:
1. สนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจ และจับคู่พันธมิตรธุรกิจระหว่างเครือข่ายภาคเหนือตอนบน
2. ประสานให้เกิดการพัฒนาธุรกิจในพื้นที่อย่างครบวงจร
3. เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียม ‘ปิดตำนาน Walk-In’ จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด มุ่งสู่บริการออนไลน์ 100% ดีเดย์ 1 พฤศจิกา...
30/09/2026

กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียม ‘ปิดตำนาน Walk-In’ จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด มุ่งสู่บริการออนไลน์ 100% ดีเดย์ 1 พฤศจิกายน 2569
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าปรับรูปแบบการให้บริการสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ หลังภาคธุรกิจตอบรับระบบ DBD Biz Regist อย่างต่อเนื่อง โดยเดือนสิงหาคม 2569 มีผู้ใช้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์สูงถึง 95.15% สะท้อนความพร้อมของภาคธุรกิจในการทำธุรกรรมออนไลน์ ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป กรมฯ จะขออนุญาตให้บริการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดผ่านระบบ DBD Biz Regist ทางช่องทางออนไลน์เพียงช่องทางเดียว เพื่อยกระดับงานบริการภาครัฐ ลดภาระและต้นทุนของภาคธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Government อย่างเต็มรูปแบบ
อ่านต่อได้ที่ https://www.dbd.go.th/news/37630092569

#กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
#กระทรวงพาณิชย์

https://www.facebook.com/share/p/17jbFpkjAB/?mibextid=wwXIfr

กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียม ‘ปิดตำนาน Walk-In’ จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด มุ่งสู่บริการออนไลน์ 100% ดีเดย์ 1 พฤศจิกายน 2569
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าปรับรูปแบบการให้บริการสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ หลังภาคธุรกิจตอบรับระบบ DBD Biz Regist อย่างต่อเนื่อง โดยเดือนสิงหาคม 2569 มีผู้ใช้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์สูงถึง 95.15% สะท้อนความพร้อมของภาคธุรกิจในการทำธุรกรรมออนไลน์ ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป กรมฯ จะขออนุญาตให้บริการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดผ่านระบบ DBD Biz Regist ทางช่องทางออนไลน์เพียงช่องทางเดียว เพื่อยกระดับงานบริการภาครัฐ ลดภาระและต้นทุนของภาคธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Government อย่างเต็มรูปแบบ
อ่านต่อได้ที่ https://www.dbd.go.th/news/37630092569

#กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
#กระทรวงพาณิชย์

29/09/2026

✨LANNA EXPO 2026
เปิดประสบการณ์ล้านนาให้คุณค้นพบแบบเต็มอิ่ม!

🔥 13 โซนประสบการณ์ • ยิ่งใหญ่กว่า 1,000 คูหา

🏮 LANNA CULTURE HUB: สัมผัสเสน่ห์ อัตลักษณ์ และวัฒนธรรมล้านนา

☪️ Halal & Muslim Friendly: เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวและบริการที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิม

🛍️THAI SMILE MARKET : ช้อปของดีจากชุมชนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

🍃 The Good Food Fest : อิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนู ภายใต้แนวคิด “ดีต่อใจ ดีต่อโลก”

🌱 Future-Ready Agriculture: เปิดโลกเกษตรทันสมัย พร้อมแนวคิดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

🌾 ROYAL WISDOM: POWERING SUSTAINABLE DEVELOPMENT : เรียนรู้ศาสตร์พระราชา พลังแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน

🤖 Global Harmony: AI & Culture: เมื่อวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และปัญญาประดิษฐ์มาพบกัน

🎨 Chiang Mai Creative City: สัมผัสพลังของเชียงใหม่ เมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์

☕ CRAFT & COFFEE | LOCAL TO GLOBAL: สัมผัสเสน่ห์งานคราฟต์และกาแฟ เชื่อมคุณค่าท้องถิ่นสู่ตลาดโลก

🌏 LANNA LOCAL TO GLOBAL: พบของดีและศักยภาพจากท้องถิ่น พร้อมก้าวสู่โอกาสที่กว้างขึ้น

🤝Lanna Synergy for Sustainability & Business Matching: เชื่อมผู้ประกอบการ คู่ค้า เครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจ

🌿Lanna Wellness Synergy: Human Centric Future: เปิดมุมมองด้านสุขภาพและเวลเนส เพื่อคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต

🍜 LANNA STREET FOOD: อิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนูและรสชาติ พร้อมสัมผัสสีสันแห่งอาหารล้านนาและอาหารยอดนิยมในบรรยากาศสุดคึกคัก

13 โซน • 13 ประสบการณ์

ให้คุณค้นพบ “ล้านนา” ได้มากกว่าที่เคย

📅 12–18 ตุลาคม 2569
⏰ 10.00–20.00 น.
📍 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ
เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่

THE LANNA SYNERGY FOR SUSTAINABILITY
ผสานพลังท้องถิ่นสู่สากล เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

CREATE LOCAL • CONNECT GLOBAL • GROW SUSTAINABLE

#มหกรรมแห่งล้านนา #ผสานพลังท้องถิ่นสู่สากล #เชียงใหม่

LANNA EXPO 2026兰纳博览会The Lanna Synergy for Sustainability汇聚兰纳力量,共创可持续未来ผสานพลังล้านนา ร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน สำนักงานพา...
25/09/2026

LANNA EXPO 2026
兰纳博览会

The Lanna Synergy for Sustainability
汇聚兰纳力量,共创可持续未来
ผสานพลังล้านนา ร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน LANNA EXPO 2026

📍 มางานเดียว...ได้มากกว่าที่คิด!

✨ งานครบเครื่องที่สุดแห่งปีของเชียงใหม่ ✨
รวมความยิ่งใหญ่ไว้ที่เดียว ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ตลอด 7 วันเต็ม

📅 วันที่: 12 – 18 ตุลาคม 2569
⏰ เวลา: 10.00 – 20.00 น.
12–18 October 2026 | 10:00 AM – 8:00 PM
2026年10月12日至18日 | 10:00–20:00

📍 สถานที่: ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่
🎟️ ค่าเข้า: เข้าชมฟรี! 🆓ไม่เสียค่าใช้จ่าย

🛍️ ช้อป — สินค้าโอท็อป ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าSME ดีเด่นล้านนา คัดสรรพิเศษ
🍽️ ชิม — อาหารเหนือ ขนมหวาน เครื่องดื่มพื้นเมือง และรสชาติที่หลากหลาย
💡 ค้นพบ — ภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่องราวล้านนา นวัตกรรมสู่สากล
✨ สัมผัส — ศิลปะ วัฒนธรรม การแสดงเอกลักษณ์ล้านนา
🤝 เชื่อมต่อ — พบผู้ประกอบการ คู่ค้า สร้างโอกาสทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ
🎉 สนุก — การแสดงคุณภาพ กิจกรรมรับของรางวัล โปรโมชั่น สุดพิเศษทุกวัน

ไม่ว่าคุณจะมาเพื่อ:
✅ ช้อปของดีราคาพิเศษ
✅ ชิมรสเลิศที่หาที่อื่นไม่ได้
✅ พาครอบครัวเที่ยวเพลิน ๆ
✅ หาแรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ ๆ
✅ ขยายเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจ

ที่นี่มีครบ...จบในงานเดียวที่ LANNA EXPO 2026 💚

🚌 การเดินทาง: สะดวกสบาย มีเส้นทางรถโดยสารสาธารณะผ่าน และมีพื้นที่จอดรถเพียงพอ
📞 สอบถามเพิ่มเติม: สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 053-112670


Synergy
Create Local • Connect Global • Grow Sustainable
立足本土 • 链接全球 • 共创可持续发展

Create Local • Connect Global • Grow Sustainable
立足本土 • 链接全球 • 共创可持续发展
Chiang Mai International Exhibition and Convention Centre (CMECC)
泰国清迈国际会展中心(CMECC)
#ผสานพลังท้องถิ่นสู่สากล #เชียงใหม่
#งานเดียวครบทุกประสบการณ์ #ช้อปชิมเที่ยว #ของดีต้องมาลอง #ครบจบในงานเดียว
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน LANNA EXPO 2026
📍 มางานเดียว...ได้มากกว่าที่คิด!

18/09/2026
06/09/2026

พาณิชย์ จับมือ 7 สายการบิน โหลดผลไม้ขึ้นเครื่องบินฟรี 10 กิโลกรัม ช่วยเกษตรกร

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยกรมท่าอากาศยาน และ 7 สายการบินพันธมิตร ได้แก่ การบินไทย แอร์เอเชีย บางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ ไทยเวียตเจ็ทแอร์ และอีซี่แอร์ไลน์ ได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือสนับสนุนการกระจายผลไม้ผ่านช่องทางท่าอากาศยานและสายการบิน ประจำปี พ.ศ. 2569–2570 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการกระจายผลผลิตในช่วงที่ผลไม้ทยอยออกสู่ตลาด พร้อมส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทยและสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งผลักดันให้ “ผลไม้ไทยเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของผู้มาเยือน” และสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเลือกซื้อผลไม้ไทย โดยขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “ The Land : Thailand of Tropical Fruits”

นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรและการบริหารจัดการผลไม้ให้มีช่องทางการกระจายที่หลากหลาย ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการนำศักยภาพของท่าอากาศยานและสายการบินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถนำผลไม้จากแหล่งผลิตและแหล่งท่องเที่ยวกลับไปยังภูมิลำเนาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผลไม้ไทย

สำหรับโครงการดังกล่าวมีระยะเวลา 1 ปีเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 – 31 สิงหาคม 2570 โดยกรมการค้าภายในจะจัดสรรและนำส่งกล่องบรรจุผลไม้มาตรฐาน ขนาด 10 กิโลกรัม ไปยังท่าอากาศยาน พร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 รวมทั้งประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนำเกษตรกรเข้าจำหน่ายผลไม้ตามฤดูกาลในพื้นที่ท่าอากาศยานที่กรมท่าอากาศยานจัดสรรในแต่ละจังหวัด

ขณะที่กรมท่าอากาศยานจะจัดเตรียมพื้นที่ให้บริการกล่อง อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และจัดสรรพื้นที่จำหน่ายผลไม้ชั่วคราวให้เกษตรกรภายในท่าอากาศยานภายใต้สังกัดของกรมท่าอากาศยาน นำร่องเมืองรองจำนวน 20 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ น่าน ลำปาง ตาก พิษณุโลก เลย อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง นราธิวาส ส่วน 7 สายการบินพันธมิตรจะอำนวยความสะดวกในการขนส่งผลไม้ใต้ท้องเครื่องบินโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัมต่อผู้โดยสาร 1 ท่าน พร้อมร่วมประชาสัมพันธ์โครงการผ่านช่องทางของสายการบิน

นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการสามารถติดต่อจุดรับบริการ ณ ท่าอากาศยานภายใต้การดูแลของกรมท่าอากาศยานทั้ง 20 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรับกล่องบรรจุผลไม้ขนาด 10 กิโลกรัม จำนวน 1 กล่องต่อผู้โดยสาร 1 ท่าน สำหรับนำไปโหลดใต้ท้องเครื่องบินได้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เบื้องต้นตั้งเป้าจำนวน 100,000 กล่อง หรือ คิดเป็นผลไม้ 1,000 ตัน

ทั้งนี้ เพื่อให้การขนส่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผลไม้ที่นำมาใช้บริการจะต้องเป็นผลไม้สดเท่านั้น มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 10 กิโลกรัม และต้องไม่เปียกชื้น โดยต้องใช้กล่องบรรจุผลไม้ของกรมการค้าภายในที่ได้รับจากจุดบริการของท่าอากาศยาน และจะต้องปิดผนึกอย่างมิดชิดด้วยเทปกาวหรือสายรัด เพื่อป้องกันมด แมลง สิ่งแปลกปลอม รวมถึงป้องกันการรั่วซึมของน้ำและกลิ่น

นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอแนะนำผู้โดยสารที่ใช้บริการว่า ก่อนนำผลไม้มาเดินทางด้วยเครื่องบิน อย่าลืมตรวจสอบเรื่องการบรรจุให้เรียบร้อย โดยเฉพาะทุเรียนหรือผลไม้ที่มีกลิ่นแรง ขอความร่วมมืองดนำขึ้นเครื่องและงดโหลดใต้ท้องเครื่อง เพื่อไม่ให้กลิ่นรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น และทำให้การเดินทางของทุกคนสะดวกและราบรื่น”

“กระทรวงพาณิชย์ขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม โดยกรมท่าอากาศยาน และสายการบินพันธมิตรทั้ง 7 สายการบิน ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการกระจายผลไม้ไทยมาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยเกษตรกรระบายผลผลิต เพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลไม้ไทย พร้อมทั้งเชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว และการบริโภคผลไม้ไทยให้เกิดประโยชน์ตลอดห่วงโซ่” นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าว

#7สายการบิน #การท่องเที่ยว #ขึ้นเครื่องบิน #จับมือ #ท่องเที่ยว #ท่องเที่ยวไทย #ผลไม้ #พาณิชย์ #เกษตรกร #เครื่องบิน #โหลดผลไม้ขึ้นเครื่องฟรี

Lanna Expo 2026🌟12-18/10/2026🌟
05/09/2026

Lanna Expo 2026🌟12-18/10/2026🌟

จังหวัดเชียงใหม่ 🇹🇭 🐘⛰️ เตรียมจัดงาน Lanna Expo 2026 ชูศักยภาพภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดสากล ✨🎆
วันที่ 1 กันยายน นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินกิจกรรมการจัดแสดงนวัตกรรมและจำหน่ายสินค้า Lanna Expo 2026 จากภูมิภาคสู่สากล โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการการดำเนินงานและเตรียมความพร้อมในทุกด้าน
การจัดงาน Lanna Expo 2026 อยู่ภายใต้แนวคิด “The Lanna Synergy for Sustainability” หรือ “ผสานพลังท้องถิ่นสู่สากล เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” สะท้อนการผนึกกำลังของภาครัฐ ภาคธุรกิจ ชุมชน นักสร้างสรรค์ สถาบันการศึกษา และพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อนำนวัตกรรม อัตลักษณ์ และศักยภาพของล้านนามาสร้างคุณค่าใหม่ เชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับธีมการจัดงาน คือ “Local Wisdom, Global Sustainability : ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความยั่งยืนระดับสากล” โดยมุ่งถ่ายทอดคุณค่าของล้านนาผ่านการต่อยอดด้วยนวัตกรรม การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการเชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจโลก พร้อมกำหนด Key Message สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ Create Local ค้นพบอัตลักษณ์และของดีล้านนา, Connect Global เชื่อมผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ และพันธมิตร ผ่านอาหาร กาแฟ ศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ และ GROW Sustainable ต่อยอดสินค้าและธุรกิจสู่ตลาดใหม่อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ Lanna Expo 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดยเปิดให้เข้าชมและเลือกซื้อสินค้าภายในงานตั้งแต่เวลา 10.00–20.00 น. ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า การจัดแสดงนวัตกรรม วัฒนธรรม และ Lifestyle ตลอดจนกิจกรรม Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพบปะเจรจาธุรกิจกับ Buyer, Importer และ Distributor
จากการบูรณาการพื้นที่จัดงาน มีหน่วยงานพันธมิตรร่วมดำเนินการ 35 หน่วยงาน และมีพื้นที่จัดแสดงรวม 945 คูหา ครอบคลุมพื้นที่ภายในและโดยรอบศูนย์ประชุมฯ ทั้งโซน Inside Hall, Foyer Hall Corridor, Glass Corridor, Ghial Agential, Outside Hall และ Tha Phae Hall เพื่อให้หน่วยงานและผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้า บริการ นวัตกรรม และศักยภาพของแต่ละพื้นที่ได้อย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการจากจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมกิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า โดยพิจารณาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและมีคุณสมบัติสอดคล้องกับแนวทางการจัดงาน อาทิ เป็นผู้ประกอบการระดับ Tier 1 และ Tier 2 ผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนา แปรรูปใหม่ หรือมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และงานวิจัยมาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับแนวคิด “The Lanna Synergy for Sustainability” และไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารปรุงสุก
ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าการเตรียมสถานที่ การจัดสรรพื้นที่ให้หน่วยงานที่เข้าร่วมบูรณาการ ตลอดจนการประสานงานด้านการก่อสร้างและปรับปรุงพื้นที่จัดงาน เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถเตรียมความพร้อมได้ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยมุ่งให้การจัดงาน Lanna Expo 2026 เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในภาคเหนือ
ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
#อีเวนท์ #ท่องเที่ยว #ค้าขาย #เศรษฐกิจ #เชียงใหม่

31/08/2026

สมาคมการค้าไมโคร เอสเอ็มอี ไทย ขอเป็นธงเดียวกันกับกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันทำงานให้กับ MSME ไทย

  SME Thai Chiang Mai - สมาคมการค้าไมโคร เอสเอ็มอี ไทย  เชียงใหม่ #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์
30/08/2026

SME Thai Chiang Mai - สมาคมการค้าไมโคร เอสเอ็มอี ไทย เชียงใหม่
#กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
#กระทรวงพาณิชย์

29/08/2026

ตัวเลขการส่งออกของไทยเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25

เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออกมีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวถึง 21.6% และเมื่อรวม 7 เดือนแรกของปี การส่งออกมีมูลค่า 231,531 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.2%

แต่คำถามสำคัญกว่า “ส่งออกโตแค่ไหน” คือ ทำไมเมื่อการส่งออกเติบโต ประชาชนกลับยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ?

นี่คือโจทย์ที่เราต้องกลับมามอง “โครงสร้าง” ของการส่งออกไทยค่ะ

และนั่นทำให้เห็นว่า สิ่งที่เราต้องเร่งทำต่อจากนี้ คือ การสร้าง 3 สมดุล ได้แก่ สมดุลตลาด สมดุลสินค้า และสมดุลรายได้

สมดุลตลาด : ที่ผ่านมาเราพึ่งพาตลาดเดิมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างจีนและสหรัฐฯ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เราจึงต้องเร่งเปิดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยง และสร้างโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงผู้บริโภคในหลากหลายประเทศมากขึ้น

สมดุลสินค้า : สินค้าหลายกลุ่มที่เราส่งออก เป็นสินค้าที่ไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตหรือรับจ้างผลิต ขณะที่สัดส่วน Local Content ของไทยยังไม่มากพอ

โจทย์จึงไม่ใช่เพียง “ส่งออกให้มากขึ้น” แต่ต้องทำให้ทุกการส่งออก สร้างมูลค่าและรายได้กลับมาอยู่ในประเทศไทยมากขึ้นด้วย

โดยเฉพาะภาคเกษตรและอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากของประเทศ โดยสินค้าเกษตรของเรากลับมาขยายตัวได้ในรอบหลายปี หลังจากนี้ เราจะใช้จุดแข็งเรื่อง Food Security เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญในการเจรจาการค้าและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศ

เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งสงคราม ภัยธรรมชาติ และการขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำ จาก Just in Time เป็น Just in Case สร้าง Resilient Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความผันผวน เพื่อให้จุดแข็งด้านความมั่นคงทางอาหารของไทย สามารถตอบสนองความต้องการของโลกในภาวะฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

ประเทศไทยต้องวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่นี้ให้ได้ค่ะ

สมดุลรายได้ : วันนี้ประเทศไทยมีผู้ประกอบการส่งออกประมาณ 30,000 ราย ในจำนวนนี้ประมาณ 23,000 รายเป็น SMEs และอีกประมาณ 7,000 รายเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่

แต่รายได้กว่า 80% ของธุรกิจส่งออกอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลว่า ทำไมตัวเลขการส่งออกที่เติบโต จึงอาจยังไม่ถูกส่งผ่านไปถึงคนตัวเล็กอย่างทั่วถึง

งานของกระทรวงพาณิชย์จึงไม่ใช่เพียงทำให้ตัวเลขส่งออกโต แต่ต้องทำให้ “การเติบโต” กระจายตัวมากขึ้น

• ขยายตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิม

• เพิ่ม Local Content เพื่อให้มูลค่าจากการส่งออกอยู่ในประเทศมากขึ้น

• สร้างโอกาสให้ SMEs เกษตรกร และผู้ประกอบการรายเล็ก ได้รับประโยชน์จากการส่งออกมากขึ้น

เพราะปลายทางที่เราอยากเห็น ไม่ใช่เพียง “ประเทศไทยส่งออกได้มากขึ้น”

แต่คือ “ประเทศไทยและคนไทย ได้ประโยชน์จากการส่งออกมากขึ้น”

นี่คือความหมายของการสร้าง สมดุลตลาด สมดุลสินค้า และสมดุลรายได้ ที่เรากำลังทำค่ะ

29/08/2026

ถอดรหัส 5D
โลกการค้าเปลี่ยนเร็ว
ไทยจะอยู่กับวิธีคิดแบบเดิมไม่ได้
ภูมิรัฐศาสตร์ - กระจายความเสี่ยง - ดิจิทัลและ AI
ลดคาร์บอน - โครงสร้างประชากร
โจทย์ไม่ใช่แค่ “เรามีอะไร” แต่ต้องรู้ว่า “ตลาดต้องการอะไร”
ปรับตัวให้ทัน กระจายตลาด
สร้างมูลค่าเพิ่ม เศรษฐกิจไทยยังมีทางไปต่อ

ผ่านมาสักพักแล้ว สำหรับวันที่ ‘ซุปเปอร์จี’ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยกกองทัพทีมงานมาปักหมุดใช้สถานที่ทำงานของ ‘คนคลองกระแชง’ เปิดเวทีเชิญสื่อมวลชนจากทั่วสารทิศมารับฟังวิสัยทัศน์และทิศทางการทำงานด้านการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน

วันนั้นฟังแล้ว ‘คนคลองกระแชง’ ต้องบอกว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้มืดมนจนถึงขั้นหมดหวังอย่างที่บางคนพูดกัน

ตรงกันข้าม หากมองในมุมคนทำ สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยยังมีของอยู่ในมือ เพียงแต่โจทย์ต่อจากนี้ต้องเปลี่ยนจาก “เรามีอะไรจะขาย” เป็น “ตลาดกำลังต้องการอะไร และเราจะทำอย่างไรให้สิ่งที่เรามีมีมูลค่ามากขึ้น”

นี่แหละคือหัวใจที่ ‘ซุปเปอร์จี’ พยายามสื่อสาร

เพราะโลกวันนี้ไม่ได้เดินด้วยกติกาเดิมอีกต่อไป ประเทศไทยกำลังเจอกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การกระจายความเสี่ยง เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI การเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมและการลดคาร์บอน รวมถึงโครงสร้างประชากร หรือที่เรียกรวมกันว่า 5D

ฟังเหมือนเรื่องใหญ่ระดับโลก แต่ถ้าพูดแบบเป็นภาษาชาวบ้านให้ยายสมแม่บ้าน ตาหนุ่มขับวิน ป้านีขายของชำ ฟังก็คือ

ของยังขายได้ แต่ต้องรู้ว่าจะขายใคร ขายที่ไหน ขายอย่างไร และทำอย่างไรให้คนซื้อยอมจ่ายแพงขึ้น

เพราะฉะนั้น นโยบายเศรษฐกิจยุคนี้จะคิดแค่ผลิตให้ได้มากแล้วเอาไปขายไม่ได้อีกแล้ว ต้องคิดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และที่สำคัญต้องรู้จักกระจายความเสี่ยง ไม่ฝากความหวังไว้กับตลาดเดียว สินค้าชนิดเดียว หรือผู้ประกอบการกลุ่มเดียว

ศุภจีจึงวาง 4 คณะทำงานขึ้นมาขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ตั้งแต่ สินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชนและ SMEs เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy ไปจนถึงการค้าระหว่างประเทศ

ฟังดูเป็นโครงสร้างราชการ แต่สาระจริง ๆ คือการพยายามเอาเครื่องยนต์หลายตัวมาต่อกัน

เกษตรไทยไม่ได้แย่ แต่ยังสร้างมูลค่าได้ไม่เต็มที่

ลองมองภาคเกษตรก่อน

ประเทศไทยมีครัวเรือนเกษตรกรประมาณ 7.7 ล้านครัวเรือน หรือเกือบ 30% ของครัวเรือนทั้งประเทศ แต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 8.8% ของ GDP

ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าเกษตรไทยไม่มีอนาคต

แต่กลับสะท้อนว่า เรามีคนอยู่ในระบบจำนวนมาก ขณะที่มูลค่าที่สร้างกลับยังไม่สูงเท่าศักยภาพ

ปัญหาจึงไม่ใช่ปลูกเพิ่มอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ผลผลิตหนึ่งหน่วยมีมูลค่ามากขึ้น

ต้นน้ำต้องใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเข้ามาช่วย ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตต่อไร่ กลางน้ำต้องแปรรูปและมีระบบเก็บรักษา เพื่อไม่ให้ผลผลิตออกพร้อมกันแล้วเกษตรกรต้องรีบเทขายในราคาต่ำ ส่วนปลายน้ำก็ต้องหาตลาดใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ว่ากันง่ายๆ คือ อย่าให้เกษตรกรต้องขายวัตถุดิบราคาถูกตลอดชีวิต

ถ้าเอาของเดิมมาแปรรูปได้ มีแบรนด์ มีมาตรฐาน มีเรื่องราว มีตลาด และเก็บรักษาได้นานขึ้น รายได้ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก

ตัวเลขส่งออกสินค้าเกษตรช่วง 6 เดือนแรกที่ยังติดลบประมาณ 3.2% แม้มูลค่ากว่า 800,000 ล้านบาท จึงไม่ควรมองเพียงด้านลบ แต่ควรถามต่อว่า แล้วเราจะทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรของไทยขึ้นไปอยู่ในตลาดที่มีมูลค่าสูงกว่าเดิม

นี่ต่างหากคือโจทย์

SMEs ต้องไม่ใช่แค่ “รอด” แต่ต้อง “โต”

อีกเครื่องยนต์ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ SMEs

ประเทศไทยมี SMEs ราว 3.28 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด และสร้างรายได้ประมาณ 35% ของ GDP

ตัวเลขนี้บอกอะไร

บอกว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่บนบ่าของบริษัทใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง แต่คนตัวเล็กจำนวนมหาศาลต่างหากที่เป็นฐานของระบบเศรษฐกิจ

เพราะฉะนั้น แนวคิด “SME Journey” จึงน่าสนใจ เพราะไม่ได้มองผู้ประกอบการเพียงว่าต้องช่วยอย่างไรให้ผ่านเดือนนี้ไปได้ แต่ต้องคิดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มธุรกิจ ไปจนถึงวันที่ขยายกิจการและก้าวออกไปเป็น Regional Player

ตั้งแต่เงินทุน ความรู้ เทคโนโลยี ใบอนุญาต ตลาด ไปจนถึงการเข้าไปอยู่ใน Supply Chain ของบริษัทใหญ่

พูดแบบ ‘คนคลองกระแชง’ ก็คือ

อย่าช่วย SMEs ด้วยการประคองให้เดินอย่างเดียว แต่ต้องสร้างบันไดให้เขาปีนขึ้นไปได้

ลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ทำ SME ID ให้เกิดฐานข้อมูลที่รู้จักผู้ประกอบการจริง ๆ ใช้ AI และดิจิทัลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดประตูให้ธุรกิจเล็กได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ธุรกิจใหญ่

ถ้าทำได้ เศรษฐกิจจะไม่ได้โตเฉพาะบริษัทใหญ่ แต่เงินจะหมุนลงไปถึงคนตัวเล็กด้วย

นักท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ “หัวคน” แต่คือ “มูลค่าที่ทิ้งไว้”

อีกประเด็นที่ ‘คนคลองกระแชง’ ฟังแล้วสะดุดหู คือเรื่อง Visitor Economy

เพราะประเทศไทยคุ้นเคยกับการนับจำนวนนักท่องเที่ยวมานาน

ปีนี้มีนักท่องเที่ยวกี่ล้านคน

ปีหน้าจะเพิ่มอีกกี่ล้าน

แต่โลกใหม่อาจต้องถามคำถามอีกแบบว่า

นักท่องเที่ยวหนึ่งคนใช้เงินเท่าไร อยู่กี่วัน และเอาเงินไปลงที่ไหนบ้าง

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี อธิบายภาพนี้ไว้น่าสนใจ เพราะผู้มาเยือนประเทศไทยไม่ได้เดินทางมาเพื่อเที่ยวอย่างเดียว บางคนมารักษาสุขภาพ บางคนมาเรียน มาทำงาน มาเล่นกีฬา มาพักผ่อน หรือมาหาประสบการณ์เฉพาะทาง

ดังนั้น เป้าหมายจึงไม่ควรอยู่ที่จำนวนคนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้คนที่เข้ามา ใช้เวลาอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น กลับมาอีก และกระจายรายได้ออกไปถึงชุมชน

เมืองรองจึงต้องถูกมองใหม่ เช่นเดียวกับ “เมืองรองในเมืองหลัก”

เพราะบางทีไม่จำเป็นต้องสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ทั้งประเทศ แต่อาจเพียงเอาของดีที่มีอยู่แล้วมาจัดระบบใหม่ ทำให้คนรู้จัก และสร้างเหตุผลให้เขาอยากไปใช้เวลาและใช้เงินในพื้นที่

การส่งออกยังโต แต่ต้องดู “ไส้ใน”

ส่วนการค้าระหว่างประเทศ ตัวเลขส่งออกไทยช่วง 6 เดือนแรกของปีที่เติบโตราว 17% ถือเป็นตัวเลขที่ดี

แต่ ‘คนคลองกระแชง’ เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่า อย่าดีใจเพียงกับตัวเลขบนหน้ากระดาษ ต้องเปิดดูไส้ในด้วย

โตจากตลาดไหน

สินค้าอะไรโต

บริษัทใหญ่ได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน

SMEs เข้าไปอยู่ตรงไหน

สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมีสัดส่วนเท่าไร

และที่สำคัญ เราพึ่งตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไปหรือไม่

เพราะโลกการค้าในวันนี้ไม่มีคำว่า “ตลาดเดียวแล้วอยู่ได้ตลอดไป”

ตลาดเดิมต้องรักษา ตลาดใหม่ต้องหา FTA ต้องใช้ให้คุ้ม และต้องลดอุปสรรคทางการค้า พร้อมกับเพิ่ม Local Content และพา SMEs ของไทยเข้าไปอยู่ใน Supply Chain โลกให้มากขึ้น

นี่คือการค้าที่ยั่งยืนกว่าการหวังยอดส่งออกเพียงอย่างเดียว

ฟังแล้ว ‘คนคลองกระแชง’ จึงยังเห็นแสง

ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ ทั้งศุภจี วีระศักดิ์ และกอบศักดิ์ ภูตระกูล พูดไปในทิศทางเดียวกันว่า ประเทศไทยไม่ขาดแผน

สิ่งที่ขาดคือการลงมือทำ

กอบศักดิ์บอกว่า ประเทศไทยมีแผนเยอะแล้ว แต่ปัญหาหลายเรื่องเรารู้คำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีคนลงมือแก้ให้ตรงจุด

ประโยคนี้ ‘คนคลองกระแชง’ ว่าโดนใจ

เพราะเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องของการโปรยยาหอม หรือแผนหนา ๆ บนโต๊ะประชุม

สุดท้ายต้องตอบให้ได้ว่า เกษตรกรขายของได้ราคาดีขึ้นหรือไม่ SMEs โตขึ้นหรือไม่ ชุมชนมีรายได้เพิ่มหรือไม่ และประเทศไทยขายของให้โลกได้มากขึ้นด้วยมูลค่าที่สูงขึ้นหรือไม่

ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ เศรษฐกิจก็เดิน

ดังนั้น หลังฟังเวทีของ ‘ซุปเปอร์จี’ จบ ‘คนคลองกระแชง’ จึงไม่ได้รู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยหมดหวังอย่างที่หลายคนชอบพูดกัน

เพราะเมื่อมองลงไปในรายละเอียด เรายังมีเกษตรกร มีสินค้า มีอาหาร มีวัฒนธรรม มีการท่องเที่ยว มีผู้ประกอบการ มี SMEs มีตลาดเดิม มีตลาดใหม่ และมีโอกาสจากเทคโนโลยีอีกมาก

สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือ เอาของที่เรามีไปให้ถูกตลาด และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ของที่เรามี

ไม่ใช่เอาแต่บ่นว่าเศรษฐกิจไม่ดี

เพราะโลกการค้าไม่เคยหยุดรอใคร

และประเทศที่มองเห็นตลาดก่อน ขยับก่อน ปรับตัวก่อน ก็มีโอกาสได้เปรียบก่อน

ไทยยังไม่หมดหวังหรอกจ้า ของเรายังมี ตลาดยังมี เพียงแต่ต้องเลิกขายแบบเดิม ๆ แล้วหันมาถามโลกให้เป็นว่า “ตอนนี้เขาอยากซื้ออะไร”

ถ้าหาคำตอบเจอ แล้วลงมือทำจริง เศรษฐกิจไทยก็ยังมีทางไปต่ออีกไกล

#คนคลองกระแชง #เล่าเท่าที่รู้ #พระอินทร์4242

ที่อยู่

Chiang Mai
50210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Micro SME Thai Chiang Mai - สมาคมการค้าไมโคร เอสเอ็มอี ไทย เชียงใหม่ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์