Center for ASEAN Studies, CMU ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Center for ASEAN Studies, CMU  ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ [Official Page] Centre for ASEAN Studies (CAS), International College of Digital Innovation (ICDI), Chiang Mai University

📣 ประกาศผลการประกวดภาพถ่ายและงานเขียนโครงการ “ไทใหญ่ ไทยอยู่ ครั้งที่ 5” อย่างเป็นทางการขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวั...
17/04/2026

📣 ประกาศผลการประกวดภาพถ่ายและงานเขียนโครงการ “ไทใหญ่ ไทยอยู่ ครั้งที่ 5” อย่างเป็นทางการ

ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน 🎉

🏆 รางวัลชนะเลิศอันดับ 1
เงินรางวัล 3,000 บาท
ศุภฤกษ์ ลายประวัติ

🥈 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
เงินรางวัล 2,000 บาท
มูฮำหมัด เจะอาแว

🥉 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
เงินรางวัล 1,000 บาท
นุวัฒน์ จันทาจันทึก

🎖️ รางวัลชมเชย
เงินรางวัล 500 บาท
อภิสิทธิ์ สวรรค์ขวัญ

📌 การรับรางวัล
ผู้ได้รับรางวัลต้องเดินทางมารับรางวัลด้วยตนเองที่
ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ห้อง ECB3304 ชั้น 3 อาคารศูนย์ความเป็นเลิศเศรษฐศาสตร์ ชูชาติ เพ็ชรอำไพ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

📄 กรุณาเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 1 ฉบับ

⏰ ภายในวันที่ 22 เมษายน 2569 (ในเวลาราชการ)
เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์

📞 สอบถามเพิ่มเติม
053-943749

🙏 ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประกวดทุกท่าน
รวมถึงทุกแรงสนับสนุนจากการร่วมกดไลค์ โหวต และติดตามผลงานตลอดกิจกรรม แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมครั้งต่อไป ✨

📣 โค้งสุดท้ายของการโหวต “ประกวดภาพถ่าย และงานเขียนของโครงการ ไทใหญ่ ไทยอยู่ ครั้งที่ 5”ขอเชิญร่วมโหวตภาพที่ท่านชื่นชอบเพ...
16/04/2026

📣 โค้งสุดท้ายของการโหวต “ประกวดภาพถ่าย และงานเขียนของโครงการ ไทใหญ่ ไทยอยู่ ครั้งที่ 5”

ขอเชิญร่วมโหวตภาพที่ท่านชื่นชอบ
เพียงกด👍เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เข้าประกวด

ทุกคะแนนของท่านมีส่วนสำคัญในการตัดสินผล 🏆

⏰ ปิดโหวตภายในวันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 12.00 น. ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผลงานดี ๆ ไปด้วยกัน

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1443713834219412&type=3

ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมโหวตภาพถ่าย และงานเขียนสุดประทับใจของผู้เข้าร่วมประกวด ในกิจกรรม ไทใหญ่ ไทยอยู่ โดยการกดไลค์รูปภาพที่ชอบ สามารถกดไลค์ได้หลายรูป โดยยอดไลค์จะนับเป็น 30% ของคะแนนการตัดสินทั้งหมด ปิดนับยอดไลค์ วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 12.00 น. ประกาศผลการตัดสินวันที่ 17 เมษายน 2569 ทางเพจ facebook #ไทใหญ่ไทยอยู่ #ปอยส่างลอง

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย พรหมมินทร์ สิงห์ทาส่างลอง ตอนที่เพื่อนชวนไปดูงานส่างลองที่เชียงใหม่ ผมแทบไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร ร...
08/04/2026

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย พรหมมินทร์ สิงห์ทา

ส่างลอง
ตอนที่เพื่อนชวนไปดูงานส่างลองที่เชียงใหม่ ผมแทบไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร รู้แค่ว่าเป็นงานบวชเณรของชาวไทใหญ่ แค่นั้นเอง เช้าวันนั้นตื่นมาแล้วเดินออกไปตามเสียงกลอง ถนนเริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เห็น เด็กผู้ชายคนหนึ่ง นั่งบนบ่าของผู้ใหญ่หรือบางคนนั่งบนเสลี่ยง แต่งตัวราวกับเจ้าชายจากหนังสือนิทาน หน้าทาแป้ง ใส่มงกุฎ ชุดปักทองแวววาว มือถือดอกไม้ ข้างๆ มีคนเดินประกบถือร่มกั้นให้ตลอดเวลา ผมยืนงงอยู่พักหนึ่งก่อนจะรู้สึกว่า นี่มันสวยมากจริงๆ สิ่งที่ทำให้รู้สึกต่างจากงานประเพณีอื่นที่เคยไปคือ ทุกคนในขบวนดูมีความสุขจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่ ผู้ใหญ่เดินยิ้ม เด็กวิ่งเล่นข้างๆ ขบวน คนดูข้างทางโห่ร้องเชียร์เป็นระยะ บางคนยกมือไหว้เด็กที่นั่งบนม้า เหมือนกำลังไหว้เจ้าชายจริงๆ ได้คุยกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอบอกว่าลูกชายเธอเคยเป็นส่างลองตอนอายุเจ็ดขวบ ยังเก็บชุดไว้จนถึงทุกวันนี้ และทุกปีก็ยังมาดูงานนี้ไม่เคยขาด แค่ประโยคนั้นก็รู้สึกได้แล้วว่างานนี้มันหมายความว่าอะไรกับคนที่นี่

สิ่งที่ผมประทับใจไม่แพ้กันคือ งานนี้ไม่ได้จัดเพื่อนักท่องเที่ยว แต่ชุมชนจัดเพื่อตัวเอง เพื่อส่งต่อสิ่งที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ลูกหลาน เด็กที่นั่งบนหลังม้าวันนี้จะโตขึ้นและจำวันนี้ไปตลอดชีวิต แล้ววันหนึ่งก็จะพาลูกตัวเองมายืนดูขบวนเหมือนกัน นั่นแหละคือการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การจัดแสดง แต่คือการส่งต่อความรู้สึกจากรุ่นสู่รุ่นในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว งานอย่างส่างลองเตือนผมว่า บางสิ่งมีคุณค่าพอที่จะรักษาไว้ และชุมชนที่นี่ก็ทำมันได้ดีมาก

ถ้าใครอยากไปเชียงใหม่แบบไม่ได้แค่เดินถนนคนเดิน ลองจัดเวลาให้ตรงกับงานส่างลองสักปีดูครับ มักจัดช่วงมีนาคมถึงเมษายน ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก แค่มายืนดูก็คุ้มแล้ว

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย นุวัฒน์ จันทาจันทึกปอยส่างลอง เป็นประเพณีบวชเณรของชาวไทใหญ่ โดยที่จะแต่งกายส่างลองสวยงามประหนึ่งว...
08/04/2026

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย นุวัฒน์ จันทาจันทึก

ปอยส่างลอง เป็นประเพณีบวชเณรของชาวไทใหญ่ โดยที่จะแต่งกายส่างลองสวยงามประหนึ่งว่าเป็นเทวดาองค์น้อยๆ ซึ่งชาวไทไหญ่ได้สืบทอดประเพณี ที่งดงาม ทรงคุณค่านี้ ให้เด็กๆได้เรียนรู้ และสืบสานประเพณีดั้งเดิมเอาไว้ จะจัดขึ้นในช่วงปิดภาคเรียนเดือนมีนาคม -เมษายน บ้านไหนที่มีเด็กชายก็รอที่จะส่งลูกส่งหลานชายเข้าบวชเณรเป็นส่างลอง โดยเชื่อว่าจะได้บุญมาก และก็จะทำให้เด็กชายที่ได้บวชเรียนช่วงปิดภาคเรียนได้เข้าใจหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย ศุภฤกษ์ ลายประวัติศรัทธาข้ามกาล: ปอยส่างรองในรอยต่อแห่งยุคสมัยท่ามกลางแสงแดดอุ่นที่สาดแสงลงมายังซ...
08/04/2026

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย ศุภฤกษ์ ลายประวัติ

ศรัทธาข้ามกาล: ปอยส่างรองในรอยต่อแห่งยุคสมัย

ท่ามกลางแสงแดดอุ่นที่สาดแสงลงมายังซุ้มประตูวัดอันวิจิตร เสียงกลองและจังหวะฝีเท้าของขบวนแห่ปอยส่างรองเริ่มเคลื่อนไหว นี่ไม่ใช่เพียงการสืบทอดประเพณีบรรพบุรุษที่มีอายุนับร้อยปี แต่คือภาพสะท้อนของ "ลมหายใจ" แห่งวัฒนธรรมไทใหญ่ที่กำลังเต้นไปพร้อมกับจังหวะของโลกปัจจุบันอย่างกลมกลืน เมื่อมองผ่านเลนส์กล้อง เราจะพบว่าความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ถูกแช่แข็งไว้ในอดีต แต่กลับเติบโตและปรับตัวอยู่เสมอในรอยต่อแห่งยุคสมัย

หนึ่งในพลวัตที่น่าสนใจคือความยืดหยุ่นของจารีตที่เริ่มเปิดกว้างขึ้นตามครรลองของสังคมยุคใหม่ เราเริ่มเห็นภาพของ "กลองจี" หรือกลองบูชาชิ้นเอก ซึ่งในอดีตเคยเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สงวนไว้เพียงชายฉกรรจ์ผู้มีพละกำลัง แต่ในวันนี้ เส้นแบ่งทางเพศในวัฒนธรรมเริ่มจางลงในช่วงรอยต่อของกิจกรรม เราได้เห็นสตรีชาวไทใหญ่ก้าวเข้ามามีส่วนร่วมในการบรรเลงจังหวะศรัทธา ตบมือวาดจังหวะลงบนกลองมาสร้างสีสันและท่วงท่าที่อ่อนช้อยทว่าแข็งแกร่ง การขยับขยายพื้นที่ทางวัฒนธรรมเช่นนี้ไม่ใช่การละทิ้งรากเหง้า แต่คือการเติมเต็มจิตวิญญาณของชุมชนให้เข้มแข็งขึ้นด้วยการยอมรับความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม

เมื่อขบวนแห่เคลื่อนผ่านท้องถนน ภาพของส่างรองบนบ่าตะแปที่ประดับประดาด้วยเครื่องทรงสีทองอร่าม ถูกทับซ้อนด้วยสัญลักษณ์ของโลกดิจิทัลอย่างสมาร์ทโฟนและแว่นกันแดดที่ผู้คนยกขึ้นมาบันทึกความทรงจำ แสงแฟลร์จากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบยอดเจดีย์ทรงเครื่องและพระพุทธรูปบนคานหาบ ยืนยันถึงการดำรงอยู่ของความเชื่อที่ยังคงเหนียวแน่น แม้วิถีชีวิตจะเปลี่ยนจากการบันทึกผ่านสายตามาเป็นการแบ่งปันผ่านโครงข่ายออนไลน์ สิ่งเหล่านี้คือบทพิสูจน์ว่าศรัทธาไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา แต่กลับถูกขยายผลให้ยิ่งใหญ่และกว้างไกลกว่าที่เคยเป็นมา

จากมุมมองเบื้องบนที่เห็นเงาขบวนแห่ทอดยาวบนถนนคอนกรีต ไปจนถึงภาพการรวมตัวกันของธงชาติไทยและอัตลักษณ์ไทใหญ่ภายใต้ร่มเงาของพุทธศาสนา ทุกย่างก้าวในงานปอยส่างรองวันนี้จึงเป็นการประกาศอย่างภาคภูมิว่า วัฒนธรรมไทใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่จับต้องไม่ได้ แต่คือวิถีชีวิตที่ "ไทยอยู่" อย่างสง่างาม เป็นการหลอมรวมเอาความเก่าและความใหม่ ความศรัทธาและเทคโนโลยี ตลอดจนจารีตและความยืดหยุ่น เข้าด้วยกันจนกลายเป็นความงดงามที่ไร้กาลเวลาอย่างแท้จริง

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย อภิสิทธิ์ วิไลจิตต์ประเพณีปอยส่างลอง คนไทใหญ่ในเชียงใหม่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์จากรัฐฉาน ประเทศพม่า ท...
08/04/2026

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย อภิสิทธิ์ วิไลจิตต์

ประเพณีปอยส่างลอง คนไทใหญ่ในเชียงใหม่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์จากรัฐฉาน ประเทศพม่า ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำงานมายาวนานกว่า 100 ปี คนไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความผูกพันทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มที่มีถิ่นพำนักดั้งเดิมมานาน และกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในปัจจุบัน
สำหรับวัฒนธรรมและประเพณี ของชาวไทใหญ่ที่น่าสนใจแบ่งออกเป็น ภาษาและตัวอักษร ชาวไทใหญ่มีภาษาพูดและตัวอักษรเป็นของตนเอง (ภาษาไต หรือ Shan language)

ประเพณีปอยส่างลอง เป็นงานบวชลูกแก้วที่สืบทอดกันมา ซึ่งในเชียงใหม่มักมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในหลายพื้นที่อาหาร อาหารไทใหญ่เป็นที่นิยมในเชียงใหม่ เช่น ข้าวฟืน (ข้าวแรมฟืน), ข้าวกั้นจิ๊น, และน้ำพริกอุ๊บ สำหรับประเพณีปอยส่างลอง หรือ "งานบวชลูกแก้ว" ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประเพณีการบรรพชาสามเณรตามความเชื่อของชาวไทใหญ่ที่สะท้อนถึงศรัทธาอันยิ่งใหญ่ในพระพุทธศาสนา ซึ่งจะแบ่งพิธีการประกอบพิธีกรรมโดยรวมเป็น 3 วันดังนี้
1.พิธีปลงผม (วันรับส่างลอง): เด็กชายจะโกนผมแต่ไม่โกนคิ้ว และแต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าสีสันสดใส ประดับเครื่องประดับระยิบระยับ
2.ขบวนแห่โคหลู่: ขบวนแห่เครื่องไทยทานและลูกแก้วที่นั่งบนขี่คอ "ตะแป่" (คนหาม) เดินไปตามถนนพร้อมเสียงดนตรีพื้นเมืองไทใหญ่อันสนุกสนาน
3.พิธีบรรพชา: พิธีรับศีลและเปลี่ยนเป็นจีวรเพื่อเป็นสามเณรอย่างสมบูรณ์

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย อภิสิทธิ์ สวรรค์ขวัญการรำของส่างลอง: ส่างลอง (ลูกแก้ว) จะแต่งกายชุดพม่าโบราณ ทาหน้าทาปาก และมีการ...
08/04/2026

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย อภิสิทธิ์ สวรรค์ขวัญ

การรำของส่างลอง: ส่างลอง (ลูกแก้ว) จะแต่งกายชุดพม่าโบราณ ทาหน้าทาปาก และมีการรำในขบวนแห่ ซึ่งมักจะมีการเคลื่อนไหวข้อมือที่อ่อนช้อย สะบัดมือ หรือบางครั้งมีการถือสิ่งของประกอบ เช่น ผ้า หรือ พัด ประกอบการร่ายรำไปตามจังหวะดนตรีไต

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย รังษ์รัก คำมีส่างลองมิได้เป็นเพียงชื่อเรียกเด็กชายผู้เตรียมเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ แต่คือภาพจำลองขอ...
08/04/2026

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย รังษ์รัก คำมี

ส่างลองมิได้เป็นเพียงชื่อเรียกเด็กชายผู้เตรียมเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ แต่คือภาพจำลองของเจ้าชายสิทธัตถะก่อนสละลาภยศทางโลกตามจารีตประเพณีไทใหญ่ จุดเริ่มต้นแห่งศรัทธาปรากฏชัดในความสงบภายในวิหาร เมื่อเหล่าส่างลองนั่งพนมมือนอบน้อมหน้าพระพักตร์พระประธาน ท่ามกลางแสงที่ตกกระทบเครื่องทรงวิจิตรปักดิ้นเงินดิ้นทองด้วยความบรรจง และมงกุฎดอกไม้สดที่บานสะพรั่ง สิ่งเหล่านี้มิใช่เพียงเครื่องประดับเพื่อความสวยงาม แต่คือสัญลักษณ์แห่งการประกาศว่าแม้ความสุขสบายสูงสุด ลูกผู้ชายก็พร้อมสละได้เพื่อมุ่งสู่แก่นแท้แห่งธรรม เมื่อริ้วขบวนเริ่มเคลื่อนที่ บรรยากาศรอบวัดอบอวลด้วยเสียงดนตรีพื้นเมืองของชาวไทใหญ่ที่เร่งเร้าจิตวิญญาณ เคียงข้างด้วยเหล่าพ่อเข่-แม่เข่ที่เดินร่วมขบวนด้วยรอยยิ้มอิ่มบุญ และความภาคภูมิใจในการสร้างทานบารมีครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมคานหาบอัฐบริขารอันประณีต พลังแห่งความเลื่อมใสที่หล่อหลอมคนทุกวัยให้เป็นหนึ่งนี้เองเป็นแรงศรัทธาสำคัญที่หล่อหลอมให้ "ปอยส่างลอง" เป็นบุญสูงสุดที่ชาวไทใหญ่ต่างมุ่งมั่นประคับประคองให้รุ่งเรืองร่วมกัน

ทว่าในมิติที่ลึกซึ้งไปกว่าจารีตคือ "แม่" ที่เป็นหัวใจสำคัญและแรงผลักดันมหาศาลที่อยู่เคียงข้างทุกย่างก้าว แม้ตามธรรมเนียมดั้งเดิมจะวางสถานะส่างลองให้สูงส่งดั่ง "ลูกแก้ว" ผู้บริสุทธิ์จนมีข้อห้ามมิให้สตรีสัมผัสร่างกาย แต่ภาพความผูกพันที่แม่พร้อมแบกลูกไว้บนบ่าเพื่อประคับประคองทุกย่างก้าวบนเส้นทางบุญ กลับเป็นภาพที่ตราตรึง และเป็นพลังที่ถักทอให้ประเพณีนี้ดำรงอยู่อย่างงดงาม ก่อนจะส่งต่อส่างลองสู่บ่าของ "ตะแป" ตามธรรมเนียมเพื่อมิให้เท้าสัมผัสพื้นดินตลอดเส้นทางแห่รอบวิหาร ความรักของแม่จึงเป็นเครื่องย้ำเตือนใจว่า ไม่ว่าสถานะทางธรรมจะสูงส่งเพียงใด ลูกยังคงเป็นดวงใจที่แม่พร้อมจะหวงแหน และส่งเสริมให้ถึงฝั่งฝันแห่งพระนิพพาน ความรักอันบริสุทธิ์นี้เองที่เป็นรากฐานที่แท้จริง ซึ่งทำให้ปอยส่างลองยังคงทรงคุณค่า มีชีวิต และยั่งยืนอยู่ในจิตวิญญาณของลูกหลานชาวไทใหญ่ตลอดกาล

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย มูฮำหมัด เจะอาแวเมื่อศรัทธาถูกอุ้มไว้เหนือพื้นดินท่ามกลางสายลมอ่อนของฤดูร้อนในจังหวัดเชียงใหม่ “ป...
08/04/2026

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย มูฮำหมัด เจะอาแว

เมื่อศรัทธาถูกอุ้มไว้เหนือพื้นดิน

ท่ามกลางสายลมอ่อนของฤดูร้อนในจังหวัดเชียงใหม่ “ปอยส่างลอง” ปรากฏขึ้นอย่างงดงามในฐานะเทศกาลแห่งศรัทธาของชาวไทใหญ่ มิใช่เพียงพิธีบรรพชาสามเณร หากยังเป็นภาพสะท้อนของอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และสายใยของชุมชน หัวใจของงานคือ “ส่างลอง” เด็กชายผู้กำลังก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ พวกเขาถูกแต่งกายอย่างวิจิตร ราวเจ้าชายในนิทาน ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เครื่องประดับส่องประกาย ชุดสีสันสดใสขับเน้นความบริสุทธิ์และเกียรติยศของช่วงเวลาสำคัญนี้

ในห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน แววตาของส่างลองแต่ละคนเล่าเรื่องต่างกัน บางคนตื่นเต้น บางคนเขินอาย และบางคนเปล่งประกายด้วยความภูมิใจ ภาพเหล่านี้เผยให้เห็นการเติบโตที่เกิดขึ้นอย่างเงียบงาม ขณะเดียวกัน ผู้คนรอบข้างก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว พ่อแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่ “ตะแป” ทำหน้าที่อุ้มส่างลองตลอดขบวนแห่ สีหน้าและท่าทางของพวกเขาเต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และความผูกพันที่ไม่ต้องเอ่ยคำ

เสียงดนตรีดังขึ้น ขบวนแห่เคลื่อนไปพร้อมการฟ้อนรำและสีสันที่มีชีวิต ทุกก้าวย่างคือพลังของวัฒนธรรมที่ยังคงดำรงอยู่ไม่เสื่อมคลาย และในจังหวะเหล่านั้น ภาพถ่ายไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบันทึกความงดงามที่ผ่านไป หากยังเก็บรักษา “ศรัทธา” ที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นไว้ในเฟรมเดียวกัน บางครั้ง เพียงรอยยิ้มของส่างลองหนึ่งคน ก็เพียงพอจะบอกเล่าเรื่องราวของทั้งชุมชน อดีตที่สืบทอด ปัจจุบันที่กำลังเบ่งบาน และอนาคตที่ยังคงเคลื่อนไปอย่างงดงามไม่สิ้นสุด

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย ภานุพันธ์  ปัญญาปอยส่างลอง: ความงามบนรอยต่อแห่งความต่างบนแผ่นดินที่ร้อยเรียงผู้คนหลากหลายที่มา "ค...
08/04/2026

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย ภานุพันธ์ ปัญญา

ปอยส่างลอง: ความงามบนรอยต่อแห่งความต่าง

บนแผ่นดินที่ร้อยเรียงผู้คนหลากหลายที่มา "ความแตกต่าง" ไม่ใช่กำแพง แต่เป็นสีสันที่ทำให้ชีวิตงดงาม บทพิสูจน์นี้ปรากฏชัดในประเพณี "ปอยส่างลอง" ที่ซึ่งศรัทธาดั้งเดิมของชาวไทใหญ่ ข้ามพ้นพรมแดนมาบรรจบกับโลกสมัยใหม่

ภาพความแตกต่างที่งดงามที่สุดปรากฏชัด เมื่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในชุดเสื้อยืดสีขาวเรียบง่าย ยืนยิ้มละไมพูดคุยกับเด็กชายในชุดพื้นเมืองที่แบกกลอง นี่คือชั่วขณะที่โลกสองใบที่ดูเหมือนจะห่างไกลกัน ได้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวด้วยมิตรภาพที่ไร้ขีดจำกัด แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมสามารถเชื่อมโยงคนได้

ปอยส่างลอง ไม่ใช่เพียงแค่พิธีกรรมของคนกลุ่มเดียว แต่เป็นภาพสะท้อนของสังคมที่ “อยู่ร่วมกันในความต่าง” ที่ซึ่งประเพณีอันทรงคุณค่าไม่ได้ทำให้เราแยกจากกัน แต่กลับดึงดูดความแตกต่างจากทั่วทุกมุมโลกให้มารวมตัวกัน และสร้างแรงบันดาลใจให้โลกได้เห็นถึงความงามของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย สมชาย รักอินทร์บทบาทสตรีกับศรัทธาเหนือกาลเวลา พลังเบื้องหลังจารีตปอยส่างลองแห่งวิถีไทใหญ่ในอาณาจั...
08/04/2026

ภาพถ่ายและงานเขียน โดย สมชาย รักอินทร์

บทบาทสตรีกับศรัทธาเหนือกาลเวลา พลังเบื้องหลังจารีตปอยส่างลองแห่งวิถีไทใหญ่

ในอาณาจักรแห่งศรัทธาของชาวไทใหญ่ ประเพณี "ปอยส่างลอง" มิได้เป็นเพียงพิธีกรรมบรรพชาสามเณรที่ยิ่งใหญ่ด้วยเครื่องแต่งกายอันวิจิตรเท่านั้น หากแต่ยังเป็นพื้นที่สะท้อนถึงบทบาทอันทรงพลังและงดงามของผู้หญิง หรือ "แม่หย่า" และเหล่าสตรีผู้เป็นฐานรากสำคัญในการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง แม้ภาพลักษณ์เบื้องหน้าจะเป็นขบวนแห่ที่เน้นบทบาทของผู้ชายและเด็กชายผู้เป็น "ส่างลอง" แต่เบื้องหลังความสำเร็จและความสง่างามทั้งหมดนั้น ล้วนถูกถักทอขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและจิตวิญญาณของสตรีผู้เปี่ยมด้วยศรัทธา

ผู้หญิงไทใหญ่มีบทบาทประดุจ "ผู้อภิบาลและผู้รังสรรค์" เริ่มต้นตั้งแต่การจัดเตรียมอาภรณ์ส่างลองอันวิจิตรบรรจง การประดับประดาชฎาด้วยดอกไม้ไหวและการจัดแต่งเครื่องอลังการ ซึ่งต้องใช้ความประณีตเชิงช่างชั้นสูงและความอดทนอันยิ่งยวด เพื่อแปลงเปลี่ยนบุตรหลานให้กลายเป็น "กุมารเทพ" ผู้พร้อมจะละทางโลกเข้าสู่ทางธรรม พลังของความเป็นแม่และพี่สาวน้องสาวถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนในการจัดเตรียมสำรับอาหาร "ข้าวปลาอาหารคาวหวาน" เพื่อรองรับผู้มาแสวงบุญและจุนเจือพุทธบริษัทตลอดงานบุญที่ยาวนานหลายวัน

ในเชิงสัญลักษณ์ สตรีคือ "ผู้รักษาจารีตและส่งต่อความเชื่อ" พวกเธอคือผู้สอนสั่งบทสวดมนต์เบื้องต้น กิริยามารยาทอันอ่อนน้อม และการปลูกฝังความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีให้แก่ส่างลองก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ในขณะที่ขบวนแห่เคลื่อนไปตามถนน เราจะเห็นภาพสตรีผู้สูงวัยและหญิงสาวในชุดไตอันสง่างามร่วมขบวนด้วยความปีติ ใบหน้าของพวกเธอเปื้อนรอยยิ้มแห่งบุญ สองมือประคองพานดอกไม้และเครื่องไทยธรรม เป็นภาพแทนของศรัทธาที่กินลึกเข้าไปในวิถีชีวิตและการดำรงอยู่ของครอบครัว

บทบาทของสตรีในปอยส่างลองจึงมิใช่เพียงผู้สนับสนุน (Support Role) แต่คือ "ศูนย์กลางแห่งจิตใจ" ที่เชื่อมโยงระหว่างบ้าน วัด และชุมชนเข้าด้วยกัน พวกเธอทำหน้าที่เป็นผู้ส่งมอบทรัพยากร ทั้งกำลังทรัพย์และกำลังกาย เพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันสงฆ์ การที่ผู้หญิงไม่สามารถบวชเป็นส่างลองได้ มิได้หมายถึงความด้อยสิทธิ แต่ในมิติวัดและบ้าน พวกเธอคือผู้ที่ได้รับอานิสงส์แห่งบุญนั้นอย่างเต็มเปี่ยมผ่านความภาคภูมิใจในตัวบุตรชาย และความอิ่มเอมที่ได้ทำหน้าที่ "มหาอุบาสิกา" ผู้ค้ำจุนศาสนาอย่างซื่อสัตย์

ท้ายที่สุดแล้ว บทบาทของผู้หญิงไทใหญ่ในประเพณีปอยส่างลอง คือผู้รักษาลมหายใจและวัฒนธรรมทางโลกให้คงอยู่เคียงคู่กัน ศรัทธาของพวกเธอมิได้ประกาศก้องด้วยเสียงกลองมองเซิงที่อึกทึก แต่สะท้อนผ่านความละเอียดอ่อนในการจัดพานถวายพระ และดวงตาที่เปี่ยมด้วยความหวังว่า แสงธรรมจะส่องสว่างในใจของบุตรหลานสืบไปตราบนานเท่านาน

ที่อยู่

239 ถนนห้วยแก้ว ต. สุเทพ
Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Center for ASEAN Studies, CMU ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Center for ASEAN Studies, CMU ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่:

แชร์