ศูนย์ใบลานศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ศูนย์ใบลานศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่เอกสารโบ? โทรศัพท์ 053-885-880, 053-885-887

"ไล่เคียน หลิกเสี๊ยด" มักจะพบ "คำเหล้น อู้เอาม่วน" ของพระภิกษุหนุ่ม สามเณรน้อยที่จารใบลาน...ปกติมักจะพบการจารด้วยอักษรธร...
08/12/2025

"ไล่เคียน หลิกเสี๊ยด"
มักจะพบ "คำเหล้น อู้เอาม่วน" ของพระภิกษุหนุ่ม สามเณรน้อยที่จารใบลาน...ปกติมักจะพบการจารด้วยอักษรธรรมล้านนา (ตัวเมือง) ที่เป็นความรู้สึกในส่วนที่เป็นปกหน้า ปกหลัง หรือท้ายใบลาน....
วันนี้...ขอนำข้อความที่เขียนด้วยอักษรไทยบนหน้าปกใบลานฉบับหนึ่ง (PNTMP050_242_061019001_00_001) ที่เป็นภาษาลับเฉพาะ....มาฝากให้ผู้ติดตามเพจ ได้ฝึกสมอง อ่านเล่นๆ สนุกๆ ครับ.......
ไล่เคียน หลิกเสี๊ยด
ไล่เคียน ไหลเดี๊ยน หลีเอียน สั้นเนี้ยน ลาเมียน เหลนเหปียน เชียเมียน แล้เตี๊ยน เลอเนียน เลาะเพียน สันเมียน ลามเงียน

ความสำคัญของพยาธิหลายๆ จำพวก........พบพับสาตำรายาสมุนไพรล้านนา ฉบับวัดศรีโคมคำ อ.เมือง จ.พะเยา ได้กล่าวถึงมูลเหตุของอากา...
19/09/2025

ความสำคัญของพยาธิหลายๆ จำพวก........พบพับสาตำรายาสมุนไพรล้านนา ฉบับวัดศรีโคมคำ อ.เมือง จ.พะเยา ได้กล่าวถึงมูลเหตุของอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยๆ กับคนทุกคน ตามตำราของหมอเมืองหรือแพทย์พื้นบ้านล้านนาและตำรายาตะวันตก (หมอฝรั่ง) ต่างให้ความเห็นตรงกันว่าการบริโภคอาหารมีส่วนทำให้ท้องเสียและลุกลามเป็นโรคอื่นๆ ได้ ดังข้อความปริวรรตและคำแปลต่อไปนี้...
(ข้อความปริวรรตแบบเทียบอักษร)
“ความสำคัญของพยาธิต่างๆ หลายจำพวก มีไข้เปนต้น มักเกิดจากของกิน เหมือนกินของบูด ของเสีย ของดิบ ของส้ม ถ้าไฟท้องบ่ดี ค็เลิยไข้ หลุ กิ้ว แลกลายเปนไพต่างๆ เภาะเหตุนี้ หมอฝลั่งจิ่งมักหื้อซะท้องเสียก่อนเสมิอ เพื่อซะอาหารบ่ดีเหล่านั้นออกเสียก่อน แล้วจิ่งค่อยหื้อกินอยาอื่นๆ จิ่งจักพายหาย เตมอยู่บ่ดาย ถ้าบ่ไพป่าล้ำวันนึ่ง รือไพป่ายากเภาะอาจมแขง ค็ช่างกลายเปนคัด เสียบ เมื่อย เจ็บเกล้าเมาหัว ต้องกินอยาซะ อยาละบาย เอาอาจมออกจนได้ ลางเทื่อบ่ถ้ากินอยาอื่นลวดหายไพค็มี ฯ แม่กำเดือนค็เหมือนกัน ต้องละวังอย่าหื้ออาจมถัก ช่างกลายเปนไข้ เปนพยาธิอย่างอื่น แต่ถ้ากินอยาถ่ายนัก ไฟท้องช่างอ่อน ควรหาอยาบำรุงธาตุกินทวย ฯ”...
(คำแปล)........สาเหตุสำคัญของอาการเจ็บป่วยด้วยโรคาพยาธิต่างๆ เช่น ไข้ เป็นต้น มักเกิดจากการบริโภคอาหาร เช่น อาหารบูด อาหารเก่าเน่าเสีย ของดิบ ของเปรี้ยว ถ้าธาตุไฟไม่ดีก็จะเป็นไข้ ท้องร่วง ปวดท้อง และลุกลามเป็นอาการอื่นๆ เพิ่ม ดังนั้นแพทย์ตะวันตกจึงจะให้ล้างท้องเสียก่อน เพื่อขับอาหารเสียเหล่านั้นออกไปเสียก่อน แล้วจึงจะให้รับประทานยาอื่นๆ จึงจะรักษาได้ผลดี ฯ ........หากไม่ถ่ายอุจจาระเกิน 1 วัน หรือถ่ายลำบากเพราะก้อนอุจจาระแข็ง จะทำให้เกิดอาการจุกเสียด ปวดเมื่อย ปวดหรือวิงเวียนศีรษะ ต้องรับประทานยาระบายจึงจะถ่ายได้ตามปกติ บางครั้งอาจจะหายไปโดยไม่ต้องรับประทานยาใดๆ ก็มี ฯ ........หญิงคลอดลูกใหม่กำลังอยู่ไฟต้องระวังอย่าให้ท้องผูก เพราะจะทำให้เป็นไข้หรือเจ็บป่วยอย่างอื่น แต่ถ้ารับประทานยาระบายมาก ธาตุไฟจะอ่อน ควรหายาบำรุงร่างกายอย่างอื่นด้วย ฯ....
พับสา “โอกาส/ปริวาร/วิธีสูตกะทำมังคละทังมวน และอื่นฯ” วัดศรีโคมคำ ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา
ฐานข้อมูล CrossAsia Digital Library of Northern Thai Manuscripts รหัส 050109037_00 (ภาพที่ 30)
https://iiif.crossasia.org/s/lanna/manifests/560315/c/785717

"คึดทางใดค็หื้อจับ ยับทังใดค็หื้อได้""ปากอันใดค็หื้ออยำ จำอันใดค็หื้อแม่น"..พบคำอธิษฐานท้ายใบลานของผู้จารที่มีลีลาหรือสำ...
06/05/2025

"คึดทางใดค็หื้อจับ ยับทังใดค็หื้อได้"
"ปากอันใดค็หื้ออยำ จำอันใดค็หื้อแม่น"
..พบคำอธิษฐานท้ายใบลานของผู้จารที่มีลีลาหรือสำนวนน่าสนใจ คือขอให้ตนเองกระทำสิ่งใดก็ขอให้สำเร็จ มีวาจาสิทธิ์น่าเชื่อถือยำเกรง และมีความจำอันเป็นเลิศ...

(สำนวนการแปลในใบลาน อาจจะไม่ตรงตามเนื้อความ เพราะสำนวนค่อนข้างจะลึกซึ้งและตีความได้หลากหลาย หากท่านใดเห็นว่าควรแปลเป็นอย่างอื่น ก็แนะนำมาด้วยนะครับ)

"...อิทธิวงส์ภิกขุ..ข้าแต้มปลางเมื่อขึ้นมาเมตตาสัทธาบ้านพงสนุก ฝายควางละคอรเชียงฅำ.."

คัมภีร์ใบลานเรื่อง "มหาวิบาก" จ.ศ.1269 ฉบับวัดมณเฑียร อ.เมือง จ.น่าน
(โครงการ DREAMSEA รหัส DS_0113_00757_0021)

.....จากตำนานวันสงกรานต์ของไทย ตอนที่กล่าวถึงธรรมบาลกุมารตอบปัญหาของท้าวกบิลพรหม เรื่องตำแหน่งของศรีในเวลาเช้า กลางวัน แ...
11/04/2025

.....จากตำนานวันสงกรานต์ของไทย ตอนที่กล่าวถึงธรรมบาลกุมารตอบปัญหาของท้าวกบิลพรหม เรื่องตำแหน่งของศรีในเวลาเช้า กลางวัน และเวลาค่ำ ซึ่งธรรมบาลกุมารตอบไม่ได้ จึงไปนอนที่ใต้ต้นไม้แล้วได้ยินแม่นกอินทรีที่เล่าเรื่องสิริในช่วงเวลาต่างๆ ให้ลูกนกฟัง ทำให้ธรรมบาลกุมารได้ยิน และกลับไปตอบปัญหาของท้าวกบิลพรหมได้...จนเป็นตำนานการแห่เศียรท้าวกบิลพรหมในตำนานสงกรานต์ของไทย ที่แพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน .....แต่ในพับสาอักษรไทลื้อ ฉบับวัดพระธาตุสบแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิริ โดยระบุว่ามี 8 ประการ จึงขอนำเนื้อหาในเอกสารดังกล่าวมาปริวรรตแล้วปรับคำให้อ่านง่ายสำหรับผู้สนใจทั่วไป ......หากท่านใดที่อ่านอักษรธรรมได้ ขอให้อ่านจากภาพถ่ายเอกสารโดยตรง...ดังนี้

สิริ 8 ประการ............สิทธิการ จักกล่าวสิริ 8 ประการ อันมีในกายแห่งมนุษย์ทั้งหลายก่อนแล
ปุริสะอิตถีผู้ใด รักษายังสิริ 8 ประการ ได้ดั่งอั้น เทวดาก็จักรักษาผู้นั้นด้วยดีแล ฯ ผู้ใดบ่รักษาสิริ 8 ประการนี้ได้ดั่งอั้น เทวดาอันเป็นกาลกิณีก็จักรักษาผู้นั้น แล้วก็หายศบ่ได้ ถอยอายุ บ่มีข้าวของแล ดั่งสิริ 8 ประการนี้ หากเป็นโบราณ แต่ก่อนมาแล ฯ........ในกาลเมื่อก่อนนั้น ยังมีเทวดา ๒ ตน ฯ ตน ๑ ชื่อว่าเทวพรหมา ตน ๑ ชื่อว่าโลกพรหมา ฯ เทวบุตต์ ๒ ตนเลียบโลกมาพบกัน เทวพรหมานั้นจิ่งถามอัฏฐปัญหาต่อโลกพรหมาว่า ........“ข้อ 1 ปุริสะเกิดมาในโลกนี้ จักสมาคมกับด้วยกันนั้น ดั่งฤาจิ่งจักควรเป็นที่สักเสริญแก่เทวดาอันเปนสิรินั้น ........ข้อ 2 เมื่อจักบริโภคอาหารนั้น ควรหว่ายหน้าไปทิศหนใดแล เทวดาจักรักษา ........ข้อ 3 เมื่อจักย้ายหนัก (ถ่ายอุจจาระ) นั้น ควรบ่ายหน้าไปหนใดแล เทวดาจึงจะรักษา........ข้อ 4 เมื่อจักเสพกันนั้น ผู้ญิงจักเสพอย่างใด เทวดาจึงจะรักษา........ข้อ 5 เมื่อเวลากลางวันกลางฅืนค็ดี จักนั่งดั่งรฤ เทวดาจิ่งรักษา........ข้อ 6 ยามเมื่อเช้า สิริอยู่ในตนฅนอยู่ที่ใด เทวดาจิ่งรักษา........ข้อ 7 เมื่อเวลาเที่ยง สิริอยู่ที่ใด จักกระทำดั่งฤา เทวดาจิ่งรักษา........ข้อ 8 เวลาฅ่ำ สิริอยู่ที่ใด กระะทำอย่างใดเทวดาจิ่งรักษา ........สิริ 8 ประการ หากรักษาโลกทังหลาย จุ่งวิสัชนาหื้อแจ้งแก่ข้า ในกาลบัดนี้เถิด”
........โลกพรหมาจิ่งตอบว่า “อัฏฐปัญหานี้ยากนัก ข้าขอพิจรณาดู 7 วันก่อน ถึง 7 วันแล้ว จักวิสัชนาหื้อแจ้งต่อไป” ........เทวพรหมาจิ่งว่า “ถึง 7 วันแล้ว เราจักลงมาฟังคำตอบ คันท่านแก้บ่ได้ ข้าจักตัดหัวประจานในโลกเสีย” ........โลกพรหมาจิ่งตกใจมากนัก จิ่งไปแอ่วถามปัญหา 8 ข้อ ต่อเทวดาทังหลาย ก็บ่มีผู้ใดจักอาจแก้ได้ ........ถึง 6 วันมาแล้ว โลกพรหมาจิ่งไปพบต้นไม้ใหญ่ต้น ๑ มีนกอินทรีเลี้ยงลูกอยู่ในต้นไม้นั้น จิ่งอาศัยอยู่ร่มต้นไม้นั้น เวลาค่ำ แม่นกอินทรีจิ่งมาสู่รัง ...ลูกนกจิ่งถามแม่ว่า “แม่ได้เหยื่ออันใดมาต้อนลูก” ...แม่จิ่งว่า “วันนี้แม่หาเหยื่อก็บ่ได้ แม่จักกินก็บ่มี วันพรูกแม่จักหามาหื้อลูกแล” ...ลูกจิ่งว่า “วันพรูก แม่จักไปเอาเหยื่อที่ใดมาหื้อข้า” ...แม่จิ่งบอกว่า “วันพรูกนี้ เทวพรหมาจักฆ่าโลกพรหมา แม่จักเอาเนื้อโลกพรหมา มาหื้อเจ้าลูกแล” ...ลูกจิ่งว่า “เทวโลกพรหมา จักฆ่าโลกพรหมา ด้วยเหตุอันใด” ...แม่จิ่งบอกลูกว่า “เทวพรหมาถามปัญหาโลกพรหมา 8 ข้อ คันว่าโลกพรหมาแก้บ่ได้ เทวพรหมาจิ่งจักฆ่าแล” ...ลูกนกจิ่งถามแม่ว่า “ปัญหา 8 ข้อนั้นเป็นฉันใด แม่จุ่งบอกแก่ข้าเถิด”...แม่จิ่งบอกลูกว่า “เราเป็นสัตว์เดรัจฉาน บ่ควรดีรู้แลลูกเอย” ...ลูกจิ่งว่า “คันแม่บ่บอกแก่ข้าดั่งอั้น ข้าก็จักกลั้นใจตายเสียแล”

แม่กลัวลูกตาย จิ่งบอกลูกว่า “ปัญหา 8 ข้อนั้น คือว่า ...ข้อ ๑ นั้น คือบุรุษเว้นจากกาม ในวัน 7 ค่ำ 8 ค่ำ 14 ค่ำ 15 ค่ำ ทั้งขึ้นทั้งแรม แลวันสังกรานต์ วันเน่า วันพระญาวัน จันทคราสจับ วันเข้าวัสสา ออกวัสสา แลวันเกิดตน ถ้าปุริสะอิตถี เว้นจากกาลฝูงนี้ เทวดาจิ่งจักรักษาแล...ข้อ ๒ บัวรโภคอาหาร หื้อหว่ายหน้าไปปุพพะ เทวดาที่เป็นสรี จิ่งรักษา ...ข้อ 3 ถ่ายอุจจาระ หื้อหว่ายหน้าไปทิศวันตก เทวดาที่เป็นสรีจิ่งรักษา...ข้อ 4 ชายจักนอนกับญิง หื้อญิงนอนภายซ้าย อย่าหื้อญิงข้ามตีน เทวดาเป็นสรีจิ่งรักษา...ข้อ 5 หื้อรู้จักผ้านุ่งเมื่อวัน เมื่อคืน อย่านุ่งรวมกัน เทวดาที่เป็นสรีจิ่งรักษา...ข้อ 6 เวลาเช้า สรีอยู่หน้าผากแล ภมมทวาน เวลาเช้า หื้อเอาน้ำซ่วยหน้า เทวดาที่เป็นสรีจิ่งรักษา...ข้อ 7 เวลาเที่ยง สรีอยู่อก หื้ออาบน้ำ ขัดล้างกาย เทวดาที่เป็นสรีจิ่งรักษา...ข้อ 8 เวลาค่ำ สรีอยู่หัวแม่ตีน จักเข้านอน หื้อเอาน้ำซ่วยเสีย เทวดาที่เป็นสรีก็จิ่งเข้ารักษา...คันผู้ใดกะทำผิดเสีย เทวดากาลกิณีก็จักรักษาแล”

"แมวแม่มานมีเมืองม่าน"+"ปู่ปันเป่าปี่ปากเปนเปา".คำที่ยกเป็นหัวข้อโพสนี้ เป็นคำที่ได้ยินบ่อยมาก และพบเห็นการยกตัวอย่างการ...
26/03/2025

"แมวแม่มานมีเมืองม่าน"+"ปู่ปันเป่าปี่ปากเปนเปา"
.คำที่ยกเป็นหัวข้อโพสนี้ เป็นคำที่ได้ยินบ่อยมาก และพบเห็นการยกตัวอย่างการใช้กลอักษร คือพยัญชนะต้นตัวเดียวแล้วประสมสระ และตัวสะกดรอบอักษรเพื่อให้อ่านได้หลายพยางค์....เคยเห็นแต่ที่เป็นลายมือเขียนใหม่..ไม่ได้เห็นการใช้งานจริงในเอกสารเลย...
แมวแม่มานมีเมืองม่าน ? / ปู่ปันเป่าปี่ปากเปนเปา?

แต่เมื่ออ่านใบลานเรื่อง "ปู่เถ้าสอนหลาน ฉบับวัดสันริมปิง อ.เมือง จ.ลำพูน" (ฐานข้อมูล CrossAsea หรือ lannamanuscripts.net เดิม) จึงได้พบกลอักษรนี้ที่หน้าทับใบลาน...
จึงขอนำมาแบ่งปันครับ

สัพพะอักขระ / สรรพอักษรบนใบลานความน่าสนใจของการจารใบลานอีกอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากเนื้อหาที่จาร และบันทึกท้ายเรื่องแล้ว กา...
17/03/2025

สัพพะอักขระ / สรรพอักษรบนใบลาน
ความน่าสนใจของการจารใบลานอีกอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากเนื้อหาที่จาร และบันทึกท้ายเรื่องแล้ว การเขียน "หน้าทับ" (ปกใบลาน) ทั้งหน้าทับเค้า (ปกหน้า) และหน้าทับปลาย (ปกหลัง) จะพบการเขียนอักษรพิเศษ อักษรกล หรือข้อความพิเศษอื่นๆ ถือเป็นการแสดงภูมิรู้ ลีลา หรือลูกเล่นต่างๆ

ปกใบลานที่นำมาเป็นตัวอย่างนี้ เป็นคัมภีร์ธรรมเวสสันดรชาดก กัณฑ์วนปเวศน์ ที่ผู้จารคืออินทวิไชยสามเณร เมื่อ จ.ศ.1265 (พ.ศ.2446)
คือการเขียนอักษรแบบพิเศษ (กลับด้าน) และอักษรลักษณะพิเศษ ที่ผู้จารระบุว่าเป็น "ตัวม่าน" (อักษรพม่า) หนังสือคูลวา (อักษรของแขก, ฝรั่ง) และ "สือเช็ก" (อักษรจีน)

“สายสนอง”/ “สายสยอง”เมื่อกล่าวถึง “เชือกร้อยใบลาน” ศัพท์ทางวิชาการจะใช้คำว่า “สายสนอง” แต่ในวัฒนธรรมล้านนา พบการใช้อีกคำ...
28/02/2025

“สายสนอง”/ “สายสยอง”

เมื่อกล่าวถึง “เชือกร้อยใบลาน” ศัพท์ทางวิชาการจะใช้คำว่า “สายสนอง”
แต่ในวัฒนธรรมล้านนา พบการใช้อีกคำหนึ่งที่เสียงใกล้กัน คือ “สายสยอง” (ทั้งคำพูดและตัวหนังสือ)
จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า “สายสนอง” หรือ “สายสยอง” เป็นคำยืมจากมอญ เขมร หรือเป็นคำไท/ไทยแท้
ต้องรอให้นักภาษาศาสตร์ หรือผู้รู้ มาช่วยอธิบายต่อไป

เมื่อสำรวจข้อความที่เป็นลายลักษณ์อักษรในเอกสารล้านนา พบการใช้คำว่า “สายสยอง” ในเอกสารหลายฉบับ เมื่อกล่าวถึงเชือกร้อยใบลาน หรือ “อกฺขรพนฺธนรชฺชํ” ในภาษาบาลีแบบล้านนา หรือคำว่า “ไหมร้อยหนังสือ” หรือ “เชือกเฅียนหนังสือ”
เท่าที่อ่านเอกสารล้านนามา เคยพบการใช้คำว่า “สายสนอง” บ้าง แต่ยังไม่สามารถนำหลักฐานมาแสดงในที่นี้
หากท่านใดพบหลักฐานการใช้คำว่า “สายสนอง” หรือ "สายสยอง" ทั้งในเอกสารล้านนา อีสาน หรือภาคกลาง ก็นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันต่อไป

ในที่นี้จึงขอยกตัวอย่างการใช้คำว่า “สายสยอง” และคำเรียกเชือกร้อยใบลาน ตามหลักฐานอักษรธรรมล้านนาที่พบในปัจจุบัน

#ศัพท์วัฒนธรรมใบลานล้านนา

ขโยม 12 ปี จารลาน....เมื่อกล่าวถึงการเรียนการสอนอักษรธรรมในวัฒนธรรมล้านนา เรามักจะได้ยินว่า เริ่มเรียนกันตั้งแต่เมื่อเข้...
19/02/2025

ขโยม 12 ปี จารลาน....เมื่อกล่าวถึงการเรียนการสอนอักษรธรรมในวัฒนธรรมล้านนา เรามักจะได้ยินว่า เริ่มเรียนกันตั้งแต่เมื่อเข้าไปเป็นเด็กวัดก่อนที่จะบรรพชาเป็นสามเณร เพราะต้องท่องบทขอบรรพชา บทสามเณรสิกขา บทสวดมนต์ และฝึกเทศน์คัมภีร์ใบลาน โดยเฉพาะคัมภีร์อานิสงส์บวช ....จากการสำรวจ ทำทะเบียน และถ่ายภาพดิจิทัลเอกสารตัวเขียน (คัมภีร์ใบลานและพับสา) วัดมณเฑียร อ.เมือง จ.น่าน ของโครงการ Digital Repository of Endangered and Affected Manuscripts in Southeast Asia (DREAMSEA) พบคัมภีร์ใบลานที่เป็นหลักฐานยืนยันคำกล่าวนั้น คือคัมภีร์ใบลานที่จารโดยเด็กวัด หรือ “ขโยม” ที่มีอายุ 12 ปี จารใบลานด้วยอักษรธรรมล้านนา และอักษรไทย (เมื่อ พ.ศ.2462) และพบอีกผูกหนึ่งที่จารเมื่อ พ.ศ.2465 ขณะอายุได้ 15 ปี ทำให้ทราบว่า “นายบุญชุม เสนาะบรรเลง“ เป็นเด็กวัดมณเฑียร และเป็นนักเรียนโรงเรียนสุริยานุเคราะห์ จังหวัดน่าน (ปัจจุบันคือโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร) ดังนี้....“ปริปุณณะแล้ว นะวันเสาร์ เวลาก่อนงายแก่ข้าภะเจ้า นายบุญซุม เสนาะบันเลง เขียนปางเมื่อข้าได้เปนเดกสิศ* (เด็กศิษย์) วัดมนเทียร สะเทียนเที่ยงเท้า เมื่ออายุข้าภะได้ได้ 12 ปี ฯ ตัวค็บ่ดีสักน้อย พอเปนถ้อยอยายกันนั้นแลเจ้าเหิย ยามเมื่อแม่อ้ายมานอยู่นั้นแลเจ้าเหิย” ....“นายชุมเขียน เมื่อข้าพระเจ้าอยู่โรงเรียนสุริยานุเคราะห์จังหวัดน่านนั้นแลเจ้าเลย ตัวก็บ่อปอดีสักปัญใด* (ปันใด-ปานใด) หนาเจ้าเฮิย (อักษรไทย)”.....(อานิสงส์ปารมีธัมม์ ฉบับวัดมณเฑียร อ.เมือง จ.น่าน โครงการ DREAMSEA รหัส DS_0113_00730_0014)
https://www.hmmlcloud.org/dreamsea/detail.php?msid=5499
...“ปลีเมืองเส็ด* (เต่าเส็ด) วัดจัน ดือน ๑๑ ออก ๑ ฅ่ำ กงกับวันที่ ๒๒ สิงหาฅม ภ.ศ*. ๒๔๖๕ เขียนปางเมื่อข้าภะเจ้าเปนเดกสิดวัดมนเทียร สะเถือนเทื่องเท้า เมื่ออายุข้าภะเจ้าได้ ๑๕ ปลี ฯ ตัวค็บ่ปลอ* (พอ) ดีสักน้อย ปลอเปนถ้อยยายกันนั้นแลเจ้าเหิย เมื่อข้าเปนเดกอยู่นั้นแล ฯ”....“ศักราชได้ ๑๒๘๔ วันที่ ๒๒ พ.ศ.๒๔๖๕ (อักษรไทย)” ....(ปารมี 30 ทัด ฉบับวัดมณเฑียร อ.เมือง จ.น่าน-โครงการ DREAMSEA รหัส DS 0113 00710 0013)
https://www.hmmlcloud.org/dreamsea/detail.php?msid=5479


"ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา"(รองปกหลัง พับสาเมืองเชียงตุง IMG_0878)
27/01/2025

"ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา"

(รองปกหลัง พับสาเมืองเชียงตุง IMG_0878)

ยันต์สำหรับคนที่อยากเป็นเศรษฐี เก็บเงินเป็นกอบเป็นกำ ลดค่าใช้จ่ายได้ดีนะครับ.."ลูกนี้ เข้าของอยู่หมั้นดี บ่มีใจใคร่จ่าย ...
08/01/2025

ยันต์สำหรับคนที่อยากเป็นเศรษฐี เก็บเงินเป็นกอบเป็นกำ ลดค่าใช้จ่ายได้ดีนะครับ
.."ลูกนี้ เข้าของอยู่หมั้นดี บ่มีใจใคร่จ่าย ดีนักแล"...

(2550-07-18-พับคาถายันต์-ว.พระหลวง-แพร่ IMG_0639)

"นโม พุทฺธาย เสฏฺฐํ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ..."(คัมภีร์ใบลานเรื่อง "กัมมวาจา" ของวัดป่าตุ้มดอน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ จารเมื...
01/10/2024

"นโม พุทฺธาย เสฏฺฐํ อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ..."

(คัมภีร์ใบลานเรื่อง "กัมมวาจา" ของวัดป่าตุ้มดอน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ จารเมื่อ จ.ศ.1266 โดยสีวิไชยภิกขุ)
พบการใช้อังกาบอกลำดับหน้าลานที่น่าสนใจ โดยบันทึกไว้มุมซ้ายด้านหลังของใบลานแต่ละแผ่น ตามลำดับ ดังนี้
น (1), โม (2), พุ (3), ทฺธา (4), ย (5), เส (6), ฏฺฐํ (7), อ (8), อา (9), อิ (10), อี (11), อุ (12), อู (13), เอ (14), โอ (15), 16, 17, 18, 19,......

หากพบการใช้อังกาแปลกๆ และน่าสนใจ ก็จะนำมาเสนออีกครับ...
#อังกาใบลาน

เนื่องในวาระครบรอบชาตกาล พระราชชายาเจ้าดารารัศมี (26 สิงหาคม 2416)ขอนำเสนอภาพถ่ายใบลาน และพับสา ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าดารา...
26/08/2024

เนื่องในวาระครบรอบชาตกาล พระราชชายาเจ้าดารารัศมี (26 สิงหาคม 2416)
ขอนำเสนอภาพถ่ายใบลาน และพับสา ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าดารารัศมี ดังนี้

1) "พับสาไม่ปรากฏชื่อ" ของวัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ เนื้อหาเป็นปฏิทินย่อ กล่าวถึงการเสด็จกลับเชียงใหม่ เมื่อ จ.ศ.1271 (พ.ศ.2452) ดังข้อความว่า ...."ปีกัดเร้า สักกะ 1271 อธิกมาส เข้าวัสสาเดือน 10 ทุติยะเพ็ง สังกรานต์ไพเดือน 7 ลง 8 ฅ่ำ เมงวัน 3 ไทยกล่าเหม้า เน่าวัน 1 พระญาวันมา 10 ฅ่ำ เมงวัน 5 ไทยดับไส้ ฯ อตีตสาสนา 2473 อนาคตสาสนา 2547 หรคุณสังกรานต์ 469243 หรคุณพระญาวัน 494245 ติถี 25 ฯ เดือน 9 เพง จันทคราสจับหนอาคไนย กึ่ง 1 ยามแตรสู่รุ่ง ฯ “เจ้าดารา สะเดจมาปีนี้”
...และในปีถัดมา คือ จ.ศ.1272 (พ.ศ.2453) กล่าวถึงการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ผู้บันทึกนับเป็นวันที่ ๒๒ ตุลาคม 2453) ดังข้อความว่า....."ปีกดเสด ศก 1272 ทินนาธิกะ เดือน 9 บ่หน สังกรานต์ไพเดือน 7 ออก 4 ฅ่ำ เมงวัน 4 ไทยเปิกสัน เน่าสวัน 1 พระญาวันมา 6 ฅ่ำ เมงวัน 6 ไทยกดเสด ฯ อตีตสาสนา 2454 อนาคตสาสนา 2546 ฯ หรคุณสังกรานต์ 464608 หรคุณพระญาวัน 464610 ติถี 6 ตัวแล ฯ บ่มีคราส ฯ".........“วันธี่ 22 ตุลาฅม ร.ศ.129 วัน 7 เดือน 1 เกียงเหนือ แรม 3 ฅ่ำ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สะเดจสวันนฅต ยาม 6 ธุ่ม กับ 20 นาที ฯ"...."ดาวฅวันใหย่ปีนี้ ฯ"

2) ภาพถ่ายใบลาน "อุปเทสเถรจันท์" (ตำนานมหาเถรจันท์) ของวัดเชียงมั่น เชียงใหม่ ที่กล่าวถึงการจารใบลานถวายพระราชชายาเจ้าดารารัศมี บันทึกด้วยอักษรไทนิเทศ เมื่อ พ.ศ.2458 ดังข้อความว่า...."พุทธสักกพัททะได้ ๑๒๗๘ ปีรวายสี เดือน ๗ ขึ้น ๕ ฅ่ำ พร่ำว่าได้วัน ๓ สะเดจแลยามเช้าหาสันงายแล ฯ" .... "หนังสือมหาเถรจันท์แล เขียนถวายพระราชชายาเจ้าดารารัสมี เมื่อพุทธสักราช ๒๔๕๘ ตัว ข้าแล เขียนตามตัวอย่างของครูบาเจ้าสมเด็จแล ฯ" ..... "อหํ นาม คันธิยภิกขุ ลิกขิต อัตโน ปางเมื่อปฏิบัติธุเจ้าหน้อยไชยวุฒิ วัดสังฆรามเชียงหมั้น แจ่งสรีภูมิแล ฯ"

(ที่มาของข้อมูล อยู่ในคำอธิบายภาพ)

ที่อยู่

มหาวิทยาลัยราชภัฏChiang Mai
Chiang Mai
50300

เบอร์โทรศัพท์

+6653885880

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ใบลานศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์ใบลานศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่:

แชร์