Brand Communication Master Program at BUU

เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ มหาวิทยาลัย

Brand Communication Master Program at BUU ให้ความรู้ศาสตร์ด้านแบรนด์ การสื่อสารแบรนด์ การวิเคราะห์เจาะลึกความต้องการของผู้บริโภค กลยุทธ์การออกแบบแคมเปญการสื่อสารและการวางแผนสื่อ

หลักสูตรสื่อสารแบรนด์ มีวัตถุประสงค์หลักคือ การผลิตมหาบัณฑิตให้สามารถเป็นผู้ประกอบการที่สามารถสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล และเป็นผู้ที่มีทัศนคติของการใฝ่รู้ตลอดชีวิต
เน้นให้ความรู้ด้านการสร้างแบรนด์ โดยสนับสนุนให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ตรงในการสร้างแบรนด์ มีการเชิญผู้ประกอบการจากธุรกิจที่แตกต่างกันมาบรรยายเพื่อให้ความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และสร้างจิตวิญญาณผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Mindset) ในยุคดิจิทัล และร่วมทำกิจกรรมกับนิสิตทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีระยะเวลาการศึกษา 2 ปี

สนใจขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โทร 038 102-394 หรือ 086 381-8266

https://web.facebook.com/share/p/1HTZcQtGtZ/
22/09/2026

https://web.facebook.com/share/p/1HTZcQtGtZ/

ประเภทของคอนเทนต์แบ่งตามระดับของกรวยการตลาด (Marketing Funnel)

GRIN นำแนวคิดกรวยการตลาดมาประยุกต์กับการใช้คอนเทนต์จากผู้สร้างเนื้อหา (creators) โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
- Top of Funnel (TOFU) วัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และขยายการเข้าถึง
- Middle of Funnel (MOFU) วัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสนใจและให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้า และ
- Bottom of Funnel (BOFU) วัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้อให้กลายเป็นลูกค้า

GRIN ระบุว่า การตลาดที่ใช้อินฟลูเอนเซอร์สามารถส่งผลต่อทุกช่วงของการเดินทางของผู้บริโภค (customer journey) และคอนเทนต์แต่ละประเภทสามารถใช้ได้มากกว่าหนึ่งช่วงการเดินทาง ดังนั้น การพิจารณาว่าคอนเทนต์ใดจะทำหน้าที่เป็น TOFU, MOFU หรือ BOFU ต้องพิจารณาร่วมกับวัตถุประสงค์ของการสื่อสาร ลักษณะของสาร และพฤติกรรมที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค

เป้าหมายของคอนเทนต์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และขยายการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่ ตัวชี้วัดว่าประสบความสำเร็จ ได้แก่ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (reach) จำนวนโพสต์ของครีเอเตอร์ (creator posts) การเติบโตของจำนวนผู้ติดตาม (follower growth) และเนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้งาน (user-generated content)

ประเภทคอนเทนต์ใน TOFU
1.1 โพสต์ที่แสดงอยู่ในฟีด (In-feed Post) คือ โพสต์ที่ปรากฏในฟีดของผู้ใช้บนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Instagram, Facebook หรือ TikTok จุดเด่นของรูปแบบนี้คือการนำข้อความของแบรนด์เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ผู้บริโภคใช้งานอยู่แล้ว โดยอินฟลูเอนเซอร์สามารถนำเสนอสินค้าในรูปแบบที่สอดคล้องกับรูปแบบเนื้อหาของตนเอง
ตัวอย่าง
แคมเปญ Lipault Paris: Influencing the Nation ซึ่งได้รับรางวัล Social Influencer Campaign จาก PR Daily ในปี 2018 โดย Hollywood Agency ทำงานร่วมกับ Fashion Bloggers, Mommy Bloggers และ Travel Bloggers เพื่อให้เกิดการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ของ Lipault Paris แคมเปญดังกล่าวสร้าง Original Posts จำนวน 144 โพสต์จาก Influencers 50 คน และสร้างมากกว่า 13.5 ล้าน Impressions
ลิงก์อ้างอิง: https://www.prdaily.com/awards/media-relations-awards/2018/winners/social-influencer-campaign/

1.2 วิดีโอแกะกล่อง (Unboxing Videos) เป็นวิดีโอที่นำเสนอประสบการณ์การเปิดกล่องสินค้า โดยผู้สร้างเนื้อหาจะแสดงบรรจุภัณฑ์ ตัวสินค้า และปฏิกิริยาหรือประสบการณ์ในระหว่างการเปิดกล่อง เป็นหนึ่งในรูปแบบ คอนเทนต์ที่เหมาะกับ TOFU เนื่องจากลักษณะของเนื้อหาสามารถสร้างความสนใจและทำให้สินค้าเข้าสู่การรับรู้ของผู้ชมกลุ่มใหม่
ตัวอย่าง
Smirnoff: Unboxing Pink Lemonade ในประเทศไทย WARC ระบุว่า Smirnoff ใช้ Feminist และ LGBTQ+ Influencers ในการเปิดตัว Pink Lemonade และส่ง Pink Party Boxes ให้กับ Influencers โดย Unboxing Videos เป็น Star Content ของแคมเปญ นอกจากนี้ แคมเปญยังรายงานผลด้านยอดขาย 620,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ, Revenue ROI 7:1 และ Market Share เพิ่มขึ้น 4%
ลิงก์อ้างอิง: https://www.brandbuffet.in.th/2022/04/smirnoff-x-youngster-bkk-unbox-campaign/

1.3 แฮชแท็กของแบรนด์ (Branded Hashtags) เป็นการสร้างแฮชแท็กที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ สินค้า หรือแคมเปญ เพื่อให้เนื้อหาจากแบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้บริโภคสามารถเชื่อมโยงเข้าด้วยกันบนแพลตฟอร์มเดียวกัน รูปแบบนี้มีความสำคัญต่อการสร้างการรับรู้ เพราะช่วยให้เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญสามารถถูกค้นพบและขยายต่อผ่าน User-Generated Content
ตัวอย่าง
Nike Football บน TikTok ซึ่งเป็น Branded Hashtag Challenge สำหรับการเปิดตัว Future Lab Pack โดย Nike ใช้ Creator เป็นส่วนสำคัญในการเปิดตัวและกระตุ้นให้ผู้ใช้สร้างวิดีโอแสดงทักษะฟุตบอลพร้อมแฮชแท็กของแคมเปญ TikTok รายงานว่ามี Video Views มากกว่า 317 ล้านครั้ง มีวิดีโอที่ผู้ใช้สร้างมากกว่า 160,000 รายการ และบัญชี TikTok ของ Nike เพิ่มผู้ติดตาม 215,000 คนภายใน 6 วัน
ลิงก์อ้างอิง: https://www.tiktok.com/tag/MagicBoots

1.4 บทความบล็อก (Blogs) และเรื่องเล่าของอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Storytelling) เป็นคอนเทนต์ที่เปิดโอกาสให้ Influencer หรือ Blogger นำเสนอข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับแบรนด์อย่างละเอียดมากกว่าโพสต์สั้นบน Social Media ขณะที่ Influencer Storytelling สามารถทำให้แบรนด์ถูกนำเสนอผ่านเรื่องราว ประสบการณ์ หรือบริบทชีวิตของผู้สร้างเนื้อหา GRIN ระบุว่า Blog สามารถใช้ใน TOFU ได้เมื่อเนื้อหาเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับปัญหาหรือความต้องการของผู้บริโภค แทนที่จะมุ่งนำเสนอรีวิวเพื่อให้เกิดการซื้อโดยตรง
ตัวอย่าง
Transform Patients Stories ซึ่งเป็นแคมเปญของ Transform ที่ทำงานร่วมกับ Fashion และ Lifestyle Bloggers จำนวน 4 คนซึ่งเป็นผู้ใช้บริการจริงของ Transform โดยมีเป้าหมายในการเข้าถึงกลุ่มอายุ 18–24 ปี เว็บไซต์ของผู้ดำเนินแคมเปญระบุว่ากลุ่ม Blogger มีผู้ติดตามรวมประมาณ 1 ล้านคนตั้งแต่วันแรกของแคมเปญ และรายงานว่า Web Traffic เพิ่มขึ้น 22%, Facebook Engagement เพิ่มขึ้น 170%, Rhinoplasty Page Views เพิ่มขึ้น 34% และ Instagram Followers เพิ่มขึ้น 197%
ลิงก์อ้างอิง: https://gloriouscreative.co.uk/project/transform-bloggers/ และ https://www.transforminglives.co.uk/patient-stories/

(ยังมีต่อ)

อ้างอิง
GRIN. (2023). Influencers for every stage of the influencer marketing funnel.
Web address: https://grin.co/blog/influencers-for-every-stage-of-your-marketing-funnel/

21/09/2026

เมื่อการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่เรื่องของการสุ่ม การเลือกประเภทอินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับ Marketing Funnel

ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้รับข้อมูลจากแบรนด์เพียงช่องทางเดียว การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) ได้กลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการสื่อสารการตลาดที่ช่วยเชื่อมแบรนด์เข้ากับกลุ่มผู้บริโภคผ่านบุคคลที่มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นผู้เผยแพร่ข้อความของแบรนด์ แต่ยังสามารถทำหน้าที่เป็นผู้สร้างเนื้อหา ผู้ให้ข้อมูล ผู้รับรองสินค้า และผู้สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ติดตาม การวางแผน Influencer Marketing จึงไม่ควรเริ่มต้นว่า "อินฟลูเอนเซอร์คนไหนมีผู้ติดตามมากที่สุด"
แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า “แบรนด์ต้องการให้ผู้บริโภคเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร และผู้บริโภคอยู่ในช่วงใดของเส้นทางการตัดสินใจ”
เพราะอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะกับการสร้างการรับรู้ในวงกว้างอาจไม่ใช่บุคคลเดียวกับที่เหมาะสำหรับการอธิบายรายละเอียดสินค้า หรือกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ

แนวคิด Marketing Funnel เข้ามาช่วยจัดระบบบทบาทดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Top of the Funnel (TOFU) Middle of the Funnel (MOFU) Bottom of the Funnel (BOFU) GRIN ได้นำแนวคิดนี้มาประยุกต์กับ Influencer Marketing และกำหนดตัวอย่างประเภทคอนเทนต์และตัวชี้วัดที่แตกต่างกันในแต่ละระดับ อย่างไรก็ตาม Funnel ควรถูกใช้เป็นกรอบสำหรับการวางแผนการสื่อสาร มากกว่าจะมองว่าเป็นเส้นทางที่ผู้บริโภคทุกคนต้องเดินจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่งอย่างเป็นเส้นตรง เพราะในสภาพแวดล้อมดิจิทัล ผู้บริโภคสามารถสลับไปมาระหว่างการค้นหาข้อมูล การรับชมรีวิว การเปรียบเทียบสินค้า และการกลับมารับรู้แบรนด์ได้หลายครั้ง

Campbell และ Farrell (2020) เสนอว่า คุณค่าของอินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่เพียงเพราะมีผู้ติดตาม แต่เพราะมีฐานผู้ชม มีตัวตนที่สามารถเชื่อมโยงกับสินค้า และมีความสามารถในการสร้างและจัดการคอนเทนต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ประเด็นนี้ทำให้การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ต้องพิจารณามากกว่าตัวเลข Followers ผลของจำนวนผู้ติดตามไม่ได้เป็นบวกในทุกสถานการณ์ ดังนั้น ผู้ติดตามมากไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกวัตถุประสงค์
1. Top of the Funnel (TOFU) คือ ช่วงที่กลุ่มเป้าหมายเพิ่งสัมผัสกับแบรนด์หรือสินค้า เป้าหมายหลัก คือ Brand Awareness หรือการสร้างการรับรู้และขยายการเข้าถึงไปยังกลุ่มเป้าหมาย คอนเทนต์ควรตอบคำถามว่า ทำอย่างไรให้คนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์หยุดดู สนใจ และจดจำแบรนด์ได้
อินฟลูเอนเซอร์ที่มีฐานผู้ชมขนาดใหญ่สามารถช่วยขยายการรับรู้ได้ ขณะที่ Micro หรือ Nano สามารถช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเฉพาะหรือชุมชนเฉพาะได้
คอนเทนต์ TOFU ได้แก่ การทดลองหรือ Unboxing การเล่าเรื่องที่เชื่อมสินค้าเข้ากับปัญหาในชีวิตประจำวัน Short-form Video Lifestyle Content คอนเทนต์ที่สร้างความสนใจต่อหมวดหมู่สินค้า Hashtag Campaign คอนเทนต์ที่กระตุ้นให้ผู้ชมสร้างเนื้อหาต่อ
ตัวชี้วัด (KPI) ได้แก่ Reach, จำนวนโพสต์ การเติบโตของผู้ติดตามช่องทางของแบรนด์ และการเกิด UGC ในเชิงกลยุทธ์

2. Middle of the Funnel (MOFU) เป็นขั้นตอนต่อไป คือ การทำให้แบรนด์ยังคงอยู่ในความสนใจ และช่วยให้ผู้บริโภคสามารถประเมินว่าสินค้าหรือบริการนั้นเหมาะกับตนเองหรือไม่ นี่คือบทบาทของ Audience Nurturing โดยมุ่งรักษาความสนใจและให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ผู้บริโภค
ควรให้ความสำคัญกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าและสามารถสื่อสารรายละเอียดได้ดี รวมทั้งมีผู้ติดตามที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
คอนเทนต์ ได้แก่ How-to, FAQ, Live, Tutorial, Educational Content, Behind-the-scenes ในขั้นนี้ ความสามารถของอินฟลูเอนเซอร์ในการ อธิบายมีความสำคัญมากกว่าความสามารถในการสร้าง Reach เพียงอย่างเดียว สามารถตอบคำถามที่ผู้บริโภคมักสงสัยสำหรับสินค้าที่มีความซับซ้อน เพราะช่วยลดความไม่แน่นอนก่อนการตัดสินใจ
ตัวชี้วัด (KPI) ได้แก่ Engagement, Comments, Saves, Shares, Quality of Engagement, Content Interaction

3. Bottom of the Funnel (BOFU) เป็นช่วงที่ผู้บริโภครู้จักแบรนด์และมีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าแล้ว แต่ยังต้องการแรงสนับสนุนเพื่อเปลี่ยนจาก ความสนใจเป็นการกระทำ
ควรพิจารณาอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ ความเกี่ยวข้องกับสินค้า และความสามารถในการกระตุ้นการกระทำมากกว่าจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว
คอนเทนต์ BOFU มีลักษณะใกล้กับ Decision-support Content มากกว่าคอนเทนต์เพื่อสร้าง Awareness เช่น รีวิวการใช้สินค้าจริง เปรียบเทียบคุณสมบัติ การสาธิต การใช้บุคคลอ้างอิงเป็นพยาน Case หรือ Experience Affiliate Link Discount Code Limited-time Offer Product Promotion
ตัวชี้วัด (KPI) ได้แก่ Link Clicks, Leads, Discount Code Redemptions และ Sales เพื่อประเมินผลลัพธ์ของการสื่อสาร

โดยสรุป หัวใจของ Influencer Marketing จึงไม่ได้อยู่ที่การค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่มีจำนวนผู้ติดตามมากที่สุด แต่อยู่ที่การออกแบบ ความสัมพันธ์ระหว่าง 4 องค์ประกอบ ได้แก่ วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร ประเภทของอินฟลูเอนเซอร์ ลักษณะของคอนเทนต์ และขั้นของผู้บริโภคใน Funnel
งานวิจัยของ Vrontis et al. (2021) แสดงให้เห็นว่า Influencer Marketing เป็นปรากฏการณ์ที่มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้องและไม่สามารถอธิบายด้วยตัวแปรเพียงตัวเดียว ขณะที่ Campbell และ Farrell (2020) ชี้ให้เห็นว่าอินฟลูเอนเซอร์มีคุณค่าจากทั้งฐานผู้ชม ตัวตนในฐานะผู้รับรอง และความสามารถในการจัดการสื่อสังคมออนไลน์
ดังนั้น การวางแผน Influencer Marketing ที่เป็นระบบอาจเริ่มจากคำถาม 4 ข้อ ได้แก่
1. ผู้บริโภคของเราอยู่ตรงไหนในเส้นทางการตัดสินใจ?
2. เราต้องการให้เกิด Awareness, Engagement, Consideration หรือ Conversion?
3. อินฟลูเอนเซอร์คนใดมีความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเข้าถึง?
4. คอนเทนต์แบบใดสามารถทำให้เกิดพฤติกรรมที่ต้องการในขั้นนั้นได้?
เมื่อคำตอบทั้งสี่ส่วนเชื่อมโยงกัน Influencer Marketing จะเปลี่ยนจากการเลือกคนที่มีผู้ติดตามเยอะแล้วให้ช่วยโพสต์ ไปสู่การออกแบบบทบาทของผู้มีอิทธิพลให้สัมพันธ์กับกลยุทธ์การสื่อสารตลอดเส้นทางของผู้บริโภค


เอกสารอ้างอิง
Belanche, D., Casaló, L. V., Flavián, M., & Ibáñez-Sánchez, S. (2021). Understanding influencer marketing: The role of congruence between influencers, products and consumers. Journal of Business Research, 132, 186–195. https://doi.org/10.1016/j.jbusres.2021.03.067
Breves, P. L., Liebers, N., Abt, M., & Kunze, A. (2019). The perceived fit between Instagram influencers and the endorsed brand: How influencer–brand fit affects source credibility and persuasive effectiveness. Journal of Advertising Research, 59(4), 440–454. https://doi.org/10.2501/JAR-2019-030
Campbell, C., & Farrell, J. R. (2020). More than meets the eye: The functional components underlying influencer marketing. Business Horizons, 63(4), 469–479. https://doi.org/10.1016/j.bushor.2020.03.003
Conde, R., & Casais, B. (2023). Micro, macro and mega-influencers on Instagram: The power of persuasion via the parasocial relationship. Journal of Business Research, 158, 113708. https://doi.org/10.1016/j.jbusres.2023.113708
De Veirman, M., Cauberghe, V., & Hudders, L. (2017). Marketing through Instagram influencers: The impact of number of followers and product divergence on brand attitude. International Journal of Advertising, 36(5), 798–828. https://doi.org/10.1080/02650487.2017.1348035
GRIN. (n.d.). Influencers for every stage of the influencer marketing funnel [+ infographic]. https://grin.co/blog/influencers-for-every-stage-of-your-marketing-funnel/?utm_source=chatgpt.com
Vrontis, D., Makrides, A., Christofi, M., & Thrassou, A. (2021). Social media influencer marketing: A systematic review, integrative framework and future research agenda. International Journal of Consumer Studies, 45(4), 617–644. https://doi.org/10.1111/ijcs.12647

จากดาราเรียกร้องสปอตไลท์ สู่ผู้เชี่ยวชาญสร้างความเชื่อมั่น ปิดจบด้วยเพื่อนสาวป้ายยา—เลือก KOL ให้ตรง Funnel ไหลไปทางไหนก...
19/09/2026

จากดาราเรียกร้องสปอตไลท์ สู่ผู้เชี่ยวชาญสร้างความเชื่อมั่น ปิดจบด้วยเพื่อนสาวป้ายยา—เลือก KOL ให้ตรง Funnel ไหลไปทางไหนก็ปัง!

สไลด์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การวิเคราะห์และการสื่อสารแบรนด์เชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเป็นผู้ประกอบการ” บรรยายโดยคุณปฐมพงษ์ เรืองศิริ ตำแหน่ง Head of Media บริษัท The Secret Farm Co., Ltd. ให้กับนิสิตหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสื่อสารแบรนด์ มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569

“มนุษย์ส่งอิทธิพลต่อมนุษย์ด้วยกัน ไม่มีสิ่งใดจะทรงอิทธิพลต่อผู้คนได้มากไปกว่าคำแนะนำจากเพื่อนที่พวกเขาไว้วางใจ การบอกต่อ...
19/09/2026

“มนุษย์ส่งอิทธิพลต่อมนุษย์ด้วยกัน ไม่มีสิ่งใดจะทรงอิทธิพลต่อผู้คนได้มากไปกว่าคำแนะนำจากเพื่อนที่พวกเขาไว้วางใจ การบอกต่อจากคนที่เชื่อใจได้นั้นส่งผลต่อผู้คนมากกว่าข้อความโฆษณาผ่านสื่อที่ดีที่สุด และการบอกต่อที่น่าเชื่อถือนี้เอง คือจอกศักดิ์สิทธิ์ของการทำโฆษณา”
Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Meta / Facebook

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคมีความซับซ้อน การทำแคมเปญ KOL Marketing จึงไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่การคาดเดา หรือเลือกจากตัวเลขผู้ติดตาม (Followers) เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป เพราะในมุมมองของการบริหารจัดการสื่อ สิ่งที่แบรนด์ต้องการไม่ใช่แค่ความนิยม แต่คือการเปลี่ยน "ข้อมูลอินไซต์ (Data Insights)" ให้กลายมาเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้หัวใจสำคัญของการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง จึงอยู่ที่กลยุทธ์ Strategic Matching หรือการเลือกประเภทของผู้นำทางความคิดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคตาม กลไกกรวยการตลาด (Marketing Funnel) โดยเราสามารถถอดรหัสความต่างและการประยุกต์ใช้ในแต่ละสถานการณ์ได้ดังนี้:

1. ขั้นการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง (Top of the Funnel - Brand Awareness)
วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์: ต้องการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือต้องการให้แคมเปญเข้าถึงสายตาประชากรบนโลกออนไลน์จำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น
สื่อบุคคลที่เหมาะสม: Mega KOL / Celebrity (ผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 คน) และ Macro Influencer (ผู้ติดตาม 100,000 – 1,000,000 คน)
กลไกการทำงาน: กลุ่มนี้โดดเด่นด้วยทักษะการสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้เป็นกระแสและเข้าถึงง่าย (Trendy) การใช้สื่อบุคคลกลุ่มนี้เปรียบเสมือนการเปิดสปอตไลท์ดึงดูดความสนใจจากมหาชน สร้างแรงกระเพื่อมให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

2. ขั้นการสร้างความน่าเชื่อถือและการให้ความรู้ (Middle of the Funnel - Trust & Education)
วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์: ใช้กับกลุ่มสินค้าที่ต้องใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจสูง สินค้าที่มีราคาสูง หรือสินค้าที่ผู้บริโภคกังวลเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สกินแคร์รักษาผิว อุปกรณ์ไอทีระดับโปร และบริการทางการเงิน
สื่อบุคคลที่เหมาะสม: KOL เฉพาะทาง (Key Opinion Leaders / Niche Experts)
กลไกการทำงาน: ผู้บริโภคในขั้นนี้ต้องการเหตุผลและความน่าเชื่อถือ (Credibility) ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สูง (High Expertise) ของ KOL กลุ่มนี้ เช่น แพทย์ หรือนักรีวิวสายเทคโนโลยี จะช่วยทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลเชิงลึก อธิบายคุณสมบัติ และช่วยลดความเสี่ยงในใจผู้บริโภค เปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นความเชื่อมั่น

3. ขั้นการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ (Bottom of the Funnel - Sales & Conversion)
วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์: ต้องการปิดการขาย ผลักดันยอดขายในระยะสั้น เหมาะสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป (FMCG) หรือสินค้าที่มีราคาเข้าถึงง่าย
สื่อบุคคลที่เหมาะสม: KOC (Key Opinion Consumers) และ Micro/Nano Influencer (ผู้ติดตาม 1,000 – 100,000 คน)
กลไกการทำงาน: หัวใจสำคัญของขั้นนี้คือ "ความสมจริง" (Authenticity) กลุ่ม KOC และอินฟลูเอนเซอร์ขนาดเล็กจะเน้นการรีวิวตามความเป็นจริง มีความเป็นกันเองสูง และเข้าถึงได้ง่ายที่สุดในสายตาผู้บริโภค การส่งเสียงจากผู้ใช้จริงปริมาณมากจะช่วยสร้างแรงจูงใจและลดแรงต้านต่อโฆษณา กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการตัดสินใจสั่งซื้อได้ทันที

โดยสรุปแล้ว การเลือกใช้สื่อบุคคลในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องของการเสี่ยงดวง แต่คือการวางหมากรุกให้ถูกตำแหน่งตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละกรวยการตลาด (Marketing Funnel) เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการตลาดที่วางไว้

Be creative with AI in branded entertainment business. สไลด์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การวิเคราะห์แล...
18/09/2026

Be creative with AI in branded entertainment business.

สไลด์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การวิเคราะห์และการสื่อสารแบรนด์เชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเป็นผู้ประกอบการ” บรรยายโดย คุณนพรัตน์ วัฒนวราภรณ์ Co-Founder & Chief Creator บริษัท iSM Branded Entertainment Agency ให้กับนิสิตหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสื่อสารแบรนด์ มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569

เมื่อ AI คิดแทนได้... ครีเอทีฟโฆษณากำลังจะ “ตาย” หรือแค่ “ต้องแปลงร่าง”?ในยุคที่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถเขียนก๊อปปี้โฆ...
18/09/2026

เมื่อ AI คิดแทนได้... ครีเอทีฟโฆษณากำลังจะ “ตาย” หรือแค่ “ต้องแปลงร่าง”?

ในยุคที่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถเขียนก๊อปปี้โฆษณาคม ๆ เจนรูปภาพสต็อกสวยงามได้ภายในไม่กี่วินาที หรือแม้กระทั่งตัดต่อวิดีโอตามคำสั่ง (Prompt) ได้อย่างมหัศจรรย์

คำถามที่คนในวงการเอเจนซี่ต่างหวาดหวั่นก็คือ “อาชีพครีเอทีฟโฆษณากำลังจะหายไปจริงหรือ?”คำตอบที่แท้จริงอาจไม่ใช่การ “หายไป” แต่เป็นการ “เปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่” ใครที่ยังทำงานแบบเดิมอาจอยู่ยาก แต่ใครที่ปรับตัวได้ AI จะกลายเป็นอาวุธลับที่ทรงพลังที่สุด

มนุษย์ vs ปัญญาประดิษฐ์: ใครเหนือกว่าในมิติไหน?
หากลองเปรียบเทียบมิติการทำงานโฆษณาในปัจจุบัน เราจะเห็นจุดเด่นและข้อจำกัดได้อย่างชัดเจน เช่น

ด้านความเร็วและการผลิตงาน (Ex*****on): AI ชนะขาดเพราะมันสามารถเขียนพาดหัวข่าวเป็นร้อย ๆ แบบ หรือสร้างภาพสตอรี่บอร์ดหลากหลายสไตล์ได้ภายในไม่กี่นาที ขณะที่ มนุษย์ครีเอทีฟโฆษณาทำงานได้ช้ากว่าและใช้เวลามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ด้านการเชื่อมโยงความรู้สึกและอารมณ์ (Empathy): AI ทำได้เพียงวิเคราะห์และเลียนแบบจากฐานข้อมูลเก่าในระบบ แต่ไม่เคยสัมผัสกับอารมณ์ต่าง ๆ อย่างแท้จริง แต่มนุษย์ครีเอทีฟโฆษณาสามารถเข้าใจอินไซต์ (Insight) ที่ลึกซึ้ง บอบบาง และเข้าถึงความรู้สึกร่วมของมนุษย์ด้วยกันได้อย่างแท้จริง

ด้านการคิดนอกกรอบและการทำลายกฎเดิม (Disruption): AI คิดบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีอยู่แล้ว (Data-driven) ผลลัพธ์ที่ได้จึงมักเป็นแพทเทิร์นที่ปลอดภัย คาดเดาง่าย และไม่หลุดออกจากกรอบเดิม แต่มนุษย์ครีเอทีฟโฆษณาสามารถคิดไอเดียที่ "บ้าคลั่ง" ไร้เหตุผล หรือหักมุมแบบที่ไม่มีในตำรา ซึ่งไอเดียหลุดกรอบเหล่านี้มักเป็นหัวใจของโฆษณาที่สร้างความจดจำ

ด้านความเข้าใจบริบทสังคมและวัฒนธรรม (Context & Nuances): AI มักจะพลาดมุกตลกร้าย กระแสสังคมที่มาไวไปไว หรือประเด็นละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ แต่มนุษย์ครีเอทีฟโฆษณาสามารถจับจังหวะเวลา วัฒนธรรมย่อย และล้อไปกับกระแสสังคมในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแม่นยำและมีชีวิตชีวามากกว่า

บทสรุปด้วยคำพูดของ Prof. Karim Lakhani จาก Harvard Business School ที่เคยกล่าวไว้ว่า "AI won't replace humans, but humans with AI will replace humans without AI."

คุณณัฏฐ์กชพร ธีริศราวิชชากร Creative Group Head, HAKUHODO (BANGKOK) CO., LTD. ให้เกียรติมาบรรยายหัวข้อ “การคิดและเขียนงา...
13/09/2026

คุณณัฏฐ์กชพร ธีริศราวิชชากร Creative Group Head, HAKUHODO (BANGKOK) CO., LTD. ให้เกียรติมาบรรยายหัวข้อ “การคิดและเขียนงานคอนเทนต์เพื่อการสื่อสารแบรนด์ในยุคปัญญาประดิษฐ์” แก่นิสิตปัจจุบัน ศิษย์เก่าระดับปริญญาโท สาขาวิชาการสื่อสารแบรนด์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ และผู้ที่สนใจ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 12.15–15.30 น. ผ่านระบบ Zoom Meeting และห้อง QS2-302 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

โครงการอบรมความรู้และทักษะการเป็นผู้ประกอบการยุคดิจิทัลนี้ จัดขึ้นเพื่อตอบยุทธศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ Program 1.3 เสริมสร้างศักยภาพและความสามารถนิสิตให้เป็นผู้นำและการเป็นผู้ประกอบการ การเป็นพลเมืองโลก เสริมสร้างสมรรถนะและความสามารถสำหรับนิสิตที่มีความโดดเด่นและสร้างสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นสำหรับนิสิตในศตวรรษที่ 21

ก่อนจะวางกลยุทธ์แคมเปญ นักสื่อสารแบรนด์ต้องวิเคราะห์สถานการณ์การตลาดและการสื่อสารแบรนด์ เมื่อเผชิญกับยุคปัญญาประดิษฐ์ (a...
12/09/2026

ก่อนจะวางกลยุทธ์แคมเปญ นักสื่อสารแบรนด์ต้องวิเคราะห์สถานการณ์การตลาดและการสื่อสารแบรนด์ เมื่อเผชิญกับยุคปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) เราจะมีวิธีค้นหาข้อมูลวิถีใหม่อย่างไรเพื่อนำไปช่วยในการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ กันไป

สไลด์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การวิเคราะห์และการสื่อสารแบรนด์เชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเป็นผู้ประกอบการ” บรรยายโดย คุณอำนาจ ชาติยานนท์ Communication Strategist (Manager) บริษัท MEDIA INTELLIGENCE GROUP CO., LTD. ให้กับนิสิตหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสื่อสารแบรนด์ มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569

#ปริญญาโท #หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิตสาขาการสื่อสารแบรนด์ #นิเทศศาสตร์ #สื่อสารแบรนด์ #สื่อสารการตลาด #มหาวิทยาลัยบูรพา

ความรู้เพื่อทุกคนมีที่ BUU เรียนฟรีการเริ่มต้นทำสิ่งที่ไม่เคยนั้้นต้องอาศัยความกล้าหาญยิ่งนัก แต่จะดีไหมถ้ามาทำความเข้าใ...
10/09/2026

ความรู้เพื่อทุกคนมีที่ BUU เรียนฟรี

การเริ่มต้นทำสิ่งที่ไม่เคยนั้้นต้องอาศัยความกล้าหาญยิ่งนัก แต่จะดีไหมถ้ามาทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพก่อน

คอร์สเรียนฟรีผ่านระบบออนไลน์ของ BUU MOOC เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมรับใบประกาศนียบัตร

สองรายวิชาด้าน Content ตั้งแต่พื้นฐานการเป็น Content Creator ไปจนถึงการสร้าง Content Marketing ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการทุกท่าน

วิชาที่ 1. การสร้างสรรค์เนื้อหาเบื้องต้น (Basic Content Creation) สอนตั้งแต่การเป็น Content Creator การวิเคราะห์ Audience & Platform การค้นหา Insight ตลอดจนการวางแผนและบริหาร Content อย่างมืออาชีพ

สอนโดย ผศ. ดร.ตวงทอง สรประเสริฐ
อาจารย์ประจำภาควิชานิเทศศาสตร์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://mooc.buu.ac.th/courses/course-v1:BUU+HUSO010+2023/about

2. การตลาดเชิงเนื้อหาเพื่อสื่อใหม่ (Content Marketing for New Media) สอนการคิดและออกแบบ Content การใช้ Storytelling และการสร้างเนื้อหาให้เหมาะกับลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ

สอนโดย ผศ. ดร.พรรณพิลาศ กุลดิลก
อาจารย์ประจำภาควิชานิเทศศาสตร์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://mooc.buu.ac.th/courses/course-v1:BUU+HUSO011+2024/about

ที่อยู่

169 Longhardbangsaen Road
Chon Buri
10230

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Brand Communication Master Program at BUU โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ มหาวิทยาลัย

ส่งข้อความของคุณถึง Brand Communication Master Program at BUU:

ทางลัด

แชร์