งานพัฒนาระบบเครือข่ายและการสื่อสาร

งานพัฒนาระบบเครือข่ายและการสื่อสาร งานพัฒนาระบบเครือข่ายและการสื่อสาร
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

พบช่องโหว่ Zero-Click ใน Zoom เสี่ยงถูกสั่งรันโค้ดและยึดเครื่องผ่านการประชุมออนไลน์
14/08/2026

พบช่องโหว่ Zero-Click ใน Zoom เสี่ยงถูกสั่งรันโค้ดและยึดเครื่องผ่านการประชุมออนไลน์

พบช่องโหว่ Zero-Click ใน Zoom เสี่ยงถูกสั่งรันโค้ดและยึดเครื่องผ่านการประชุมออนไลน์

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และพบว่า Zoom ออกประกาศแก้ไขช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยจำนวน 4 รายการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ Zoom หลายประเภท โดยช่องโหว่ที่มีความสำคัญสูงสุดคือ CVE-2026-53413 ซึ่งเกิดขึ้นในฟังก์ชัน Annotation และอาจทำให้ผู้โจมตีที่อยู่ในการประชุม Zoom สามารถส่งข้อมูลที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษไปยังเครื่องของผู้เข้าร่วมรายอื่น เพื่อสั่งรันคำสั่งโค้ดได้โดยผู้ใช้งานเป้าหมายไม่จำเป็นต้องคลิกหรือดำเนินการใดเพิ่มเติม หรือที่เรียกว่าการโจมตีแบบ Zero-Click Remote Code Ex*****on (RCE)

ช่องโหว่ดังกล่าวได้รับการเปิดเผยโดยนักวิจัยจาก A Security ภายใต้ชื่อ “Zoomsday” โดยพบว่าฟังก์ชัน Annotation ของ Zoom ใช้โปรโตคอลสำหรับส่งข้อมูลระหว่างผู้เข้าร่วมการประชุม และไคลเอนต์ของ Zoom จะประมวลผลข้อมูลที่ได้รับโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งข้อมูลผิดรูปแบบเพื่อกระตุ้นช่องโหว่ด้านหน่วยความจำ และอาจนำไปสู่การควบคุมเครื่องของผู้ใช้งานเป้าหมายได้ [1]

1. รายละเอียดช่องโหว่
1.1 CVE-2026-53413 (CVSS v3.1: 8.3) เป็นช่องโหว่ที่เกิดจากการตรวจสอบขอบเขตข้อมูล (Bounds Check) ที่ไม่เพียงพอในฟังก์ชัน Annotator ของ Zoom Clients ส่งผลให้ผู้โจมตีที่อยู่ในการประชุมสามารถส่งข้อมูลที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเขียนข้อมูลเกินขอบเขตของหน่วยความจำ หรือ Buffer Over-write และอาจนำไปสู่การสั่งรันโค้ดบนเครื่องของผู้เข้าร่วมรายอื่นได้ [2]
1.2 CVE-2026-53414 (CVSS v3.1: 6.5) เป็นช่องโหว่ที่เกิดจากการตรวจสอบขอบเขตข้อมูลที่ไม่เพียงพอในฟังก์ชัน Annotator ของ Zoom Clients โดยผู้โจมตีที่อยู่ในการประชุมสามารถส่งข้อมูลที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้ Zoom Client อ่านข้อมูลเกินขอบเขตของหน่วยความจำ และอาจส่งผลให้โปรแกรม Zoom ของผู้ใช้งานเป้าหมายหยุดทำงาน เกิดภาวะปฏิเสธการให้บริการ หรือ Denial-of-Service (DoS) ได้ [3]
1.3 CVE-2026-53415 (CVSS v3.1: 8.3) เป็นช่องโหว่ประเภท Use-After-Free ในฟังก์ชัน Annotator ของ Zoom Clients ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีที่อยู่ในการประชุมสามารถใช้ข้อมูลที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อกระตุ้นให้โปรแกรมเข้าถึงพื้นที่หน่วยความจำที่ถูกคืนไปแล้ว และนำไปสู่การสั่งรันโค้ดบนเครื่องของผู้เข้าร่วมรายอื่นได้ ช่องโหว่นี้มีลักษณะความเสี่ยงใกล้เคียงกับ CVE-2026-53413 และสามารถถูกนำไปใช้โจมตีผ่านข้อมูลที่ส่งระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมโดยไม่จำเป็นต้องหลอกให้เหยื่อเปิดไฟล์หรือลิงก์เพิ่มเติม [4]
1.4 CVE-2026-53416 (CVSS v3.1: 7.1) ช่องโหว่ Path Traversal ส่งผลกระทบต่อ Zoom Workplace VDI Client และ VDI Plugins โดยผู้ใช้งานที่ผ่านการยืนยันตัวตนและสามารถเข้าถึงระบบภายในเครื่อง อาจใช้ช่องโหว่เพื่อเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลในตำแหน่งที่ไม่ควรสามารถเข้าถึงได้ [5]

2. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ
2.1 CVE-2026-53413, CVE-2026-53414 และ CVE-2026-53415 ส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้
- Zoom Workplace บนแพลตฟอร์มที่รองรับ รุ่นก่อน 7.1.5 และ 7.0.6 ในแต่ละสายเวอร์ชัน
- Zoom Workplace VDI Client for Windows รุ่นก่อน 7.0.11 และ 6.6.16 ในแต่ละสายเวอร์ชัน
- Zoom Rooms บนแพลตฟอร์มที่รองรับ
- Zoom Meeting SDK บนแพลตฟอร์มที่รองรับ

2.2 CVE-2026-53416 ส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อ
- Zoom Workplace VDI Client for Windows
- Zoom Workplace VDI Plugins บนแพลตฟอร์มที่รองรับ เวอร์ชันก่อน 7.0.11 และ 6.6.15

3. แนวทางการแก้ไข
3.1 Zoom Workplace: อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 7.1.5 หรือ 7.0.6 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า
3.2 Zoom Workplace VDI Client for Windows: อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 7.0.11 หรือ 6.6.16 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า
3.3 Zoom Rooms: อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 7.1.5 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า
3.4 Zoom Meeting SDK: อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 7.1.5 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า
3.5 Zoom Workplace VDI Plugins: อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 7.0.11 หรือ 6.6.15 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า

4. หากยังไม่สามารถอัปเดตได้ทันที ควรดำเนินการดังนี้
4.1 จำกัดผู้ที่สามารถเข้าร่วมการประชุม โดยใช้ Waiting Room, Meeting Passcode หรือกำหนดให้เฉพาะผู้ใช้งานที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเข้าร่วมได้
4.2 หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ Meeting ID หรือ Personal Meeting Link ในพื้นที่สาธารณะ เพื่อลดโอกาสที่ผู้ไม่หวังดีจะสามารถเข้าร่วมการประชุม
4.3 พิจารณาปิดหรือจำกัดการใช้งานฟังก์ชัน Annotation, Whiteboard, File Transfer และ Remote Control หากไม่มีความจำเป็น
4.4 สำหรับระบบที่ยังใช้ Zoom Client รุ่นที่ได้รับผลกระทบ ควรพิจารณาหลีกเลี่ยงการประชุมแบบ End-to-End Encryption (E2EE) เป็นการชั่วคราว
4.5 ควรตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติบนอุปกรณ์ เช่น Zoom Client หยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือกระบวนการของ Zoom เรียกใช้งานโปรแกรมอื่น เช่น Web Browser, Shell หรือ Script Interpreter โดยไม่คาดหมาย และควรใช้ระบบ Endpoint Protection หรือ EDR เพื่อช่วยตรวจจับพฤติกรรมดังกล่าว

แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/vu3ct16d5k
[2] https://dg.th/mug836kco5
[3] https://dg.th/mt7jcgr0l8
[4] https://dg.th/hl1yv4ac8j
[5] https://dg.th/i4e1876flw

กรณีพบเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือพฤติกรรมน่าสงสัย
Email : [email protected] โทร 02 114 3531 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
ด้วยความปรารถนาดี สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) / ThaiCERT

Microsoft และ Apple ออกแพตช์เพื่อปิดช่องโหว่ระดับวิกฤต ผู้ใช้งานควรอัปเดตระบบโดยทันที
11/08/2026

Microsoft และ Apple ออกแพตช์เพื่อปิดช่องโหว่ระดับวิกฤต ผู้ใช้งานควรอัปเดตระบบโดยทันที

Microsoft และ Apple ออกแพตช์เพื่อปิดช่องโหว่ระดับวิกฤต ผู้ใช้งานควรอัปเดตระบบโดยทันที

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์กรณี Microsoft และ Apple ได้เผยแพร่แพตช์อัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับวิกฤต จำนวนรวม 8 รายการ โดย Microsoft พบช่องโหว่ที่ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถลอบรันโค้ดอันตราย (Remote Code Ex*****on) และยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) ในบริการคลาวด์ได้ ในขณะที่ Apple พบช่องโหว่ที่สามารถข้ามผ่านการยืนยันตัวตนในฟีเจอร์การแชร์หน้าจอได้ หากไม่มีการแก้ไขช่องโหว่จะมีความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมข้อมูลหรือถูกยึดระบบปฏิบัติการ ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานจึงควรเร่งดำเนินการอัปเดตระบบให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดทันที [1]

1. กลุ่มอุปกรณ์ที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบ
1.1 ผลิตภัณฑ์และบริการจาก Microsoft [2]
ระบบ Active Directory
ระบบ Azure (รวมถึง Azure SQL Database, Azure Service Bus, Azure SRE Agent)
ระบบ Entra (รวมถึง Entra Provisioning Service)
ระบบ SharePoint
ระบบ Teams
ระบบ Planetary Computer Pro
1.2 ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์จาก Apple (macOS) [3]
เครื่องลูกข่ายที่ใช้งานระบบปฏิบัติการเวอร์ชันก่อนหน้า macOS Tahoe 26.6.1, macOS Sequoia 15.7.9
และ macOS Sonoma 14.8.9

2. รูปแบบพฤติกรรมการโจมตี
2.1 การโจมตีระบบบริหารจัดการและบริการคลาวด์ของ Microsoft
อาศัยข้อบกพร่องของระบบ ได้แก่ การขาดการยืนยันตัวตน การยืนยันตัวตนที่ไม่เหมาะสม และการขาดการอนุญาตสิทธิ์
2.2 การลอบรันโค้ดและยกระดับสิทธิ์
ช่องโหว่ของ Microsoft เปิดโอกาสให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีผ่านเครือข่าย เพื่อลอบรันโค้ดและยกระดับสิทธิ์ของตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลหรือการปลอมแปลงตัวตน โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์อย่างถูกต้อง
2.3 การข้ามผ่านการยืนยันตัวตนในระบบ Apple
ช่องโหว่เกิดขึ้นในฟีเจอร์การแชร์หน้าจอ (Screen Sharing) โดยผู้โจมตีที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่ายเดียวกัน จะสามารถข้ามผ่าน (Bypass) กระบวนการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าสู่การแชร์หน้าจอของเหยื่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลประจำตัวที่ถูกต้อง

3. รายละเอียดการอัปเดตและการแก้ไข
3.1 การแก้ไขช่องโหว่ของ Microsoft จำนวน 7 รายการ ดังนี้
- CVE-2026-63508 (CVSS v3.1: 10.0) ใน Planetary Computer Pro
- CVE-2026-56162 (CVSS v3.1: 10.0) ใน Azure SQL Database
- CVE-2026-65667 (CVSS v3.1: 10.0) ใน Teams
- CVE-2026-50515 (CVSS v3.1: 9.9) ใน Azure Service Bus
- CVE-2026-62830 (CVSS v3.1: 9.9) ใน Azure SRE Agent
- CVE-2026-59115 (CVSS v3.1: 9.9) ใน Entra Provisioning Service
- CVE-2026-50481 (CVSS v3.1: 9.9) ใน Active Directory
3.2 การแก้ไขช่องโหว่ระบบปฏิบัติการของ Apple
แพตช์แก้ไขช่องโหว่ 1 รายการ คือ CVE-2026-65400 (CVSS v3.1: 7.1) โดยการแก้ไขนี้ถูกรวมอยู่ในระบบปฏิบัติการเวอร์ชันอัปเดตใหม่ ได้แก่ macOS Tahoe 26.6.1, macOS Sequoia 15.7.9 และ macOS Sonoma 14.8.9

4. แนวทางการปฏิบัติและการบริหารจัดการสำหรับผู้ดูแลระบบ
4.1 ผู้ดูแลระบบควรเร่งตรวจสอบและดำเนินการติดตั้งแพตช์อัปเดตความปลอดภัยของ Microsoft ทันที
4.2 บังคับใช้นโยบายการอัปเดต (Patch Management Policy) สำหรับคอมพิวเตอร์ Mac ทั้งหมดภายในหน่วยงาน ให้ทำการอัปเดตระบบปฏิบัติการเป็น macOS เวอร์ชันล่าสุดที่ระบุไว้
4.3 ตรวจสอบและปรับปรุงนโยบายการเข้าถึง (Access Control) รวมถึงการยืนยันตัวตน (Authentication) ในบริการคลาวด์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของหน่วยงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น
4.4 เฝ้าระวังระบบเครือข่าย (Network Monitoring) เพื่อตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น การพยายามยกระดับสิทธิ์ การรันโค้ดจากระยะไกล หรือการพยายามเข้าถึงพอร์ต Screen Sharing ภายในองค์กรโดยไม่ได้รับอนุญาต

แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/h0iew82lpc
[2] https://dg.th/4ifeuptcg3
[3] https://dg.th/yn6ecvsia7

กรณีพบเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือพฤติกรรมน่าสงสัย
Email : [email protected] โทร 02 114 3531 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
ด้วยความปรารถนาดี สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) / ThaiCERT

11/08/2026
เตือนภัยมัลแวร์รูปแบบใหม่ สับขาหลอกให้เบราว์เซอร์ของเหยื่อประกอบร่างไฟล์อันตรายขึ้นมาเอง
11/08/2026

เตือนภัยมัลแวร์รูปแบบใหม่ สับขาหลอกให้เบราว์เซอร์ของเหยื่อประกอบร่างไฟล์อันตรายขึ้นมาเอง

เตือนภัยมัลแวร์รูปแบบใหม่ สับขาหลอกให้เบราว์เซอร์ของเหยื่อประกอบร่างไฟล์อันตรายขึ้นมาเอง
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Confiant ได้เปิดเผยแคมเปญการโจมตีผ่านโฆษณาแฝงมัลแวร์ (Malvertising) ในชื่อ SourTrade ซึ่งกำลังมุ่งเป้าโจมตีนักลงทุนคริปโตและนักเทรดรายย่อย โดยแอบอ้างเป็นแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง TradingView, Solana และ Luno
ความน่ากลัวของการโจมตีครั้งนี้คือ แฮ็กเกอร์ไม่ได้ใช้วิธีส่งไฟล์มัลแวร์แบบสำเร็จรูปมาให้ดาวน์โหลดตรงๆ แต่ใช้วิธีส่งชิ้นส่วนของมัลแวร์มาทีละส่วน และใช้คำสั่งหลอกให้เว็บเบราว์เซอร์ของเหยื่อทำหน้าที่ประกอบร่างไฟล์ (.exe) ขึ้นมาเองบนเครื่อง
กระบวนการนี้อาศัยเครื่องมือทำงานที่ถูกกฎหมายอย่าง Bun runtime เพื่อช่วยในการประกอบไฟล์ เมื่อเหยื่อคลิกโฆษณาและกดดาวน์โหลด ระบบจะนำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบร่างใหม่ด้วยการสุ่มรหัส ทำให้เหยื่อแต่ละคนได้รับไฟล์มัลแวร์ที่มีหน้าตาและค่าแฮช (Hash) ไม่ซ้ำกันเลย ส่งผลให้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่อาศัยการตรวจจับแบบดั้งเดิมแทบจะตรวจไม่พบ
แคมเปญการโจมตีนี้แอบดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 และแพร่กระจายไปกว่า 12 ประเทศ รองรับการหลอกลวงถึง 25 ภาษา แถมระบบของแฮ็กเกอร์ยังมีความฉลาดตรงที่สามารถตรวจสอบได้ว่าคนที่คลิกเข้ามาเป็นบอทหรือนักวิจัยด้านความปลอดภัยหรือไม่ หากใช่ ระบบจะแสดงเป็นหน้าเว็บว่างเปล่าเพื่อหลบซ่อนตัว
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า วิธีป้องกันตัวเองที่ง่ายและดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดโปรแกรมผ่านลิงก์โฆษณาบนหน้าเว็บ หากต้องการติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับการเทรดหรือกระเป๋าเงินคริปโต ควรพิมพ์ URL และเข้าไปดาวน์โหลดที่เว็บไซต์ทางการของผู้พัฒนาโดยตรงเท่านั้น
ที่มา The Hacker News
https://thehackernews.com/2026/07/malvertising-sends-malware-in-pieces.html
__________________________________________



#ข้อมูลรั่วไหลเป็น0
#ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล



🔐 เปิดใช้ MFA เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงบัญชีถูกยึด
07/08/2026

🔐 เปิดใช้ MFA เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงบัญชีถูกยึด

🔐 เปิดใช้ MFA เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงบัญชีถูกยึด

ThaiCERT ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ พบว่าการขโมยข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานและรหัสผ่านยังคงเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ผู้โจมตีนำมาใช้เพื่อเข้าถึงอีเมล ระบบสารสนเทศ ระบบคลาวด์ และบริการออนไลน์ของผู้ใช้งานและหน่วยงาน

แม้ผู้ใช้งานจะตั้งรหัสผ่านที่มีความมั่นคงปลอดภัย แต่รหัสผ่านอาจถูกเปิดเผยจากเหตุข้อมูลรั่วไหล การหลอกลวงแบบฟิชชิง การติดตั้งมัลแวร์ขโมยข้อมูล การใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนหรือซอฟต์แวร์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงการใช้รหัสผ่านซ้ำกับบริการอื่น

การเปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor Authentication (MFA) จึงเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยเพิ่มขั้นตอนในการตรวจสอบตัวตน และลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ผู้โจมตีจะทราบรหัสผ่านแล้วก็ตาม

ThaiCERT แนะนำให้ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบตรวจสอบและเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยของกระบวนการยืนยันตัวตน โดยควรปฏิบัติดังนี้

✅ แนวทางเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีผู้ใช้งาน
1. เปิดใช้ MFA ในทุกระบบที่รองรับ โดยเฉพาะอีเมล ระบบคลาวด์ VPN ระบบการเงิน บัญชีโซเชียลมีเดีย และบัญชีผู้ดูแลระบบ
2. เลือกใช้วิธีการยืนยันตัวตนที่ช่วยลดความเสี่ยงจากเว็บไซต์ปลอมและการขโมยรหัสผ่าน เช่น Passkey หรือกุญแจความปลอดภัย หากระบบรองรับ โดย Passkey จะยืนยันตัวตนผ่านอุปกรณ์ของผู้ใช้และไม่ส่งกุญแจส่วนตัวให้เว็บไซต์หรือระบบปลายทาง หากยังไม่รองรับ ควรใช้แอปพลิเคชันสร้างรหัสยืนยัน และหลีกเลี่ยงการใช้ SMS เป็นตัวเลือกหลักเมื่อมีวิธีที่ปลอดภัยกว่า
3. ไม่อนุมัติคำขอ MFA ที่ไม่ได้เกิดจากการเข้าสู่ระบบของตนเอง หากได้รับคำขอซ้ำหลายครั้ง ควรปฏิเสธคำขอ เปลี่ยนรหัสผ่าน และแจ้งผู้ดูแลระบบทันที
4. ใช้รหัสผ่านที่มีความยาว คาดเดาได้ยาก และไม่ซ้ำกับบริการอื่น โดยควรมีความยาวอย่างน้อย 12–14 ตัวอักษร
5. รูปแบบรหัสผ่านที่แนะนำควรประกอบด้วย ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ ตัวอักษรพิมพ์เล็ก ตัวเลข และอักขระพิเศษตามที่ระบบรองรับ
6. หลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อหน่วยงาน ลำดับตัวเลข คำทั่วไป หรือรูปแบบแป้นพิมพ์ เช่น `12345678`, `password`, qwerty หรือ admin123
7. ไม่ติดตั้งหรือใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อน โปรแกรมแคร็ก โปรแกรมดัดแปลง หรือซอฟต์แวร์จากเว็บไซต์และแหล่งดาวน์โหลดที่ไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากอาจถูกฝังมัลแวร์สำหรับขโมยรหัสผ่าน คุกกี้ เซสชัน และข้อมูลสำคัญภายในเครื่อง
8. ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จากเว็บไซต์ของผู้พัฒนา หรือช่องทางที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น พร้อมตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัลและอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ
9. ตรวจสอบบัญชี อุปกรณ์ และเซสชันที่กำลังเข้าสู่ระบบเป็นประจำ พร้อมยกเลิกการเชื่อมต่ออุปกรณ์หรือเซสชันที่ไม่รู้จัก
10. เปลี่ยนรหัสผ่านทันทีเมื่อพบความผิดปกติ สงสัยว่าข้อมูลรั่วไหล หรือกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ปลอม
11. จัดเก็บรหัสกู้คืนบัญชีหรือ Backup Codes ไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัย และไม่บันทึกไว้ในอุปกรณ์หรือบัญชีเดียวกับที่ใช้เข้าสู่ระบบ

MFA เพิ่มอีกหนึ่งชั้นการป้องกัน แม้รหัสผ่านรั่ว บัญชีก็ยังไม่ควรถูกเข้าถึงได้โดยง่าย

แหล่งอ้างอิง : https://dg.th/w4qerak7gy

กรณีพบเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือพฤติกรรมน่าสงสัย
Email : [email protected] โทร 02 114 3531 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
ด้วยความปรารถนาดี สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) / ThaiCERT

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร⏰ปิดให้บริการ      ในวันที่ 6-9 สิงหาคม 2569 เนื่องจากบุคล...
05/08/2026

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
⏰ปิดให้บริการ
ในวันที่ 6-9 สิงหาคม 2569 เนื่องจากบุคลากรเดินทางไปศึกษาดูงานฯ
⏱️เปิดให้บริการ
ในวันที่ 10 สิงหาคม 2569
***หมายเหตุ กรณีท่านใดที่คืนหนังสือในวันดังกล่าว สำนักวิทยบริการฯ ยกเว้นค่าปรับให้เป็นกรณีพิเศษ***
🙏ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

รู้ทัน!‼️ ภัยใกล้ตัว  #เอกสารปลอมหลอกเงิน‼️----เตือนภัยนักศึกษาและผู้ปกครอง‼️ ขณะนี้มีแก๊งค์มิจฉาชีพ หลอกนักศึกษาและนักเ...
04/08/2026

รู้ทัน!‼️ ภัยใกล้ตัว #เอกสารปลอมหลอกเงิน‼️
----
เตือนภัยนักศึกษาและผู้ปกครอง‼️ ขณะนี้มีแก๊งค์มิจฉาชีพ หลอกนักศึกษาและนักเรียนเพื่อจะให้ผู้ปกครองโอนเงินให้ลูกงได้ไปเรียนหรือทำกิจกรรมที่ต่างประเทศ โดยการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ
ผู้ปกครองอย่าได้หลงเชื่อหนังสือราชการปลอม หากมีข้อสงสัยให้โทรติดต่อกับมหาวิทยาลัยหรืออาจารย์ที่โรงเรียนโดยตรง‼️
"ย้ำ‼️ อย่าโอนเร็วเด็ดขาด"
❤️‍🩹 ด้วยความปรารถนาดีจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/14j3k1MtXyq/?mibextid=wwXIfr

📶 กำแพง กระจก และโลหะ ส่งผลต่อสัญญาณ Wi-Fi อย่างไร?สัญญาณ Wi-Fi อาจอ่อนลงเมื่อมีสิ่งกีดขวางอยู่ระหว่างอุปกรณ์กับจุดกระจา...
04/08/2026

📶 กำแพง กระจก และโลหะ ส่งผลต่อสัญญาณ Wi-Fi อย่างไร?

สัญญาณ Wi-Fi อาจอ่อนลงเมื่อมีสิ่งกีดขวางอยู่ระหว่างอุปกรณ์กับจุดกระจายสัญญาณ

🧱 กำแพงปูนหรือคอนกรีต
ยิ่งมีความหนาหรือมีหลายชั้น สัญญาณยิ่งผ่านได้ยาก อาจทำให้เน็ตช้า หลุดบ่อย หรือใช้งานไม่เสถียร

🪟 กระจก
กระจกทั่วไปมีผลต่อสัญญาณเพียงเล็กน้อย แต่กระจกเคลือบฟิล์มอาจทำให้สัญญาณลดลงมากขึ้น

🔩 โลหะ
ตู้เหล็ก ประตูเหล็ก ชั้นวางเหล็ก และลิฟต์ สามารถสะท้อนหรือกั้นสัญญาณ Wi-Fi ได้มาก

✅ เพื่อให้ใช้งาน Wi-Fi ได้ดีขึ้น ควรใช้งานในพื้นที่เปิดโล่ง หลีกเลี่ยงผนังหนา ตู้เหล็ก และบริเวณใกล้ลิฟต์ หากสัญญาณไม่ดี ลองขยับเข้าใกล้จุดกระจายสัญญาณ

ตำแหน่งที่ใช้งาน มีผลต่อคุณภาพของสัญญาณ Wi-Fi

#เครือข่ายไร้สาย #งานพัฒนาระบบเครือข่ายและการสื่อสาร

ที่อยู่

69 หมู่ 1 ต. นครชุม
Kamphaeng Phet
62000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30
เสาร์ 08:30 - 16:30
อาทิตย์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ งานพัฒนาระบบเครือข่ายและการสื่อสารผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์