ประชาธิปไตยอัตลักษณ์ไทย : ประชาธิปไตยฐานชุมชน

ประชาธิปไตยอัตลักษณ์ไทย : ประชาธิปไตยฐานชุมชน สร้างความเข้มแข็งชุมชนและประชาธิปไตยที่ยั่งยืนจากฐานราก

03/07/2026

LIVE 🔴 เสวนาสภาที่ 3 ตรวจสอบนโยบายพลังงานของรัฐบาล
วันศุกร์ที่ 3 ก.ค. 2569 เวลา 14.00 16:30 น

คอร์รัปชั่นพลังงาน กักตุนน้ำมันขึ้นราคา : รัฐบาลทำเพื่อประชาชนหรือกลุ่มทุน?

กล่าวเปิดโดย อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานก่อตั้งสภาที่ 3

ชี้แนะ ภาษีลาภลอยและโครงสร้างผูกขาดพลังงานไทย
โดย ปรีดา เตียสุวรรณ์ นักธุรกิจระหว่างประเทศ

วิพากษ์ ตรวจสอบ โดย รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค
อดีตสว.ผู้เรียกร้องความเป็นธรรมเรื่องพลังงานเพื่อประชาชน

ม.ล.กรณ์กสิวัฒน์ เกษมศรี นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน
แกนนำเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.)

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ

ดำเนินรายการ โดย เมธา มาสขาว

ถ่ายทอด Live ที่เพจ Facebook สภาที่สาม - The Third Council Speaks

30/06/2026

LIVE 🔴 การประชุมสัมมนา Update ประชาสังคม Update ประเทศไทย
การประชุม เครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง X คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับภาคประชาสังคม

30 มิถุนายน 2569 โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ

นำเสนอ วิเคราะห์ข้อมูลการขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม การกระจายอำนาจและการพัฒนาประชาธิปไตย เพื่อส่งต่อข้อมูลการสื่อสารไปยังเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงและภาคประชาสังคมระดับประเทศและภูมิภาค

การขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมือง โดย ดร.ศักดิ์ณรงค์ มงคล คณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต รองประธาน ครป., คดีฮั้ว สว. และการทุจริตการเลือกตั้ง โดย อุทัย อัตถากร กลุ่ม สว.สำรอง, การขับเคลื่อนประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและการแก้ไขเศรษฐกิจผูกขาด โดย ณีรนุช จิตต์สม สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.), กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC และโครงการแลนด์บริดจ์ โดย สมบูรณ์ คำแหง สภาประชาชนภาคใต้, การตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันภาครัฐและนักการเมือง โดย วีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น, การทุจริตสอบข้าราชการและครู โดยเยี่ยมยอด ศรีมันตะ ที่ปรึกษาสหภาพครูแห่งชาติ, การขับเคลื่อนประเด็นการกระจายอำนาจของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด และวาระกรุงเทพมหานคร โดย ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธาน ครป., การขับเคลื่อนจังหวัดบูรณาการเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และ One Plan โดย บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ สถาบันส่งเสริมภาคประชาสังคม, การขับเคลื่อนเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง ศูนย์กฎหมายและนโยบาย ภาคีวิชาการ และภาคีอาสา โดย เมธา มาสขาว ผู้ประสานงานฯ

สรุปการเมืองภาพใหญ่ การขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญกับการพัฒนาประชาธิปไตย บทบาทภาคประชาสังคม ทิศทางและอนาคตขบวนการประชาธิปไตยไทย โดย เมธา มาสขาว

26/06/2026

LIVE 🔴 เสวนาสภาที่ 3
จาก EEC ถึง SEC ปัญหาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, ค่าไฟฟ้าแพงและ NT. คลื่นความถี่โทรคมนาคม

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 -16:30 น.

กล่าวเปิดโดย อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ผู้ก่อตั้งสภาที่ 3

ค่าเสียโอกาส ใครรับผิดชอบ ยกเลิกสัญญาสัมปทานหน้าที่ใคร, airport railing เงินหายไปไหน
โดย สุวิช สุมานนท์ ประธานสมาพันธ์คนงานรถไฟไทย
พิสิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่า สตง.
อิน แย้มบริบูรณ์ สมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟฯ

การแปรรูป NT และคลื่นความถี่โทรคมนาคม
ณีรนุช จิตต์สม ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

ปัญหากฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEC และโครงการแลนด์บริดจ์
โดย เรียง สีแก้ว สภาประชาชนภาคใต้ (online)

ค่าไฟแพง? และบทเรียนจาก EEC ถึง SEC
เมธา มาสขาว ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ

ถ่ายทอด Live ที่เพจ Facebook สภาที่สาม - The Third Council Speaks

18/06/2026
18/06/2026
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "สร้างเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง" จ...
14/06/2026

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "สร้างเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง" จากล่างขึ้นบน (Bottom-up) เพื่อหมุนเวียนพลังของสื่อพลเมือง (Citizen Media) กลับสู่ สื่อกระแสหลัก (Mainstream Media) โดยมี สถาบันบริการวิชาการ (Academic Service) เป็นแรงหนุน และมุ่งผลลัพธ์ไปสู่ ความเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ (Civic Education) ในอนาคต ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากในปัจจุบัน

หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การชวนคนมาผลิตสื่อ แต่คือการเปลี่ยน "ผู้รับสาร" ให้กลายเป็น "ผู้ปฏิบัติการทางสังคม" ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) นี่อาจคือ 4 ยุทธศาสตร์หลักที่เราควรขับเคลื่อนร่วมกันในอนาคต

1. ยุทธศาสตร์ "ห้องปฏิบัติการสื่อพลเมือง" (Civic Media Lab Center) เปลี่ยนบทบาทของสถาบันวิชาการและมหาวิทยาลัยในภูมิภาค จากเดิมที่เป็นเพียงผู้จัดอบรม ให้กลายเป็น "พื้นที่ปลอดภัยและศูนย์บ่มเพาะปัญญาปฏิบัติ"

Co-Creation Space: มหาวิทยาลัยต้องเปิดพื้นที่ให้สื่อพลเมืองและภาคีอาสาเข้ามาใช้เครื่องมือ ห้องสตูดิโอ และฐานข้อมูลวิจัย เพื่อยกระดับเรื่องเล่าจากท้องถิ่น (Local Narratives) ให้มีข้อมูลเชิงประจักษ์รองรับ

Action-Research (วิจัยเชิงปฏิบัติการ): นำโจทย์จริงจากชุมชนมาให้นักศึกษา สื่อพลเมือง และนักวิชาการร่วมกันออกแบบสื่อ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในท้องถิ่น ซึ่งกระบวนการนี้แหละครับที่เป็น Civic Education ภาคปฏิบัติที่ดีที่สุด

2. ยุทธศาสตร์ "สะพานเชื่อมสองกระแส" (Mainstream-Alternative Hybridization)
ลบเส้นแบ่งระหว่างสื่อกระแสหลักและสื่อพลเมือง เปลี่ยนจากความสัมพันธ์แบบ "ผู้ขอพื้นที่" เป็น "พันธมิตรที่พึ่งพาอาศัยกัน" (Symbiosis)

Decentralized Newsroom (กองบรรณาธิการร่วม): สร้างกลไกที่สื่อกระแสหลักตั้งประเด็นร่วม (Shared Agenda) กับสื่อพลเมือง โดยสื่อพลเมืองทำหน้าที่เป็น "เซนเซอร์" คอยดักจับประเด็นแหลมคมในพื้นที่ที่สื่อใหญ่เข้าไม่ถึง ส่วนสื่อใหญ่ช่วยขยายพลัง (Amplify) และตรวจสอบความถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพ

Revenue & Resource Sharing: พัฒนาโมเดลธุรกิจหรือกองทุนสนับสนุนร่วมกัน เพื่อให้สื่อพลเมืองในระดับรากหญ้ามีทรัพยากรเพียงพอที่จะทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีอิสระ

3. ยุทธศาสตร์ "หลักสูตรชีวิตเพื่อความเป็นพลเมือง" (Civic Education Gamification & Lifelong Learning)
ปรับแนวคิดเรื่อง Civic Education ไม่ให้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนวิชาหน้าที่พลเมือง แต่แทรกซึมผ่านประสบการณ์และวิถีชีวิต

Media Literacy as a Life Skill: พัฒนาเครื่องมือให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อ รู้จักตั้งคำถามกับข่าวลวง (Fake News) และปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) โดยใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบใหม่ๆ เช่น บอร์ดเกม, Interactive Storytelling หรือแคมเปญใน Social Media

*From Consuming to Acting: ออกแบบกระบวนการผลิตสื่อที่กระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ เช่น เมื่อดูประเด็นสิ่งแวดล้อมในชุมชนจบแล้ว สื่อนั้นต้องมีช่องทาง (Call to Action) ให้ผู้ชมสามารถเข้าร่วมลงชื่อ เสนอไอเดีย หรือเชื่อมต่อกับภาคีอาสาในพื้นที่ได้ทันที

4. ยุทธศาสตร์ "นิเวศวิทยาแห่งความร่วมมือแบบเปิด" (Open Collaboration Ecosystem) สร้างกติกาและพื้นที่ส่วนกลางเพื่อให้ทุกภาคีทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดยลดกำแพงเรื่องสังกัดหรือองค์กร

Shared Content Bank (คลังเนื้อหาเปิด): มีระบบ Cloud หรือแพลตฟอร์มกลางที่สื่อพลเมืองสามารถอัปโหลดฟุตเทจ ภาพถ่าย หรือข้อมูลดิบ เพื่อให้สื่อกระแสหลักหรือสถาบันวิชาการหยิบไปหยิบยกใช้งานต่อได้ภายใต้สัญญาอนุญาตแบบเปิด (Creative Commons)

Protection Framework (กลไกปกป้องสื่อพลเมือง): เนื่องจากสื่อพลเมืองมักขาดเกราะคุ้มครองทางกฎหมายเมื่อเทียบกับสื่อใหญ่ ยุทธศาสตร์ในอนาคตจำเป็นต้องมี "เครือข่ายนักกฎหมายและสถาบันวิชาการ" ที่พร้อมเป็นหูเป็นตาและปกป้องสื่อพลเมืองจากการถูกฟ้องปิดปาก (SLAPP Laws) เมื่อพวกเขาขุดคุ้ยความจริงในพื้นที่

สิ่งที่มักจะพลาดกันมากที่สุด คือการมองว่า Civic Education คือการ "สอน" แต่ในความเป็นจริง Civic Education จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพลเมืองได้มี "ประสบการณ์ตรง" ในการใช้สิทธิ เสียง และสื่อของพวกเขาเพื่อเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างรอบตัว แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ ก็ตาม.

14/06/2026
การประชุมสัมมนาเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง "สร้างพลังการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง ในภูมิทัศน์สื่อใหม่ในโลกปัจจุบัน...
14/06/2026

การประชุมสัมมนาเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง "สร้างพลังการสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง ในภูมิทัศน์สื่อใหม่ในโลกปัจจุบัน"
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ

1. บทนำและความสำคัญของประชาธิปไตยฐานราก

การประชุมเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ต้นทุนทางสังคมของไทย โดย ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ได้ชี้ให้เห็นว่า ชุมชนมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการจัดการตนเองอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนผ่านการรองรับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ของประเทศถึง 2 ครั้ง คือ วิกฤตต้มยำกุ้งและวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะในมิติของความมั่นคงทางอาหารและความเอื้ออาทรในชุมชน
จากศักยภาพดังกล่าว นำไปสู่แนวคิด "ประชาธิปไตยฐานราก" ซึ่งหมายถึง กระบวนการตัดสินใจในเชิงนโยบายที่มาจากข้างล่าง (Bottom-up) โดยเน้นย้ำว่าภาครัฐเพียงลำพังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ท้าทายในอนาคตได้ จึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนร่วมกับภาคประชาสังคมและภาคชุมชน ผ่านกลไก "ภาคีอภิบาลท้องถิ่น" เพื่อสร้างสังคมที่ประชาชนมีอำนาจในการจัดการตนเองอย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี ควบคู่ไปกับประชาธิปไตยฐานบนในสภา

2. ข้อเสนอและกลไกการขับเคลื่อนจากการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 3 ปี
จากการดำเนินงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเป็นเวลา 3 ปี ศ.ดร.บรรเจิด ได้ตกผลึกข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์และเชิงนโยบายเป็น 3 ประการหลัก ดังนี้:

• การสถาปนาพื้นที่อำนาจใหม่และการปฏิรูปเชิงโครงสร้างนโยบาย: มุ่งสร้าง "พื้นที่กลาง" หรือ "สมัชชา" ในระดับจังหวัด เพื่อให้ภาคประชาสังคมมีสถานะตัวตนที่ชัดเจนตามกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันมีเพียง "สภาองค์กรชุมชน" เท่านั้นที่มีกฎหมายรองรับ

• การเชื่อมโยงสู่แผนบูรณาการจังหวัด (One Plan): ขับเคลื่อนให้นโยบายและงบประมาณ (กรอบงบประมาณ One Plan ทั่วประเทศ 24,000 ล้านบาท) ลงไปสู่ประชาชนในแง่คุณภาพชีวิตและอาชีพอย่างแท้จริง โดยทางสภาพัฒน์ฯ ได้มีมติเคาะงบประมาณ 80% ให้ลงไปที่คุณภาพชีวิตและอาชีพ โดยมีผลตั้งแต่ปี 2570

• การยกระดับองค์ความรู้และการขับเคลื่อนขบวน: มีการผลิตชุดความรู้และพัฒนาหลักสูตร "นวัตกรรมชุมชนเข้มแข็งเพื่อสร้างประชาธิปไตยฐานราก" ร่วมกับมหาวิทยาลัย รวมถึงสร้าง "ภาคีอาสานำร่อง" ในเชิงพื้นที่ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และหน่วยงานตระกูล "ส." (เช่น สสส., สช., สปสช.)

ตัวอย่างรูปธรรมการขับเคลื่อนในพื้นที่ต่าง ๆ (15 จังหวัด/พื้นที่):

• ภาคเหนือ: เชียงราย (ขบวนสมัชชาเชียงรายล้านนาแห่งความสุข สู้เรื่องสารพิษแม่น้ำกก), พะเยา (เครือข่ายสร้างบ้านแปงเมือง)

• ภาคกลางและกรุงเทพฯ: นครสวรรค์ (กรรมการบริหารสภาพลเมือง), ปทุมธานี (สภาฮักปทุม), สุพรรณบุรี (เน้นมิติสุขภาพและคุณภาพชีวิต), เพชรบุรี (สานพลัง 14 องค์กรภาคี), กทม. (ร่วมจัดตั้งสภาพลเมือง กทม. และผลักดันข้อกฎหมาย)

• ภาคตะวันออก: ชลบุรี (ดึงพลังสภาเยาวชนร่วมขับเคลื่อน), ตราด (บูรณาการสภาองค์กรชุมชนร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า ทำเรื่องป้องกัน NCDs ในเด็ก)

• ภาคอีสาน: ขอนแก่น (ภาคีอาสาดึง 5 เทศบาลทำ MOU แก้ปัญหาน้ำท่วม), อำนาจเจริญ (ขับเคลื่อนธรรมนูญจังหวัด "เมืองธรรมเกษตร" สู่จังหวัดจัดการตนเอง), มหาสารคาม (สภาฮักแพงเบิ่งแยงคนมหาสารคาม เน้นเกษตรอินทรีย์)

• ภาคใต้: พัทลุง (สมาคมพัทลุงมหานครแห่งความสุข), นครศรีธรรมราช (สมัชชาคนคอน), ปัตตานี (พื้นที่กลาง 45 องค์กร เน้นดูแลกลุ่มเปราะบาง)

3. การวิเคราะห์และสะท้อนทัศนะต่อ "ภูมิทัศน์สื่อใหม่" ในยุคปัจจุบัน
ที่ประชุมได้เปิดเวทีร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นความท้าทายของสื่อในยุคเปลี่ยนผ่าน (Media Disruption) โดยมีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนภาคส่วนต่าง ๆ ดังนี้:

• วิกฤตโครงสร้างและจริยธรรมสื่อ: คุณเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ ชี้ว่า สื่อกระแสหลักเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจเนื่องจากงบโฆษณาไหลไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ นำไปสู่การวิ่งตามเรตติ้งและอาจละเลยจริยธรรม เกิดปัญหา Fake News, Disinformation และ Deep Fake ซึ่งทำให้สังคมตกอยู่ในสภาวะ "ไม่เชื่อความจริง"

• สื่อในฐานะเป้าหมายที่ต้องเปลี่ยนแปลง: คุณก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ เสนอว่า เราไม่ควร มองสื่อเป็นแค่เครื่องมือ แต่ต้องพัฒนาให้สื่อมีความน่าเชื่อถือและมีกระบวนการบรรณาธิการ (Editorial) คัดกรองเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ (Need to know) ไม่ใช่เพียงคอนเทนต์ประชานิยมเพื่อเรียกยอดไลก์

• พลังของ "นักสื่อสารพลเมือง": คุณสุปัน รักเชื้อ เสนอแนวคิดปรับเปลี่ยนให้ชาวบ้านทุกคนสามารถเป็นเจ้าของและผู้ผลิตสื่อได้ผ่านสมาร์ทโฟน โดยใช้หลักง่าย ๆ คือ "เสนอความจริง และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน" ซึ่งสามารถสร้างแรงกระเพื่อมล้อมสื่อใหญ่ให้หันมาสนใจปัญหาท้องถิ่นได้จริง เช่น กรณีการคัดค้านเหมืองหินที่นครนายก

• การครอบงำทางโครงสร้างและปัญหาของกลุ่มทุน: คุณณัฐวัฒน์ กฤตยานวัช สะท้อนถึงข้อจำกัดของสื่อไทยที่ไม่กล้านำเสนอประเด็นที่กระทบต่อทุนขนาดใหญ่เนื่องจากกลัวถูกถอนสปอนเซอร์ พร้อมยกตัวอย่างปัญหาเชิงโครงสร้างในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) และผลกระทบต่อซัพพลายเออร์ไทย รวมถึงอิทธิพลของการเมือง "บ้านใหญ่" ในท้องถิ่น

• มุมมองจากคนรุ่นใหม่และเยาวชน: ตัวแทนนักศึกษาและเยาวชนระบุว่า สื่อกระแสรอง (เช่น ประชาไท, The101, Thai PBS) มีความใกล้ชิดและให้พื้นที่กับขบวนการภาคประชาชนมากกว่าสื่อใหญ่ โดยเฉพาะสื่อที่ทำข่าวสืบสวนสอบสวน (Investigative News) จะช่วยสร้างแนวร่วมได้ดี นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความท้าทายเรื่องการขาดแคลนทุนทรัพย์/อุปกรณ์ของเยาวชนในชุมชน และการเติบโตมากับอัลกอริทึมและ AI ที่อาจบิดเบือนข้อมูลในระดับท้องถิ่น

4. ทิศทางและแนวทางการขับเคลื่อนในอนาคต
เพื่อหลอมรวมแม่น้ำสองสายระหว่าง "การขับเคลื่อนเชิงพื้นที่" และ "นวัตกรรมการสื่อสาร" ที่ประชุมได้สรุปแนวทางการดำเนินงานร่วมกันไว้ดังนี้:

1) การสร้างและพัฒนา "นักสื่อสารชุมชน/ประเด็น": ขยายผลกระบวนการของ พอช. ในการสร้างนักสื่อสารชุมชนประจำตำบล เพื่อให้ทุกพื้นที่มีแกนนำที่สามารถสื่อสารสะท้อนอัตลักษณ์และปัญหาของตนเองได้

2) การจัดตั้ง "พื้นที่กลางและการสื่อสารร่วมกัน": ออกแบบยุทธศาสตร์การสื่อสารร่วมกันผ่านกลไกกองบรรณาธิการ (Editorial) บูรณาการสื่อทุกระดับ (กระแสหลัก รอง ชายขอบ พลเมือง) มีการสร้างแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์กลางเพื่อรวบรวมและกระจายเนื้อหาภาคประชาชนซ้ำให้กว้างที่สุด รวมถึงใช้ประโยชน์จากข้อมูล (Data Journalism) และการทำวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแต่ละช่วงวัยอย่างมีประสิทธิภาพ

3) การผลักดันเชิงกฎหมายและนโยบาย:

o ร่วมมือกันผลักดันกฎหมายควบคุมและกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติ (ตามความเห็นของ คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ) เพื่อดึงรายได้โฆษณากลับมาสู่สื่อท้องถิ่น และสกัดกั้นภัยมิจฉาชีพ/ข่าวลวง

o ขับเคลื่อนกฎหมายมหาชนยุคที่ 4 ที่รัฐต้องกำกับเทคโนโลยีเพื่อรักษาสมดุลสังคม

o มุ่งสู่เป้าหมายร่วมกันในการสร้าง "ประชาธิปไตยที่เป็นอัตลักษณ์ไทย" ที่ขับเคลื่อนจากล่างขึ้นบนอย่างแท้จริง

ที่อยู่

Khon Kaen District
40002

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ประชาธิปไตยอัตลักษณ์ไทย : ประชาธิปไตยฐานชุมชนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์