MBA KKU วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

MBA KKU วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น College of Graduate Study in Management, KKU
วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (MBAKKU)
"เราสร้างมหาบัณฑิต ให้บริหารธุรกิจอย่างมืออาชีพ"

วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ เป็นสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจชั้นนำได้มาตรฐานสากล โดยเป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้ การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและมีการบริหารจัดการที่ดี

ภาพกิจกรรม (วันแรก) ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังหลักสูตร Khon Kaen Negotiation for Executive Impactวิทยากรโดย คุณเอกพล พงศ์สถาพ...
21/08/2026

ภาพกิจกรรม (วันแรก) ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง
หลักสูตร Khon Kaen Negotiation for Executive Impact
วิทยากรโดย คุณเอกพล พงศ์สถาพร
(CEO / ประธานกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญการเจรจาธุรกิจกว่า 20 ปี)

21 สิงหาคม 2569

🚀 1 กันยายนนี้…เตรียมพบความมันส์ของ AI แบบจัดเต็ม!ชวนชาว มข. ร่วมงาน KKU Digital Transformation & AI Hackathon 2026✨ อัป...
21/08/2026

🚀 1 กันยายนนี้…เตรียมพบความมันส์ของ AI แบบจัดเต็ม!
ชวนชาว มข. ร่วมงาน KKU Digital Transformation & AI Hackathon 2026
✨ อัปเดตเทรนด์ AI • ชมไอเดียนวัตกรรมรอบตัดสิน • เปิดมุมมองอนาคตการทำงาน
🎁 พิเศษ! ผู้เข้าร่วมงานมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลมากมายตลอดทั้งวัน
📍 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานที่: https://kku.world/rfbb62

แล้วมาร่วม ปลุกพลังคน พลิกโฉมองค์กร ด้วยนวัตกรรม AI ไปด้วยกันครับ 🔥

เสกสูตรรวย…เจาะลึกสูตรลับ ‘Care Close Repeat’ ของ วันวิสา พลทอง: ดูแลลูกค้า ปิดปัญหา ทำให้ลูกค้าบอกต่อ   วันวิสา พลทอง ศ...
21/08/2026

เสกสูตรรวย…เจาะลึกสูตรลับ ‘Care Close Repeat’ ของ วันวิสา พลทอง: ดูแลลูกค้า ปิดปัญหา ทำให้ลูกค้าบอกต่อ

วันวิสา พลทอง ศิษย์เก่า Ex30

เสกสูตรรวย…เจาะลึกสูตรลับ ‘Care Close Repeat’ ของ วันวิสา พลทอง: ดูแลลูกค้า ปิดปัญหา ทำให้ลูกค้าบอกต่อ
ถ้าความขยันและพลังชีวิตอันเหลือล้นมีตัวตน ชื่อหนึ่งที่จะผุดขึ้นมาในใจของเพื่อนๆ ทุกคนคงหนีไม่พ้น “คุณบิวตี้” หรือ วันวิสา พลทอง ศิษย์เก่าสาวสวยสุดสตรองจากหลักสูตร MBA Executive EX30 วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้หญิงที่มีพลัง Extrovert แบบ 3,000% เป็นคนที่อารมณ์ดีและส่งต่อพลังบวกให้คนรอบข้างอยู่เสมอ แต่เบื้องหลังรอยยิ้มที่สดใสนี้ คือความมุ่งมั่นและหยาดเหงื่อของยอดหญิงนักสู้ที่หัวใจน่ากราบจริง ๆ
ลองจินตนาการถึงชีวิตของผู้แทนยา (Medical Representative) ระดับ Professional ของบริษัท ออร์แกนอล ประเทศไทย (Organon Thailand) ซึ่งเป็นบริษัทแม่จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เธอปักหลักทำงานมาอย่างยาวนานกว่า 15 ปี งานในวงการนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอต้องแบกรับแรงกดดันจากยอดขายที่ต้องสู้ในทุก ๆ เดือน ต้องวางแผนชีวิตอย่างเป็นระบบด้วยตนเองแบบไร้กรอบตารางเวลาตายตัว และยังต้องขับรถฝ่าแดดฝ่าฝนลุยเดี่ยวไปทั่วเขตอีสานตอนบน ตั้งแต่ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย ไปจนถึงกาฬสินธุ์ เพื่อเข้าไปประสานงานกับโรงพยาบาลและคลินิกต่าง ๆ
วันไหนที่เหนื่อยล้า เจอกระแสกดดันหนัก ๆ หรือขับรถลุยฝนตกกระหน่ำในวันที่รู้สึกว่า "ทำไมต้องเหนื่อยขนาดนี้" จนต้องแอบปาดน้ำตาร้องไห้ในรถก็มีให้เห็น ทว่าคนจริงอย่างบิวตี้ไม่เคยยอมแพ้ เธอปาดน้ำตาให้แห้ง พลิกวิกฤตด้วยทัศนคติที่ว่า "เขาจ้างเรามาแก้ปัญหาหน้างาน" แล้วก็เดินหน้าลงจากรถไปพบคุณหมอด้วยรอยยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความเหนื่อยไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อความใส่ใจของเธอ บิวตี้ใส่หัวใจเข้าไปในรายละเอียดเล็ก ๆ จำได้กระทั่งว่าคุณหมอคนไหนทานกาแฟสูตรไหน ไม่ชอบกินเผ็ด หรือต้องแยกน้ำแข็งเพื่อไม่ให้ละลายก่อนตรวจคนไข้เสร็จ จนสามารถเปลี่ยนจากลูกค้ามาเป็นกัลยาณมิตรที่เปิดอกคุยกันได้ทุกเรื่อง
แต่ความขยันระดับเทอร์โบนี้ยังไม่จบลงแค่นั้น! เพราะลำพังแค่ยอดขายยาข้ามจังหวัดก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว ทว่าความรักในการทำอาหารทำให้เธอยังกล้าก้าวขึ้นไปอีกขั้น ในช่วงที่กำลังเรียน MBA และเก็บเกี่ยวความรู้เชิงกลยุทธ์ บิวตี้มองเห็นโอกาสและตัดสินใจเปิดธุรกิจส่วนตัวเป็นร้านอาหารชื่อ "วันวิสาข์ คิชเช่น" (Wanwisa Kitchen) ตั้งอยู่หลังหอกลาง แถวร้านแดงแหนมเนือง ใกล้แยกโรงพยาบาลกรุงเทพ ในจังหวัดขอนแก่น
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ ในขณะที่งานผู้แทนยาเธอก็ยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มเปี่ยม 100% เหมือนเดิม บิวตี้เลือกจัดระบบร้านให้ลงตัว แล้วอาศัยการบริหารจัดการคอยดูผ่านกล้องวงจรปิดระหว่างเดินทางทำงาน และวันไหนที่ร้านอาหารเกิดวิกฤต เช่น พ่อครัวแม่ครัวหยุดกระทันหัน เธอก็พร้อมจะสลัดภาพสาวออฟฟิศมาสวมผ้ากันเปื้อนลุยหน้าเตา เพราะเธอมีจุดแข็งคือทำอาหารเป็นและทำแทนได้ทุกเมนูในร้าน แถมเธอยังบ้าพลังจัด ขยายไลน์ธุรกิจไปตั้งแต่กาแฟ เบเกอรี่ ข้าวกล่อง ห้องประชุม ไปจนถึงรับจัดงานบุญงานประเพณีต่าง ๆ แบบครบวงจรด้วยคอนเซปต์ร้านสุดน่ารักว่า "อร่อยไม่ซ้ำ จำสูตรไม่ได้"
แถมความขยันของเธอยังซ่อน "โคตรความใส่ใจ" เอาไว้ในข้าวกล่องทุกกล่อง เธอใช้ความอบอุ่นเขียนลายมือตนเองลงบนโพสต์อิท แปะขอบคุณและอวยพรให้ทานให้อร่อยในทุกกล่องที่ส่งถึงมือลูกค้าเพื่อให้เกิดความแตกต่าง ทำให้ร้านของเธอเต็มไปด้วยรีวิวระดับ 5 ดาวและลูกค้ากลับมาสั่งวนซ้ำไม่ต่างจากการขายยา
คนเราแค่ทำงานประจำให้ดีก็ยากแล้ว แต่สำหรับคุณบิวตี้ เธอทำทั้งงานประจำระดับท็อป 15 ปีและปั้นธุรกิจร้านอาหารไปพร้อม ๆ กันด้วยพลังชีวิตที่ไม่มีวันหมด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะรอยยิ้ม ความรักในสิ่งที่ทำ และความขยันแบบไม่มีขีดจำกัดของผู้หญิงที่ชื่อ วันวิสา พลทอง คนนี้อย่างแท้จริง
จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า การที่คุณบิวตี้ยืนระยะในธุรกิจยานี้ให้ได้นานถึง 15 ปีไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่มันคือเรื่องของ "ระบบ" และ "กลยุทธ์" หลายคนอาจมองว่าการขายคือทักษะเฉพาะตัวที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ แต่สำหรับ คุณบิวตี้-วันวิสา พลทอง เธอได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อเรานำประสบการณ์หน้างาน (Street Smarts) มาตกผลึกร่วมกับหลักการบริหารระดับ MBA เราจะได้สูตรสำเร็จที่ทรงพลังอย่าง "Care Close Repeat" ซึ่งนั้นก็หมายถึง:
1. "Care" คือการใส่ใจในรายละเอียดที่คนอื่นมองข้าม
หัวใจสำคัญของการขายไม่ได้เริ่มที่ "สินค้า" แต่เริ่มที่ "ความสัมพันธ์" คุณบิวตี้เชื่อในการเปลี่ยนสถานะจาก "คู่ค้า" ให้กลายเป็น "เพื่อน" เพราะเมื่อไหร่ที่เราขยับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งได้ การเปิดใจคุยเรื่องธุรกิจหรือยอดขายจะกลายเป็นเรื่องง่ายและจริงใจ
ความแตกต่างระหว่างนักขายมือโปรกับมือสมัครเล่นวัดกันที่ "รายละเอียดเล็กน้อย" การจำได้ว่าลูกค้าชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร คืออาวุธลับที่สร้างความประทับใจระดับสูง
"บิวจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ เช่น คุณหมอท่านนี้ไม่กินเผ็ดนะ หรือชอบดื่มอเมริกาโนไม่ใส่น้ำตาล แต่ต้องแยกน้ำแข็งไว้ เพราะกว่าท่านจะตรวจคนไข้หรือผ่าตัดเสร็จน้ำแข็งจะละลายพอดี รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น"
เมื่อเรา "แคร์" จนความสัมพันธ์ขยับมาเป็น "เพื่อน" แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ ความเชื่อใจ (Trust) ทำให้เมื่อเกิดปัญหาทางธุรกิจหรือต้องการพูดคุยเรื่องตัวเลข เช่น เรื่องยอดขาย, วันปิดยอด, ปัญหายาหมดอายุ หรือวันที่ยอดออเดอร์ไม่มาตามเป้า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถเปิดใจและเปิดอกคุยกันตรง ๆ ได้ทันทีอย่างจริงใจ โดยไม่ต้องเหนื่อยในการโน้มน้าวใจเหมือนการขายทั่วไป และตัวเลขยอดขายจะตามมาเองโดยอัตโนมัติ
2. "Close" ด้วย Mindset นักแก้ปัญหาและการเคารพเวลาลูกค้า
การปิดการขาย (Close) ในแบบของคุณบิวตี้ ไม่ใช่การยัดเยียด แต่คือการ "ตอบโจทย์ให้ตรงจุด" ภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด เธอมีทัศนคติที่เฉียบคมว่า "บริษัทจ้างเรามาเพื่อแก้ปัญหาหน้างาน ถ้าไม่มีปัญหา ก็ไม่จำเป็นต้องมีเรา"
กลยุทธ์ "ตั้งธงมาจากบ้าน" และกฎ 2 นาที: ในธุรกิจยาที่ต้องพบแพทย์ซึ่งมีเวลาน้อยมาก คุณบิวตี้จะทำการบ้านอย่างหนักและ "ตั้งธง" ไว้ก่อนว่าจะคุยเรื่องอะไร โดยเน้นไปที่สิ่งที่ลูกค้า "อยากรู้" ไม่ใช่สิ่งที่เธอ "อยากพูด"

Precision Communication: หากลูกค้าสงสัยเรื่องการละลายของตัวยา เธอจะเข้าพบเพื่อตอบคำถามนั้นให้จบภายใน 2 นาที โดยไม่อารัมภบทเรื่องอื่น การให้ข้อมูลที่กระชับและตรงจุดคือการแสดงความเป็นมืออาชีพและเคารพเวลาของลูกค้าอย่างสูงสุด
การจัดการกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้: ในโลกของการทำงานจริง มักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเสมอ เช่น เหตุการณ์ "รถอ้อยคว่ำ" (Sugar cane trucks overturning) ที่ทำให้เธอไปนัดไม่ทัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ในระหว่างที่คุณบิวตี้กำลังเดินทางจากจังหวัดขอนแก่นเพื่อไปพบคุณหมอที่โรงพยาบาลอุดรธานี โดยจุดที่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้ถนนติดขัดและเธอไปไม่ทันนัดคือบริเวณ อ.กุมภวาปี ทันทีที่รู้ตัวว่าเผชิญกับเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้และไม่สามารถไปถึงตามเวลาได้อย่างแน่นอน สิ่งที่คุณบิวตี้ทำทันทีคือรีบโทรศัพท์หรือส่งไลน์ไปหาคุณหมอที่นัดไว้ เพื่ออธิบายสถานการณ์ตรง ๆ อย่างสุภาพ พร้อมกับขอเลื่อนเวลาออกไป โดยถามคุณหมออย่างชัดเจนว่าสะดวกให้เข้าพบใหม่ตอนกี่โมง คุณบิวตี้อธิบายว่า เมื่อเจอปัญหาที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เธอทำคือยอมรับมันทันทีและ "จะไม่พูดว่า ทำไม ทำไม" (ไม่เสียเวลาบ่นหรือตัดพ้อว่าทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับเรา หรือทำไมต้องมาเกิดตอนนี้) แต่เธอจะเลือกดึงปัญหานั้นเข้ามาจัดการและหาทางแก้ไขให้เร็วที่สุดแทน แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับความเชื่อหลักในการทำงานของเธอที่ว่า "เราถูกจ้างมาให้ไปแก้ไขปัญหาหน้างาน" คุณบิวตี้บอกว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีปัญหาเลย หรือทุกอย่างราบรื่นไปหมด ลูกค้าก็คงโทรไปสั่งซื้อยากับบริษัทเองโดยตรงแล้ว และบริษัทก็คงไม่จำเป็นต้องจ้างผู้แทนยาอย่างเธอให้เหนื่อย ดังนั้น ปัญหาหน้างาน (ทั้งที่คุมได้และคุมไม่ได้) จึงเป็นสิ่งพิสูจน์คุณค่าและความสามารถในการทำงานของผู้แทนยาแต่ละคนอย่างแท้จริง
3. ระบบ A-B-C: การบริหารจัดการ Social Capital อย่างมีกลยุทธ์
หนึ่งในบทเรียนสำคัญจาก MBA คือการโฟกัสสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คุณบิวตี้จัดการฐานข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ โดยใช้หลักการ Categorization และ Routing ที่ชัดเจน
จาก 1,800 สู่ 200: ในพื้นที่ดูแลที่มีผู้มุ่งหวังกว่า 1,700–1,800 ราย คุณบิวตี้จะคัดกรองให้เหลือกลุ่มเป้าหมายหลัก (Core Targets) เพียงประมาณ 200 ราย เพื่อให้สามารถทุ่มเททรัพยากรและ "Care" ได้อย่างทั่วถึง โดยแบ่งเกรดดังนี้:
• เกรด A: ลูกค้ากลุ่มสำคัญที่สุด ต้องเข้าพบ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ (เพื่อให้มั่นใจว่าความสัมพันธ์คงที่และรับทราบปัญหาได้ทันที)
• เกรด B: เข้าพบเดือนละ 1-2 ครั้ง ตามความเหมาะสม
• เกรด C: เข้าพบอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ไม่ให้ขาดหาย
การวางแผนล่วงหน้าเป็นรายเดือนช่วยให้เธอทำงานได้อย่างมีทิศทาง ไม่สะเปะสะปะ และยังเหลือเวลาสำหรับขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดนั่นคือการ "Repeat"
4. "Repeat" และพลังของ Post-it: การสร้าง Brand Advocate ในยุคดิจิทัล
การขายครั้งแรกคือความสำเร็จ แต่การซื้อซ้ำ (Repeat) คือความยั่งยืน คุณบิวตี้จะใช้ "สัปดาห์สุดท้ายของเดือน" เป็นช่วงเวลาตรวจสอบยอดขาย (Inventory & Order Checking) เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้ามีการสั่งซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่องและไม่ติดปัญหาเรื่องคลังสินค้า
ในธุรกิจร้านอาหาร "วันวิสา Kitchen" คุณบิวตี้นำแนวคิดความใส่ใจมาต่อยอดผ่าน "ลายมือบน Post-it" เธอและทีมงานจะเขียนโน้ตขอบคุณและคำอวยพรสั้นๆ แปะบนกล่องอาหารที่ส่งผ่าน Grab หรือ Lineman
• ผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์: ในยุคที่ร้านอาหารมีเป็นพันร้าน การเขียนโน้ตด้วยลายมือสร้างความรู้สึก "พิเศษ" ที่เทคโนโลยีทำไม่ได้ มันคือการสร้าง Brand Advocate ที่ทำให้ลูกค้าประทับใจจนต้องกลับมารีวิว 5 ดาว และเกิดการซื้อซ้ำ (Repeat) อย่างเป็นธรรมชาติ
5. Positive Leadership แบบ 80/20: บริหารทีมด้วยพลังบวก
การก้าวจากนักขายสู่เจ้าของธุรกิจต้องอาศัยทักษะผู้นำ คุณบิวตี้ใช้กฎ 80/20 ในการบริหารคน คือการเลือกมองข้ามจุดด้อยเล็กน้อย 20% และมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมจุดแข็ง 80%
เธอเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างการเป็นหัวหน้าแบบเดิม ๆ กับการเป็นหัวหน้าสไตล์พลังบวก (Positive Leadership) ที่เธอเลือกใช้ ดังนี้ค่ะ:
• แบบเดิมที่มักเน้นไปที่จุดแย่ 20%: หัวหน้าทั่วไปมักจะใช้วิธีเข้าไปจี้ถาม จับผิด หรือติติงด้วยอารมณ์ เช่น "ทำไมมาสายอ่ะ? พี่บอกแล้วว่ามันสายกี่ครั้งแล้วเดือนนี้? ข้ออ้างอีกแล้วเหรอ? รถติดเหรอ?" ซึ่งวิธีการพูดแบบนี้มีแต่จะทำให้คนฟังรู้สึกแย่และสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียด
• แบบพลังบวกที่คุณบิวตี้เลือกใช้: แทนที่จะตำหนิ เธอเลือกที่จะเข้าไปถามไถ่ด้วยความห่วงใยและใส่ใจในสารทุกข์สุกดิบก่อน เช่น "เอ้ย เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมมาสาย ไม่สบายหรือเปล่า? ตื่นสายหรือเปล่า?" และเนื่องจากพนักงานที่ร้านส่วนใหญ่ต้องขี่รถจักรยานยนต์มาทำงาน เธอก็จะแสดงความเข้าใจสภาพแวดล้อม เช่น ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวแล้ว จากนั้นจึงตบท้ายด้วยการสร้างระบบที่เข้าใจกันว่า "ไม่เป็นไรนะ ครั้งหน้าถ้าจะมาสายหรือมีเหตุจำเป็น (accident) อะไร ก็แค่แจ้งเข้ามาใน Line กลุ่มบอกกันก่อน พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง"
คุณบิวตี้ชี้ให้เห็นว่า การสื่อสารในทิศทางพลังบวกแบบนี้ คนฟังจะรู้สึกดีกว่าและพร้อมปรับปรุงตัวมากกว่าการโดนด่าทออย่างแน่นอน
โดยแนวคิดนี้เธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากตอนไปร่วม Leadership Camp ของ MBA KKU (ซึ่งนำโดยอาจารย์อัจฉริยะ) ที่สอนให้มองว่า คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100% ย่อมมีจุดบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่สัก 20% เสมอ แต่แทนที่เราจะเสียเวลาไปเพ่งเล็งและพยายามแก้ไขจุดแย่เหล่านั้น การหันมาโฟกัสและหยิบเอาจุดเด่นที่ดีอีก 80% มาปรับปรุงและพัฒนา จะทำได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และสร้างความสุขในการทำงานร่วมกันได้มากกว่าเยอะค่ะ
6. Connection: พลังของ "ต้นทุนที่ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์"
ในโลกธุรกิจ Social Capital หรือ Connection คือทางลัดที่สำคัญ คุณบิวตี้สะท้อนว่าเครือข่ายจากสังคม MBA ช่วยลด "ต้นทุนการเข้าถึง" (Cost of Entry) ได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการหาทีมงานมารีโนเวทร้านอาหาร หรือการส่งต่อกลุ่มลูกค้า Connection ที่ดีช่วยให้ธุรกิจ "ไม่เริ่มจากศูนย์" แต่เป็นการต่อยอดบนรากฐานของความเชื่อมั่นระหว่างกัน
บทสรุป: วันนี้คุณ "ใส่ใจ" หรือยัง?
บทเรียนจากคุณบิวตี้สอนให้เราเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะขายยาที่มีมูลค่าสูงหรือขายข้าวกล่องธรรมดา หัวใจของความสำเร็จมีเพียงหนึ่งเดียวคือการสร้างระบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง
ในวันที่โลกก้าวสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) และจังหวัดขอนแก่นกำลังมุ่งสู่การเป็น Wellness City โอกาสใหม่ๆ มีอยู่เสมอสำหรับคนที่เตรียมพร้อม
ลองกลับมาถามตัวคุณเอง:
1. วันนี้คุณรู้จัก "รายละเอียดเล็กๆ" ของลูกค้าที่สำคัญที่สุด 200 รายของคุณแล้วหรือยัง?
2. คุณกำลังพูดในสิ่งที่คุณอยากบอก หรือกำลัง "แก้ปัญหา" ในสิ่งที่ลูกค้าอยากรู้?
3. คุณได้ใส่ "ความใส่ใจ" ลงไปในสินค้าของคุณจนลูกค้าต้องกลับมาซื้อซ้ำแล้วหรือไม่?
เพราะถ้าคุณ "Care" มากพอ การ "Close" และ "Repeat" จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
แหล่งอ้างอิง : คลิปยูทูบจาก MBA KKU : CARE • CLOSE • REPEAT ดูแลลูกค้าให้ใช่ ปิดยอดให้ชัด ขยายธุรกิจให้ปัง

https://www.youtube.com/watch?v=vFZfmV0FL-Q

🚀 **Pitch ให้ชัด คิดความเสี่ยงให้ครบ พร้อมเดินหน้าธุรกิจ**นักศึกษา **Young Executive MBA รุ่นที่ 27** เตรียมเข้าสู่ช่วงส...
20/08/2026

🚀 **Pitch ให้ชัด คิดความเสี่ยงให้ครบ พร้อมเดินหน้าธุรกิจ**

นักศึกษา **Young Executive MBA รุ่นที่ 27** เตรียมเข้าสู่ช่วงสำคัญของการเรียนรู้ กับหัวข้อ

**Final Venture Pitch & Reflection**

การนำองค์ความรู้ที่ได้เรียนมาตลอดกระบวนการ มาประมวล วิเคราะห์ และพัฒนาเป็นแนวทางธุรกิจที่พร้อมนำไปต่อยอด โดยไม่ได้มองเพียง “ไอเดียที่ดี” แต่ต้องคิดให้รอบถึงความเสี่ยง วิกฤต ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และแผนการลงมือทำจริง

🎯 Workshop Focus
🔹 **Risk Matrix** วิเคราะห์และจัดลำดับความเสี่ยง
🔹 **Crisis Simulation** ฝึกคิดและตัดสินใจเมื่อเผชิญสถานการณ์วิกฤต
🔹 **Stakeholder & Ex*****on Roadmap** วางแผนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและเส้นทางสู่การปฏิบัติจริง
🔹 **Final Venture Pitch & Reflection** สรุปแนวคิด นำเสนอ และทบทวนบทเรียนสำคัญ

🎤 ถ่ายทอดการเรียนรู้โดย
**ดร.กำพล ฤทัยวณิช**
ที่ปรึกษาศูนย์นวัตกรรมและการวิจัย มิตรผล

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา
**CM 028 831 หัวข้อปัจจุบันและแนวโน้มในการบริหารธุรกิจ**

📅 **21 สิงหาคม 2569**
🕘 เวลา **09.00–17.00 น.**
📍 ห้อง **1402**
วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เพราะ Venture ที่พร้อมเดินหน้าจริง ไม่ได้มีเพียง Business Idea ที่ดี แต่ต้อง **มองความเสี่ยงให้ออก เตรียมพร้อมรับวิกฤต และมี Roadmap ที่ชัดเจนสำหรับการลงมือทำ**

20/08/2026

ผู้เข้าอบรมหลักสูตร
Negotiation for Executive Impact อ.เอกพล พงศ์สถาพร พบกันที่ห้อง 1403 ชั้น 4 📍MBA KKU (21-22 ส.ค. 2569)

คุณจักริน นาคประสิทธิ์ (พีช)Executive MBA รุ่นที่ 33 🥰
20/08/2026

คุณจักริน นาคประสิทธิ์ (พีช)
Executive MBA รุ่นที่ 33 🥰

"EDUCATION IS AN OPPORTUNITY"
การประกวดไม่ได้จบลงแค่บนเวที แต่โอกาสที่ได้รับอาจต่อยอดไปสู่การศึกษาและอนาคตที่ไกลกว่าเดิม

Mister Khon Kaen 2026 ร่วมเปิดประตูสู่โอกาสทางการศึกษาเพื่อให้ผู้เข้าประกวดได้มีโอกาสก้าวต่อไปในเส้นทางที่ตัวเองเลือก
🎓 MBA KKU
มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาโท จำนวน 1 ทุน สำหรับผู้ผ่านการคัดเลือก 12 คนสุดท้าย มูลค่ากว่า 300,000 บาท
🎓 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ขอนแก่น
มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 5 ทุน มูลค่ารวมกว่า 1,500,000 บาท สำหรับผู้เข้าร่วมในวันออดิชั่น
📍 Audition — 3 ตุลาคม 2569 At Central Khon Kaen Campus

สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่รางวัลที่เราได้รับในวันประกวด แต่คือโอกาสที่พาเราไปสู่อนาคตที่เราอยากเป็น
From Ordinary to Opportunity.

𝐌𝐢𝐬𝐭𝐞𝐫 𝐊𝐡𝐨𝐧𝐊𝐚𝐞𝐧 𝟐𝟎𝟐𝟔 : CAMPUS THE SERIES
📌 รับสมัคร (Online Application):🗓️ 1 – 15 กันยายน 2569
📌 รอบตัดสิน (Final Competition):🗓️ 1 พฤศจิกายน 2569





#เวทีแห่งโอกาสและการศึกษา

🎞️𝐏𝐨𝐰𝐞𝐫𝐞𝐝 𝐁𝐲🎞️
🎬MBA KKU วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
🎬คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น
🎬Central Khonkaen Campus & GO Hotel Khon Kaen Campus
🎬โรงแรมเจริญธานี ขอนแก่น
🎬คุณวันทนา พิพัฒน์ไชยศิริ บริษัท สิงห์ขอนแก่น จำกัด
🎬AURA RICH ผลิตภัณฑ์ดูแลความงามครบวงจร
🎬Masaki Khonkaen ร้านอาหารญี่ปุ่น
🎬KSL & WARRIX ผลิตและจำหน่ายเสื้อโปโล ชุดกีฬา
🎬คลีนิคความงาม The Empire
🎬บริษัท จั้ม เวิร์คส์ จำกัด
🎬บริษัท พิกคิง จำกัด
🎬จินหลง Community
🎬Dubai Eye Sport Club & Restaurant
🎬สบู่ DANIK
🎬SB Clinic สมบูรณ์การแพทย์ ขอนแก่น
🎬ค่ายซีรียส์ Vivian Model Management
🎬ค่ายซีรียส์ Star Hunter Entertainment
🎬เตี๋ยวเซ้ง ก๋วยเตี๋ยวแห่งความสุข
📀เสื้อผ้าแบรนด์ Dandy Cosmo
📀เสื้อผ้าแบรนด์ Looker
📀Source Cafe
💿Chada Veranda Hotel
💿ABSOLUTE HEALTH KHONKAEN
💿สุนทรี กรุ้ป
💿Friday Cafe Garage & Restaurant
💿อานันท์ก๊าซ - Rnungas
💿ค่ายซีรียส์ Be On Cloud
💿ค่ายซีรีย์ Mojo Muse Management
💿ค่ายซีรียส์ Cougar
💿ค่ายละคร GoodBoy Entertainment
💿เรือนกล้วยไม้ไทยวิจิตร
💿แจ่ม Cafe&Eatery
💿เคี้ยง Superstore
💿Dress up Jeera Studio KhonKaen
💿โรงรถ Bar and Restaurant อุดรธานี
💿ตลาด 62 บล็อก ขอนแก่น
💿KP Dance School |Next Learning Park

พลิกวิกฤต "Sunset" สู่ "Sunrise": 4 บทเรียนจากทายาทสาวที่ใช้หัวใจ Gen Z คุม 3 อาณาจักรดั้งเดิม “พริมพริสสร สามเสน” สาวน้...
20/08/2026

พลิกวิกฤต "Sunset" สู่ "Sunrise": 4 บทเรียนจากทายาทสาวที่ใช้หัวใจ Gen Z คุม 3 อาณาจักรดั้งเดิม “พริมพริสสร สามเสน”

สาวน้อยนักบริหาร MBA Ex30

พลิกวิกฤต "Sunset" สู่ "Sunrise": 4 บทเรียนจากทายาทสาวที่ใช้หัวใจ Gen Z คุม 3 อาณาจักรดั้งเดิม “พริมพริสสร สามเสน”
ในวันที่หลายคนมองว่าธุรกิจดั้งเดิมกำลังเข้าสู่ช่วง "Sunset" หรือขาลง การต้องกระโดดลงมาแบกรับอาณาจักรครอบครัวในวัยเพียง 23 ปี ภายหลังจากที่คุณแม่ป่วยและเสียชีวิตลง แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของ “คุณพริม - พริมพริสสร สามเสน” ทายาทสาวเกียรตินิยมอันดับ 2 จาก ABAC คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ วิชาเอก การตลาดระหว่างประเทศ และ MBA มหาวิทยาลัยขอนแก่น และอดีตเคยเป็นนักวิเคราะห์กลยุทธ์ (Analyst) จาก Sasin อยู่ 1 ปี โดยเคยทำโปรเจกต์ระดับประเทศอย่างการวิเคราะห์กลยุทธ์ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
จากห้องแอร์คอนซัลต์สู่ฝุ่นดินในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี คุณพริมต้องใช้ "หัวใจ Gen Z" และ "สมองนักกลยุทธ์" เข้ามาบริหาร 3 ธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ทั้งวิทยุชุมชน รถบบรทุกขนส่ง และร้านหงษ์เหินการเกษตร โดยแต่แรกนั้น คุณแม่ได้ฝากฝังธุรกิจเอาไว้และขอให้มีใครสักคนเข้ามาดูแลต่อ เพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้ยังคงเป็นแหล่งรายได้ของครอบครัวต่อไปก่อนที่จะเสียชีวิต ตอนแรกคุณพริมตั้งใจจะเข้ามาช่วยทำแค่ธุรกิจวิทยุที่คุณแม่ฝากฝังไว้ และตั้งใจจะแบ่งอีก 2 ธุรกิจ (ขนส่งและร้านเกษตร) ให้กับน้องชายช่วยดูแล แต่เนื่องจากในช่วงนั้นน้องชายของเธอไม่สบาย คุณพริมจึงต้องตัดสินใจรับช่วงต่อและบริหารเองทั้งหมดทั้ง 3 ธุรกิจ
1. บทเรียนที่ 1: "วิทยุ" ไม่ใช่ขาลง แต่คือ Niche Marketing ที่มีมูลค่ามหาศาล
ความท้าทายแรกที่คุณพริมเจอคือ "ความเชื่อ" เธอเริ่มต้นด้วยความรู้สึกว่าวิทยุคือธุรกิจที่ตายแล้ว เพราะเพื่อนรุ่นเดียวกันไม่มีใครฟัง แต่เมื่อใช้ข้อมูลวิเคราะห์ (Data-Driven) เธอกลับพบว่า Radio is the biggest revenue generator หรือเป็นธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอที่สุด
ปัญหาหลักที่พบ
• ไม่มีระบบบัญชีและงบการเงิน: สถานีไม่มีการทำงบการเงินหรือจดบันทึกที่เป็นระบบเพื่อให้ตรวจสอบได้เลย ทุกอย่างใช้วิธีการจดมือ (Manual) ทำให้ตรวจสอบยากมาก
• ขาดระบบการควบคุมภายใน: ระบบงานขาดการประเมินผลและการให้ฟีดแบคแก่พนักงานอย่างเป็นระบบ
• ปัญหาช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap): ทีมงานในสถานีส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ขณะที่คุณพริมในตอนนั้นอายุเพียง 23 ปี และไม่มีประสบการณ์ทำงานจริง เมื่อเธอพยายามสอนให้พี่แอดมินใช้ Excel เพื่อทำบัญชี จึงเกิดอุปสรรคและระบบล่มไปในช่วงแรกเนื่องจากพนักงานไม่คุ้นชินกับระบบไอที
• สปอนเซอร์ (ผู้สนับสนุนรายการ) ลดลง: นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดของตัวสถานีวิทยุเนื่องจากรายได้หลักมาจากจุดนี้
• กลุ่มลูกค้าไม่ชัดเจน: ในช่วงแรกกลุ่มผู้ฟังของทั้ง 3 คลื่นยังไม่ได้ถูกแบ่งเซกเมนต์เพื่อดึงดูดสปอนเซอร์อย่างชัดเจน
แนวทางการแก้ไขปัญหาของคุณพริม
คุณพริมได้นำความรู้จากการเรียน MBA มาปรับปรุงระบบการทำงานของสถานีวิทยุในหลาย ๆ มิติ:
• จัดระบบบัญชีการเงินใหม่ด้วย Change Management: คุณพริมไม่ยอมแพ้เรื่องการทำงบการเงิน เธอเปลี่ยนมุมมองโดยพยายามเข้าใจข้อจำกัดของพนักงานรุ่นเก่า (Put yourself in their shoes) ค่อย ๆ สอนการใช้ Excel ทีละเล็กทีละน้อย จนในที่สุดก็สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมคนทำงานและทำให้สถานีมีงบการเงินใช้อ่านได้สำเร็จในปีนี้
• นำหลักการ PDCA มาใช้วางระบบควบคุมภายใน: นำระบบ Plan-Do-Check-Act มาใช้ โดยจัดประชุมสถานีทุก ๆ สัปดาห์ เพื่อติดตามงาน พูดคุย และช่วยกันแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อน
• จัดแบ่งกลุ่มผู้ฟังของ 3 คลื่นวิทยุให้ชัดเจน เพื่อให้ตอบโจทย์สปอนเซอร์ได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย:
 คลื่น 89.50 MHz (ก้าวหน้ากุมภวาปี): คลื่นหลัก เน้นเปิดเพลงทั่วไปและมีความบันเทิงหลากหลาย ดำเนินรายการโดยดีเจ
 คลื่น 98.25 MHz (คลื่นวัฒนธรรมอีสาน): เน้นเปิดเพลงหมอลำ เพลงอีสาน และให้ข้อมูลด้านการเกษตร
 คลื่น 94.50 MHz (คลื่นสุขภาพ): เน้นเรื่องสุขภาพเพื่อเจาะกลุ่มผู้สูงอายุ เหมาะสำหรับสปอนเซอร์ที่ต้องการโฆษณายาบำรุงกำลัง
• แก้ปัญหาสปอนเซอร์ลดลงด้วยการสร้าง "พนักงานทุกคนเป็นเซลส์": เพื่อประหยัดต้นทุนในการจ้างทีมขายใหม่ คุณพริมเลือกปลูกฝัง Mindset ให้พนักงานทุกคน (รวมถึงดีเจ) ตระหนักว่าพวกเขาคือตัวแทนของบริษัท และกระตุ้นให้ทุกคนช่วยแนะนำสปอนเซอร์เมื่อไปลงพื้นที่หรือไปตลาดเพื่อความอยู่รอดร่วมกันของสถานี
• เปลี่ยนสไตล์การทำงานเป็น Participative Leadership (ผู้นำแบบมีส่วนร่วม): จากเดิมที่คุณพริมเคยใช้การสั่งการ (Directing) เธอเปลี่ยนมาใช้วิธีรับฟัง ชวนคิด ชวนคุย และให้พี่ ๆ ทีมงานที่มีประสบการณ์ร่วมแสดงความเห็น วิธีนี้ทำให้พนักงานยอมรับในตัวเธอมากขึ้นและช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ดีขึ้น
• ปรับปรุง Business Model มุ่งสู่แพลตฟอร์มออนไลน์: คุณพริมได้เริ่มทำเว็บไซต์ www.kwpr.net เพื่อให้รับฟังได้ทั่วโลก รวมถึงมีแผนขยายไปยัง YouTube, TikTok, Facebook ทั้งการทำคลิปสั้น รายการข่าวชุมชนกุมภวาปี และให้ดีเจที่มีทักษะการพูดมาปักตะกร้าขายของใน TikTok เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ๆ (Revenue Stream) ให้แก่สถานี
"วันที่มีชาวบ้านโทรมาขอเพลง หรือแจ้งข่าวสารในชุมชนผ่านเบอร์สถานีที่พิมพ์ถืออยู่ ทำให้พิมพ์เห็นว่าวิทยุคือหัวใจที่หลอมรวมชุมชน และมันมีคุณค่ามากพอที่จะนำมาสร้าง Revenue Stream ใหม่ๆ บนโลกออนไลน์"
2. บทเรียนที่ 2: ธุรกิจรถบรรทุกขนส่ง สยายปีกงานขนส่งเจาะกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง
ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความท้าทายและแตกต่างจากธุรกิจวิทยุโดยสิ้นเชิง โดยมีรายละเอียดตั้งแต่ลักษณะธุรกิจ ปัญหาที่พบ และแนวทางแก้ไขดังนี้ครับ:
ลักษณะและธรรมชาติของธุรกิจ
• รูปแบบบริการ: เป็นธุรกิจรับเหมารถบรรทุกขนส่ง โดยมีรถในครอบครองจำนวน 10-11 คัน
• สินค้าที่ขนส่ง: งานหลักคือการรับจ้างขนอ้อยจากแหล่งต่าง ๆ ป้อนเข้าสู่โรงงานน้ำตาล นอกจากนี้ในช่วงนอกฤดูหีบอ้อยก็จะมีรับงานขนดิน ขนหินบ้าง
• ฤดูกาลของธุรกิจ: ธุรกิจนี้จะมีช่วงที่ต้องการใช้รถสูงมาก (High Demand) คือฤดูหีบอ้อยซึ่งกินเวลาประมาณ 3-4 เดือน (ช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคมเป็นต้นไป) ซึ่งรถทุกคันจะถูกใช้งานเต็มอัตรา ส่วนช่วงนอกฤดูหีบอ้อยอีกประมาณ 8 เดือน รถจะใช้งานน้อยลง คุณพริมจึงมักจะเน้นวิ่งงานเฉพาะในฤดูหีบอ้อยเป็นหลักเพื่อไม่ให้กระทบกับการบริหารธุรกิจอื่น
• โครงสร้างผู้ถือหุ้น: เป็นการร่วมหุ้นกันระหว่างตัวคุณพริม คุณยาย และน้องชาย
ปัญหาหลักที่พบเมื่อเข้ามาดูแล
• ไม่มีระบบบัญชีและเอกสารทางราชการเลย: หนักกว่าธุรกิจวิทยุเสียอีก เนื่องจากแต่เดิมคุณแม่ของคุณพริมเป็นคน "รับจบ" ดูแลดีลทุกอย่างคนเดียวทั้งหมด ทั้งติดต่อคนขับ ดีลโรงงาน และค่าน้ำมัน โดยไม่มีการจดบันทึกบัญชีที่เป็นทางการเลย
• ความผิดพลาดในการจัดการภายในครอบครัว: ในปีแรกคุณพริมทดลองให้น้องชายเป็นคนบริหารแต่ยังทำได้ไม่ดีพอ พอปีที่สองให้คุณยายช่วยจดบันทึกแต่ก็เกิดความผิดพลาดในการลงบัญชี สุดท้ายคุณพริมจึงต้องลงมาช่วยจัดการบัญชีคร่าว ๆ ในช่วงท้ายปี
• ระบบการเงินแบบกงสี: การจ่ายเงินในอดีตไม่มีระบบระเบียบที่ชัดเจน ใครมีเงินสำรองก็จ่ายออกไปก่อน ขาดมาตรฐานในการควบคุมค่าใช้จ่าย
• ปัญหาด้านทรัพยากรบุคคล (HR) และคนขับรถ: เป็นปัญหาที่น่าห่วงที่สุด เพราะหาคนขับรถบรรทุกที่ดีและไว้ใจได้ยากมาก คนขับบางคนพูดดีตอนสัมภาษณ์ แต่พอทำงานจริงกลับทิ้งรถไว้กลางทาง หรือแอบสูบน้ำมันจากรถไปขาย ทำให้ต้องคอยเช็กและควบคุมอย่างใกล้ชิด
• ภาระภาษีบุคคลธรรมดาที่สูงเกินจำเป็น: เนื่องจากก่อนหน้านี้คุณพริมไม่มีความรู้เรื่องระบบภาษี จึงรับรายได้ของธุรกิจขนส่งในนามภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคนเดียวทั้งหมด ทำให้ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงมาก
แนวทางการแก้ไขปัญหาของคุณพริม
• เปลี่ยนโครงสร้างภาษีและตั้ง หจก.: คุณพริมได้ปรึกษากับสำนักงานบัญชีและวางแผนที่จะจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ร่วมกับพันธมิตร เพื่อย้ายฐานภาษีจากบุคคลธรรมดามาเป็นนิติบุคคล ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าภาษีได้มากกว่า
• ปฏิรูประบบบัญชีใหม่ทั้งหมด: คุณพริมตั้งเป้าหมายว่าในตัวธุรกิจปีที่ 3 เธอจะเข้ามาทำบัญชีของธุรกิจขนส่งเองทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นเพื่ออุดรอยรั่วไหล
• เซตระบบการจัดการคนขับรถ (HR System): วางแผนสร้างข้อตกลง กฎระเบียบการทำงาน อัตราค่าจ้าง และขั้นตอนการควบคุมการวิ่งรถให้ชัดเจน เพื่อให้คนทำงานเข้าใจตรงกันและลดปัญหาคนทิ้งรถหรือทุจริตน้ำมัน
3. บทเรียนที่ 3 ร้านหงส์เหินการเกษตร: บริการด้วยความจริงใจและให้คำปรึกษาตรงจุดจากประสบการณ์คนทำไร่ทำนาจริง!
ตั้งอยู่ติดกับโลตัสใหญ่ อำเภอกุมภวาปี เป็นธุรกิจจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่เน้นการขายปลีกปุ๋ยเป็นหลัก รวมถึงยาฆ่าหญ้า ยาคุมหญ้า และวิตามินเสริมสำหรับพืช
ปัญหาและอุปสรรคของร้าน
• การแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่: ในพื้นที่กุมภวาปีมีร้านเคมีเกษตรรายใหญ่ที่เน้นขายส่งอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กอย่างหงส์เหินการเกษตรเสียเปรียบด้านขนาดธุรกิจ
• อัตรากำไรต่ำ (Low Margin): สินค้ากลุ่มปุ๋ยและยาเคมีเกษตรมีอัตรากำไรที่ค่อนข้างต่ำ และไม่สามารถกำหนดราคาสูงเพื่อเพิ่มกำไรได้เนื่องจากมีคู่แข่งในตลาดจำนวนมาก
• ยอดขายขึ้นกับฤดูกาล (Seasonal Sales): ร้านจะขายดีเป็นพิเศษเฉพาะช่วงหน้าฝน (ฤดูเพาะปลูกข้าวและอ้อย) และจะซบเซาลงในช่วงอื่น ๆ ของปี ทำให้ต้องเผชิญความท้าทายในการบริหารเงินหมุนเวียน
• ความเสี่ยงเรื่องการจัดการสต๊อกสินค้า (Stocking): เนื่องจากการขายไม่ได้สม่ำเสมอตลอดทั้งปี การคำนวณและสำรองสินค้าจึงยาก หากสต๊อกมากเกินไปในช่วงนอกฤดูกาลก็จะส่งผลให้ทุนจม
• ขาดระบบควบคุมคลังสินค้าและการเงิน: ทางร้านยังไม่มีระบบหลังบ้านที่ดีพอในการเช็กยอดสินค้าคงเหลือ (Inventory) และทำระบบการเงินอย่างเป็นมาตรฐาน
• ความเสี่ยงจากหนี้สูญ: ในอดีตเคยมีการให้ลูกค้าซื้อสินค้าแบบเงินเชื่อ ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายได้จริงแต่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกค้างชำระหนี้
แนวทางการแก้ไขปัญหาของคุณพริม
• ใช้กลยุทธ์ความจริงใจและการบริการสู้รายใหญ่: คุณพริมเลือกสู้กับร้านขายส่งรายใหญ่ด้วยการบริการที่เป็นกันเอง การต้อนรับด้วยน้ำดื่ม การพูดคุยต่อรองราคา และจัดหาของแถมตามที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำแก่เกษตรกรโดยอ้างอิงจากประสบการณ์การทำไร่ทำนาจริง ๆ ของตัวเธอและทีมงานลูกน้องในร้าน ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่กลุ่มลูกค้าเก่าจนกลับมาซื้อซ้ำอย่างเหนียวแน่น
• ปรับเป็นนโยบายเงินสด 100%: ใช้หลัก "งดเชื่อ เบื่อทวง" ปฏิเสธการขายเชื่อและรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น เพื่อตัดโอกาสการเกิดหนี้สูญและรักษาเสถียรภาพกระแสเงินสดของร้าน
• คำนวณการสำรองสต๊อกสินค้าล่วงหน้าอย่างละเอียด: วางแผนสั่งซื้อและควบคุมปริมาณปุ๋ย/ยาเคมีเกษตรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาเพาะปลูก เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าล้นคลังหรือสินค้าขาดแคลนในช่วงไฮซีซั่น
• เตรียมระบบไอที POS เข้ามาปฏิวัติระบบคลังสินค้า: คุณพริมมีแผนที่จะนำระบบ POS (Point of Sale) เข้ามาปรับใช้ในร้าน เพื่อช่วยสแกนบาร์โค้ดตัดสต๊อกสินค้าทันทีที่ขาย และเชื่อมข้อมูลเข้ากับระบบบัญชีการเงินเพื่อการควบคุมที่แม่นยำและเป็นสากลขึ้น
• สร้างพลังร่วมเกื้อกูลกันระหว่างธุรกิจ (Synergy): นำสถานีวิทยุทั้ง 3 คลื่นของครอบครัวมาเป็นสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อโปรโมทร้านหงส์เหินการเกษตร ช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโตขึ้นโดยไม่ต้องเสียต้นทุนค่าโฆษณาให้คนนอก
• สยายปีกเข้าสู่ E-commerce: เปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Shopee และ Lazada ภายใต้ชื่อร้าน "หงส์เหินการเกษตร" เพื่อขยายช่องทางการขายให้ครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ ไม่จำกัดอยู่แค่เพียงเกษตรกรในอำเภอกุมภวาปี
4. บทเรียนที่ 4: "Ecosystem Synergy" บริหารความเสี่ยงด้วยวงจรฤดูกาล
คุณพริมไม่ได้บริหาร 3 ธุรกิจแยกกัน แต่เธอมองเห็น Synergy หรือการเกื้อกูลกันเพื่อปิดความเสี่ยงเรื่องฤดูกาล (Seasonality) อย่างเฉียบคม โดยเฉพาะธุรกิจรถขนส่งที่มีช่วง "หีบอ้อย" เพียง 4 เดือน แต่อีก 8 เดือนที่เหลือคือช่วงนอกฤดูกาล
การบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของเธอจึงเป็นดังนี้:
• ช่วงฤดูหีบอ้อย (4 เดือน): เน้นรายได้มหาศาลจาก ธุรกิจขนส่ง ด้วยรถบรรทุก 11 คัน
• ช่วงหน้าฝน/ฤดูปลูก: เน้นรายได้จากร้าน หงส์เหินการเกษตร ที่ขายปุ๋ยและยาฆ่าหญ้า
• ตลอดทั้งปี: ใช้ ธุรกิจวิทยุ เป็นตัวสร้างกระแสเงินสดหลัก (Cash Cow) และยังใช้เป็นสื่อโฆษณาสินค้าจากร้านเกษตรของตัวเองเพื่อลดต้นทุน Marketing
การเข้าใจวงจรธุรกิจทำให้เธอสามารถบริหารทรัพยากรและคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ปล่อยให้ช่วงนอกฤดูกาลกลายเป็นจุดบอดของรายได้
สรุป: ก้าวต่อไปกับการสร้าง "สปริงบอร์ด" แห่งความยั่งยืน
บทพิสูจน์ของคุณพริมในตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าการกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัวไม่ใช่เรื่องของการ "รักษาของเดิม" ไว้ในตู้กระจก แต่คือการใช้ความรู้สมัยใหม่เข้ามาเป็นกลไกขับเคลื่อนสิ่งที่มีอยู่ให้ก้าวทันโลก
เธอไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเพียงทายาทที่รับช่วงต่อ แต่เธอมองว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้คือ "สปริงบอร์ด" (Springboard) ที่จะส่งให้เธอและธุรกิจกระโดดไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในอนาคต
โจทย์สำคัญที่ทิ้งท้ายไว้ให้เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่คือ: ในวันที่โลกเปลี่ยนไปทุกวินาที ธุรกิจของคุณมี "ข้อมูล" ในมือมากพอที่จะเปลี่ยนจากวิกฤต Sunset ให้กลายเป็น Sunrise แล้วหรือยัง?

20/08/2026
📊 **From Costs to Smarter Business Decisions**Students of the **MBA KKU English–Chinese Program, Batch 6** are set to st...
19/08/2026

📊 **From Costs to Smarter Business Decisions**

Students of the **MBA KKU English–Chinese Program, Batch 6** are set to strengthen their financial decision-making skills in the course:

**Accounting and Finance for Business Decision**

with the learning theme:

**FROM COSTS TO SMARTER DECISIONS**
*Cost Analysis for Business Decision-Making*

🎤 Conducted by **Dr. Thanapon Wimoonard**
Lecturer, College of Graduate Study in Management, Khon Kaen University

Across two intensive learning sessions, students will explore how cost information can be analyzed and applied to support more effective business decisions.

🔹 **Understanding Cost Behavior & Profitability**
• Cost Behavior Analysis
• Cost–Volume–Profit (CVP) Analysis

🔹 **Costing Methods for Better Decisions**
• Absorption & Variable Costing
• Activity-Based Costing (ABC)

Effective business management is not only about knowing **how much something costs**, but also understanding **how costs behave, how they affect profitability, and which costing information should be used to support better managerial decisions**.

This session connects accounting and finance concepts with practical business decision-making, helping MBA students develop the analytical mindset needed for today’s dynamic business environment.

📅 20 & 27 August 2026
⏰ 09:00–17:00
📍 Jutamas Room, MBA KKU

🚀 **เมื่อ AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่ “วิธีทำงาน” แต่กำลังเปลี่ยนทั้งองค์กร…ผู้นำธุรกิจควรเดินเกมอย่างไร?**ขอเชิญผู้บริหาร เจ้าข...
19/08/2026

🚀 **เมื่อ AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่ “วิธีทำงาน” แต่กำลังเปลี่ยนทั้งองค์กร…ผู้นำธุรกิจควรเดินเกมอย่างไร?**

ขอเชิญผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ ร่วมเปิดวิสัยทัศน์และมุมมองใหม่ในการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI กับการบรรยายพิเศษ

🤖 **Business Transformation in the Age of AI for Business Leaders**
**การเปลี่ยนผ่านองค์กรสำหรับผู้นำธุรกิจในยุค AI**

พบกับแนวคิดสำคัญสำหรับผู้นำธุรกิจยุคใหม่ ตั้งแต่การมองเห็นผลกระทบของ AI ต่อธุรกิจ การปรับองค์กรและวิธีทำงาน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมของผู้นำ เพื่อสร้างโอกาสและความได้เปรียบในการแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

🎤 **วิทยากร**
**รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์**
กรรมการสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น
กรรมการนโยบาย วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ
ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบัน IMC

📅 **20 กันยายน 2569**
⏰ **09.30–11.30 น.**
📍 **ห้องประชุม พล.ต.อ.เภา สารสิน**
วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (MBA KKU)

🎟️ **ลงทะเบียนเข้าร่วมฟรี**
โดยเพิ่มเพื่อน Line:
แล้วพิมพ์คำว่า btai

การบรรยายพิเศษภายใต้
**การประชุมวิชาการทางธุรกิจและนวัตกรรมทางการจัดการระดับชาติ ประจำปี 2569 (ครั้งที่ 13)**

ถึงเวลาที่ผู้นำจะไม่ได้ถามเพียงว่า
**“องค์กรของเราจะใช้ AI อย่างไร?”**
แต่ต้องถามต่อว่า
**“เราจะเปลี่ยนองค์กรอย่างไร เพื่อเติบโตในยุค AI?”**

ที่อยู่

Khon Kaen University
Khon Khen
40002

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00
เสาร์ 08:30 - 17:00
อาทิตย์ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6643202143

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MBA KKU วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่นผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง MBA KKU วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น:

ทางลัด

แชร์