22/08/2023
วาฬ สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่วิวัฒนาการมาจากยุคไดโนเสาร์ และจัดสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดแห่งท้องทะเล
หากต้นไม้คือกำแพงขนาดใหญ่ที่ดูดซับมลพิษทางอากาศให้กับมนุษย์ ‘วาฬ’ ก็เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ใต้ท้องทะเลที่ช่วยปกป้องโลกใบนี้จากภาวะโลกร้อนที่เราสามารถเรียกได้เต็มปากเลยว่านี่คือ ฮีโร่ตัวจริงที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศให้กับท้องทะเลนับตั้งแต่เกิดมาจนหมดอายุขัยเลยทีเดียว
🐋แม้ว่าวาฬจะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่เราอาจจะพบเห็นได้ยากก็ตาม แต่ในประเทศไทยก็มักจะมีวาฬแวะเวียนมาอยู่อาศัยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะวาฬบรูด้าที่พบเห็นได้ทางทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย ซึ่งวาฬบรูด้าก็ยังถูกประกาศให้เป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 16 ของประเทศไทยอีกด้วย
แต่ปัจจุบันทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ทำการประเมินจำนวนของวาฬบรูด้าในไทย โดยคาดว่าน่าจะเหลือเพียง 50 - 70 ตัวเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าวาฬบรูด้ากำลังจะกลายเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และกำลังจะหายไปจากห่วงโซ่อาหารในท้องทะเลไทย ปัจจัยหลักที่ทำให้วาฬต้องเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควร และตายแบบผิดธรรมชาติเป็นเพราะปัจจัยจากการสูญเสียที่อยู่อาศัย, การถูกเรือชน, มลพิษทางเสียง, อุณหภูมิที่เริ่มสูงขึ้นของน้ำทะเล การติดอวนประมง และอีกปัจจัยหลักที่พบได้มากที่สุดก็คือขยะพลาสติกที่วาฬกินเข้าไปจนทำให้ออกมาเกยชายหาดตายกันเป็นจำนวนมาก
ในทุกปี ขยะพลาสติกมากกว่า 11 ล้านเมตริกตันถูกปล่อยทิ้งลงทะเล ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตในทะเลย่อมไม่รู้ว่าสิ่งนี้คือขยะ และเป็นมลพิษที่สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมโดยแท้จริง เมื่อกินเข้าไปก็ย่อมทำให้ระบบทางเดินอาหารล้มเหลวได้ในทันที และสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อย่างวาฬก็สามารถที่จะกลืนกินขยะพลาสติกเข้าไปเป็นจำนวนมหาศาลได้ทันทีที่อ้าปาก จึงไม่แปลกที่ทำสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่แบบนี้ตายได้ในเวลาอันรวดเร็ว
🐳และหากยังปล่อยให้วาฬตายมากขึ้น ระบบนิเวศใต้น้ำจะค่อย ๆ เสียสมดุลไปทีละเล็กน้อย เพราะมูลของวาฬนั้นอุดมไปด้วยธาตุเหล็กเปรียบเสมือนปุ๋ยชั้นดีให้กับพืช และเป็นอาหารให้กับเหล่าแพลงก์ตอนใต้น้ำ ซึ่งเพลงก์ตอนเหล่านี้เองที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เพราะอยู่ในห่วงโซ่ของการผลิตออกซิเจนมากถึงร้อยละ 50 - 80 ของชั้นบรรยากาศโลก อีกทั้งยังช่วยดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมที่ทำให้โลกร้อนได้มากถึง 37,000 ล้านตันต่อปี หรือมากกว่าป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่าง แอมะซอนถึง 4 เท่าเลยทีเดียว
👉เห็นได้ชัดว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างการปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่มนุษย์ทุกคนยังต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเลมากขึ้นด้วย ซึ่งก็สามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ต้องรักษาความสะอาดมากขึ้นอย่างการไม่ทิ้งขยะลงทะเล หรือทิ้งลงแม่น้ำซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพาขยะไหลลงสู่ทะเล, การเที่ยวเชิงธรรมชาติเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่รุกล้ำแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลอนุรักษ์, การเปลี่ยนมาใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีสารพิษต่อสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ รวมถึงลดการใช้พลาสติกให้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกให้กับโลกใบนี้
ยิ่งมนุษย์เราร่วมมือกันให้มากแค่ไหน โอกาสรอดของวาฬก็มีมากขึ้นและช่วยสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศได้มากขึ้น ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืน มนุษย์เราก็จะยังคงมีอากาศบริสุทธิ์และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อส่งต่อไปสู่ลูกหลานของเราได้ในอนาคต
#ปัญหาสิ่งแวดล้อม #ขยะพลาสติก #วาฬ #โลกร้อน #เรียนรู้รักษ์ป่าน่าน
อ้างอิงจาก
· https://bit.ly/3ONsqNy
· https://bit.ly/3OK72Zn
· https://bit.ly/3OKl9xG