28/08/2026
ติดตามข่าว “ตลาดศิลปะโลก” 2026
จับตาตลาดศิลปะโลก 2026 เมื่อคุณภาพกลับมาสำคัญกว่ากระแส นักสะสมหน้าใหม่ควรรู้อะไรบ้าง
หลังจากตลาดศิลปะโลกชะลอตัวต่อเนื่องในช่วงสองปีที่ผ่านมา ปี 2026 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่างานศิลปะทุกประเภทกำลังมีราคาสูงขึ้นพร้อมกัน ตลาดกลับอยู่ในภาวะที่นักสะสมเลือกมากขึ้น ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ประวัติของผลงาน และราคาที่สมเหตุสมผลมากกว่าเดิม
ข้อมูลตลาดเต็มปีล่าสุดจาก The Art Basel and UBS Global Art Market Report 2026 ระบุว่า มูลค่าตลาดศิลปะโลกในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 59.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน หลังจากลดลงต่อเนื่องสองปี จำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 2% เป็น 41.5 ล้านรายการ ขณะที่ยอดขายผ่านการประมูลสาธารณะเพิ่มขึ้น 9% เป็น 20.7 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าตลาดกลับมาเติบโตอีกครั้ง แม้การฟื้นตัวยังไม่เท่ากันในทุกส่วน
เมื่อมองเฉพาะข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้วในปี 2026 ทิศทางดังกล่าวยิ่งชัดขึ้น โดย ArtTactic ระบุว่า Christie’s, Sotheby’s และ Phillips มียอดประมูลทั่วโลกรวมประมาณ 6.8 พันล้านดอลลาร์ รวมค่าธรรมเนียม ในช่วงครึ่งแรกของปี เพิ่มขึ้น 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นผลงานครึ่งปีแรกที่ดีที่สุดของทั้งสามแห่งนับตั้งแต่ปี 2022 โดย Christie’s มี Auction Sales ในครึ่งแรกของปีประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 71% พร้อม สัดส่วนล็อตที่ขายได้ (Sell-through Rate) 91% ส่วน Sotheby’s รายงาน Auction Sales ประมาณ 3.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 59% และมี สัดส่วนล็อตที่ขายได้ 90%
สิ่งที่น่าสนใจคือการฟื้นตัวไม่ได้กระจายตัวเท่ากันทุกส่วนของตลาด โดยในปี 2025 ยอดขาย Modern Art เพิ่มขึ้น 9% เป็น 2.4 พันล้านดอลลาร์ Impressionist และ Post-Impressionist Art เพิ่มขึ้นถึง 47% เป็น 1.8 พันล้านดอลลาร์ และ Old Masters เพิ่มขึ้น 30% เป็นเกือบ 1.2 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนการกลับมาให้ความสนใจกับศิลปินและกลุ่มผลงานที่มีประวัติศาสตร์และมีฐานการซื้อขายในตลาดรองที่ค่อนข้างชัดเจน
แนวโน้มดังกล่าวต่อเนื่องเข้าสู่ครึ่งแรกของปี 2026 ผลงาน Number 7A, 1948 ของ Jackson Po***ck ทำราคา 181.2 ล้านดอลลาร์ ส่วน Danaïde ของ Constantin Brâncuși ทำราคา 107.6 ล้านดอลลาร์ และ No. 15 (Two Greens and Red Stripe) ของ Mark Rothko ทำราคา 98.4 ล้านดอลลาร์ โดยทั้งสามผลงานสร้างสถิติประมูลใหม่ให้กับศิลปิน
สำหรับนักสะสมหน้าใหม่ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการถามว่า “ศิลปินคนนี้ดังหรือไม่?” เพราะผลงานของศิลปินคนเดียวกันสามารถมีมูลค่าแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่สร้าง เทคนิค ความสำคัญของผลงานต่อพัฒนาการของศิลปิน ประวัติการจัดแสดง (Exhibition history) สภาพของชิ้นงาน (Condition) รวมถึง หรือประวัติความเป็นเจ้าของ (Provenance) ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
การฟื้นตัวก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับธุรกิจรายใหญ่ Art Basel และ UBS พบว่า Dealer ที่มียอดขายรวมต่อปีต่ำกว่า 500,000 ดอลลาร์ เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยสูงที่สุดในปี 2025 โดยเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลัก แม้ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความโดยตรงว่าผลงานราคาต่ำกำลังเติบโต แต่สะท้อนว่ากิจกรรมในตลาดไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะ Dealer รายใหญ่เท่านั้น สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสะสม งานบนกระดาษ ภาพพิมพ์ Edition ผลงานขนาดเล็ก หรือผลงานของศิลปินที่กำลังพัฒนาตัวเอง จึงสามารถเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้าง Collection ได้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน สัดส่วนของการจัดสรร wealth มาเป็นการซื้อศิลปะมีเปอร์เซนต์ที่มากขึ้น The Art Basel and UBS Survey of Global Collecting 2025 ซึ่งสำรวจนักสะสม High-Net-Worth จำนวน 3,100 คนใน 10 ตลาด พบว่า กลุ่มนี้จัดสรรทรัพย์สินเฉลี่ยประมาณ 20% ให้กับ Collection ในปี 2025 เพิ่มจาก 15% ในปี 2024 และในกลุ่ม Gen Z สัดส่วนดังกล่าวสูงถึง 26%
รสนิยมของคนรุ่นใหม่ยังมีความหลากหลายมากขึ้น ในช่วงปี 2024–2025 Painting คิดเป็น 35% ของการใช้จ่ายด้าน Fine Art ของ Gen Z ตามด้วย Prints and Multiples 12%, Photography 12%, Works on Paper 9% และ Digital Art 9% แตกต่างจาก Baby Boomers ที่ Painting มีสัดส่วนถึง 61% ของการใช้จ่ายด้าน Fine Art ขณะที่ช่องทางการซื้อก็เปิดกว้างขึ้น โดย 43% ซื้อโดยตรงจาก Artist Studio, 37% เคย Commission ผลงาน และ 35% ซื้อโดยตรงจากศิลปินผ่านลิงก์บน Instagram
เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย ภาพของตลาดก็กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในบริบทของเอเชีย แม้ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขมูลค่ารวมของตลาดศิลปะไทยที่ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบในระดับเดียวกับตลาดหลักของโลก แต่ Art Basel รายงานในเดือนมีนาคม 2026 ว่า Southeast Asia กำลังมีบทบาทมากขึ้นในตลาดศิลปะระดับภูมิภาค โดยเฉพาะกรุงเทพและจาการ์ตาที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจาก Auction House และนักสะสมเอกชน ขณะที่ Sotheby’s ระบุว่ากำลังจับตามองพัฒนาการของวงการศิลปะไทยอย่างใกล้ชิด ส่วน The Art Newspaper เคยรายงานถึงการขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของตลาดไทย พร้อมการเพิ่มขึ้นของนักสะสมในประเทศและความสนใจจากต่างชาติ
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสามารถเห็นได้จากตลาดประมูลภายในประเทศเช่นกัน โดยในปี 2026 Bangkok Art Auction จัดงานประมูลไปแล้วสองครั้ง เริ่มจาก The Extraordinaire 2026 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2026 ซึ่งทำยอดรวมการประมูลกว่า 51 ล้านบาท พร้อมการเข้าร่วมของนักสะสมทั้งชาวไทยและต่างชาติ ก่อนที่ The Prime Exclusive Auction & Private Sales 2026 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2026 จะทำยอดรวมจากการประมูลและ Private Sales มากกว่า 58.47 ล้านบาท ตัวเลขจากสองงานนี้ไม่สามารถใช้แทนมูลค่าของตลาดศิลปะไทยทั้งหมดได้ แต่เป็นหนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมการประมูลและการสะสมศิลปะในประเทศยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ค่าเฉลี่ยของจำนวนผู้เข้าประมูลหน้าใหม่ของสองงานประมูลมีเพิ่มขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์
และทิศทางดังกล่าวกำลังเดินหน้าต่อไป โดย Bangkok Art Auction เตรียมจัดงานประมูลครั้งสำคัญส่งท้ายปี The Iconic Treasure 2026 ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2026 ณ Kunawong House Museum ซึ่งจะรวบรวมผลงานศิลปะที่ผ่านการคัดสรรเพื่อกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง สำหรับนักสะสมหน้าใหม่ การติดตาม Auction Preview และผลการประมูลจริงจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเรียนรู้ตลาด ได้เห็นผลงานจริง เปรียบเทียบ ราคาประเมินของชิ้นงาน (Estimate), สภาพของชิ้นงาน (Condition), ประวัติความเป็นเจ้าของ (Provenance) และราคาที่เกิดขึ้นจากการประมูล
ท้ายที่สุด สิ่งที่ตลาดศิลปะปี 2026 กำลังบอกนักสะสมหน้าใหม่อาจไม่ใช่การพยายามหาว่า “งานอะไรจะราคาขึ้น” แต่คือการ เรียนรู้ที่จะดูงานให้เป็น ดูงานให้มาก เปรียบเทียบให้มาก และศึกษาว่าคุณค่าของงานแต่ละชิ้นเกิดขึ้นจากอะไร เพราะคอลเล็กชันที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากผลงานที่แพงที่สุด แต่เริ่มจากการเลือกงานด้วยความเข้าใจ และสามารถตอบตัวเองได้ว่า ทำไมงานชิ้นนี้จึงควรอยู่ในคอลเล็กชันของเรา?
Contact us
Tel : (+66) 64 482 9394 , (+66) 96 294 6446
WhatsApp: (+66) 64 482 9394
Line Official Account:
https://lin.ee/pNSb722
E-mail: [email protected]
#ประมูลศิลปะ #ตลาดศิลปะ #นักสะสมศิลปะ #สะสมงานศิลปะ #งานศิลปะ