หนังสือพิมพ์รังสิต

หนังสือพิมพ์รังสิต อิสระแห่งวิชาชีพ รักษาไว้ซึ่งอาชีวะปฏิญาณ

สาขาวิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2534 ภายใต้ชื่อเดิม “สาขาวิชาการหนังสือพิมพ์” และเปลี่ยนชื่อเป็น “สาขาวิชาวารสารศาสตร์” ในปี พ.ศ.2540 โดยในหลักสูตรจะเน้นเนื้อหา (Content) มากกว่าการผลิตสื่อใดสื่อหนึ่งเพียงสื่อเดียว

กัญชา แก้โรค แก้จน (2)ขณะเดียวกันในภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทยได้พยายามอย่างหนักในการนำเอากัญชามาเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือรั...
10/06/2019

กัญชา แก้โรค แก้จน (2)

ขณะเดียวกันในภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทยได้พยายามอย่างหนักในการนำเอากัญชามาเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือรักษาผู้ป่วย อาทิเช่น “พันธุ์บุรีรัมย์” มหกรรมกัญชาเพื่อการแพทย์ครั้งแรกในประเทศไทยที่มี เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงานดังกล่าวขึ้น ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงานที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน พ.ศ. 2562 รอบ ๆ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ มีประชาชนผู้ที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับกัญชาเป็นจำนวนมากมารับฟังข้อมูลทางด้านวิชาการ โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ นักกฎหมาย รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการนำกัญชาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และกระบวนการวิธีการสกัดกัญชาให้เป็นยามาใช้เพื่อรักษาโรค

เนวิน ชิดชอบ เปิดเผยว่า ยังมีคนอีกเป็นล้านคนที่ต้องการใช้กัญชาในการรักษาโรค แต่ยังเข้าไม่ถึงด้วยความที่หายากและเป็นสารเสพติดประเภท 5 ผิดกฎหมาย ถึงแม้ว่าจะเปิดโอกาสให้ยื่นแจ้งครอบครองนิรโทษกรรมถึงวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังห่วงว่าหลังจากนั้นประชาชนที่ต้องการใช้กัญชาในการรักษาโรคจะต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะสามารถครอบครองและใช้ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ เนวิน ยังเรียกร้องให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออก ม.44 ปลดล็อคกัญชาเสรีให้แต่ละครอบครัวปลูกและใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ไม่เกิน 6 ต้น เป็นการเปิดเสรีแบบมีขอบเขตกติกา ชาวบ้านใช้เกณฑ์ปลูกใช้ทางการแพทย์ ส่วนภาคธุรกิจใช้อีกเกณฑ์หนึ่งที่ต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาล พร้อมกับชี้ว่า กัญชา คือ ซุปเปอร์ไฮเวย์ที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจของประเทศ แก้โรค เจ็บป่วย และแก้จนได้ ถ้าปลูกขายได้จะทำให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน รัฐบาลก็จะมีรายได้เพิ่มตาม”

นอกจากนี้ เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ คือ อีกหนึ่งผู้ที่ฝ่าฟันกับการนำเอากัญชามาเป็นกุญแจสำคัญเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ โดย เดชา มีแรงบันดาลใจในการศึกษาเรื่องกัญชาจากการที่คุณแม่ของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับเมื่อ 40 ปีก่อน เขาเลือกศึกษาข้อมูลจากต่างประเทศเกี่ยวกับวิธีการสกัดกัญชาออกมาในรูปแบบที่ทำเป็นน้ำมันกัญชา โดยใช้วิธีการที่ ริค ซิมป์สัน นักเคลื่อนไหวชาวแคนาดาเพื่อกัญชาทางการแพทย์ใช้ ทั้งนี้ เดชา มีอุดมการณ์ที่ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้มานะ อดทนกับการศึกษาเกี่ยวกับกัญชา คือ “ผมได้ประโยชน์จากกัญชาแบบไหน ประชาชนควรจะได้แบบนั้นด้วย อันนี้เป็นตัวตั้ง เพราะผมทดสอบตัวเองก่อน มันควรจะไปอยู่กับทุกคน ทำไมต้องอยู่ที่ผมคนเดียว”

นักวิชาการได้พยายามสรุปถึงประโยชน์ของสารบางอย่างในกัญชา ที่มีการนำมาใช้ทางการแพทย์รวมทั้งงานวิจัยที่น่าสนใจ เช่น ยา Cannabinoid THC ใช้รักษาอาการสภาวะหดเกร็ง ความเจ็บปวด รักษาโรคสมาธิสั้น อาการเครียดหลังจากเหตุการณ์สะเทือนใจ ภาวะนอนไม่หลับ รวมทั้งการนำสารสกัดกัญชามาใช้ในการบำบัดรักษา อาการจิตเวช ระบบประสาท และรักษาอาการไม่อยากอาหารในผู้ป่วยมะเร็ง ทำให้หลายประเทศทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันว่า กัญชา คือทางเลือกใหม่ของการรักษาโรคชนิดต่าง ๆ

จนทำให้พรรคการเมืองหลายพรรคในประเทศไทยนำประเด็นเรื่องกัญชามาใช้หาเสียงในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งมีการลงคะแนนเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็นตัวตั้งตัวตีมากที่สุดในเรื่องนี้ กล่าวคือ นอกจากสามารถนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์แล้วนั้น ประชาชนยังสามารถนำกัญชามาใช้ในทางสันทนาการหรือว่าสามารถนำมาปลูกเพื่อหารายได้เสริมได้อีกด้วย โดยที่รายได้คร่าว ๆ ที่ประชาชนจะได้ผลประโยชน์จากกัญชาอยู่ที่ 70,000-100,000 บาทต่อกิโลกรัม แต่จะต้องมีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ดูแล ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า พวกเขายังคงต้องการผลักดันนโยบายกัญชาให้เป็นนโยบายแห่งชาติ หลังจากที่เพิ่งประกาศร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่พรรคอื่น ๆ อย่างพรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีนโยบายเปิดโอกาสให้สามารถใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ได้ด้วยเช่นกัน พรรคอนาคตใหม่มีโยบายเรื่องการใช้กัญชาเพื่อการท่องเที่ยว สันทนาการเพิ่มเข้ามา โดยที่เกษตรกรคือผู้ปลูกและมีรัฐวิสาหกิจชุมชนเป็นผู้ดูแล ส่วนนโยบายของพรรคเพื่อไทยให้เกษตรกรเป็นผู้ปลูก ซึ่งประมาณรายได้คร่าว ๆ จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์จากกัญชาอยู่ที่ 100,000 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 500,000 บาทต่อไร่ และมีรัฐวิสาหกิจชุมชนเป็นผู้ดูแลเช่นเดียวกัน ขณะที่นโยบายเรื่องผลประโยชน์และผู้ดูแลด้านกัญชาของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ชัดเจน

กระทั่งล่าสุด พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของสมุนไพรกัญชา ทำให้พระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธย ในราชกิจจานุเบกษา เรื่องกัญชา โดยมีใจความสำคัญ คือ เกษตรกรสามารถรวมกลุ่มกันเป็นรัฐวิสาหกิจชุมชนและเข้าระบบกับทางรัฐบาลก็สามารถขอนุญาตปลูกกัญชาได้ ขณะที่ทางการแพทย์ก็สามารถนำเอากัญชามาเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาคนไข้ได้ด้วยเช่นกัน โดยที่ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไป

ขอบคุณรูปภาพจาก

http://www.honestdocs.co

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.bbc.com/thai/thailand-47944088
https://brandinside.asia/pan-buriram-cannabis-story-in-thailand-2019/
http://www.nationtv.tv/main/content/378706898/?qj&fbclid=IwAR2RbxPRPVADmFhbXunwzILSDHvjj9H7rOhxvGU0oU1oPMvckgmZy9z3UpA
https://waymagazine.org/cannabis-food/
https://www.honestdocs.co/what-is-cannabis-indica
https://thestandard.co/thailandelection2562-marijuana-policy/?fbclid=IwAR1meSCE5Rhm-O85q5J_6fDtqouceYLHjAUSQFFUTwH_x4GY65gucJN9RNk
https://voicetv.co.th/read/S1-rvNOnm

กัญชา แก้โรค แก้จน (1)กัญชานอกจากจะเป็นพืชสมุนไพรทางเลือกที่ใช้ในการรักษาโรค เช่น มะเร็ง ลมชัก แล้วยังสามารถสร้างรายได้เ...
09/06/2019

กัญชา แก้โรค แก้จน (1)

กัญชานอกจากจะเป็นพืชสมุนไพรทางเลือกที่ใช้ในการรักษาโรค เช่น มะเร็ง ลมชัก แล้วยังสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับประชาชน แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ

กัญชาเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีขนาดลำต้นสูงประมาณ 2-5 เมตร ลักษณะของใบจะมีการแยกออกเป็นแฉก 5-8 แฉก โดยทุกแฉกจะมีรอยหยักเป็นเอกลักษณ์ มีดอกออกเป็นช่อเล็ก ๆ ตามกิ่งและก้านของต้น บางคนอาจจะเรียกว่า “มาลีฮวนน่า” ก็แล้วแต่ความนิยมในพื้นที่นั้น ๆ

หนึ่งในความนิยมของกัญชาในประเทศหรือรัฐที่อนุญาตให้ประชาชนใช้ได้ คือ การนำกัญชามารับประทาน ผ่านการผสมลงไปในขนมและอาหารชนิดต่าง ๆ มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า กระแสนี้อาจมาจากกลุ่มผู้ใช้ที่ปฏิเสธการสูบ แต่ขณะนี้ตลาดกัญชากินได้กลายเป็นธุรกิจน่าจับตาในสหรัฐอเมริกาไปแล้ว ปี 2014 โดยเฉพาะในรัฐโคโลราโด ผลิตภัณฑ์อาหารผสมกัญชาจำหน่ายไปได้กว่า 5 ล้านชิ้น ขณะที่ในรัฐวอชิงตัน อาหารผสมกัญชาเพิ่งได้ฤกษ์วางจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปีเดียวกัน สำหรับรัฐแคลิฟอร์เนีย ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดจากการใช้กัญชาเพื่อการรักษาทางการแพทย์ได้

ขณะเดียวกันในประเทศไทยมีการใช้ใบกัญชาในการปรุงอาหาร ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด ถึงแม้ว่ากัญชาจะยังอยู่ในรายชื่อยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 5 (ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และฉบับที่ 5 พ.ศ. 2545) โดยที่ใบกัญชาจะมีปริมาณสารน้อยกว่าดอกอยู่พอสมควรบวกกับการใช้ใบในการทำอาหารประเภทต้ม ผัด แกง ทอดที่มีความร้อนสูง ก็จะทำให้ปริมาณสารที่ได้หายไปอีกระดับหนึ่ง นั่นส่งผลให้การกินอาหารพวกต้มไก่ใบกัญชา ฯลฯ นั้นจะช่วยชูรส อาจจะทำให้คอแห้ง ปากแห้ง ซึ่งเป็นปกติของการกินกัญชา รวมทั้งอาจจะช่วยให้เคลิบเคลิ้ม อารมณ์ดีขึ้นนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ก็ไม่ถึงขนาดเมา (ยกเว้นใส่ในปริมาณมากกว่าปกติ) ส่วนดอกนั้นจะมีปริมาณสารที่สูงกว่าใบมากและด้วยกระบวนการทำอาหารแบบตะวันตก ซึ่งจะนิยมใช้การละลายสารจากกัญชาออกมาอยู่ในรูปของของเหลวก่อนนำไปใช้ทำอาหาร เช่น เนยกัญชา หรือ น้ำมันกัญชา ส่งผลให้สารสำคัญที่มีอยู่จะมีปริมาณที่สูงมาก (สูงกว่าการสูบ) บางครั้งอาหารเหล่านี้ก็ถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นยากับผู้ป่วยบางกลุ่ม หรือใช้เพื่อความเมา ฉะนั้นอาหารในกลุ่มนี้ก็จะมีความรุนแรงมากกว่ากลุ่มแรกมาก

จากหลักฐานทางวิชาการที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของกัญชาว่าเป็นสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคหลายชนิด เป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่ขออนุญาตทำงานวิจัยกัญชาทางการแพทย์อย่างถูกต้องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 และได้รับอนุญาตเป็นรายแรกเมื่อปี พ.ศ. 2560 โดยมีเป้าหมายหลัก คือ วิจัยเพื่อพัฒนายาและตำรับยาที่พัฒนามาจากกัญชาให้มีคุณภาพ มีประสิทธิผลและปลอดภัย และล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562 มหาวิทยาลัยรังสิต ได้จัดงานแถลงข่าว “ผลงานวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบจากสารสกัดกัญชา”จุดประกายความคิดให้สังคม “กัญชาธิปไตย” เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผลงานวิจัยกัญชาด้านการแพทย์ที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยเป็นที่ประจักษ์และถือเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของวิทยาลัย คณะต่าง ๆ อย่างหว้างขวาง มหาวิทยาลัยรังสิตจึงได้จัดตั้งสถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ขึ้นมาเพื่อให้สามารถทำงานวิจัยกัญชาได้ทุกมิติ เป็นประโยชน์​ต่อมวลมนุษยชาติในการบำบัดโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น

ผศ.ดร.เภสัชกรหญิง สุรางค์ ลีละวัฒน์ ผอ.สถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนายาต้านมะเร็งปอดจากสารสกัดกัญชายังมีความสำคัญต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสารกลุ่ม cannabinoids ซึ่งเป็นสารกลุ่มหลักที่พบในกัญชา โดยมีสาร THC ที่เป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และสาร CBN ที่พบได้มากในกัญชาแห้ง เนื่องจากโรคมะเร็งปอดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งผู้ชายและผู้หญิงทั่วโลก เพราะเป็นโรคที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาและในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

จากการศึกษาวิจัยพบว่า สารบริสุทธิ์ที่แยกได้จากกัญชา คือ THC แลพ CBN มีฤทธิ์ลดการเพิ่มจำนวนเซลล์มะเร็งปอดของมนุษย์ในหลอดทดลองได้ดี ดังนั้นจึงได้ทำการศึกษาผลของ THC และ CBN จากกัญชาต่อเซลล์มะเร็งปอดของมนุษย์ในหนูทดลอง พบว่าการฉีดสาร THC และ CBN ที่เหนี่ยวนำให้เกิดเป็นมะเร็งด้วยเซลล์มะเร็งปอดของมนุษย์ทุกวันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ หนูทดลองที่ได้รับสาร THC และ CBN มีขนาดของก้อนมะเร็งเล็กกว่าหนูกลุ่มที่ไม่ได้รับสารอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สามารถสรุปได้ว่าสาร THC และ CBN จากกัญชามีฤทธิ์ต้านมะเร็งปอดของมนุษย์ได้ทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรังสิต เพิ่งได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาเพื่อค้นหาสายพันธุ์ที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้สารสำคัญที่บริสุทธิ์ที่สุด เช่น สาร THC CBD และ CBN ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ในแต่ละอย่าง เพราะการมีสารสำคัญจำนวนน้อยทำให้มีค่าใช้จ่ายในการสกัดค่อนข้างสูงและใช้เวลานาน โดยการปลูกจะอยู่ในรูปแบบของโรงเรือนระบบปิด มีการควบคุมคุณภาพ อุณหภูมิ กล้องวงจรปิด ที่ วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ และอาหาร ที่ อาคารวิษณุรัตน์ (ตึก 5) มหาวิทยาลัยรังสิต ชั้นดาดฟ้า ในพื้นที่ 4x8 ตารางเมตร หรือ 32 ตารางเมตร ซึ่งปลูกได้ราว 50 ต้น โดยจะมีสถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ช่วยวิจัยควบคู่กันไปเพื่อพัฒนาสายพันธุ์กัญชา แต่ มหาวิทยาลัยรังสิต ทำในรูปแบบของานวิจัย เพราะหากจะผลิตจะต้องมีกระบวนการมากกว่านี้และต้องมีบริษัทยาจริง ๆ เข้ามาดำเนินการ

เมื่อพูดถึงการใช้กัญชาทางการแพทย์ในต่างประเทศ รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับอนุญาตให้มีการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมายเมื่อ 22 ปีก่อน สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติให้ยาสกัดจากกัญชาสามารถใช้เป็นยารักษาโรคลมชักได้อย่างเป็นทางการ ยาตัวนี้มีชื่อว่า Epidiolex ซึ่งส่วนผสมหลักในยาเป็นสารสกัดมาจาก cannabidiol (CBD) สารเคมีชนิดหนึ่งที่สกัดมาจากกัญชา แต่มีสาร THC หรือสารที่ทำให้เกิดปฏิกริยา get high ในปริมาณที่ต่ำมากเพียง 0.1 % เท่านั้น ยาที่สกัดจากกัญชาตัวนี้ได้รับการยืนยันทางการแพทย์ว่าสามารถรักษาโรคลมชักได้ โดย อย.ของสหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้ยาตัวนี้ได้กับเด็กตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไปที่เป็นโรคลมชักชนิด Dravet Syndrome (DS) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่หายากของสมอง และยังสามารถช่วยรักษาโรคลมชักชนิด Lennox-Gastaut Syndrome (LGS) โรคลมชักอีกชนิดหนึ่งที่พบได้ยากในวัยเด็ก ซึ่งการอนุมัติให้ใช้ยาที่สกัดจากกัญชาเพื่อรักษาโรคลมชักถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ของสหรัฐฯ

รัฐบาลอังกฤษ ประกาศให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถสั่งผลิตภัณฑ์กัญชานำมารักษาผู้ป่วยได้ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาด้วยยาตัวอื่นนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 กฎหมายดังกล่าวให้อำนาจแก่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะที่เป็นแพทย์ทางด้านประสาทวิทยา และกุมารวิทยาเป็นคนตัดสินใจในการจ่ายกัญชาให้แก่ผู้ป่วยเป็นกรณี โดยกฎหมายไม่อนุญาตให้แพทย์ทั่วไปสั่งจ่ายกัญชาเพื่อการรักษาได้ กฎหมายดังกล่าวมาจากการผลักดันของ ซาจิด จาวิด สมาชิกรัฐสภาอังกฤษ เขาได้เรียกร้องให้มีการทบทวนการนำกัญชามาใช้ในการรักษาทางการแพทย์ หลังจากที่ได้รับความเห็นจากปูผู้ปกครองของเด็กที่ป่วยเป็นโรคลมชัก 2 คนที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาและบรรเทาอาการของโรคจากน้ำมันกัญชาได้ รัฐบาลอังกฤษ ระบุว่า การนำกัญชามาใช้ในการรักษานั้นจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทางการแพทย์ หรือในรูปแบบทั่วไปเท่านั้น กล่าวคือ กัญชาที่นำมาใช้รักษาต้องอยู่ในรูปแบบยาเม็ด ยาแคปซูล หรือในรูปแบบน้ำมันกัญชา แต่ไม่อนุญาตให้มีการสูบกัญชาเพื่อรักษาโรค รวมทั้งไม่ได้เป็นการปูทางไปสู่การอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการอย่างถูกกฎหมายได้ในอนาคตแต่อย่างใด ศาสตราจารย์ อโชค โสนี ประธานสมาคมเภสัชกรรมของอังกฤษ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผู้ป่วยหลายรายที่มีปัญหาด้านสุขภาพร้ายแรง และคาดหวังว่าการนำกัญชามาใช้ในการรักษาทางการแพทย์จะช่วยบรรเทาอาการทรมานจากโรคต่าง ๆ ได้

รัฐบาลออสเตรเลียมีเป้าหมายจะเป็นผู้ส่งออกกัญชาทางการแพทย์อันดับ 1 ของโลกภายในเร็ว ๆ นี้ หลังมีการประกาศให้การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์เป็นเรื่องถูกกฎหมายในปี พ.ศ. 2559 โดยการส่งออกของออสเตรเลียจะครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่จะผลิตจากกัญชา ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันกัญชา แผ่นแปะ สเปรย์ ยาอม และยาเม็ด ฯลฯ

5 สายพันธุ์แคคตัสที่ไม่ควรพลาด แคคตัสป็นพืชที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพื่อประดับตกแต่งบ้านหรือคอนโด เพราะเลี้ย...
08/06/2019

5 สายพันธุ์แคคตัสที่ไม่ควรพลาด

แคคตัสป็นพืชที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพื่อประดับตกแต่งบ้านหรือคอนโด เพราะเลี้ยงง่าย มีขนาดเล็ก มีหลากหลายสายพันธุ์น่าสะสม และราคาจับต้องได้

กระบองเพชร หรือ แคคตัส มีพื้นเพเดิมอยู่ในทะเลทราย ต้นกระบองเพชรสามารถยืนต้นอยู่ได้ แม้อยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้งกันดาร โดยไม่ตาย เพราะนาน ๆ ครั้งหนึ่งจะมีฝนตกกระหน่ำลงมา โดยต้นกระบองเพชรจะเก็บน้ำไว้ในลำต้นในปริมาณมาก มันจะใช้น้ำตลอดระยะเวลาแห้งแล้งที่ยาวนาน และมันจะเปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำแต่คงยังคายน้ำอยู่ ดังนั้นมันจึงสามารถอยู่ในทะเลทรายได้

ลักษณะทั่วไป กระบองเพชรเป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 1 - 12 ฟุต ลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำ มีขนหรือหนามรอบต้นหรือไม่มีก็ได้แล้วแต่ชนิดพันธุ์ ลักษณะต้นเป็นเหลี่ยมรูปทรงกระบอกรูปทรงกลม หรือแล้วแต่ชนิดพันธุ์ หนามคือส่วนของลำต้นที่ทำหน้าที่แทนใบ บางชนิดก็มีใบแบนกลมหนาใหญ่ อาจมีดอกสีแดง สีเหลือง หรือสีขาว ลักษณะดอกและขนาดดอกขึ้นกับชนิดพันธุ์

แคคตัสเป็นพืชที่สามารถเติบโตได้ดีและเลี้ยงไม่ยากในประเทศไทย เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแสงแดด ดังนั้นจึงทนต่ออากาศร้อนในบ้านเราได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามการดูแลกระบองเพชร มักมีหลายๆประเด็นที่ทำให้นักเล่นแคคตัสมักเข้าใจผิด อาทิเช่น การรดน้ำมากเกินไป ตามปกติแคตตัสต้องการน้ำเฉพาะในช่วงที่กำลังเติบโต ซึ่งก็คือช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูง ส่วนช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงพักตัว แคคตัสจะต้องการน้ำน้อยมาก ดังนั้นการรดน้ำในฤดูฝนจึงทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ส่วนในฤดูหนาวก็ให้ลดลง พอถึงช่วงฤดูร้อนจึงค่อยให้น้ำมากขึ้น การลดปริมาณน้ำในช่วงที่แคคตัสพักตัวจะช่วยให้ต้นผลิดอกได้ ทั้งนี้วิธีการดูว่าไม้ของเราพร้อมสำหรับการรดน้ำก็คือใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปในดินหากไม่มีคราบความชื้นติดออกมาก็สามารถรดน้ำได้ ขณะที่ แสงแดด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับต้นไม้ทุกชนิดรวมถึงแคคตัสด้วย แคคตัสควรได้รับแสงแดดให้นานเพียงพออย่างน้อยครึ่งวัน หรือมากกว่าวันละ 6-8 ชั่วโมงตามสภาพแดด หรืออาจพรางแสงให้ลดลงเหลือ 50-80 เปอร์เซ็นต์ในกรณีที่วางต้นไม้เอาไว้ในโรงเรือน

ปุ๋ย เป็นอาหารเสริมที่สำคัญของต้นไม้และแคคตัส โดยปุ๋ยที่นิยมใช้เพื่อบำรุงแคคตัสคือ ออสโมโค้ท สูตรเสมอ 13-13-13 มูลไส้เดือน และน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง หรือเพื่อเร่งการออกดอกจะใช้ปุ๋ยเร่งดอกสูตร 13-25-6

การขยายพันธุ์แคคตัสสามารถทำได้หลายวิธี อาทิเช่น การเพาะเมล็ด เมื่อเราสามารถทำการผสมเทียมให้กับไม้ของเราด้วยการนำพู่กันชุบน้ำหมาดๆ แล้วปั่นเกสรตัวผู้ของต้นที่หนึ่ง ก่อนที่จะเอาไปถูกับยอดเกสรตัวเมียของอีกต้นหนึ่ง เมื่อผสมติด ฝักหรือผลจะเป็นรูปรี สีชมพู เมล็ดสีดำจำนวนมาก และสามารถนำมาเพาะเมล็ดได้ทันทีเมื่อฝักสุกได้ที่ อีกวิธีหนึ่งคือ การกราฟด้วยตอต่างๆ อาทิเช่น ตอสามเหลี่ยม ตอหนามดำญี่ปุ่น ตอริทเทอโร หรือตอลูกผสม ซึ่งถือเป็นวิธีโกงธรรมชาติ เนื่องจากตอเหล่านี้สามารถส่งอาหารให้กับแคคตัสได้ดีมาก ทำให้ไม้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว จนแตกหน่อและนำหน่อออกมาปักชำหรือปล่อยให้เติบโตเป็นฟอร์มกอก็สวยงามอีกแบบหนึ่ง

ปัจจุบันแคคตัสได้รับความนิยมอย่างมากจะเห็นได้จากการมีพ่อค้าแม่ค้านำเอาแคคตัสสายพันธุ์ต่างๆมาจำหน่ายตามตลาดนัด ไม่ว่าจะเป็น ตลาดนัดจัตุจักร และ ตลาดต้นไม้บางใหญ่ การ์เด้นท์ เซ็นเตอร์ หรือบนโลกออนไลน์ โดยสายพันธุ์ต่างๆที่หมู่นักเล่นแคคตัสมักนิยมสะสม มีอยู่หลายชนิด อาทิเช่น Mammillaria plumosa หรือ แมมมิลลาเรียขนนกขาว Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน Mammillaria bocasana หรือ แมมมิลลาเรียขนแมว mammillaria schumannii หรือ แมมชูแมนนิอาย และ Mammillaria schiedeana หรือ แมมมิลลาเรียขนนกเหลือง เป็นต้น

Mammillaria plumosa หรือ แมมมิลลาเรียขนนกขาว คือ กระบองเพชร สกุล Mammillaria มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกากลาง ลำต้นเป็นทรงกลม ใบลดรูปเป็นหนามสีขาว ปกคลุมตลอดทั้งต้นคล้ายพู่ขนนก ดอกเดี่ยว ดอกสีขาวอมเหลืองหรือดอกสีชมพู รูปไข่กลับแคบหรือรูปรี ปลายหยักแหลม ออกดอกช่วงฤดูหนาว สามารถปลูกด้วยดินกระบองเพชรที่หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป หรือดินร่วนปนทราย ต้องการน้ำปานกลางถึงน้ำน้อย ทนแล้ง ชอบแดดจัด สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด หรือ ชำหน่อ

Echinopsis calochlora หรือ ดาวล้อมเดือน คือ กระบองเพชร สกุล Echinopsis มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกาใต้ ลำต้นสีเขียวอ่อน มีพู (ribs) 10-12 พู สามารถแตกหน่อออกมาจากตุ่มเนินหนามได้จำนวนมาก ใบลดรูปเป็นหนาม มีขนาดเล็ก สีเหลือง ดอกเดี่ยว ขนาดใหญ่ ดอกสีขาว ก้านดอกยาว แทงออกมาตามตุ่มเนินหนาม ออกดอกช่วงฤดูร้อน สามารถปลูกด้วยดินกระบองเพชรที่หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป หรือดินร่วนปนทราย ต้องการน้ำปานกลางถึงน้ำน้อย ทนแล้ง ชอบแดดจัด สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด หรือชำหน่อ

Mammillaria bocasana หรือ แมมมิลลาเรียขนแมว คือ กระบองเพชร สกุล Mammillaria มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศแม็กซิโก ลำต้นสีเขียวอ่อน ปลายตุ่มหนามสีเขียวเข้ม ใบลดรูปเป็นหนาม สีขาว คล้ายขนแมว ปกคลุมทั้งต้น หนามกลางสีน้ำตาลแดง เรียวยาวปลายโค้งเป็นตะขอและแข็ง หนามด้านข้างอ่อนนุ่ม สีขาว ดอกเดี่ยว ออกตามตุ่มเนินหนาม ดอกสีชมพู มีกลีบดอกประมาณ 14-16 กลีบ ออกดอกช่วงฤดูหนาว สามารถปลูกด้วยดินกระบองเพชรที่หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป หรือดินร่วนปนทราย ต้องการน้ำปานกลางถึงน้ำน้อย ทนแล้ง ชอบแดดจัด สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด หรือเด็ดหน่อออกมาปักชำ

Mammillaria schumannii หรือ แมมมิลลาเรียชูแมนนิอาย คือ กระบองเพชร สกุล Mammillaria ถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศแม็กซิโก ลำต้นทรงกลม สีเขียวอมเทา ใบลดรูปเป็นหนาม ออกล้อมรอบตุ่มเนินหนาม หนามกลางสีน้ำตาลแดง ปลายโค้งเป็นตะขอ หนามด้านข้างสีขาว ปลายหนามสีน้ำตาลแดง ดอกเดี่ยว ออกตามตุ่มเนินหนาม ดอกสีชมพู ขนาดใหญ่ มีกลีบดอกประมาณ 14-16 กลีบ ออกดอกช่วงฤดูหนาว สามารถปลูกด้วยดินกระบองเพชรที่หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป หรือดินร่วนปนทราย ต้องการน้ำปานกลางถึงน้ำน้อย ทนแล้ง ชอบแดดจัด สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด

Mammillaria schiedeana หรือ แมมมิลลาเรียขนนกเหลือง คือ กระบองเพชร สกุล Mammillaria ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกากลาง ลำต้นทรงกลม สีเขียวเข้ม แตกกอได้ง่าย พูไม่ชัดเจน ใบลดรูปเป็นหนาม สีเหลือง มีจำนวนมากต่อหนึ่งตุ่มเนินหนามค่อนข้างยาว เรียงเป็นรัศมีแผ่ออก ดอกเดี่ยว ดอกสีขาว และดอกสีชมพู ออกบริเวณซอกระหว่างตุ่มเนินหนาม กลีบดอกรูปไข่กลับแคบหรือรูปแถบกว้าง ปลายมนหรือเป็นหยัก ต้องการน้ำปานกลางถึงน้ำน้อย ทนแล้ง ชอบแดดจัด สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด หรือนำไปกราฟบนตอต่างๆ อาทิเช่น ตอริทเทอโร ตามสามเหลี่ยม ตอหนามดำญี่ปุ่น และตอลูกผสม เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://data.addrun.org/plant/archives/568-mammillaria-schiedeana-ehrenb-ex-schltdl
https://data.addrun.org/plant/archives/575-mammillaria-plumosa-f-a-c-weber
https://data.addrun.org/plant/archives/961-mammillaria-schumannii-hildm
https://data.addrun.org/plant/archives/545-echinopsis-calochlora-k-schum

สาดความเข้มคูลคลายร้อนรับซัมเมอร์  ‘ต่อ’ แท็คทีม ‘ไอซ์’ ‘แจ็คกี้’ ‘ปอร์เช่’ ‘เติร์ด’ เปิดตัว “เนสกาแฟ อเมริกาโน่ ซีโร่ชู...
22/05/2019

สาดความเข้มคูลคลายร้อนรับซัมเมอร์

‘ต่อ’ แท็คทีม ‘ไอซ์’ ‘แจ็คกี้’ ‘ปอร์เช่’ ‘เติร์ด’ เปิดตัว “เนสกาแฟ อเมริกาโน่ ซีโร่ชูการ์”

เข้าสู่ช่วงซัมเมอร์เต็มตัวแบบนี้ เมืองไทยก็อากาศร้อนกันสุดๆ พระเอกหนุ่มสุดคลู ต่อ - ธนภพ ลีรัตนขจร ที่เพิ่งรับตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ เนสกาแฟ อเมริกาโน่ หมาดๆ จึงชวน 4 เพื่อนซี้ไอซ์ - พาริส อิทรโกมาลย์สุต แจ็คกี้ - จักริน กังวานเกียรติชัย ปอร์เช่ - ศิวกร อดุลสุทธิกุล และ เติร์ด - ลภัส งามเชวง มาดับร้อนในงานเปิดตัว “เนสกาแฟ อเมริกาโน่ ซีโร่ชูการ์” ใหม่ น้ำตาล 0% ความเข้มเต็มร้อย ครั้งแรกของเมืองไทยกับกาแฟอเมริกาโน่สไตล์คาเฟ่น้ำตาล 0% สุดเข้มคูลผสานกาแฟอาราบิก้าคั่วบดละเอียด สูตรไม่มีน้ำตาล ไม่หวาน และละลายได้ในน้ำเย็น ให้พลังงานเพียง 5 กิโลแคลอรี่ต่อแก้วการันตีสัญลักษณ์ “เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ” เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ ณ ลานอีเดน 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

งานนี้คอกาแฟสายเข้มคูลได้ฟินกันสุดขั้ว เมื่อเนสกาแฟเนรมิตลานอีเดนให้กลายเป็น “เนสกาแฟ อเมริกาโน่ ไอซ์ซีโร่บาร์” พร้อมมีเซอร์ไพรส์หนุ่มหล่อที่มีคาริสม่าอย่าง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร ปรากฏตัวในลุคสุดคูลเรียกเสียงกรี๊ดดังกระหึ่มจากเหล่าแฟนคลับ โชว์ลีลาการชงเนสกาแฟ อเมริกาโน่ ซีโร่ชูการ์ แบบคูลๆ ที่ชงได้ง่ายๆเพียงฉีกซอง เติมน้ำเย็น แล้วเติมน้ำแข็ง จนหนุ่มต่อออกปากว่าใครชงก็อร่อย เข้ม คูล ไม่มีน้ำตาล ไม่หวานเหมือนมีเจ้าตัวชงให้แน่นอน จากนั้นเสียงกรี๊ดก็ดังเกือบห้างแตก เมื่อเหล่าคนสนิทอย่าง ‘ไอซ์’ ‘แจ็คกี้’ ‘ปอร์เช่’ และ ‘เติร์ด’ ตบเท้าร่วมแชร์วิธีหนีร้อนแบบมีสไตล์ และการันตีความเข้มคูลของเนสกาแฟ อเมริกาโน่ ซีโร่ชุการ์ ก่อนปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คูลซีฟจากทั้ง 5 หนุ่ม ที่มาปลดปล่อยพลังในเพลง ‘หัวใจของเธอ’ ‘ฮิพนะไนซ์’ และ ‘ผู้โชคดี’ ให้คอกาแฟรุ่นใหม่ได้สนุกไปพร้อมๆ กับเพลิดเพลินในการดื่มกาแฟรสชาติเยี่ยมในบรรยากาศของบาร์น้ำแข็งสุดคูล

ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร แบรนด์แอมบาสเดอร์ “เนสกาแฟ อเมริกาโน่” บอกว่า “หน้าร้อนในเมืองไทย อุณหภูมิพุ่งสูง อากาศจะร้อนมากๆ มากครับ ดังนั้น เราก็อยากได้เครื่องดื่มคลูๆ ที่มาดับร้อนอย่างกาแฟเย็นสักแก้วหนึ่ง เนสกาแฟ อเมริกาโน่นี่แหละครับเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของผมในหน้าร้อน เวลามีถ่ายงานละครตอนบ่าย ก็จะดื่มเพื่อเพิ่มเติมความสดชื่นให้กับตัวเอง รู้สึกตื่นเต้นที่ตอนนี้มีเครื่องดื่มตัวใหม่อย่าง “เนสกาแฟ อเมริกาโน่ ซีโร่ชูการ์” ซึ่งทำให้ผมเพลิดเพลินกับกาแฟอเมริกาโน่แก้วโปรด ที่ทำให้รสชาติกาแฟเข้มข้นและความหอมลงตัวแบบไม่มีน้ำตาล ไม่หวาน แก้วละแค่ 5 กิโลแคลอรี่ และที่สำคัญที่สุดได้รับเครื่องหมายทางเลือกสุขภาพ ดีต่อใจจริงๆครับ เพราะทำให้เราสามารถดื่มได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของน้ำตาล และ ความหวาน”
ใครที่อยากคลายร้อนรีบไปชง “เนสกาแฟ อเมริกาโน่ ซีโร่ชูการ์” ใหม่ น้ำตาล 0% ความเข้มเต็มร้อย มาเติมความหวานสดชื่นกันด่วนนะจ๊ะ

สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีรวมทีมคนหล่อรักษ์โลกชุดใหญ่ลุยภารกิจสีเขียว ในโครงการ สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปีที่ 12โดยในปีนี้มาใน...
22/05/2019

สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดี

รวมทีมคนหล่อรักษ์โลกชุดใหญ่ลุยภารกิจสีเขียว ในโครงการ สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปีที่ 12

โดยในปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ หล่อรักษ์โลก รวมทีมดาราศิลปินหนุ่มชื่อดังมากถึง 19 คน มาทำภารกิจเพื่อโลกสีเขียว ได้แก่ เป๊ก ผลิตโชค , ปั๊บ POTATO , บอย ปกรณ์ , เกรท วริทร , เจมส์ จิรายุ , ไมค์ ภัทรเดช , ฌอห์ณ จินดาโชติ , กัปตัน ชลธร , เจเจ กฤษณภูมิ , สกาย วงศ์รวี , ต่อ ธนภพ , แบงค์ ธิติ , เจมส์ ธีรดนย์ , ไอซ์ พาริส , คชา นนทนันท์ , เต๋า เศรษฐ์พงศ์ , เนม Getsunava , บาส สุรเดช และ โอ๊ต ปราโมทย์ โดยงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการจัดขึ้นในวันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 ณ Eden Zone ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
มนทิรา ภูปากน้ำ บรรณาธิการบริหารนิตยสารสุดสัปดาห์ ได้กล่าวถึงโครงการ สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี 12 ในการเปิดงานว่า เนื่องในโอกาสครบรอบนิตยสารสุดสัปดาห์ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จึงได้จัดครงการคนหล่อขอทำดี เพื่อคืนกำไรให้กับสังคม ซึ่งได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 แล้ว โดยการดำเนินงานของโครงการผ่านมา เหล่าคนหล่อทุกคนต่างช่วยทำภารกิจต่างๆ มากมาย เรียกว่าครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านการศึกษา ศาสนา พัฒนาชุมชน ปลูกป่า อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฯลฯ และมอบเงินบริจาครวมทั้งสิ้นกว่า 4,800,000 บาท และสำหรับปีนี้ จากสภาพแวดล้อมของโลกเราที่เปลี่ยนไป จนสะท้อนออกมาเป็นปัญหาต่างๆมากมาย จึงได้ผุดไอเดียในการทำภารกิจเพื่อโลกสีเขียว คอนเซปต์คือ หล่อรักษ์โลก โดยคนหล่อฯ แต่ละคนจะลงไปยังพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย ที่ตนเองมีความสนใจอยากจะพัฒนาปรับปรุง หรือรณรงค์เกี่ยวกับวิธีการรักษ์โลก ซึ่งทุกคนเตรียมพร้อมจะร่วมโครงการด้วยใจอาสาเต็มเปี่ยม ที่อยากจะเห็นโลกของเราน่าอยู่ขึ้น โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่แต่ละคนสามารถลงมือทำได้ เชื่อได้ว่าภารกิจรักษ์โลกในครั้งนี้ จะเป็นกระบอกเสียงให้คนทั่วไปหันมาให้ความสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ยิ่งขึ้นไม่มากก็น้อย
ภายในงานได้เปิดตัวเหล่าคนหล่อรักษ์โลก พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษให้แฟนคลับได้ทำบุญร่วมกับคนหล่อ กับการซื้อเสื้อแปลงร่างจากขยะขวดพลาสติก ด้วยนวัตกรรมรักษ์โลกจาก GC Circular Living เสื้อยืด 1 ตัว ทำจากขยะขวดพลาสติก 10 ขวด โดยจะนำรายได้จากการจำหน่ายเสื้อ รวมกับยอดประมูลกระเป๋าผ้ารักษ์โลกที่ได้มีการประมูลให้แฟนคลับร่วมทำบุญก่อนวันงานอีกจำนวน 135,400.90 บาท เพื่อสมทบทุนในการปฎิบัติภารกิจของคนหล่อ โดยมี 2 พิธีกรอารมณ์ดี อ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ และ ดีเจเอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ ขึ้นตอนรับ และสัมภาษณ์ทีมคนหล่อรักษ์โลก ถึงภารกิจครั้งใหม่นี้ เรียกเสียงกรี๊ดของกองทัพแฟนคลับที่มาร่วมให้กำลังใจแบบถล่มทลาย

พามาดูแนวคิดตลาดชุมทางทุ่งส่ง จังหวัดนครศรีธรรมราช
22/05/2019

พามาดูแนวคิดตลาดชุมทางทุ่งส่ง จังหวัดนครศรีธรรมราช

มารู้ถึงการทำงานของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง
22/05/2019

มารู้ถึงการทำงานของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง

พาไปดูงาน JAPAN EXPO THAILAND 2019
22/05/2019

พาไปดูงาน JAPAN EXPO THAILAND 2019

พาดูงานครอบรอบ108ปี ของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง จังหวัดภูเก็ต
22/05/2019

พาดูงานครอบรอบ108ปี ของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง จังหวัดภูเก็ต

พาชมงาน ANICOS SS4 จังหวัดภูเก็ต
22/05/2019

พาชมงาน ANICOS SS4 จังหวัดภูเก็ต

พาดูงาน กรีน อยู่ ดี  การสร้างบ้านแบบรักษาสิ่งแวดล้อม
22/05/2019

พาดูงาน กรีน อยู่ ดี การสร้างบ้านแบบรักษาสิ่งแวดล้อม

พาดูงานศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดกระบี่
22/05/2019

พาดูงานศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดกระบี่

ที่อยู่

สาขาวิชาคอนเทนต์และสื่อดิจิทัล
Pathum Thani
12000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

029972222

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หนังสือพิมพ์รังสิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หนังสือพิมพ์รังสิต:

แชร์