12/05/2026
💥การระบายความร้อน CDU💥
#แอร์ขนาดเท่ากันแต่ระบายความร้อนไม่เท่ากัน มาดูสาเหตุกันครับ
❄️เป็นการใช้เครื่อง Air Flow Anemometer (เครื่องวัดความเร็วลมและอุณหภูมิ) วัดค่าจากคอยล์ร้อน (Condenser Unit) ของแอร์ 2 เครื่อง คือ แอร์ 2 และ แอร์ 3 ครับ
1. ค่าบนหน้าจอคืออะไรบ้าง?
• ค่าบน (หน่วย m/s - Meter per Second): คือ ความเร็วลม ที่เป่าออกมาจากพัดลมคอยล์ร้อน
• ค่าล่าง (หน่วย °C - Celsius): คือ อุณหภูมิของลม ที่ถูกระบายออกมาจากแผงคอยล์ร้อน
2. ตารางเปรียบเทียบค่าที่วัดได้
จุดที่วัด ความเร็วลม (m/s) อุณหภูมิพจนลม (°C)
แอร์ 3 5.011 (แรงกว่า) 49.3 (ต่ำกว่า)
แอร์ 2 3.619 (เบากว่า) 57.6 (สูงกว่า)
3. ค่าที่แตกต่างกันนี้บอกอะไรเรา? (ผลกระทบ)
จากตัวเลขจะเห็นว่า แอร์ 2 มีปัญหาในการระบายความร้อนมากกว่าแอร์ 3 ครับ โดยมีผลดังนี้:
• การกินไฟ: แอร์ 2 จะ กินไฟมากกว่า เพราะเมื่อความเร็วลมต่ำ (3.6 m/s) และอุณหภูมิสะสมสูง (51.6 °C) คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อขับความร้อนออกจากระบบ
• ความเย็นในห้อง: แอร์ 2 อาจจะทำความเย็นในห้องได้ ช้ากว่า หรือไม่ฉ่ำเท่าแอร์ 3 เนื่องจากระบายความร้อนที่ตัวนอกบ้านได้ไม่ดีเท่าที่ควร
• อายุการใช้งาน: แอร์ 2 มีโอกาสที่คอมเพรสเซอร์จะ "น็อค" หรือเสื่อมสภาพเร็วกว่า เนื่องจากทำงานภายใต้ความร้อนและความดันที่สูงกว่า
4. ทำไมค่าถึงแตกต่างกัน? (สาเหตุที่เป็นไปได้)
ในฐานะวิศวกร asiaair engineering ผมวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ค่าต่างกันได้ดังนี้ครับ:
1. ความสกปรกของแผงคอยล์ (Dirty Coils): แอร์ 2 แผงรังผึ้งอาจจะตันด้วยฝุ่นหรือคราบสกปรก ทำให้ลมผ่านออกมาได้ยาก (ความเร็วลมจึงลดลง) และความร้อนสะสมที่แผงจึงสูงขึ้น
2. ประสิทธิภาพของมอเตอร์พัดลม: มอเตอร์พัดลมของแอร์ 2 อาจจะเริ่มเสื่อมสภาพ หมุนช้าลง หรือแคปพัดลม (Capacitor) เริ่มเสื่อม ทำให้แรงลมส่งออกมาได้ไม่เต็มที่
3. สิ่งกีดขวางทางลม: บริเวณหน้าแอร์ 2 อาจจะมีสิ่งของวางขวาง หรือติดตั้งในมุมที่ลมตีกลับ ทำให้ระบายอากาศได้ไม่สะดวกเท่าแอร์ 3
4. ภาระความร้อน (Heat Load): แอร์ 2 อาจจะกำลังทำงานหนักกว่า (เช่น เพิ่งเปิดเครื่องใหม่ๆ หรือห้องร้อนกว่ามาก) ในขณะที่แอร์ 3 อาจจะเดินเครื่องเบาลงแล้วเพราะในห้องเริ่มเย็น