สำนักงานเลขานุการคณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร

สำนักงานเลขานุการคณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร ปชส. งานของ สนล. งานของสายสนับสนุน ข้อมูลแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการพัฒนางานพัฒนาตนเอง

15/05/2026
14/05/2026

การทำงานไม่ตรงเวลา
ไม่ได้กระทบแค่ตัวเรา 🩶

หลายคนคิดว่า
ส่งงานช้า ประชุมสาย ตอบช้า
เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เดี๋ยวก็แก้ได้

แต่ในความจริง
“การไม่ตรงเวลา”
สร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่เสมอ



🔹 ทีมงานทำงานต่อไม่ได้
เมื่อข้อมูลไม่มา งานถัดไปก็เริ่มไม่ได้
คนอื่นต้องรอ ทั้งที่เขาพร้อมทำงานแล้ว

🔹 แผนงานทั้งระบบสะดุด
หนึ่งคนช้า
อาจทำให้ทั้งทีมเลื่อนกำหนด

🔹 หัวหน้าตัดสินใจยากขึ้น
เพราะข้อมูลไม่ครบ
งานหลายเรื่องจึงค้างโดยไม่จำเป็น

🔹 ผู้รับบริการเสียความเชื่อมั่น
คนที่รอ ไม่ได้เห็นแค่ “ช้า”
แต่เขามองถึง “ความรับผิดชอบ”

🔹 เพื่อนร่วมงานต้องแบกแทน
บางครั้งคนที่เดือดร้อนที่สุด
คือคนที่ต้องคอยตาม คอยแก้ หรือคอยรับหน้าแทน



ที่น่ากลัวกว่างานช้า
คือการ “เงียบ”

ไม่อัปเดต
ไม่แจ้งปัญหา
ปล่อยให้คนอื่นเดาเอง

สิ่งนี้ทำให้ทีมเหนื่อยมากกว่าเดิม



คนที่มืออาชีพจริง
อาจไม่ได้ทำงานเร็วที่สุด

แต่คือคนที่

✔️ รู้เวลา
✔️ รักษาคำพูด
✔️ แจ้งล่วงหน้าเมื่อมีปัญหา
✔️ เคารพเวลาของคนอื่น



สรุปสั้น ๆ

การตรงเวลา
ไม่ใช่แค่เรื่องวินัย

แต่มันคือ
ความรับผิดชอบต่อคนรอบตัว



เพราะในโลกการทำงาน
เวลาของเรา “เชื่อม” กับเวลาของคนอื่นเสมอ



💬 คุณเคยเหนื่อยกับการต้องรอ
เพราะใครบางคนไม่ตรงเวลาหรือเปล่า 🩶

#พัฒนาตัวเอง

13/05/2026

ความคืบหน้าการสรรหาอธิการบดี ฉบับที่ 7

คณะกรรมการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดให้ผู้สมัคร ทั้ง 6 ราย เข้ารับการสัมภาษณ์ ในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 และได้พิจารณากลั่นกรองผู้ที่ผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนต่าง ๆ ตามข้อบังคับ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดี พ.ศ. 2559 ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 เหลือจำนวน 3 ราย เรียงตามลำดับตัวอักษร เพื่อเสนอสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พิจารณา ดังนี้

1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ คงศักดิ์ เที่ยงธรรม
2. นายดำรงค์ ศรีพระราม
3. รองศาสตราจารย์สุตเขตต์ นาคะเสถียร

สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะพิจารณาให้ทั้ง 3 ราย ได้นำเสนอวิสัยทัศน์และนำเสนอแนวทางในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย วาระพิเศษ ครั้งที่ 1/2569 วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 และลงมติเลือก อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อไป

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

• Contact us •
🔵 Facebook : Office of Kasetsart University Council
🌐 Website : https://kucouncil.ku.ac.th

12/05/2026

วิกฤตองค์กรไทย เมื่อพนักงานเริ่มหมดใจ แต่ยังไม่ลาออก เจาะลึก 4 ผลกระทบ ‘Quiet Cracking’ ภัยขององค์กรไทยในปี 2026
ในวันนี้ การที่คนทำงานรู้สึก ‘ขาดความผูกพันต่องาน’ กลายเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรต้องหันมาใส่ใจ และทำความเข้าใจให้มากขึ้น เพราะถ้าคนทำงานยิ่งรู้สึกไม่ผูกพันต่องานมากเท่าไหร่ ก็ส่งจะผลให้ประสิทธิภาพของการทำงานลดลงตามไปด้วย
ความรู้สึกขาดความผูกพันนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนทำงานไทยในหลาย ๆ องค์กร เกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘ภาวะเริ่มหมดไฟแบบเงียบ (Quiet Cracking)’ หรือการที่พนักงานยังมาทำงาน และรับผิดชอบงานตามปกติ แต่ในใจกลับรู้สึกหมดแรง เหนื่อย และอยากถอยห่างออกจากงานที่ทำอยู่
ผลสำรวจล่าสุดจาก Robert Walters Thailand พบว่า เกือบ 3 ใน 4 องค์กรในประเทศไทยมองว่า การที่พนักงานไม่รู้สึกผูกพัน หรือไม่อยากมีส่วนร่วมกับองค์กร เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมอย่างมาก
ในมุมของพนักงานเองก็พบว่า มีมากกว่า 60% ของพนักงานไทยยอมรับว่ากำลังเจอกับภาวะเริ่มหมดไฟแบบเงียบ (Quiet Cracking) เหมือนกัน และอีกเกือบ 1 ใน 4 ของพนักงานก็บอกว่าเจอภาวะนี้เป็นบางครั้งบางคราว ซึ่งชี้ให้เห็นว่านี่เป็นเรื่องที่องค์กรไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
1. ‘Quiet Cracking’ แรงกดดัน ที่กำลังก่อตัวในใจของพนักงานไทย
คุณปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา (ผู้จัดการ Robert Walters Thailand) กล่าวว่า ภาวะเริ่มหมดไฟแบบเงียบ (Quiet Cracking) ถือเป็นความท้าทายสำคัญในองค์กร แต่มักถูกมองข้าม เพราะพนักงานยังคงมาทำงานได้ตามที่คาดหวัง ซึ่งจริง ๆ แล้วพนักงานจำนวนมากนั้น กำลังเจอกับปัญหาแบบเงียบ ๆ เพียงลำพัง ทั้งแรงกดดันสะสม ความไม่แน่นอน และความรู้สึกไม่ผูกพันกับองค์กร
ซึ่งปัญหาเหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการแก้อย่างตรงจุด ก็จะลดประสิทธิภาพการทำงาน บั่นทอนกำลังใจ และอาจทำให้เกิดอัตราการลาออกที่สูงขึ้นได้
ดังนั้นวันนี้องค์กรควร ‘สังเกตสัญญาณ’ ของพนักงานให้ดี ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้พนักงานรู้สึกได้รับการสนับสนุน และช่วยเหลือ เพื่อรับมือภาวะเริ่มหมดไฟแบบเงียบ (Quiet Cracking) ได้อย่างเหมาะสม
จากผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า องค์กรในไทยวันนี้ได้เริ่มมีมาตรการ และวิธีรับมือกับภาวะเริ่มหมดไฟแบบเงียบ (Quiet Cracking) ของพนักงาน ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 แนวทางหลัก ประกอบด้วย
แนวทางที่ 1: จัดให้มีการพูดคุย และรับฟังความคิดเห็นกับทีมงานอย่างสม่ำเสมอ (50%)
แนวทางที่ 2: ให้ความสำคัญกับการยกย่องและชื่นชมความสำเร็จของพนักงาน (31%)
แนวทางที่ 3: สร้างรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (14%)
2. ‘ภาวะความผูกพันถดถอย’ ผลกระทบจากอาการหมดไฟ ที่กระจายไปสู่ทั้งองค์กร
เมื่อภาวะเริ่มหมดไฟแบบเงียบ (Quiet Cracking) ไม่ได้รับการแก้ไข มันก็จะขยายใหญ่ไปถึงเพื่อนร่วมงาน สมาชิกในทีม และอาจลามไปทั้งองค์กร
ปี 2026 ภาวะเริ่มหมดไฟแบบเงียบ (Quiet Cracking) อาจขยายใหญ่ไปสู่สิ่งที่เรียกว่า ‘ภาวะความผูกพันในองค์กรถดถอย’ ซึ่งภาวะนี้ส่งผลกระทบให้ประสิทธิภาพของการทำงานลดลงมากมาย ทั้งการทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงความรู้สึกผูกพันกับองค์กร
จากรายงาน State of the Global Workplace 2025 พบว่าพนักงานมีความผูกพันต่อองค์กรลดลงทั่วโลกจาก 23% เหลือ 21% และสร้างความสูญเสียด้านผลิตภาพโดยรวมเป็นมูลค่าประมาณ 438 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024
ส่วนในประเทศไทยเองพบว่า เกือบ 2 ใน 5 ของพนักงานไทยยอมรับว่า การที่เพื่อนร่วมงานขาดแรงจูงใจ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อขวัญกำลังใจของตัวเอง และมากกว่า 50% พบเห็นภาวะนี้อยู่รอบตัว แต่ยังสามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงานของตนเองได้
และผลสำรวจยังแสดงให้เห็น 3 สัญญาณที่เจอในภาวะความผูกพันในองค์กรลดลง ได้แก่
1. การทำงานร่วมกันหรือการแลกเปลี่ยนความรู้น้อยลง (44%)
2. การขาดสมาธิและความจดจ่อในการทำงาน (27%)
3. การมีส่วนร่วมในการประชุมน้อยลง (20%)
คุณปุณยนุช กล่าวว่า “สำหรับองค์กร การสังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้สามารถเข้าไปดูแลก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม ช่วยรักษาขวัญกำลังใจของทีม และรักษาประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมขององค์กรได้”
3. กระตุ้นความผูกพันในองค์กร ด้วยการมอบโอกาส ความก้าวหน้าในการเติบโต
จากผลกระทบที่อาจใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ องค์กรจำเป็นที่จะต้องมี ‘กลยุทธ์’ เพื่อรับมือภาวะเหล่านี้ได้อย่างถูกวิธี ซึ่งจากผลสำรวจก็สามารถแบ่งได้เป็น 3 วิธีในการกระตุ้นความผูกพันในองค์กร ดังนี้
วิธีที่ 1: มอบโอกาส และความก้าวหน้า
พนักงาน 56% ระบุว่า โอกาสในการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ต้องการทำงานกับองค์กรต่อไป
วิธีที่ 2: สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยืดหยุ่น
พนักงาน 24% ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก และเปิดกว้าง และอีก 16% ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นของเวลา และสถานที่ทำงาน
วิธีที่ 3: สร้างความชัดเจนในตัวผู้นำ
พนักงาน 37% ชื่นชอบผู้นำที่มีความชัดเจนในการกำหนดทิศทาง และ 32% ชื่นชอบผู้นำที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
วิธีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานจะรู้สึกมีแรงจูงใจมากขึ้น เมื่อองค์กรมีรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น, สร้างความมั่นคงในการทำงาน, ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน, มีวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจให้, ยึดแนวทางการบริหารจัดการที่เปิดกว้าง และมีประสิทธิภาพ
คุณปุณยนุช กล่าวว่า “การที่พนักงานจะรู้สึกผูกพันกับองค์กร ไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมเพียงครั้งเดียว แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งทีมผู้บริหารและผู้จัดการสายงานอย่างต่อเนื่อง หัวใจสำคัญคือการส่งเสริมให้มีการสื่อสารที่เปิดกว้าง และโปร่งใส โดยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พนักงานได้กล้าพูดในสิ่งที่พวกเขารู้สึก”
การทำสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ช่วยรักษาคนเก่งไว้ แต่ยังช่วยทำให้ทีมมีแรงจูงใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดออกมาอีกด้วย
4. โจทย์ยากของผู้นำในปี 2026 เมื่อการตัดสินใจในทุกวัน คือตัวชี้วัดความสำเร็จ
เมื่อปัญหาของภาวะเริ่มหมดไฟแบบเงียบ (Quiet Cracking) และความผูกพันที่ลดลง เริ่มส่งผลกระทบมากขึ้นทุกวัน บทบาทของผู้นำจึงยิ่งสำคัญมากขึ้น ในการรับมือกับความกดดันทั้งหมดนี้
รายงาน Talent Trends Report 2026 โดย Robert Walters ชี้ให้เห็นปัจจัยสำคัญ และทิศทางของคนทำงาน ความสามารถในการเป็นผู้นำ และกลยุทธ์ด้านแรงงาน รวมถึงเน้นย้ำว่า ‘ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้นำในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการตัดสินใจครั้งใหญ่ในครั้งเดียว’ นอกจากนี้ผู้นำขององค์กรต่าง ๆ จะพบกับการตัดสินใจที่ซับซ้อน และท้าทายมากกว่าเดิม
ซึ่งความท้าทายที่ผู้นำในยุคนี้จะเจอ สามารถแบ่งได้เป็น 4 เรื่อง ดังนี้
1. รักษามาตรฐานผู้นำ
ต้องคงความเป็นผู้นำ และการสืบทอดตำแหน่งได้ แม้จะเจอกับแรงกดดันมากมาย
2. รับมือวิกฤตใบสมัครล้นเพราะ AI เข้ามามีส่วนร่วมในทุกใบสมัคร
ใบสมัครงานเยอะจนล้น เนื่องจากคนทำงานใช้ AI ช่วยในสมัครงาน (เช่น เขียนแนะนำตัว, ช่วยทำ Resume)
3. ใช้เหตุผลในการทำงาน มากกว่าแค่สั่งงาน
ต้องควบคุมอารมณ์ได้มากขึ้น เพราะการทำงานยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับ Emotional Quotient มากขึ้น
4. ตรวจสอบความโปร่งใส ในการให้ค่าตอบแทน
เพราะคนยุคใหม่เข้าถึงเรื่องเงินเดือนได้ง่ายขึ้น ทำให้การต่อรองกับคนทำงานนั้นจะยากมากขึ้น
สามารถดาวน์โหลดรายงาน State of the Global Workplace 2025 ฉบับเต็มได้ที่
https://www.gallup.com/workplace/349484/state-of-the-global-workplace.aspx
และสามารถดาวน์โหลดรายงาน Talent Trends 2026 ฉบับเต็มได้ที่ https://www.robertwalters.co.th/insights/hiring-advice/e-guide/top-talent-trends-in-recruitment.html

11/05/2026

จีน “ตัด” สาขาที่โลกไม่ต้องการแล้วกว่า 1,428 สาขา
พร้อมเปิดหลักสูตรใหม่ด้าน AI หุ่นยนต์ พลังงาน และเทคโนโลยีอนาคต

นี่ไม่ใช่แค่ข่าวการศึกษา
แต่มันคือ “สัญญาณของโลกอนาคต”

วันนี้มหาวิทยาลัยจีนกำลังเปลี่ยนจาก:
❌ เรียนตามหลักสูตรเดิม
ไปสู่
✅ เรียนตามทิศทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจริง

📌 AI
📌 Robotics
📌 EV
📌 Cybersecurity
📌 Biotech
📌 Digital Economy

กำลังกลายเป็น “สาขายุทธศาสตร์แห่งชาติ”

ขณะที่บางสาขาถูกลดบทบาทลง
เพราะตลาดแรงงานไม่ต้องการเหมือนเดิมแล้ว

คำถามสำคัญคือ…

🇹🇭 แล้วระบบการศึกษาไทยกำลังปรับตัวทันโลกหรือยัง?

และสำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเลือกคณะ
บางทีคำถามสำคัญอาจไม่ใช่
“ชอบอะไรอย่างเดียว”

แต่คือ…

“อีก 4 ปี โลกยังต้องการทักษะนี้อยู่ไหม?”

📖 อ่านบทวิเคราะห์เต็ม: ที่ลิ้งก์ในคอมเมนต์

#การศึกษา #เลือกคณะ #จีน #มหาวิทยาลัย #อาชีพอนาคต

11/05/2026

ความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่
คือ “โลโก้” ของคนทำงาน 🩶

ไม่ต้องพูดเยอะ
งานจะบอกแทนว่าเราเป็นใคร



ทำครบ ทำตรง ทำจริง
คือความน่าเชื่อถือที่มองเห็นได้

ไม่มีใครติดโลโก้นี้ให้เรา
เราต้อง “สร้างเอง…ทุกวัน”



ตำแหน่งอาจได้มาเพราะโอกาส
แต่ความไว้ใจ
ได้มาจาก “ความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่”



💬 วันนี้งานของคุณ
สะท้อน “โลโก้” แบบไหน 🩶

#พัฒนาตัวเอง

10/05/2026
10/05/2026

รู้หน้าที่ + มีน้ำใจ = ทีมที่ทำงานลื่น 🩶

การรู้หน้าที่
ทำให้เรา “ไม่ปฏิเสธ” เมื่อถูกขอความร่วมมือ
เพราะรู้ว่านี่คือส่วนที่เราต้องรับผิดชอบ



การมีน้ำใจ
ทำให้เรา “ยื่นมือก่อน”
ในสิ่งที่เราเกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องรอให้ใครขอ



สองอย่างนี้
ไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่คือ “พื้นฐานของความเป็นมืออาชีพ”



ทีมที่ดี
ไม่ใช่ทีมที่ไม่มีปัญหา

แต่คือทีมที่
ช่วยกันโดยไม่ต้องผลักกัน



สุดท้ายแล้ว
คนเก่งอาจทำให้งานเสร็จ

แต่คนที่ “รู้หน้าที่ และมีน้ำใจ”
จะทำให้งาน “ไปได้ไกล”



💬 ในที่ทำงานคุณ
เจอแบบไหนมากกว่า—รู้หน้าที่ หรือรอให้สั่ง 🩶

#พัฒนาตัวเอง

09/05/2026
06/05/2026

10 วิธีวางตัวในที่ทำงาน
ให้อยู่รอดอย่างยั่งยืนและมีความสุข 🩶

🔹 1. ทำหน้าที่ให้ชัด
รู้ว่าอะไรคือ “ของเรา” แล้วทำให้ดี

🔹 2. สื่อสารตรง แต่สุภาพ
พูดชัด ลดดราม่า

🔹 3. ตั้งขอบเขตให้เป็น
ช่วยได้…แต่ไม่แบกทุกอย่าง

🔹 4. โฟกัสที่งาน ไม่ใช่คน
ลดการเอาอารมณ์มาใช้

🔹 5. เก็บหลักฐานการทำงาน
กันพลาด กันโดนโยน

🔹 6. ไม่พูดลับหลัง
รักษามาตรฐานตัวเอง

🔹 7. รู้จัก “เลือกเงียบ”
บางเรื่องไม่ต้องชนะ

🔹 8. พัฒนาตัวเองเสมอ
เก่งขึ้น = ทางเลือกมากขึ้น

🔹 9. สร้างความสัมพันธ์ที่ดี
ไม่ต้องสนิททุกคน
แต่ต้องร่วมงานได้

🔹 10. แยกงานออกจากใจ
เลิกงาน = เลิกแบก



ความอยู่รอดที่แท้จริง
ไม่ใช่แค่ “อยู่ได้”

แต่คือ
อยู่แล้วไม่เสียตัวตน



💬 คุณคิดว่าข้อไหน “ยากที่สุด” สำหรับคุณ 🩶

#การทำงาน #พัฒนาตัวเอง

ที่อยู่

Kasetsart University Chalermphrakiat Sakon Nakhon Province Campus
Sakhon Nakhon
47000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานเลขานุการคณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์