13/07/2026
อย่าใช้ “เครดิตแห่งการปกปิด” ของอัลลอฮ์จนหมดสิ้น
อัรรูยานีย์ได้บันทึกหะดีษนี้ไว้ในหนังสือ มุสนัด (เลขที่ 724) และอิบนุ อบี อัดดุนยาได้บันทึกไว้ในหนังสือ อัต-เตาบะฮ์ (เลขที่ 77) ส่วนอัลบัยฮะกีย์ก็ได้รายงานหะดีษนี้ ผ่านสายรายงานของอิบนุ อบี อัดดุนยา ในหนังสือ ชุอะบุลอีมาน (เลขที่ 6822) ดังนี้ :
«عَنْ سَعِيدِ بْنِ أَبِي مَرْيَمَ، عَنْ نَافِعِ بْنِ يَزِيدَ، قَالَ: حَدَّثَنِي خَالِدُ بْنُ يَزِيدَ، أَنَّ أَبَا رَافِعٍ حَدَّثَهُ أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ ﷺ سُئِلَ: كَمْ لِلْمُؤْمِنِ مِنْ سِتْرٍ؟
قَالَ: «هِيَ أَكْثَرُ مِنْ أَنْ تُحْصَى، وَلَكِنَّ الْمُؤْمِنَ إِذَا عَمِلَ خَطِيئَةً هَتَكَ مِنْهَا سِتْرًا، فَإِذَا تَابَ رَجَعَ إِلَيْهِ ذَلِكَ السِّتْرُ، وَتِسْعَةٌ مَعَهُ، فَإِذَا لَمْ يَتُبْ، هَتَكَ عَنْهُ مِنْهَا سِتْرًا وَاحِدًا حَتَّى إِذَا لَمْ يَبْقَ عَلَيْهِ مِنْهَا شَيْءٌ، قَالَ اللَّهُ لِمَنْ شَاءَ مِنْ مَلَائِكَتِهِ: إِنَّ بَنِي آدَمَ يُعَيِّرُونَ وَلَا يُغَيِّرُونَ، فَحُفُّوهُ بِأَجْنِحَتِكُمْ، فَيَفْعَلُونَ بِهِ ذَلِكَ، فَإِنْ تَابَ رَجَعَتْ إِلَيْهِ الْأَسْتَارُ كُلُّهَا، وَإِنْ لَمْ يَتُبْ عَجِبَتْ مِنْهُ الْمَلَائِكَةُ، فَيَقُولُ اللَّهُ لَهُمْ: أَسْلِمُوهُ، فَيُسْلِمُوهُ، حَتَّى لَا يُسْتَرَ مِنْهُ عَوْرَةٌ».»
จากสะอีด อิบนุ อบี มัรยัม จากนาฟิอ์ อิบนุ ยะซีด กล่าวว่า «คอลิด อิบนุ ยะซีด ได้เล่าแก่ฉันว่า อบูรอฟิอ์ได้เล่าแก่เขาว่า ครั้งหนึ่งท่านรอซูลุลลอฮ์ ซล. ถูกถามว่า»
"ผู้ศรัทธาคนหนึ่งได้รับการปกปิด (السِّتر) จากอัลลอฮ์กี่ชั้น?" (กี่ครั้งเท่าไหร่)
ท่านตอบว่า
"การปกปิดนั้นมีมากมายจนไม่อาจนับได้
แต่เมื่อผู้ศรัทธากระทำบาป ม่านแห่งการปกปิดจะถูกฉีกออกไปหนึ่งชั้น
หากเขาเตาบะฮ์ (สำนึกผิดและกลับตัว) ม่านที่ถูกฉีกออกนั้นจะถูกคืนกลับมา และยังมีอีก เก้าชั้น เพิ่มเติมให้แก่เขา
แต่หากเขาไม่เตาบะฮ์ ม่านแห่งการปกปิดก็จะถูกฉีกออกไปอีกหนึ่งชั้น แล้วก็อีกหนึ่งชั้น กระทั่งไม่เหลือการปกปิดแม้แต่ชั้นเดียว
เมื่อนั้น อัลลอฮ์จะตรัสแก่บรรดามลาอิกะฮ์ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ว่า
«แท้จริงลูกหลานอาดัมนั้น คอยแต่ตำหนิผู้อื่น แต่ไม่ช่วยแก้ไขเปลี่ยนแปลงพวกเขา ดังนั้น พวกเจ้าจงโอบล้อมเขาไว้ด้วยปีกของพวกเจ้า'»
แล้วบรรดามลาอิกะฮ์ก็จะกระทำเช่นนั้น
หากเขาเตาบะฮ์ ม่านแห่งการปกปิดทั้งหมดก็จะกลับคืนมาสู่เขา
แต่หากเขาไม่เตาบะฮ์ บรรดามลาอิกะฮ์ก็จะประหลาดใจในตัวเขา แล้วอัลลอฮ์จะตรัสแก่พวกเขาว่า
«'จงปล่อยเขาไปเถิด'»
แล้วพวกเขาก็จะปล่อยเขา จนกระทั่งไม่มีสิ่งใดปกปิดความอับอายของเขาไว้อีกต่อไป"
ข้อคิดจากหะดีษ
รายงานนี้วาดภาพอันงดงามถึงความกว้างใหญ่แห่งพระเมตตาของอัลลอฮ์ที่ทรงมีต่อบ่าวผู้ศรัทธา พระองค์ทรงโอบล้อมพวกเขาไว้ด้วย "ม่านแห่งการปกปิด" อันนับไม่ถ้วน เพื่อปกปิดข้อบกพร่อง ความผิดพลาด และความอับอายของพวกเขา
ทุกครั้งที่บ่าวทำบาป ม่านหนึ่งชั้นจะถูกฉีกออกเพราะผลของความผิดนั้น แต่หากเขารีบกลับตัวด้วยการเตาบะฮ์อย่างจริงใจ อัลลอฮ์จะไม่เพียงทรงคืนม่านที่สูญเสียไป หากยังทรงเพิ่มการปกปิดให้อีกหลายเท่าตัว เป็นการให้เกียรติและส่งเสริมให้บ่าวกลับคืนสู่พระองค์
ในทางตรงกันข้าม หากยังคงดื้อรั้นอยู่กับบาปและเมินเฉยต่อการเตาบะฮ์ ม่านแห่งการปกปิดก็จะค่อย ๆ ถูกถอนออกทีละชั้น จนในที่สุดความอับอายและข้อบกพร่องของเขาอาจถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้คน
ด้วยเหตุนี้ หนึ่งในบทลงโทษที่ร้ายแรงที่สุดของการทำบาป จึงมิใช่เพียงผลของบาปนั้นเอง แต่คือ การที่อัลลอฮ์ทรงถอนการปกปิดของพระองค์ออกจากตัวบ่าว
และหนึ่งในผลอันประเสริฐที่สุดของการเตาบะฮ์ ก็คือ การได้รับการปกปิดจากอัลลอฮ์อย่างต่อเนื่อง การมีความปลอดภัยจากความอัปยศ และการได้รับพระเมตตาอันไพศาลจากพระองค์
ดังนั้น อย่าประมาทกับบาปแม้เพียงเล็กน้อย และอย่าผัดวันประกันพรุ่งในการเตาบะฮ์ เพราะเราไม่มีวันรู้ว่า "ม่านแห่งการปกปิด" ที่อัลลอฮ์ทรงเมตตาประทานแก่เรานั้น จะเหลืออยู่มากเพียงใด.