มีอะไรมาบอก

มีอะไรมาบอก สาระ ข่าวสาร วงการศึกษาและคณะสงฆ์ | วิเคราะห์เจาะลึก | สรุปเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย | อัปเดตมุมมองการบริหารจัดการยุคใหม่"

23/05/2026

“วันหยุดบางคนได้พักกาย
แต่หลายคน…ยังเหนื่อยอยู่ในใจ

พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า
‘ใจที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้’

บางครั้งเราอาจเปลี่ยนโลกทั้งใบไม่ได้
แต่เราสามารถทำให้ใจตัวเองสงบลงได้ทีละนิด

วันนี้ลองให้อภัยเรื่องเล็ก ๆ
ปล่อยวางคำพูดบางคำ
และพักใจจากความคาดหวังบ้าง

เพราะความสุขที่แท้จริง
ไม่ใช่การหนีความวุ่นวายออกไป
แต่คือการมีใจที่สงบ…ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น 🙏”

23/05/2026

“วันหยุด…ไม่ได้มีไว้แค่พักร่างกาย
แต่มีไว้ให้ใจได้หยุดวิ่งตามเรื่องวุ่นวายด้วย

ลองใช้เวลาสั้น ๆ วันนี้
นั่งเงียบ ๆ หายใจลึก ๆ
วางมือถือ วางความกังวล
แล้วถามตัวเองว่า…

ช่วงนี้ เราดูแลใจตัวเองดีพอหรือยัง

บางครั้ง ‘ความสุข’
อาจไม่ใช่การได้อะไรเพิ่ม
แต่อาจเป็นการปล่อยบางอย่างลงได้ต่างหาก

ขอให้วันหยุดนี้
เป็นวันที่ใจได้พักจริง ๆ 🙏”

ฝ่ายปกครองสุพรรณบุรีบุกตรวจค้นวัดดัง รวบพระลูกวัด-ฆราวาสมั่วสุมเสพยาเสพติดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณ...
23/05/2026

ฝ่ายปกครองสุพรรณบุรีบุกตรวจค้นวัดดัง รวบพระลูกวัด-ฆราวาสมั่วสุมเสพยาเสพติด

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี สนธิกำลังเข้าตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ หลังได้รับข้อร้องเรียนจากพระผู้ใหญ่เกี่ยวกับการรวมกลุ่มมั่วสุมเสพยาเสพติดภายในกุฏิ นำไปสู่การจับกุมพระภิกษุและฆราวาสรวม 7 ราย พร้อมขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่

การตรวจค้นตามข้อร้องเรียน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 โดยนางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภอสามชุก ได้สั่งการให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอสามชุกที่ 9 และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตำบลย่านยาว เข้าตรวจสอบกุฏิสงฆ์ภายในวัดดังกล่าว หลังจากได้รับการประสานข้อมูลจากพระสังฆาธิการในพื้นที่ว่า มีพฤติการณ์อันควรสงสัยเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของยาเสพติดในเขตอาราม

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบบริเวณกุฏิปิดเงียบ จึงได้แสดงตัวและขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ภายในออกมาเข้ารับการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด โดยมีพระสงฆ์เข้ารับการตรวจจำนวน 10 รูป และฆราวาสอีก 4 คน ซึ่งผลจากการทดสอบเบื้องต้นพบปัสสาวะมีผลเป็นบวก (พบสารเสพติด) ในกลุ่มพระสงฆ์ 3 รูป และฆราวาสทั้งหมด 4 คน

พฤติกรรมพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจค้น
รายงานข่าวระบุว่า ในระหว่างกระบวนการควบคุมตัวและตรวจพิสูจน์ มีผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบเลี่ยงการตรวจสารเสพติดด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้

- พระภิกษุรายแรก (อายุ 40 ปี): เกิดอาการทรุดตัวลงกับพื้นและมีลักษณะเกร็งคล้ายกับปฏิเสธที่จะลุกเดิน โดยยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเองได้เสพสารเสพติดจริงและยินยอมให้ดำเนินคดี แต่ในขณะนั้นไม่มีกำลังพอที่จะตรวจปัสสาวะตามขั้นตอนปกติ

- พระภิกษุรายที่สอง: พยายามใช้อุบายระหว่างเข้าห้องน้ำ โดยทำทีเป็นก้มลงเพื่อนำภาชนะตักน้ำจากโถสุขภัณฑ์มาส่งให้เจ้าหน้าที่แทนปัสสาวะ และเมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ก็พยายามเปิดน้ำจากก๊อกฝักบัวเพื่อเจือจางอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบพฤติกรรมดังกล่าวได้ทันท่วงทีและให้ดำเนินการใหม่อย่างถูกต้อง

สรุปผลการปฏิบัติการ:
- จำนวนผู้เข้ารับการตรวจ: พระสงฆ์ 10 รูป, ฆราวาส 4 คน
- ผู้พบสารเสพติด: พระสงฆ์ 3 รูป, ฆราวาส 4 คน (รวม 7 ราย)
- การขยายผล: จับกุมผู้ค้ารายย่อยเพิ่มเติม 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 8 เม็ด

ดำเนินการให้ลาสิกขาและส่งฟ้องคดี
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจพิสูจน์สารเสพติด เจ้าหน้าที่ได้นำตัวพระภิกษุทั้ง 3 รูปเข้าพบเจ้าอาวาสเพื่อทำพิธีลาสิกขา สละสมณเพศอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ฝ่ายปกครองจะส่งมอบตัวอดีตพระภิกษุและฆราวาสรวมทั้งสิ้น 7 ราย ให้แก่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสามชุก

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้อาศัยอำนาจตามมาตรการขยายผล สามารถติดตามจับกุมชายวัยประมาณ 40 ปี ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในชุมชนรอบวัด พร้อมยึดของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 8 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายยาเสพติดต่อไป

ตร. บุกรวบ ‘พระมารุต’ คาวัดที่สีคิ้ว หลังตกเป็นผู้ต้องหาลักยอดเกศทองคำ ‘วัดหายโศก’ พบประวัติพัวพันพนันออนไลน์เกิดความคืบ...
23/05/2026

ตร. บุกรวบ ‘พระมารุต’ คาวัดที่สีคิ้ว หลังตกเป็นผู้ต้องหาลักยอดเกศทองคำ ‘วัดหายโศก’ พบประวัติพัวพันพนันออนไลน์
เกิดความคืบหน้าครั้งสำคัญในคดีสะเทือนใจพุทธศาสนิกชนชาวหนองคาย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 3 นำกำลังเข้าจับกุมพระลูกวัดรายหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีลักทรัพย์ “ยอดเกศทองคำเปลว” บนเศียรพระประธานประจำอุโบสถวัดหายโศก โดยสามารถควบคุมตัวได้ที่จังหวัดนครราชสีมา หลังแกะรอยจากพฤติกรรมหลบหนีออกจากพื้นที่

แกะรอยจากหนองคายสู่ป่าสีคิ้ว
ย้อนกลับไปเมื่อค่ำวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ภายในอุโบสถวัดหายโศก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย โดยสิ่งของที่สูญหายไปคือ ยอดพระเกศบนเศียรพระพุทธรูปองค์พระประธาน ซึ่งเป็นทองคำน้ำหนัก 5 บาท และประดับด้วยทับทิมมูลค่าประมาณ 100,000 บาท

ในระหว่างการสืบสวนและเรียกผู้เกี่ยวข้องมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เจ้าหน้าที่พบพิรุธจากพระมารุต (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ซึ่งได้ขับรถกระบะของวัดไปจอดทิ้งไว้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดหนองคาย ก่อนจะซื้อตั๋วรถโดยสารเก็งกำไรปลายทางภาคใต้ และขาดการติดต่อทิ้งร่องรอยให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัว

กระทั่งเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 (กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3) นำโดย ร.ต.อ.ชัยแลน ปล้ำกลาง และ ร.ต.อ.อรรถกานต์ สายรัมย์ ได้นำหมายจับของศาลจังหวัดหนองคาย เลขที่ จ.190/2569 เข้าแสดงตัวและจับกุมพระมารุต ได้ที่วัดซับกระสังข์ หมู่ 6 ต.ดอนเมือง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

สรุปไทม์ไลน์เหตุการณ์

- 19 พ.ค. 2569: วัดพบว่ายอดเกศทองคำและทับทิมหายไป จึงแจ้งความดำเนินคดี

- 20-21 พ.ค. 2569: พระมารุตหลบหนี ทิ้งรถวัดไว้ที่ บขส. หนองคาย

- 22 พ.ค. 2569 (17.00 น.): ตำรวจชุดสืบสวน ภูธรภาค 3 บุกจับกุมตัวได้ที่ อ.สีคิ้ว

ปฏิเสธข้อหาลักทรัพย์ แต่รับ "ติดพนันออนไลน์"
จากการสอบสวนเบื้องต้น อดีตพระมารุตยอมรับสารภาพในประเด็นเรื่องการนำรถยนต์ของวัดมาจอดทิ้งไว้ที่สถานีขนส่งจริง แต่ยังคงให้การปฏิเสธในข้อหาลักทรัพย์ยอดเกศทองคำ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า อดีตพระมารุตมีพฤติกรรมข้องแวะกับการพนัน และมีประวัติการใช้งานเว็บไซต์พนันออนไลน์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังพบเส้นทางการเงินในบัญชีธนาคารที่มีเงินหมุนเวียนเข้าออกเป็นจำนวนหลักล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การเพิ่มเติมของผู้ต้องหาที่ยอมรับว่า ตนเองติดการพนันมาเป็นเวลานานแล้ว

รักษาการเจ้าอาวาสยัน "ไม่มีส่วนรู้เห็น"
ทางด้าน พระอาจารย์ธวัชชัย กตปญโญ อายุ 46 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดซับกระสังข์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ต้องหาใช้กบดานระบุว่า ตนเองไม่ได้รู้จักกับพระมารุตเป็นการส่วนตัวมาก่อน แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก (Facebook) เพื่อประกาศหาพระภิกษุมาจำพรรษาที่วัด พระมารุตจึงได้ติดต่อมาเพื่อขออาศัยอยู่ด้วย

"พระมารุตแจ้งกำหนดการเดินทางตลอดเวลา จนกระทั่งมาถึงอำเภอสีคิ้ว ทางวัดจึงจัดหารถไปรับที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เมื่อมาถึงวัดเขาก็ไม่ได้พูดคุยอะไรมากและมักจะเก็บตัวอยู่ในกุฏิ ขอยืนยันว่าทางวัดไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้แต่อย่างใด" รักษาการเจ้าอาวาสระบุ

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อทำการสึกจากการเป็นพระภิกษุ และเตรียมส่งตัวกลับไปยังสภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลตามหาของกลางที่สูญหายต่อไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวาย...
23/05/2026

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้
พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร
พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่
พระวชิรกิจประยุต วัดธัญญาวาส จ.มหาสารคาม
พระศรีวัชรกิตติ วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย
พระสิริวัชรธรรม วัดดอนเกลือ จ.ร้อยเอ็ด
พระสุทธิวัชโรภาส วัดท่าสะแบง จ.ร้อยเอ็ด
ในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๓๐ น.
ณ วัดขุนพรหมดำริ ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม
Photos: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม

ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีมหาเถรสมา...
23/05/2026

ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
มหาเถรสมาคมได้มีมติเห็นชอบให้วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักรและวัดไทยในต่างประเทศ ร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยมีแนวทางปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาตามมติมหาเถรสมาคม ดังนี้
◾️วันพุธที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ : จัดพิธีทำบุญตักบาตร พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน (ตามมติพิเศษ ๒/๒๕๖๙)
◾️ทุกวันเสาร์ ตลอดปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ : จัดให้มีการเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลหลังการสวดมนต์ทำวัตรเย็น
◾️ตลอดเดือนมิถุนายน ๒๕๖๙ : ให้สวดบท “สุทิตาปรมราชินีวรทานคาถา” ต่อท้ายการสวดมนต์ทำวัตรเย็นทุกวัน และต่อท้ายการเจริญพระพุทธมนต์ (ตามมติที่ ๑๔๕/๒๕๖๙)
ในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมใจกันเข้าวัดทำบุญ น้อมจิตเจริญภาวนา และสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงเป็นฉัตรแก้วคุ้มเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบนานเท่านาน

ขอบคุณ พระลาน
#ทรงพระเจริญ
#สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี
#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#๓มิถุนายน๒๕๖๙
#เจริญพระพุทธมนต์
#สุทิตาปรมราชินีวรทานคาถา
#มหาเถรสมาคม
#ทำบุญตักบาตร

พบตัวแล้ว “พระลูกวัดหายโศก” ปมปริศนา “ยอดพระเกศทองคำ” ตำรวจตามเจอจำวัดที่สีคิ้วพบตัวแล้ว “พระลูกวัดหายโศก” หลังหายตัวปริ...
22/05/2026

พบตัวแล้ว “พระลูกวัดหายโศก” ปมปริศนา “ยอดพระเกศทองคำ” ตำรวจตามเจอจำวัดที่สีคิ้ว

พบตัวแล้ว “พระลูกวัดหายโศก” หลังหายตัวปริศนาคดี “ยอดพระเกศทองคำ” ตำรวจพบจำวัดอยู่ที่อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา พร้อมตรวจสอบประวัติย้อนหลัง พบข้อมูลเกี่ยวข้องกับการพนัน และมีเส้นทางการเงินหมุนเวียนกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่เจ้าตัวยังไม่ให้การต่อสื่อมวลชน

คดีดังกล่าวเริ่มจากกรณี “ยอดพระเกศทองคำ” น้ำหนักประมาณ 5 บาท ภายในวัดหายโศก จ.นครพนม สูญหาย จนเกิดข้อสงสัยภายในวัดและในหมู่ชาวบ้าน ก่อนที่พระลูกวัดรูปหนึ่งจะหายตัวไปหลังเกิดเหตุ ทำให้ตำรวจเร่งติดตามตัวเพื่อนำมาสอบสวน

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนแกะรอยจากข้อมูลการเดินทางและบุคคลใกล้ชิด กระทั่งพบพระรูปดังกล่าวไปพักอยู่ในพื้นที่ อ.สีคิ้ว โดยจากการตรวจสอบเพิ่มเติม ตำรวจพบพฤติกรรมเล่นการพนันออนไลน์ รวมถึงเส้นทางการเงินที่มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก จึงอยู่ระหว่างขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับทรัพย์สินที่สูญหายหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปว่า พระลูกวัดรูปดังกล่าวเป็นผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่าต้องรอการสอบปากคำ การตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเส้นทางการเงินอย่างละเอียดอีกครั้ง
คดี “พระเกศทองคำ” กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในสังคม หลังหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงการดูแลทรัพย์สินภายในวัด และระบบตรวจสอบทรัพย์สินทางศาสนา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา มีหลายกรณีเกี่ยวกับทรัพย์สินวัดและวัตถุมงคลสูญหาย จนนำไปสู่ข้อเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการตรวจสอบที่โปร่งใสมากขึ้น

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงกรุงเทพฯ — คณะผู้บริหารและผู้แทนจ...
22/05/2026

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรุงเทพฯ — คณะผู้บริหารและผู้แทนจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เดินทางเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (22 พ.ค. 2569)

รายงานระบุว่า พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา โดย มจร ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศล ซึ่งมีคณะผู้บริหารและตัวแทนจากส่วนงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมในพิธีเพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างพร้อมเพรียงกัน

อธิการบดี มรภ.เพชรบูรณ์ โต้ปมขายปริญญา นศ.จีน ยันเรียนจริง-จบจริงตามเกณฑ์ อว.มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ แถลงชี้แจงกรณีข้...
22/05/2026

อธิการบดี มรภ.เพชรบูรณ์ โต้ปมขายปริญญา นศ.จีน ยันเรียนจริง-จบจริงตามเกณฑ์ อว.

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ แถลงชี้แจงกรณีข้อครหาเรื่องกระบวนการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาชาวจีน 49 คน ยืนยันดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่กรณี "จ่ายครบจบแน่" ด้านสภามหาวิทยาลัยตั้งคณะกรรมการทบทวนตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ศรีเรืองฤทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ข้อมูลที่มีการเผยแพร่และวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ก่อนหน้านี้เป็น "ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน" ซึ่งส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับมาตรฐานการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย

การชี้แจงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเกิดกระแสตั้งคำถามในวงกว้างเกี่ยวกับหลักสูตรภายใต้ "โครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติ" ของมหาวิทยาลัย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตใน 3 ประเด็นหลัก คือ ไทม์ไลน์การเปิดหลักสูตร สถานที่เรียน และระยะเวลาการศึกษาของนักศึกษาชาวจีน

สรุปประเด็นคำชี้แจงและการจัดการของ มรภ.เพชรบูรณ์ ดังนี้

ย้ายสถานที่เรียน-เทียบโอนตามระเบียบ

ต่อข้อสงสัยที่ว่ามหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนก่อนที่หลักสูตรจะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ อธิการบดี มรภ.เพชรบูรณ์ ชี้แจงว่า เดิมทีนักศึกษาชาวจีนกลุ่มดังกล่าวได้เข้าเรียนในหลักสูตร "บริหารการศึกษา" ของบัณฑิตวิทยาลัยที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผ่านการเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยอยู่ก่อนแล้ว

ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาหลักสูตรใหม่ภายใต้โครงการวิทยาลัยนานาชาติ ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรีและเดินทางสะดวกกว่า นักศึกษาจึงได้ทำเรื่องย้ายและเทียบโอนหน่วยกิตเข้ามา โดยยืนยันว่ามีหลักฐานการเรียนรองรับทุกขั้นตอน

สำหรับสถานที่จัดการเรียนการสอนในจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีการใช้พื้นที่ของวัดศรีมหาราชานั้น มหาวิทยาลัยระบุว่าได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่ระยะเวลา 3 ปีอย่างถูกต้องตามมติมหาเถรสมาคม เพื่อใช้เป็น "ศูนย์การศึกษานอกสถานที่ตั้ง" ปัจจุบันเปิดสอนรวม 8 หลักสูตรในระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยมีอาจารย์ประจำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนตามเกณฑ์ของคณะกรรมการการอุดมศึกษา

เรียนบล็อกคอร์ส-ออนไลน์" ไม่ใช่มาแค่ 2 เดือนแล้วจบ

ส่วนประเด็นข้อวิจารณ์ที่ว่านักศึกษาจีนเดินทางมาเรียนเพียง 2 เดือนแล้วหายไป จนถูกมองว่าเป็นหลักสูตร "เรียนง่าย จบเร็ว" หรือไม่นั้น ผศ.ดร.ปรีชา อธิบายว่า นักศึกษาเกือบทั้งหมดมีอาชีพเป็นครูอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งจะมีช่วงปิดภาคเรียนปีละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2 เดือน

มหาวิทยาลัยจึงเลือกใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบเข้มข้น (Block Course) ในช่วงที่นักศึกษาเดินทางมาประเทศไทย ควบคู่ไปกับการเรียนในระบบออนไลน์เมื่อนักศึกษากลับไปประเทศจีน เพื่อให้ครบตามเกณฑ์มาตรฐาน 15 สัปดาห์หรือตามจำนวนชั่วโมงที่หน่วยกิตกำหนด

"ไม่ใช่เรียนไม่กี่เดือนแล้วจบตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์" อธิการบดี มรภ.เพชรบูรณ์ ย้ำ พร้อมระบุว่านักศึกษาทุกคนต้องผ่านเงื่อนไขทางวิชาการขั้นสูงของระดับบัณฑิตศึกษาเช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วไป ได้แก่:

- เรียนครบ 36 หน่วยกิต
- สอบผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษ
- สอบประมวลความรู้ (Comprehensive Examination)
- จัดทำสารนิพนธ์/การค้นคว้าอิสระ (IS) และสอบปากเปล่าขั้นสุดท้าย

สภามหาวิทยาลัยตั้งกรรมการตรวจสอบ

แม้ทางฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยจะยืนยันในความถูกต้อง แต่เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน ล่าสุดสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อทบทวนและตรวจสอบกระบวนการอนุมัติการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษากลุ่มนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานวิชาการและระเบียบของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อย่างแท้จริง

“ชุดอนุบาล” ในห้องเรียน ป. 1: เสียงสะท้อนความเหลื่อมล้ำ และหยาดน้ำตาของแม่ผู้บกพร่องทางการได้ยินราชบุรี — ในขณะที่บรรยาก...
22/05/2026

“ชุดอนุบาล” ในห้องเรียน ป. 1: เสียงสะท้อนความเหลื่อมล้ำ และหยาดน้ำตาของแม่ผู้บกพร่องทางการได้ยิน

ราชบุรี — ในขณะที่บรรยากาศวันเปิดเทอมใหม่ของเด็กส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดตา แต่สำหรับ “น้องพันแสง” เด็กชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนบ้านรางม่วง จังหวัดราชบุรี เขายังคงต้องสวมชุดนักเรียนอนุบาลตัวเก่าไปเรียนหนังสือ เนื่องจากครอบครัวประสบภาวะยากจนอย่างหนัก และมารดาซึ่งเป็นผู้พิการทางการได้ยินไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้

เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยขึ้นหลังจากครูประจำชั้นสังเกตเห็นความผิดปกติ และได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของเด็กชาย ก่อนจะพบกับภาพความจริงอันโหดร้ายว่า สองแม่ลูกอาศัยอยู่ในบ้านที่มีสภาพทรุดโทรม ขาดแคลนทั้งเครื่องนอนและสิ่งของจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต นอกจากนี้ ครอบครัวยังเพิ่งสูญเสียเสาหลักอย่างผู้เป็นพ่อไปไม่นาน ขณะที่ผู้เป็นแม่นอกจากจะมีความบกพร่องทางการได้ยินแล้ว ยังไม่รู้หนังสือ ทำให้ยากต่อการเข้าถึงการช่วยเหลือและสวัสดิการแห่งรัฐ

ระดมความช่วยเหลือต่อลมหายใจ
หลังกระแสข่าวถูกเผยแพร่ออกไป ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2569 หน่วยงานหลายภาคส่วนในท้องถิ่นได้ร่วมมือกันเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยทางเพจเฟซบุ๊ก วัดใหม่สี่หมื่น อำเภอดำเนินสะดวก ได้เปิดเผยภาพการลงพื้นที่ร่วมกับ พระครูโสภณจันทรังสี, เจ้าอาวาสวัดรางม่วงเจริญผล, ฝ่ายความมั่นคงอำเภอจอมบึง, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ราชบุรี รวมถึงคณะผู้บริหารสถานศึกษาและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

คณะผู้แสวงบุญและเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันนำสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้ามอบให้แก่ครอบครัวของน้องพันแสง ประกอบด้วย

- เครื่องนอน (ที่นอน หมอน มุ้ง)

- อาหารแห้งและเครื่องอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น

- เงินทุนปัจจัยจำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในการดำรงชีพ

ความสุขที่ยิ่งใหญ่ ในชีวิตที่เลือกไม่ได้
"สำหรับเด็กคนหนึ่ง... แค่ได้มีชุดนักเรียนใส่เหมือนเพื่อน แค่ได้มีที่นอนอุ่น ๆ แค่ได้กินข้าวอิ่มในแต่ละวัน สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจเป็น ‘ความสุขที่ยิ่งใหญ่’ ที่เขาไม่เคยได้รับเลยก็ได้"

ข้อความส่วนหนึ่งจากเฟซบุ๊กวัดใหม่สี่หมื่น

แม้ว่าสิ่งของและเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นจะช่วยประคับประคองชีวิตของสองแม่ลูกให้ผ่านพ้นวิกฤตเฉพาะหน้าไปได้ แต่สิ่งที่กลุ่มผู้ลงพื้นที่และสังคมยังคงเป็นห่วงมากที่สุดคือ “อนาคตในระยะยาว” ของเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนนี้ ซึ่งยังคงต้องการโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และการดูแลระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะไม่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาเพียงเพราะความยากจนของครอบครัว

เร่งล่าตัว "พระลูกวัด" ผู้ต้องสงสัยโยงเหตุโจรกรรม "ยอดพระเกศทองคำ" วัดดังหนองคาย หลังล่องหนหลังตำรวจเรียกตรวจดีเอ็นเอตำร...
22/05/2026

เร่งล่าตัว "พระลูกวัด" ผู้ต้องสงสัยโยงเหตุโจรกรรม "ยอดพระเกศทองคำ" วัดดังหนองคาย หลังล่องหนหลังตำรวจเรียกตรวจดีเอ็นเอ

ตำรวจภูธรเมืองหนองคายเร่งแกะรอยเส้นทางหลบหนีของพระลูกวัดรูปหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยสำคัญในคดีขโมยยอดพระเกศทองคำน้ำหนักกว่า 5 บาท ของพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดหายโศก หลังพบพฤติกรรมหลบหนีออกจากพื้นที่ทันทีที่คณะสงฆ์ถูกเรียกตรวจลายนิ้วมือ

เหตุโจรกรรมดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เมื่อทางวัดหายโศก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย ตรวจพบว่า "องค์พระพุทธชินราชหายโศก" พระพุทธรูปประธานภายในพระอุโบสถ ถูกคนร้ายลักลอบตัดยอดพระเกศเกษาซึ่งเป็นทองคำน้ำหนักประมาณ 5 บาทไป โดยคาดว่าสิ่งของล้ำค่าดังกล่าวอาจสูญหายไปล่วงหน้าแล้วราว 2-3 วันก่อนที่จะมีผู้สังเกตเห็น

พฤติกรรมต้องสงสัยและการหลบหนี

หลังได้รับแจ้งเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ได้เข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งประสานให้บุคคลากรภายในวัดทั้งหมด ประกอบด้วยพระภิกษุ สามเณร ไวยาวัจกร และช่างที่เข้ามาทำงาน เข้าพบลายนิ้วมือและตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนพบข้อพิรุธสำคัญเมื่อ **พระมารุต หรือ "พระต้น"** พระลูกวัดที่เพิ่งเข้าอุปสมบทได้ราว 6 เดือน เป็นเพียงรูปเดียวที่ไม่ได้เข้าร่วมการตรวจพิสูจน์ดังกล่าว และได้หายตัวไปจากวัดอย่างกะทันหัน

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบเบาะแสว่า พระมารุตได้หิ้วกระเป๋าเดินทางสัมภาระขับรถกระบะออกจากวัด มุ่งหน้าไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสาร (บขส.) หนองคาย ก่อนจะทิ้งรถไว้แล้วขึ้นรถโดยสารประจำทางหลบหนีไป

การปูพรมแกะรอยข้ามจังหวัด

การติดตามตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อน โดยข้อมูลล่าสุดระบุเส้นทางการหลบหนีดังนี้

- ขอนแก่น: ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ บขส.ขอนแก่น แห่งที่ 3 หลังมีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยโดยสารรถทัวร์จากหนองคายมาลงที่นี่ในช่วงบ่ายของวันที่ 21 พฤษภาคม แต่จากการตรวจสอบระบบจองตั๋วกลับไม่พบชื่อพระภิกษุ ขณะที่พนักงานขับรถคันดังกล่าวปฏิเสธผ่านทางโทรศัพท์ว่าไม่มีพระสงฆ์โดยสารมาด้วยก่อนจะตัดสายไป

- นครราชสีมา: ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานใหม่ชี้ว่า ผู้ต้องสงสัยได้เดินทางต่อไปยังบริเวณแยกสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาแล้ว

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และประสานงานร่วมกับตำรวจในพื้นที่ข้างเคียงเพื่อสกัดจับผู้ต้องสงสัย เนื่องจากคดีนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจและความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่อย่างรุนแรง

ที่อยู่

Wang Noi
10200

เบอร์โทรศัพท์

+66080555691

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มีอะไรมาบอกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์